Masukเอสเปอร์และไกด์มีการส่งผ่านพลังต่อกันอยู่หลายวิธี
วิธีที่ง่ายที่สุดคือการสัมผัสทางกาย ยิ่งมีพื้นที่ผิวสัมผัสที่แนบชิดกันมากก็ยิ่งส่งผ่านพลังได้เป็นจำนวนมาก โดยปกติวิธีนี้หากไม่ใช่ภาวะวิกฤตของเอสเปอร์ เพียงแค่การจับมือก็ช่วยบรรเทาผลข้างเคียงของพลังได้อย่างมากแล้ว
วิธีต่อมาคือการส่งพลังผ่านสารคัดหลั่งของร่างกาย เช่นการจูบหรือการร่วมรัก แน่นอนว่าวิธีการนี้ต้องให้ความยินยอมทั้งสองฝ่ายก่อน
วิธีการสุดท้ายคือการจับคู่ ทั้งสองจะส่งผ่านพลังกันได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่อยู่ใกล้กันพลังก็จะปรับความเสถียรด้วยตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องมีการกระทำอื่นๆเพิ่มเติม แต่วิธีการนี้ยังเป็นข้อถกเถียงว่าสมควรให้เกิดขึ้นหรือไม่ เนื่องด้วยเมื่อเกิดการจับคู่ขึ้น เอสเปอร์จะถวิลหาเพียงพลังของไกด์คนนั้น พลังของไกด์คนอื่นแทบจะไม่เห็นผล ส่วนผลกระทบที่ไกด์ได้รับค่อนข้างร้ายแรงกว่านั้นมาก การอยู่ห่างจากเอสเปอร์ของตนเป็นระยะเวลานานไกด์จะเริ่มจิตตกมีอาการไม่ต่างจากโรคซึมเศร้าระยะรุนแรง
เอสเปอร์และไกด์ที่มีระดับต่างกัน ผลจากการปรับความสมดุลย่อมต่างกัน แม้ไกด์ระดับ F ที่ถือเป็นระดับต่ำที่สุดจะสามารถส่งพลังไปให้เอสเปอร์ระดับ S ได้ แต่ผลของมันไม่ต่างจากการใช้น้ำหนึ่งหยดหยดลงบนทะเล
ยังมีระดับความเข้ากันได้ของทั้งคู่ที่ส่งผลอย่างมาก ยกตัวอย่างหากไกด์มีระดับต่ำกว่าเอสเปอร์หลายระดับแต่มีความเข้ากันได้สูง ผลอาจจะดีกว่าไกด์ระดับเดียวกันด้วยซ้ำ กล่าวกันว่าความเข้ากันก็เหมือนการลิ้มรสอาหาร มีถูกปาก มีไม่ชอบ บางทีก็พอกินได้ ความเข้ากันได้สูงก็ไม่ต่างจากเจอของโปรดท่ามกลางอาหารนับหมื่นแสนชนิด
อย่างเช่นที่พันเอกคาสเวลกำลังพบเจอ
ตอนนี้พันเอกกำลังอารมณ์ดีมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พลังในร่างยังคงหนักอึ้งแต่ความรู้สึกอุ่นร้อนที่ส่งเข้ามาหล่อเลี้ยงในร่างกายทำให้เขารื่นรมย์อย่างน่าประหลาด นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าการไกด์ดิ้งโดยไกด์สามารถสร้างความสุขได้เพียงแค่การสัมผัสแผ่วเบา
แน่นอนว่าการคว้าแขนอีกฝ่ายเต็มฝ่ามือแน่นย่อมเป็นการสัมผัสเบาๆในความคิดของเขา
เมื่ออุ้มอีกฝ่ายเข้ามาในห้อง พันเอกก็ตรงดิ่งไปนั่งบนโซฟาตัวยาว ส่วนคนตัวเล็กเขาย่อมโอบไว้บนตักอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องหากเขาจะปล่อยความสุขดีๆแบบนี้ไป
