Se connecterติ๊ดๆ
เสียงเครื่องดังไม่กี่ครั้งเป็นการยืนยันการขออนุญาตเสร็จสิ้นทริกเกอร์เครื่องนี้ก็มีสายเรียกเข้าดังลั่นขึ้นมา
“แกทำบ้าอะไรลงไป!” หลังกดรับสายปลายสายก็ตะโกนลั่น หน้าปัดทริกเกอร์โชว์ใบหน้าของบุคคลคุ้นตาที่เห็นในข่าวบ่อยๆ พลโท มอแกน คาสเวล พ่อของพันเอกคาสเวลที่ยิ้มกริ่มขณะนี้
“ผมทำตามกฎหมาย” ตอบพลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ อารมณ์ดีผิดปกติ
“ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายก็ไม่ต่างจากทำผิดกฎหมาย! แกไปล่อลวงไกด์นอกกฎหมายที่ไหนมา!” พลโทตะเบงเสียงผ่านกล้อง
ไกด์นอกกฎหมายสะดุ้งโหยงไม่รู้ตัวว่าทำอะไรผิดไปหรือเปล่า แต่คิดไปคิดมาก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม ไกด์นอกกฎหมายคือไกด์ที่ไม่ยอมลงทะเบียนกับสมาคม แต่เขาเป็นแค่ไกด์หมาดๆที่ยังไม่ได้ไปขึ้นทะเบียนเท่านั้น
“ผมแค่ช่วยให้เขาลงทะเบียนเข้าสมาคมแบบอัตโนมัติเท่านั้นเอง” พันเอกคาสเวลตอบกลับ
สำหรับเอสเปอร์ระดับสูงสุด การขออนุญาตจับคู่ทำได้ง่ายๆเพียงแค่สแกนม่านตาด้วยความยินยอมจากทั้งสองฝ่าย เมื่อส่งเข้าระบบของทางสมาคมเสร็จจะได้รับการอนุมัติทันที นี่ย่อมเป็นสิทธิพิเศษของคนเช่นเขา และผู้ที่จับคู่ด้วยไม่ว่าจะเป็นไกด์ในสมาคมหรือไกด์นอกกฎหมายจะได้รับการลงทะเบียนด้วยสิทธิพิเศษในระดับเดียวกัน นั่นย่อมสูงกว่าสิทธิพิเศษโดยทั่วไปของทางสมาคม ไกด์ระดับนี้จะไม่ถูกบังคับให้ทำการไกด์ดิ้งให้ผู้อื่นแม้การจับคู่จะยังไม่สำเร็จก็ตาม
“แกรีบกลับมานี่เดี๋ยวนี้เลยนะ! ก่อปัญหาไว้แล้วเผ่นออกไป จากนั้นก็สร้างปัญหาเพิ่มอีกแบบนี้น่ะเหรอ!” พลโทจ้องหน้าจอเขม็ง
“ไกด์ของผมไม่มีปัญหานะ” พันเอกตอบกลับ
“แกไม่มีปัญหาแต่คนอื่นมีปัญหาน่ะสิ ไหน ไกด์คนไหนที่แกไปล่อลวงมาแบบไม่เต็มใจคนนั้น” พลโทพูดพลางส่งสายตากดดันไปที่ลูกชายที่ชอบก่อเรื่องตรงหน้า
พันเอกคาสเวลเบนกล้องทริกเกอร์ไปที่คนตัวเล็กหน้าตาตื่นบนตัก ความที่มึนๆเบลอๆจากการส่งพลังแบบความคุมไม่ได้อยู่ ความสามารถในการวิเคราะห์ตัดสินใจจึงติดลบ เมื่อเห็นนายพลระดับสูงจึงทักทายออกไปเกร็งๆ
“สะ สวัสดีครับท่านพลโท”
“เจ้าหนู อายุเท่าไหร่ มาเจอเจ้าหมอนี่ได้ยังไง มันบังคับอะไรไหม ทำร้ายเธอหรือเปล่า” พลโทถามออกมาเป็นชุด
สมองกำลังสั่งการได้ไม่ดี คำตอบเลยรวบยอดง่ายๆไปว่า “เปล่าครับ” จะให้ตอบอย่างอื่นก็กลัวคนข้างๆนี่เอาเรื่องเหมือนกัน
