LOGINผัวะ!
ทันทีที่ก้าวเข้ามาในบ้าน ฝ่ามือของคนเป็นพ่อก็ฟาดลงมาที่ใบหน้าอย่างแรง จนเติมเต็มหงายหลังลงกับพื้น ดีที่ลูกน้องข้างหลังรับไว้ทัน ไม่อย่างนั้นหัวเขาคงกระแทกพื้นอย่างแรง
“คุณคะ ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ ฟังลูกอธิบายก่อน” เตือนใจวิ่งเข้ามาหา แต่ถูกลูกน้องของสุรพลขวางเอาไว้
“จะต้องฟังอะไรอีก มันไปเผาบ้านเขา เขาไม่แจ้งความเอามันเข้าคุกก็ดีแค่ไหนแล้ว” เติมเต็มสะบัดหัวไล่ความมึนงง มองหน้าพ่อกับแม่สลับกัน แม่พยายามช่วยเขาแล้ว แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะแม่กลัวพ่อ คำพูดของพ่อทำให้เขาเข้าใจทุกอย่าง ที่พ่อตบหน้าเขาเพราะโมโหที่เขาไปเผาบ้านคนอื่น ถ้าพ่อรู้ว่าไอ้สารเลวนั่นพูดถึงพ่อลับหลังยังไงบ้าง รับรองพ่อจะไม่เผาบ้านมันอย่างที่เขาทำ
ตาคมเข้มจ้องหน้าพ่อเขม็ง พ่อเป็นนักการเมืองท้องถิ่น เป็นธรรมดาที่ต้องรักษาหน้าและชื่อเสียงของตัวเอง เขาเลวเองที่ไม่ระงับอารมณ์ จนทำให้เรื่องบานปลายมาถึงหูพ่อ“กูพูดขนาดนี้มึงยังไม่สำนึกอีกเหรอ มึงนี่มันเลี้ยงเสียข้าวสุกจริง ๆ” พ่อคว้าคอเสื้อเขาแล้วฟาดฝ่ามือลงมาที่ใบหน้าและกกหูไม่ยั้ง
“ท่านครับผมว่า ค่อย ๆ คุยกันเถอะครับ” พิสุทธิ์คนสนิทของพ่อที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ร้องห้าม พร้อมกับมาขวางเอาไว้ ส่วนแม่นั้นเป็นลมตั้งแต่เห็นเลือดออกจาก
หัวเขา“ถอยไปกูจะฆ่ามัน ไอ้เลว ไอ้ลูกไม่รักดี” พิสุทธิ์เอาตัวมาบังเขาเอาไว้ คุกเข่าลงขอโทษแทนเขาสารพัด แต่พ่อก็ไม่ฟัง ให้ลูกน้องมาลากพิสุทธิ์ออกไป
“ให้เขาฆ่าผมเถอะอา ผมมันเลวเอง”
“ยังจะปากดีอีก!”
ผัวะ
หมัดสุดท้ายที่ฟาดลงมาบนหน้า ทำให้เขาไม่รับรู้อะไรอีกเลย มืดหม่นและหนาวจนจับขั้วหัวใจ ได้แต่หวังว่า แม่ อาพิสุทธิ์ และลูกน้องของเขาจะปลอดภัย เขามันคนไม่เอาไหน ปกป้องใครไม่ได้เลย แม้แต่คนที่ตัวเองรักก็รักษาไว้ไม่ได้
“พี่เติม! พี่เติม!” ลูกน้องพากันส่งเสียงเรียก
เมื่อเห็นลูกพี่ตาค้างแน่นิ่งลงไปกับพื้น เวลาที่นายใหญ่โกรธมักจะทำรุนแรง แต่ครั้งนี้หนักมากจริง ๆ“พ่ออย่าทำพี่เติมนะ เต็มขอร้องล่ะ ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลที พี่เติมอย่าเป็นอะไรนะ เต็มอยู่นี่แล้ว แต้มมาช่วยกันสิ” เต็มใจกอดขาพ่อเอาไว้ ในขณะที่แต้มรัก
กำหมัดแน่น เธอไม่รู้ว่าพี่ชายทำเรื่องอะไรมา แต่สิ่งที่พ่อทำมันมากเกินไปสุรพลมองภาพตรงหน้า หัวใจเจ็บร้าวเหมือนถูกทิ่มแทง เขาไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้ เมียตกใจจนหมดสติ เขาทำร้ายลูกจนสลบคามือ ลูกสาวคนกลางกอดขาและร้องขอชีวิตพี่ ในขณะที่ลูกสาวคนเล็ก มองเขาด้วยสายตา
เกลียดชัง“หนูเกลียดพ่อ! ถ้าแม่กับพี่เติมเป็นอะไรไป หนูจะไม่อภัยให้พ่อเลย!” พูดจบแต้มรักก็วิ่งออกจากบ้าน
“แต้ม! แต้ม!”