เอลิสทำได้เพียงขดตัวอยู่บนตักที่กล้ามเนื้อหน้าขาแข็งปั๊กที่ไม่ได้นั่งสบายเลยสักนิดนั่น เนื้อตัวยังคงสั่นน้อยๆอย่างห้ามไม่ได้ เขาพยายามควบคุมพลังของตนเองแต่ไม่สำเร็จ
การไกด์ดิ้งสำหรับเอสเปอร์คือการผ่อนคลายความตึงเครียดและหาความสุขรูปแบบหนึ่ง แต่สำหรับไกด์ การไกด์ดิ้งคือการขยายอารมณ์ความรู้สึกและประสาทสัมผัสของตัวเองในระหว่างกระบวนการ การคุ้มครองไกด์จึงเข้มงวดกว่าเอสเปอร์ สำหรับไกด์ที่ลงทะเบียนงานไกด์ดิ้งเฉพาะแค่การสัมผัสภายนอกต้องมีผู้ช่วยอยู่ข้างกายเสมอ เพราะอารมณ์ที่ถูกขยายออกมีความเป็นไปได้ที่เอสเปอร์บางคนฉวยโอกาสรับการไกด์ดิ้งที่ลึกซึ้งขึ้น
สิ่งที่เอลิสเป็นตอนนี้ก็เกิดจากการถูกขยายประสาทสัมผัสและอารมณ์ เขากลัวพันเอกที่กำลังอุ้มเขาอยู่ก็จริงแต่ไม่ถึงกับต้องตัวสั่นงันงกจนทำอะไรไม่ถูกแบบนี้ การไกด์ดิ้งที่ไม่สามารถหยุดได้เหมือนกับการขยายอารมณ์ที่เกินขีดจำกัดไปแล้วและไม่มีสวิตช์ปิด เขาที่เป็นแบบนั้นยิ่งตัวหดลีบอยู่บนตักคนตัวใหญ่
พันเอกคาสเวลสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบห้า ร่างกายบึกบึนกำยำ หน้าตาคมเข้มสง่างาม หางตาชี้ขึ้น ภาพลักษณ์ต่างจากเอลิสโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะผมสีทองสว่างและดวงตาสีเหลืองทองคู่นั้น
เขาใช้มือใหญ่โอบเอวที่แทบจะใช้มือเดียวโอบมิดนั่นเข้าหาตัว คนตัวเล็กที่ตัวสั่นน้อยๆใช้ดวงตาสีดำสนิทแอบเหลือบมองเขาอย่างระแวง แต่ก็มองได้ไม่นานก่อนจะหลบสายตาไป
ไม่ว่ามองอย่างไรก็ถูกใจเขาสุดๆ พันเอกยกยิ้มมุมปาก
เขาเจอไกด์มาก็มาก คนที่มีลักษณะคล้ายหนุ่มน้อยคนนี้ก็มีอยู่หลายคน แต่ไม่ว่าใครก็ให้ความรู้สึกแบบนี้ไม่ได้
พันเอกใช้มืออีกข้างเชยคางคนบนตักให้หันมามองตน ใบหน้างดงามนั้นฉายแววประหม่าพยายามหลบสายตา เขาหัวเราะในลำคอเบาๆด้วยความพอใจ ไกด์ของเขาหน้าตาดีไม่แพ้พวกไกด์ระดับสูงที่เย่อหยิ่งในสมาคมสักเท่าไหร่ หากพลังเริ่มคงตัวคงปรับพื้นฐานร่างกายให้งดงามกว่านี้อีกแน่ เขารู้สึกว่าครั้งนี้ตกได้ของระดับสูงทีเดียว
สิ่งแรกที่ต้องทำหลังพบไกด์คนใหม่คือต้องแจ้งทาง ‘สมาคมการจัดการและดูแลไกด์’ เพื่อช่วยแนะนำและลงทะเบียนไกด์ทุกคนเข้าในฐานระบบเพื่อคุ้มครองความปลอดภัย แต่สำหรับหนึ่งในเอสเปอร์ระดับสูงสุดอย่างเขาย่อมรู้ดีว่าสมาคมนี้มีไว้ควบคุมไม่ให้เอสเปอร์ทั้งหลายจับคู่กับไกด์จนผู้ทำการไกด์ดิ้งขาดแคลน