ด้วยความที่พลโทเห็นเจ้าหนูที่อยู่บนตักลูกชายไม่ได้มีท่าทางเหมือนถูกบังคับอย่างที่คิด ไม่เห็นอาการขัดขืนหรือไม่พอใจ แต่ดูจะเกร็งไปนิดเท่านั้น จึงมองนิ่งๆอยู่พักหนึ่งแล้วหันไปสั่งลูกชาย
“ให้เวลาถึงพรุ่งนี้เช้า แกมาอธิบายเรื่องนี้ที่หน่วย รวมถึงเรื่องที่แกก่อไว้เมื่อก่อนหน้านี้ด้วย” พูดจบก็วางสายไป
เอลิสที่เห็นว่ามีคนใหญ่คนโตรู้เห็นเช่นนี้เขาน่าจะปลอดภัยแล้วจึงวางใจลง ความกลัวลดลงไปมากความมั่นใจก็กลับมา เขาหันไปหาคนตัวโตเพื่อขอคำอธิบาย แต่เมื่อจ้องใบหน้าคมเข้มดวงตาคมกริบนั้นก็รู้สึกหงออยู่ดี ก็เลยได้แต่กระพริบตาปริบๆมองไม่ได้ถามอะไรออกไป
“มีอะไร” พันเอกเป็นฝ่ายถามขึ้นมาก่อน
เอลิสจึงมีแรงฮึดเมื่อรู้สึกว่าความจริงแล้วพันเอกท่านนี้ก็ไม่ได้อารมณ์ร้ายตลอดเวลาอย่างที่คิด “ปล่อยผมนั่งโซฟาคุยกันดีๆก่อนได้ไหมครับ”
“หืม นั่งแบบนี้แหละ ไม่ได้หนักอะไร”
นั่นใช่ปัญหาที่ไหนล่ะ เอลิสคิด แต่ก็ไม่กล้าขัด
“พันเอกลงทะเบียนให้ผมเข้าสมาคมแล้วเหรอครับ ทำได้ด้วยเหรอ” นี่เป็นคำถามสำคัญที่สุดสำหรับเอลิส
สวัสดิการสำหรับไกด์ระดับต่ำสุด หากนับแค่เงินให้เปล่ารายเดือนก็แทบจะเท่ากับเงินเดือนที่เขาทำงานวันละสิบกว่าชั่วโมงทุกวันแบบนี้แล้ว ไหนจะเงินจากการทำงานเป็นไกด์ดิ้งอีก มีที่พักพร้อมอาหารฟรี เรื่องดีๆแบบนี้จู่ๆก็หล่นใส่หัวทำเอารู้สึกว่าเป็นเรื่องโกหกไปเสียได้
“ยศพันเอกทำอะไรได้มากกว่าที่คิด” อีกฝ่ายตอบกลับ
“แล้วตอนนี้พันเอกดีขึ้นบ้างหรือยัง”
“ก็ไม่เท่าไหร่”
ก็ไม่เท่าไหร่คือดีขึ้นหรือยังไม่ดีวะครับ? เอลิสสบถในใจ
“ผมคงช่วยไม่ได้มากเท่าไหร่ล่ะมั้งครับ พันเอกลองติดต่อหาไกด์ระดับเดียวกันดูดีไหม” เอลิสต้องการออกจากสถานการณ์ตอนนี้อย่างยิ่งยวด
พันเอกคาสเวลจ้องมองคนตรงหน้านิ่งๆ ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้ตัวเลยว่าการที่ตนเองสามารถส่งพลังในการไกด์ดิ้งออกมาเรื่อยๆให้ระดับ S ได้แบบนี้มันไม่ปกติ แถมยังเป็นแค่พลังที่รั่วไหลออกมาเพราะควบคุมไม่ได้
ระดับต่ำที่สุดที่เป็นไปได้คือ A แต่ก็ยังอาจเป็นระดับ S ได้ด้วย พันเอกรู้สึกว่าตนเองตกของดีสุดๆมาได้เลยนี่นา
ยื่นเรื่องจองตัวไว้แล้ว เหลือก็แต่บ่มเพราะความสัมพันธ์ไปเรื่อยๆเพื่อจับคู่
การจับคู่ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ความสนิมสนมทางกายต้องลึกซึ้งนั่นคืออย่างแรก หากต้องการให้พันธะแน่นแฟ้นต้องมีความสนิทสนมทางอารมณ์และทางจิตวิญญาณด้วย รวมไปถึงความเข้ากันได้อีก เมื่อมองไปที่ร่างจิตเสือโง่ที่กำลังกกกอดแมวน้อยที่ทำหน้าเซ็งอยู่แน่นไม่ยอมปล่อย ระดับความเข้ากันได้คงสูงทีเดียว