“พ่อช่วยพี่เติมก่อนนะพ่อ ถ้าพ่อยังโกรธ พ่อตีเต็มแทนพี่เติมนะพ่อ เต็มขอนะ ฮือ ๆ ๆ” เต็มใจสะอื้นไห้ ห่วงน้องก็ห่วง แต่ต้องตัดใจอยู่กับแม่และพี่ ถ้าเธอเข้มแข็งได้สักครึ่งของแต้มรักก็ดี
“พาเมียกับลูกกูไปโรงพยาบาล ไปเดี๋ยวนี้!” สุรพลจะโกนลั่น ถ้าเมียกับลูกเป็นอะไรไปเขาก็จะไม่มีวันให้อภัยตัวเองเช่นกัน
เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เติมเต็มรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลถึงสองเดือนเต็ม เขากลายเป็นคนเก็บตัวและหวาดระแวง สิ่งที่กลัวที่สุดก็คือการหลับตา เพราะทุกครั้งที่หลับตาภาพความโหดร้ายจะตามมาหลอกหลอน แม่กับเต็มใจสลับมาเฝ้าเขา พ่อจะมาเฉพาะเวลาที่เขาหลับ ที่คู่กรณีไม่แจ้งความเพราะพ่อจ่ายเงินเพื่อให้เขาพ้นจากความผิด
แต้มรักออกจากบ้านไปตั้งแต่วันนั้น เพราะทำใจยอมรับสิ่งที่พ่อกระทำไม่ได้ ไร้เงาของฉัตรฉายเธอไม่เคยมาเยี่ยมเขาเลยสักครั้ง คงเกลียดเขาแล้วจริง ๆ
ออกจากโรงพยาบาลได้ไม่นานที่บ้านก็เกิดเรื่องขึ้นมาอีก เมื่อพ่อจับได้ว่าเต็มใจมีคนรัก พ่อโกรธมากสั่งให้เต็มใจเลิกกับคนรัก เมื่อน้องขัดคำสั่งพ่อจึงลงโทษ ด้วยวิธีของพ่อ พรากน้องออกจากคนรักแล้วส่งน้องไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ เหตุนี้จึงทำให้เต็มใจตัดสินใจหนีไปกับคนรัก พ่อสั่งให้เขาตามมาพาน้องกลับบ้าน และฆ่าคนรักของน้องเสีย แต่สิ่งที่เติมเต็มก็คือปล่อยน้องไป
ทันทีที่ตามมาเจอเต็มใจประนมมือไหว้ ร้องขอชีวิตแฟนหนุ่ม พร้อมกับกราบลงที่เท้าของเขา น้องยอมรับผิดทุกอย่าง และขอให้เขาทำโทษเธอคนเดียว ถ้าเขาไม่มีหัวใจก็คงดี คงทำตามคำสั่งพ่อโดยไม่มีข้อกังขา ภาพตรงหน้าอดสูแค่ไหน ต่อให้คนที่กราบเท้าไม่ใช่น้อง เขาก็ทำไม่ลง
“ไปซะ...ไปให้พ้น” คำพูดเดียวที่เขาจะบอกกับน้องก็คือ ไปให้พ้นหน้าเขา ที่เหลือเขาจะรับมือเอง
“พี่เติม...” เต็มใจมองหน้าพี่อย่างไม่เชื่อสายตา
“ถ้าพี่ขัดคำสั่งพ่อ พี่ก็จะ...จะต้องตะ” คำว่าตายไม่ได้หลุดออกมาปากของเต็มใจ เพราะเธอไม่อยาก
พูดมัน“ไม่ต้องห่วงพี่ พี่ไม่เป็นไร ดูแลตัวเองให้ดี ฝากเต็มด้วยนะ” บอกกับน้องแต่ท้ายประโยคพูดกับคนที่เขาคิดว่ารักและดูแลน้องของเขาได้ ที่น้องเป็นอย่างนี้ก็เพราะครอบครัว น้องไม่มีความสุข จึงออกไปหาความสุขนอกบ้าน สักวันพ่อจะรู้สึกผิดและเสียใจที่ทำกับน้องแบบนี้
เติมเต็มดูจนแน่ใจว่าเต็มใจปลอดภัย จึงกลับไปรับโทษ ถ้าจะมีใครสักคนต้องตาย คนคนนั้นก็ต้องเป็นเขา