ในอดีต ในการจับคู่ทุกๆสิบคู่จะมีไกด์ครึ่งหนึ่งที่ถูกเอสเปอร์ล่อลวงระหว่างผลของการไกด์ดิ้งทำการบังคับให้มีการจับคู่เกิดขึ้น ดังนั้นรัฐบาลจึงออกกฎหมายการจับคู่ขึ้นมาว่า ไกด์ที่ลงทะเบียนไว้ทุกคนต้องทำเรื่องยินยอมจับคู่กับรัฐบาลก่อนถึงจะอนุญาตให้มีการจับคู่ได้ มิเช่นนั้นทางรัฐบาลจะบังคับยกเลิกการจับคู่ของทั้งสองคน
ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันสามารถบังคับการยกเลิกการจับคู่แบบไม่ยินยอมได้ ไกด์ที่ไม่มีความผูกพันกับเอสเปอร์สักเท่าไหร่จะจิตตกไปช่วงใหญ่ๆ ส่วนเอสเปอร์กลับเหมือนตายทั้งเป็น สภาวะพลังไม่เสถียร พลังอาจลดลง จนถึงขั้นกลายเป็นคนธรรมดา เช่นเดียวกัน หากฝืนแยกเอสเปอร์กับไกด์ที่ผูกพันกันอยู่ก่อนแล้วออกจากกัน พวกเขาทั้งคู่ทำได้เพียงแหลกสลายร่วมกัน
กฎหมายข้อบังคับรุนแรง แต่กฎหมายย่อมมีช่องโหว่
สำหรับไกด์ที่ไม่ได้ลงทะเบียนไว้ย่อมอยู่นอกกฎการคุ้มครองนี้
ความต้องการเป็นเจ้าเข้าเจ้าของของเอสเปอร์นั้นสูงลิ่ว แน่นอนว่าเมื่อเจอไกด์ที่ถูกใจขนาดนี้พันเอกอย่างเขาจะปล่อยไปได้อย่างไร เมื่อตำแหน่งชั้นยศสูงย่อมมีสิทธิพิเศษนิดหน่อย การขอใบอนุญาตจับคู่ทำได้เพียงแค่คลิกเดียว
เขาปล่อยมือที่จับคางคนงามออก มือก็ควานหาทริกเกอร์ในกระเป๋ากางเกง เอามากดส่งคำร้องไม่กี่ครั้งก็ขึ้นหน้าต่างแสดงความยินยอมบางอย่าง เขาสแกนม่านตาของตัวเองครั้งหนึ่งก่อนจะเอาทริกเกอร์มาจ่อตรงหน้าคนบนตัก อีกฝ่ายที่ยังงงๆก็มองทริกเกอร์แล้วกระพริบตาปริบๆ
“พิจารณาจากโทษของคดีที่สอง ข้อที่สองจุดหนึ่ง การละเลยการปฏิบัติหน้าที่ที่อาจนำมาซึ่งความเสียหายเป็นวงกว้างต่อผู้คนและทรัพย์สิน โทษสูงสุดคือคำสั่งปลดประจำการพร้อมเข้าสู่ศาลตัดสินว่าด้วยเรื่องที่อาจนำไปสู่การล้มล้างการปกครองของเมืองหลวงที่ 3 ซึ่งโทษสูงสุดคือการประหารชีวิตข้อที่สองจุดสอง การลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ต้องจ่ายค่าปรับตามจำนวนวันที่เข้ามาและถอนสิทธิในการเข้าออกเมืองเป็นเวลาสูงสุดสิบปี”หลังการกล่าวโทษในครั้งนี้พยานที่เหลือจึงขึ้นให้การ เอลิสกล่าวถึงความร่วมมือที่เขาวางแผนเอาไว้กับพันเอกโดยมีเอกสารยืนยันจากจอมพลรับรอง เขาจึงถูกกันตัวออกจากการเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนร่วมในขบวนการไกด์ดานีลเป็นพยานในเรื่องการสะกดจิตล้วงความลับในการปฏิบัติการจับกุม พันตรีวอลช์และพยานอีกคนก็เช่นเดียวกันที่ขึ้นให้การเกี่ยวกับการบุกตลาดมืดใต้ดิน เหมือนทั้งสองจะเป็นทหารในสังกัดพันเอกเดอริททั้งคู่“โทษที่ได้รับในส่วนของคดีที่สอง จากการเพิ่มการลดโทษเมื่อพิจารณาจากค
