LOGINกลุ่มพนักงานต่างถอยหลีกทางให้ฟรินน์น้องชายของรองประธาน
หัวหน้าแผนกขยับเข้ามากระซิบ พูดเสียงเบาได้ยินเพียงสองคน
“มีผู้หญิงมาขอพบรองประธานครับ แต่เธอกลับไปแล้ว เหลือทิ้งไว้แค่…” เขาชี้ไปยังคู่แฝดทารก นอนร่ำไห้สะอึกสะอื้นในรถเข็น เห็นแล้วน่าเอ็นดู ก่อนจะเล่าต่อ “แม่เด็กมาที่นี่ 2 ครั้งแล้วครับ เธอแจ้งว่าอยากเจอรองประธาน เอาลูกมาให้รองประธานทำนองนี้ครับ”
รูม่านตาสีน้ำตาลขยายกว้าง ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ราวกับโดนผีหลอก ฟรินน์ประหลาดใจเป็นอย่างมากเมื่อได้เห็นใบหน้าของเด็กคู่แฝด เขาหันหลังกลับไปมองพี่ชาย อีกฝ่ายยืนคุยโทรศัพท์ไม่รู้ร้อนรู้หนาว
ไม่ใช่เรื่องตลกแล้ว!
เหล่าพนักงานชายหญิงหันมองตามฟรินน์ เมื่อรู้ว่ารองประธานอยู่ที่นี่ทุกคนต่างนิ่งเงียบ เจียมตัวเกรงใจในตำแหน่งที่สูงกว่า หากแต่สายตายังแอบเพ่งมองไปที่เขา เขาผู้มีอำนาจรองจากประธานใหญ่ เบอร์สองของบริษัท และกำลังจะเลื่อนขั้นขึ้นแทนเบอร์หนึ่ง รับช่วงต่อจากบิดา
“เหมือนมาก” เสียงซุบซิบ
บานกระจกใสมองทะลุ สองสาวตัวแสบซุ่มดูเหตุการณ์ด้านนอกเงียบ ๆ
“ทำแบบนี้จะดีเหรอ”
“อือ อยู่เฉย ๆ เหอะ”
“ฉันสงสารลูก” พูดจบหมูหวานจ้ำอ้าวหมายจะเข้าไปข้างใน ฝีเท้าเดินหยุดชะงัก เมษารั้งตัวเพื่อนไว้
“หยุดเลย ไม่ต้องเข้าไป เราตกลงกันแล้วไง”
“ถ้าพวกเขาเอาลูกฉันไปทิ้งล่ะ”
“เด็กตั้ง 2 คนนะ ใครบ้างจะเอาไปทิ้ง ให้มันรู้ไป อดทนรอดูเงียบ ๆ ไปก่อน ถึงตอนนั้นค่อยไปเอายัยหนูแฝดกลับก็ไม่สาย”
หัวอกคนเป็นแม่ร้อนรุ่ม เมษาเห็นเพื่อนจะร่ำไห้ ชักแม่น้ำทั้งห้าปลอบใจ
“รอให้เขาอ่านโน้ตก่อนเหอะ หากรู้ว่าคือลูกในไส้ มันไม่มีวันทำแบบนั้นแน่ เชื่อฉันสิ ยัยหนูแฝดหน้าตาถอดแบบพ่อมันเด๊ะ มองแว็บเดียวก็น่าจะรู้ ถ้าพ่อมันไม่โง่”
“แล้วถ้าเขาโง่ล่ะ”
“โอ๊ยยยยย หมูหวาน! ของแบบนี้มันอยู่ในสายเลือดปะ ก็ไม่น่าจะโง่ขนาดนั้นเปล่า”
ฟรินน์สั่งหัวหน้าแผนกและผู้ช่วยมือขวาของเขาที่เดินตามหลังมา พาเด็กคู่แฝดไปไว้ห้องส่วนตัวชั้นบน ก่อนจะเดินมาหาพี่ชายที่เอาแต่คุยสายโทรศัพท์ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม เขาจ้ำอ้าวคว้าแขนรั้งตัวพี่ชาย อีกฝ่ายกำลังจะเดินออกไปข้างนอก
“มีคนบอกว่าเอาลูกมาให้พี่” ฟรินน์กระซิบบอก