“ไปไหนต่อพี่” ต๋องถามเมื่อเห็นลูกพี่ยังนั่งทอดอารมณ์อยู่ในรถ “พ่อโทรมาไหม” “ไม่พี่ ไม่โทรเข้าเครื่องผม เครื่องไอ้เสกก็ไม่โทร” “ดีแล้ว...” คำตอบของลูกพี่ทำให้ลูกน้องมองหน้ากันเลิกลั่ก เมื่อกี้ยังดี ๆ อยู่เลย ตัดมาหมวดดราม่าแบบนี้ใครจะตั้งตัวทัน “มีเรื่องอะไรวะพี่ เล่าให้พวกผมฟังได้นะ จะได้ช่วยกันคิด” “ไม่มีอะไร...อยากนอนสักพัก ดูต้นทางให้ด้วย” “นอน...นอนตรงนี้เหรอพี่” คำพูดของลูกพี่ทำให้เสกกับต๋องงงมากขึ้นไปอีก ลูกพี่อยากนอนตรงนี้ มันใช่เรื่องไหม ทุกคนต่างมองหน้ากันไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เติมเต็มถึงทำท่าเหนื่อยใจ สาเหตุมาจากครูฉัตรหรือผู้หญิงที่เจอในร้านอาหารกันแน่ น่าจะเป็นอย่างแรกมากกว่า เพราะอย่างที่สองไม่ได้อยู่ในสายตาลูกพี่มานานแล้ว “เฝ้าไว้ให้ดี กูจะไปดูต้นทาง” สิ้นเสียงลูกน้อง เติมเต็มก็ลืมตาขึ้น หยิบมือถือขึ้นมาไถหน้าจอไปเรื่อย ๆ ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่หน้าเฟซใครบางคน เธอไม่รับเขาเป็นเพื่อนและบล็อคเขาทุกช่องทาง จนต้องสมัครเฟซใหม่ เพื่อเอาไว้ส่องดูความเคลื่อนไหวของเธอทุกวัน‘ดาวส
ถึงแม้โลกออนไลน์จะทำให้มีคนรู้จักมากขึ้น มีงานเข้ามาให้ทำไม่ขาดมือ แต่ณชาก็ยังไม่ทิ้งงานที่ร้านเหล้า เธอทำให้ร้านแห่งนี้มีชื่อเสียงไปด้วย เจ้าของร้านขอบคุณ และบอกให้เธอไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไปอยู่ในที่ที่เหมาะสม เพื่ออนาคตของตัวเองและลูก ณชายิ้มแล้วเดินหนีไม่อยากฟังคำโน้มน้าวของเจ้าของร้าน มีงานทำมีเงินเก็บ ลูกเข้าโรงเรียนที่อยากให้เรียน แม่ไม่ต้องทำงานหนัก ก็เพราะที่นี่ให้โอกาสเธอ “ฝากดูโต๊ะด้วยนะพี่นัด หนูไปห้องน้ำแป๊บ” อุ๋มอิ๋ม ร้องบอกก่อนจะวิ่งหายไปทางหลังร้าน ณชาหัวเราะให้กับท่าทางของรุ่นน้อง คืนเป็นวันศุกร์สิ้นเดือน ลูกค้าจึงแน่นร้าน ตั้งแต่เปิดร้านไม่มีใครได้พัก ทุกคนลงความเห็นว่าที่ลูกค้าเข้าร้านเยอะก็เพราะเธอ “เหนื่อยไหมนัด” เพื่อนร่วมงานที่เดินไปรับออร์เดอร์ถาม เมื่อเดินสวนกัน “เหมือนทุกคืนแหละ” “คืนนี้คนเยอะกว่าเดือนที่แล้วนะ สงสัยลูกค้ามาดูพริตตี้เงินล้าน” มะนาวแซว ตั้งแต่ณชาเป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์ ลูกค้าก็เข้าร้านมากขึ้น ทำให้มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ นอกจากเงินเดือนทิปก็มากขึ้นด้วย “ว่าไปนั่น” ณชาส่ายหัวไปมา หยิบ