ภายในศาลพิเศษภายใต้การดูแลของสภาสูง การพิจารณาต้องประกอบด้วยสามฝ่าย คือฝ่ายสภาสูงเอง สมาคมและรัฐบาล อีกทั้งเมื่อต้องวิพากย์เอสเปอร์จำต้องมีเอสเปอร์จากหน่วยงานอื่นมาเข้าร่วมฟังผลอย่างน้อยสิบคน หนึ่งในนั้นคือพันเอกคาสเวลที่ยัดตัวเองเข้ามาเพื่อดูแลไกด์ตัวน้อยของเขาภายในห้องพิจารณาตัดสินเป็นโถงขนาดใหญ่ ด้านหน้าคือบังลังก์สำหรับผู้ควบคุมผลตัดสินและเหล่าผู้มีอำนาจเต็ม ด้านหลังเป็นที่นั่งในรูปแบบขั้นบันไดลดหลั่นกันไปสำหรับสมาชิกของแต่ละหน่วยงานที่เข้ามาฟังผลคดี ในส่วนตรงกลางห้องเป็นคอกเตี้ยครึ่งวงกลมสำหรับผู้ถูกตัดสิน โดยที่ไม่ไกลกันนั้นเป็นโพเดียมสำหรับพยานในการแจ้งสารแก่ผู้ควบคุมผลตัดสินอีกทีเอลิสเป็นหนึ่งในคนที่นั่งเรียงแถวอยู่ด้านหลังโพเดียมสีน้ำตาลแก่ ข้าง ๆ เขาประกอบด้วยไกด์ดานีล พันตรีวอลช์ผู้เป็นทหารหน่วยข้อมูลของพันตรีเดอริท และผู้ร่วมในเหตุการณ์จับกุมอีกสองคนที่เอลิสไม่รู้จักพวกเขารอไม่นานพลตรีเวสเตอร์ก็ถูกจอมพลสูงสุดพาเข้ามาเป็นคนสุด
รายการยาของทางสโมสรได้ออกมาแล้ว หากไม่นับตัวยาที่มีผลผิดพลาดร้ายแรงจะคงเหลือยาที่ใช้งานได้อยู่สามประเภทเท่านั้น ได้แก่ พิกซี่ที่ใช้สร้างเอสเปอร์เทียม ต้องกินอย่างต่อเนื่องเพื่อคงพลังเอาไว้ ดรายแอดที่พลตรีเวสเตอร์เคยใช้ มันจะดึงอายุขัยแทนที่ขีดจำกัดและพลังที่เพิ่มขึ้น ตัวนี้จะมาพร้อมกับยาแก้ของมันเองอีกชนิดที่ไม่มีใครรู้จักมาก่อนคือ นิมฟ์ ยาที่สามารถเพิ่มระดับขั้นของเอสเปอร์มีผลราว ๆ หนึ่งสัปดาห์ถ้ากินซ้อนทับกันจะเพิ่มระดับขึ้นไปเรื่อย ๆ ผลข้างเคียงดูเหมือนไม่มากเพียงแค่ทำให้ร่างกายอ่อนแรงหลังจากตัวยาหมดฤทธิ์ แต่หากใช้เป็นระยะยาวนานจะทำร้ายโครงสร้างร่างกายจนเสียหายอย่างหนักในส่วนของแฟรี่ ทางสโมสรได้จัดให้เป็นผลงานที่ล้มเหลวไปแล้วตอนนี้เมื่อมีการค้นพบตัวยาที่ผลข้างเคียงต่ำกว่ามากทั้งยังให้ผลดีในการต่อสู้ ทุกฝ่ายย่อมให้ความสนใจเป็นธรรมดาก๊อก ๆ“ขออ
“ไม่ได้เจอกันสักพักแล้วนะครับ” ไกด์ดานีลนั่งลงตามที่เอลิสต้องการก่อนจะกล่าวทักทายขึ้นมาอีกครั้ง“นั่นสินะครับ” เอลิสพยักหน้ารับแล้วถามต่อ “ว่าแต่คุณไกด์ดานีลต้องมาเป็นพยานในการสอบสวนพลตรีเวสเตอร์ด้วยเหรอครับ”สภาสูงในวันนี้ประกาศตัดสินโทษของบุคคลเดียวเท่านั้น เอลิสจึงรู้ว่าอีกฝ่ายมาด้วยเหตุนี้เช่นกันแต่ไม่รู้เหตุผล“ใช่ครับ ผมเป็นคนสอบปากคำคนของสโมสรที่กองพันที่ 2 และ 3 จับตัวเอาไว้ได้ในช่วงแรกของการบุกจับกุม