พันเอกยิ้มไม่ตอบคำ จับศีรษะที่เต็มไปด้วยเส้นผมสีดำสลวยแนบที่หน้าอก มืออีกข้างก็ตบหลังเบาๆเหมือนกล่อมเด็ก
เอลิสที่พลังเพิ่งตื่น ร่างกายกำลังปรับสภาพมีความอ่อนล้าสะสมอยู่มาก เมื่อเบาใจว่าพันเอกข้างตัวเป็นคนดีกว่าที่คิดก็ปล่อยให้ความง่วงเข้าครองสติไม่นานก็หลับไป
เมื่อเอลิสนอนหลับพลังที่รั่วไหลก็ขาดห้วงลง พันเอกขมวดคิ้วแต่ก็ไม่ได้ฝืนปลุกอีกฝ่าย เขาเข้าใจกระบวนการปรับสภาพของไกด์ และเขาก็ต้องการให้ไกด์ของเขามีสภาวะร่างกายที่ดีที่สุด แน่นอนว่าหลังจากนี้ต้องเตรียมอาหารเสริมจำนวนมาก เพราะดูแล้วไกด์ของเขาออกจะผอมไปเสียหน่อย คิดไปมือก็อยู่ไม่สุขลูบคลำเอวบางของคนในอ้อมอก ในหัวมีความคิดบางอย่างที่คิดไปคิดมาก็เริ่มตื่นตัวนิดๆ เขาจึงต้องหายใจเข้าลึกๆอยู่หลายทีเพื่อขับไล่ความคิดของตัวเอง
ความจริงพันเอกไม่ใช่คนดีเหมือนที่เอลิสคิดเลยสักนิด
แมวน้อยที่มองจากวงนอกและกำลังหงุดหงิดเจ้าเสือที่โตแต่ตัวนี่ มันตะโกนในใจให้เจ้านายหนีไปเป็นครั้งที่หนึ่งร้อย แน่นอนว่าเจ้านายของมันไม่เข้าในภาษาแมว
“พิจารณาจากโทษของคดีที่สอง ข้อที่สองจุดหนึ่ง การละเลยการปฏิบัติหน้าที่ที่อาจนำมาซึ่งความเสียหายเป็นวงกว้างต่อผู้คนและทรัพย์สิน โทษสูงสุดคือคำสั่งปลดประจำการพร้อมเข้าสู่ศาลตัดสินว่าด้วยเรื่องที่อาจนำไปสู่การล้มล้างการปกครองของเมืองหลวงที่ 3 ซึ่งโทษสูงสุดคือการประหารชีวิตข้อที่สองจุดสอง การลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ต้องจ่ายค่าปรับตามจำนวนวันที่เข้ามาและถอนสิทธิในการเข้าออกเมืองเป็นเวลาสูงสุดสิบปี”หลังการกล่าวโทษในครั้งนี้พยานที่เหลือจึงขึ้นให้การ เอลิสกล่าวถึงความร่วมมือที่เขาวางแผนเอาไว้กับพันเอกโดยมีเอกสารยืนยันจากจอมพลรับรอง เขาจึงถูกกันตัวออกจากการเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนร่วมในขบวนการไกด์ดานีลเป็นพยานในเรื่องการสะกดจิตล้วงความลับในการปฏิบัติการจับกุม พันตรีวอลช์และพยานอีกคนก็เช่นเดียวกันที่ขึ้นให้การเกี่ยวกับการบุกตลาดมืดใต้ดิน เหมือนทั้งสองจะเป็นทหารในสังกัดพันเอกเดอริททั้งคู่“โทษที่ได้รับในส่วนของคดีที่สอง จากการเพิ่มการลดโทษเมื่อพิจารณาจากค