“พี่ฉายว่าไง” ถามพี่ชายเพราะคิดไม่ออกแล้วว่าจะต้องทำยังไง ฉายแสงมองหน้าน้อง ปรับเบาะให้อยู่ในท่านอนแล้วยกมือก่ายหน้าผากทำท่าครุ่นคิด “พี่ฉายว่า ครั้งนี้เฉิดจะเชื่อเราไหม” “สร่างเมามันก็ดีกัน ไม่น่าให้ถึงตำรวจเลย” ฉายแสงตอบสั้น ๆ ในความไม่สนใจแต่ฉัตรฉายรู้ว่า พี่ก็เครียดไม่น้อยไปกว่าเธอ “ผู้หญิงคนนั้นส่งข้อความมาหาฉัตร... เรียกค่าเสียหายที่ถูกเฉิดทำร้ายสองหมื่น ถ้าไม่จ่ายก็จะไปแจ้งความ ฉัตรไม่ได้บอกเรื่องนี้กับแม่ กลัวแม่จะคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงหากิน เอาจริงนะพี่ฉาย ฉัตรไม่เข้าใจเลยว่าเธอต้องการอะไร” เฉิดฉินพึ่งเจอกับแฟนได้สามเดือน ก่อนจะตกลงปลงใจอยู่ด้วยกัน เธอไม่รู้ว่าน้องสะใภ้เป็นใครมาจากไหน และมีนิสัยอย่างไร รู้แค่ว่าชื่ออุษา เป็นเด็กชงเหล้าประจำร้านอาหารที่เฉิดฉินไปเที่ยว คบกันได้ไม่นานเงินเก็บของเฉิดฉินก็หมด ผู้หญิงคนนั้นเคยตามเฉิดฉินมาที่บ้านสามครั้ง ที่เธอออกไปรับหน้า เพราะไม่อยากให้น้องไม่สบายใจ แม่ไม่ต้อนรับและแสดงท่าทางรังเกียจออกมาอย่างชัดเจน เธอเป็นพี่จะทำอะไรได้ “ก็เอาแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว ถ้ามันกลับไปคืนดีกันอีกก็ปล่อยมัน ถื
โทรศัพท์มือถือที่แผดเสียงดังลั่น ปลุกคนนอนคุดคู้ใต้ผ้าห่มให้ตื่นขึ้น มือบางควานหามือถือ หรี่ตามองหน้าจอเพื่อดูว่า ใครกันที่เสียมารยาทโทรมาดึกดื่น ก่อนจะถอนหายใจ เมื่อเห็นรายชื่อของคนที่โทรเข้ามา “เฉิด!...” เรียกชื่อคนปลายสาย แล้วดีดตัวออกจากที่นอน ลางสังหรณ์บอกว่าสิ่งที่กำลังจะได้ยินจากคนปลายสาย ไม่น่าจะเป็นเรื่องดี เพราะน้องจะนึกถึงเธอเวลาที่เดือดร้อนเท่านั้น “ว่าไงเฉิด!” กรอกเสียงไปตามสาย พร้อมกับลุ้นไปด้วยว่า วันนี้จะต้องเจอกับอะไร เมื่อคืนก่อนเธอเพิ่งขับรถไปรับน้องชายที่บ้านเช่าของแฟนสาวกลางดึก “พี่ฉัตร... ผมถูกตำรวจจับ” เสียงอ้อแอ้ที่มาพร้อมกับเสียงใครบางคน ที่ดังแทรกเข้ามาเหมือนคนกำลังทะเลาะกัน ทำให้ฉัตรฉายใจชื้น เสียงดังแบบนี้คงเป็นเรื่องทะเลาะวิวาท เมาแล้วทะเลาะกันกลางดึก มีคนแจ้งจับดีกว่าน้องโดนจับเรื่องยาเสพติดเป็นไหน ๆ “ถูกจับ! ที่ไหน! เรื่องอะไร!” แม้จะเคยบอกไว้ว่าจะไม่สนใจอีกแล้ว แต่ทุกครั้งที่น้องโทรมา ฉัตรฉายก็นิ่งเฉยไม่ได้ “อีอุ๊มันแจ้งความจับหนู.../บอกให้พี่มึงรีบมาเลยนะ กูไม่เอามึงแล้ว” เฉิดฉินพูดไม่เต็ม