จึงต้องมารับการสอบด้วยในวันนี้ครับ” ไกด์ดานีลตอบคำถามด้วยรอยยิ้ม เขามองดูเอลิสอยู่ครู่หนึ่งจึงได้เริ่มต้นกล่าวสิ่งที่ทำให้เขามาหาเอลิสในตอนนี้ “ผมคิดว่าตอนนี้คุณต้องระวังตัวเอาไว้หน่อยนะครับ”ดานีลต้องมาเป็นพยานก็จริง แต่ด้วยอำนาจของไกด์อาวุโสเขาไม่จำเป็นต้องมานั่งรอเวลาแบบนี้ แต่ข่าววงในที่ได้รับมาทำให้เขาค่อนข้างเป็นกังวลเอลิสพยักหน้ารับคำไม่ได้ใส่ใจสิ่งที่อีกฝ่ายบอกนัก จะอย่างไรพันเอกคาสเวลก็เพิ่งพูดในรูปแบ
จอมพลได้รับแจ้งว่าใครคือหัวหน้าสโมสรตั้งแต่ที่พันเอกคาสเวลและพันเอกเดอริทระแคะระคายว่าบุคคลใต้หน้ากากนั้นดูคุ้นตา จอมพลจึงแจ้งไปยังตัวเมืองที่อยู่โดยรอบของเมืองชายแดนที่ 3-15 ซึ่งพลตรีเวสเตอร์ได้ถูกส่งไปประจำการ จะอย่างไรชายแดนตะวันตกค่อนข้างเกิดการปะทะบ่อยครั้ง เมืองจึงถูกสร้างใกล้ๆกันเพื่อเป็นปราการป้องกันไม่ให้สัตว์ประหลาดหลุดเข้ามาเขตด้านในมากนัก การระดมเอสเปอร์หลายเมืองเพื่อบุกเมืองเดียวจึงเป็นเรื่องง่ายดายโดยที่แต่ละเมืองไม่ต้องส่งคนมามากนักยังมีความเป็นไปได้หนึ่งที่ว่าพลตรีเวสเตอร์อาจร่วมมือกับเอสเปอร์ระดับ S เมืองใกล้เคียง แต่ความเป็นจริงมันเป็นไปได้น้อยมาก เอสเปอร์ระดับ S พวกนี้ความคิดค่อนข้างเป็นเอกเทศ พวกเขามักจะกดข่มกันเองมากกว่าจะยอมร่วมมือกันด้วยดีเสียด้วยซ้ำเมื่อเข้ายึดเมืองได้จึงพบเข้าหลายอย่าง ทั้งนักวิจัยที่กำลังทดสอบตัวยาและเอกสารที่มาจากพื้นที่กลางทวีปส่วนหนึ่ง ยังมีคนที่อ้างตัวว่ามาจากกลางทวีปอีกสองคนซึ่งกำลังถูกส่งตัวมายังเมืองหลวงศูนย์กลางเพื่อสอบปากคำ
ติ๊ดๆเสียงแจ้งเตือนจากทริกเกอร์ทำให้เอลิสงัวเงียตื่นขึ้นมา หัวหนุนอยู่บนตักของพันเอกคาสเวลที่นั่งพิงหัวเตียงรับสายที่โทรเข้า“อืม... ได้” พันเอกพูดสายแค่ไม่กี่คำก็กดตัดสายทิ้งแล้วก้มมองไกด์ตัวน้อยของเขาที่ตาปรือแหงนมองขึ้นมา“กี่โมงแล้วครับ” เอลิสถามด้วยเสียงเบาหวิวติดจะแหบพร่าเล็กน้อย“เพิ่งเจ็ดโมงเช้า นอนต่อเถอะ” พันเอกพูดพร้อมกับลูบศีรษะกลมที่ปกคลุมด้วยผมสีดำนุ่มลื่นอย่างเบามือเอลิสเพิ่งได้นอนตอนตีห้ากว่าๆเท่านั้น ดวงตาจึงปรือปรอยจะหลับลงให้ได้แต่ยังไม่ทันที่เอลิสจะได้นอนหลับอีกครั้ง ทริกเกอร์อีกเสียงก็ดังขึ้น ในครั้งนี้มันดังอยู่ปลายเตียงนอน แน่นอนว่าไม่ใช่ของพันเอกคาสเวลดูเหมือนว่าตอนที่ถูกจับเปลื้องผ้า พันเอกจะถอดให้หมดเลยจริงๆ แม้แต่ทริกเกอร์ที่ควรสวมติดตัวตลอดเวลาก็ไม่ละเว้นเอลิสเริ่มหายง่วงแล้วเมื่อถูกปลุกถัดๆกันสองค