ภายในศาลพิเศษภายใต้การดูแลของสภาสูง การพิจารณาต้องประกอบด้วยสามฝ่าย คือฝ่ายสภาสูงเอง สมาคมและรัฐบาล อีกทั้งเมื่อต้องวิพากย์เอสเปอร์จำต้องมีเอสเปอร์จากหน่วยงานอื่นมาเข้าร่วมฟังผลอย่างน้อยสิบคน หนึ่งในนั้นคือพันเอกคาสเวลที่ยัดตัวเองเข้ามาเพื่อดูแลไกด์ตัวน้อยของเขาภายในห้องพิจารณาตัดสินเป็นโถงขนาดใหญ่ ด้านหน้าคือบังลังก์สำหรับผู้ควบคุมผลตัดสินและเหล่าผู้มีอำนาจเต็ม ด้านหลังเป็นที่นั่งในรูปแบบขั้นบันไดลดหลั่นกันไปสำหรับสมาชิกของแต่ละหน่วยงานที่เข้ามาฟังผลคดี ในส่วนตรงกลางห้องเป็นคอกเตี้ยครึ่งวงกลมสำหรับผู้ถูกตัดสิน โดยที่ไม่ไกลกันนั้นเป็นโพเดียมสำหรับพยานในการแจ้งสารแก่ผู้ควบคุมผลตัดสินอีกทีเอลิสเป็นหนึ่งในคนที่นั่งเรียงแถวอยู่ด้านหลังโพเดียมสีน้ำตาลแก่ ข้าง ๆ เขาประกอบด้วยไกด์ดานีล พันตรีวอลช์ผู้เป็นทหารหน่วยข้อมูลของพันตรีเดอริท และผู้ร่วมในเหตุการณ์จับกุมอีกสองคนที่เอลิสไม่รู้จักพวกเขารอไม่นานพลตรีเวสเตอร์ก็ถูกจอมพลสูงสุดพาเข้ามาเป็นคนสุด
รายการยาของทางสโมสรได้ออกมาแล้ว หากไม่นับตัวยาที่มีผลผิดพลาดร้ายแรงจะคงเหลือยาที่ใช้งานได้อยู่สามประเภทเท่านั้น ได้แก่ พิกซี่ที่ใช้สร้างเอสเปอร์เทียม ต้องกินอย่างต่อเนื่องเพื่อคงพลังเอาไว้ ดรายแอดที่พลตรีเวสเตอร์เคยใช้ มันจะดึงอายุขัยแทนที่ขีดจำกัดและพลังที่เพิ่มขึ้น ตัวนี้จะมาพร้อมกับยาแก้ของมันเองอีกชนิดที่ไม่มีใครรู้จักมาก่อนคือ นิมฟ์ ยาที่สามารถเพิ่มระดับขั้นของเอสเปอร์มีผลราว ๆ หนึ่งสัปดาห์ถ้ากินซ้อนทับกันจะเพิ่มระดับขึ้นไปเรื่อย ๆ ผลข้างเคียงดูเหมือนไม่มากเพียงแค่ทำให้ร่างกายอ่อนแรงหลังจากตัวยาหมดฤทธิ์ แต่หากใช้เป็นระยะยาวนานจะทำร้ายโครงสร้างร่างกายจนเสียหายอย่างหนักในส่วนของแฟรี่ ทางสโมสรได้จัดให้เป็นผลงานที่ล้มเหลวไปแล้วตอนนี้เมื่อมีการค้นพบตัวยาที่ผลข้างเคียงต่ำกว่ามากทั้งยังให้ผลดีในการต่อสู้ ทุกฝ่ายย่อมให้ความสนใจเป็นธรรมดาก๊อก ๆ“ขออ
“ไม่ได้เจอกันสักพักแล้วนะครับ” ไกด์ดานีลนั่งลงตามที่เอลิสต้องการก่อนจะกล่าวทักทายขึ้นมาอีกครั้ง“นั่นสินะครับ” เอลิสพยักหน้ารับแล้วถามต่อ “ว่าแต่คุณไกด์ดานีลต้องมาเป็นพยานในการสอบสวนพลตรีเวสเตอร์ด้วยเหรอครับ”สภาสูงในวันนี้ประกาศตัดสินโทษของบุคคลเดียวเท่านั้น เอลิสจึงรู้ว่าอีกฝ่ายมาด้วยเหตุนี้เช่นกันแต่ไม่รู้เหตุผล“ใช่ครับ ผมเป็นคนสอบปากคำคนของสโมสรที่กองพันที่ 2 และ 3 จับตัวเอาไว้ได้ในช่วงแรกของการบุกจับกุม จึงต้องมารับการสอบด้วยในวันนี้ครับ” ไกด์ดานีลตอบคำถามด้วยรอยยิ้ม