[ห้าปีต่อมา]“คุณแม่ คุณแม่มาแล้ว!” เสียงเล็กที่ตะโกนออกมาด้วยความดีใจของคนตัวเล็ก ทำให้ณชาหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ร่างบางย่อตัวลง รับคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมแขน กอดพร้อมกับหอมลงบนศีรษะลูกฟอดใหญ่ ต่อให้เหนื่อยแค่ไหนเธอก็ไม่ท้อ เพราะมีลูกเป็นกำลังใจ “วันนี้มีเธอเป็นเด็กดีหรือเปล่า” ถามพร้อมกับกอดลูกเอาไว้ “เป็นเด็กดีค่ะ” “ไหนเล่าให้แม่ฟังสิ วันนี้เด็กดีทำอะไรบ้าง” “มีเธออาบน้ำ กินข้าวเองค่ะ” “เก่งมาก...เก่งมากแล้วค่ะ” ลูกเพิ่งจะสามขวบกว่า ๆ อาบน้ำตักข้าวกินเองได้ถือว่าเก่งมากแล้ว “นัดไปอาบน้ำเถอะ จะได้มากินข้าวพร้อมกัน” “วันนี้อ้อนมากไหมคะ” ถามแม่เมื่ออยู่กันตามลำพัง เธอต้องออกไปทำงานแต่เช้า กลัวว่าลูกจะงอแงจนแม่เสียงาน “อ้อนตอนตื่นแป๊บเดียว ตื่นมาไม่เห็นแม่เลยงอแงหน่อย นัดมีงานเช้าแบบนี้ทุกวันไหม” “แค่อาทิตย์เดียวค่ะ อาทิตย์หน้าก็เข้าเวลาปรกติ ช่วงนี้เหนื่อยหน่อยนะคะแม่ เปิดเทอมมีเธอไปโรงเรียน แม่คงสบายขึ้น” “พูดอะไรอย่างนั้นล่ะลูก มีเธอคือความสุข ไม่ใช่ภาระ แ
ตั้งแต่ณชากลับมาอยู่ด้วย มานิตย์ก็สดชื่นขึ้น จนเพื่อนร่วมงานยังอดแซวไม่ได้ มานิตย์ทำโอทีทุกวัน เพื่อเตรียมเงินไว้เป็นค่าใช้จ่ายตอนหลานคลอด ถึงแม้จะคลอดฟรี แต่มานิตย์ก็อยากมีทุกอย่างเตรียมไว้ให้หลาน “นัดดูนี่สิ ชอบไหม” ณชาหันไปตามเสียงเรียก ว่าที่คุณแม่ขยับตัวเชื่องช้า เพราะเจ้าตัวเล็กในท้องโตวันโตคืน “อะไรเหรอแม่” ถามแม่ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้น เมื่อเห็นสิ่งที่แม่ถืออยู่ในมือ “เสื้อกับถุงเท้า แม่ถักให้หลาน ไม่ได้ถักนานมือไม้แข็งไปหมด” มานิตย์พูดด้วยความเขินอาย อายที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้ สมัยที่คลอดณชา เธอจำได้ว่าเสื้อผ้าก็ใส่ของเก่าที่คนงานด้วยกันให้มา ผ้าอ้อมก็ฉีกผ้าถุงเอา ที่นอนหมอนมุ้งไม่มี เพื่อนคนงานที่อยู่ข้างห้องสงสาร เลยซื้อนุ่นมายัดผ้าถุงเย็บหัวเย็บท้าย ณชาจึงมีที่นอนนุ่ม ๆ นอน เวลาฉี่ก็กลับหน้ากลับหลังเอา วันไหนแดดดีหน่อยก็เอาออกไปตากแดด แต่สมัยนี้มันไม่เหมือนกัน นางอยากให้หลานมีของดี ๆ ใช้จึงขยันทำโอที “ขอบคุณนะแม่...” ณชาน้ำตารื้นหัวตา แม่เอาเวลาที่ควรพักผ่อนมาถักเสื้อผ้าให้ลูกของเธอ ไม่รู้ว่าจะขอบคุณแม่ยังไงให้คุ