เขามองดูเอลิสอยู่ครู่หนึ่งจึงได้เริ่มต้นกล่าวสิ่งที่ทำให้เขามาหาเอลิสในตอนนี้ “ผมคิดว่าตอนนี้คุณต้องระวังตัวเอาไว้หน่อยนะครับ”ดานีลต้องมาเป็นพยานก็จริง แต่ด้วยอำนาจของไกด์อาวุโสเขาไม่จำเป็นต้องมานั่งรอเวลาแบบนี้ แต่ข่าววงในที่ได้รับมาทำให้เขาค่อนข้างเป็นกังวลเอลิสพยักหน้ารับคำไม่ได้ใส่ใจสิ่งที่อีกฝ่ายบอกนัก จะอย่างไรพันเอกคาสเวลก็เพิ่งพูดในรูปแบ
จอมพลได้รับแจ้งว่าใครคือหัวหน้าสโมสรตั้งแต่ที่พันเอกคาสเวลและพันเอกเดอริทระแคะระคายว่าบุคคลใต้หน้ากากนั้นดูคุ้นตา จอมพลจึงแจ้งไปยังตัวเมืองที่อยู่โดยรอบของเมืองชายแดนที่ 3-15 ซึ่งพลตรีเวสเตอร์ได้ถูกส่งไปประจำการ จะอย่างไรชายแดนตะวันตกค่อนข้างเกิดการปะทะบ่อยครั้ง เมืองจึงถูกสร้างใกล้ๆกันเพื่อเป็นปราการป้องกันไม่ให้สัตว์ประหลาดหลุดเข้ามาเขตด้านในมากนัก การระดมเอสเปอร์หลายเมืองเพื่อบุกเมืองเดียวจึงเป็นเรื่องง่ายดายโดยที่แต่ละเมืองไม่ต้องส่งคนมามากนักยังมีความเป็นไปได้หนึ่งที่ว่าพลตรีเวสเตอร์อาจร่วมมือกับเอสเปอร์ระดับ S เมืองใกล้เคียง แต่ความเป็นจริงมันเป็นไปได้น้อยมาก เอสเปอร์ระดับ S พวกนี้ความคิดค่อนข้างเป็นเอกเทศ พวกเขามักจะกดข่มกันเองมากกว่าจะยอมร่วมมือกันด้วยดีเสียด้วยซ้ำเมื่อเข้ายึดเมืองได้จึงพบเข้าหลายอย่าง ทั้งนักวิจัยที่กำลังทดสอบตัวยาและเอกสารที่มาจากพื้นที่กลางทวีปส่วนหนึ่ง ยังมีคนที่อ้างตัวว่ามาจากกลางทวีปอีกสองคนซึ่งกำลังถูกส่งตัวมายังเมืองหลวงศูนย์กลางเพื่อสอบปากคำ
ติ๊ดๆเสียงแจ้งเตือนจากทริกเกอร์ทำให้เอลิสงัวเงียตื่นขึ้นมา หัวหนุนอยู่บนตักของพันเอกคาสเวลที่นั่งพิงหัวเตียงรับสายที่โทรเข้า“อืม... ได้” พันเอกพูดสายแค่ไม่กี่คำก็กดตัดสายทิ้งแล้วก้มมองไกด์ตัวน้อยของเขาที่ตาปรือแหงนมองขึ้นมา“กี่โมงแล้วครับ” เอลิสถามด้วยเสียงเบาหวิวติดจะแหบพร่าเล็กน้อย“เพิ่งเจ็ดโมงเช้า นอนต่อเถอะ” พันเอกพูดพร้อมกับลูบศีรษะกลมที่ปกคลุมด้วยผมสีดำนุ่มลื่นอย่างเบามือเอลิสเพิ่งได้นอนตอนตีห้ากว่าๆเท่านั้น ดวงตาจึงปรือปรอยจะหลับลงให้ได้แต่ยังไม่ทันที่เอลิสจะได้นอนหลับอีกครั้ง ทริกเกอร์อีกเสียงก็ดังขึ้น ในครั้งนี้มันดังอยู่ปลายเตียงนอน แน่นอนว่าไม่ใช่ของพันเอกคาสเวลดูเหมือนว่าตอนที่ถูกจับเปลื้องผ้า พันเอกจะถอดให้หมดเลยจริงๆ แม้แต่ทริกเกอร์ที่ควรสวมติดตัวตลอดเวลาก็ไม่ละเว้นเอลิสเริ่มหายง่วงแล้วเมื่อถูกปลุกถัดๆกันสองค