“ไร้สาระน่า” เฟลิกซ์ตอบเฉยเมยไม่แยแส เขาทราบอยู่ก่อนแล้ว เลขานุการแจ้งมีผู้หญิงอยากพบเขา เธอเอาลูกสาวเขามาส่ง แต่เขาไม่อยากเจอหล่อน คงเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ เลยปล่อยรอเก้อตั้งแต่เมื่อสองวันก่อน
“ไม่ต้องไปคุยงานแล้วพี่ วันนี้เรามีเรื่อง” ฟรินน์พูดจริงจัง แววตาดุดัน
“ฮึ อะไร”
เสียงทารกยังร่ำไห้ตลอดเวลา จนเฟลิกซ์รู้สึกตัวว่าน่าจะเป็นเรื่องนี้
“เด็กถูกลืมก็ไปแจ้งความประกาศตามหาพ่อแม่สิ เรื่องง่าย ๆ”
ฟรินน์มองหน้าคนพูด พ่อมันอาจจะยืนอยู่ตรงนี้ จะไปแจ้งตำรวจอีกทำไม
มีเรื่องต้องคุยกันยาว เขามั่นใจมาก เพราะเฟลิกซ์พี่ชายของตนมีพี่สาวฝาแฝด ทั้งคู่เป็นแฝดชายหญิง แล้วเด็กคู่แฝดที่หน้าตาคล้ายคลึงกัน อะไรมันจะลงล็อกขนาดนี้
จะเป็นเรื่องกลั่นแกล้งสร้างความวุ่นวายก็ไม่น่าใช่ เพราะไม่น่าจะมีแม่คนไหนบ้าถึงขั้นเอาลูกมาทิ้งในสถานที่ทำงานผู้คนพลุกพล่าน บางทีพี่ของตนอาจจะไปทำผู้หญิงท้อง ไข่ทิ้งไว้ไม่รู้ตัว ต้องใช่แน่ ๆ
ภายในห้องส่วนตัวปลอดสายตาผู้คน ผู้ช่วยคนสนิทของฟรินน์กำลังโอ๋ทารก และอีกหนึ่งคนพยานปากสำคัญ ผู้เห็นเหตุการณ์ หน้าตารูปพรรณแม่ของเด็ก
ในรถเข็นมีกระดาษโน้ตหนึ่งแผ่นเขียนด้วยลายมือ ฟรินน์ยื่นสิ่งนี้แก่พี่ชาย
…ฉันพาลูกสาวของคุณเฟลิกซ์ มาส่งคืนพ่อค่ะ…
ประโยคเพียงไม่กี่ตัวอักษร ทำคนอ่านใจสั่น เฟลิกซ์ช้อนสายตาขึ้นมองทารกตัวกลมที่ผู้ช่วยกำลังอุ้มอยู่ หัวใจของเขาเต้นถี่กว่าปกติ มันเรื่องบ้าบออะไรกันเนี่ย
ฟรินน์เค้นถามพี่ชายราวกับสอบสวนนักโทษ
“พี่ไปแอบไข่ทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อไร เรื่องใหญ่เลยนะ”
“ไม่ใช่ไข่ฉันแน่ สเปิร์มฉันไม่ออกมาหน้าตาบู้บี้แบบนี้หรอก”
“พี่ไปคั่วเด็กมหาลัยมาหรือเปล่า ?”
“ฉันไม่ใช่แก”
“แม่เด็กอาจจะยังเรียนอยู่ เลยไม่มีทุนทรัพย์เลี้ยง เลยเอามาให้พ่อมันเลี้ยงไรงี้ ผมว่าแบบนี้ฟังดูมีเหตุผลนะ ค่อนข้างมีน้ำหนักเลยแหละ”
“ไร้สาระน่า ใครบ้าเอาลูกมาทิ้งในที่โจ่งแจ้งแบบนี้”
“ไม่ตลกนะพี่ พี่มองหน้าเด็กสิ ไม่ต้องตรวจ DNA หรอก ลูกพี่ชัด ๆ ดูแค่หน้าก็รู้แล้วใครพ่อมัน”
เหมือนรูปถ่ายในอัลบั้มวัยเด็กที่บ้านเด๊ะ ยิ่งหันมาดูคนที่คาดว่าจะเป็นพ่อตามในกระดาษโน้ต ใช่เลย
“พี่เฟียกับพี่เป็นฝาแฝดกัน ละทีนี้ได้ลูกออกมาเป็นฝาแฝดอีก ไม่ต้องสืบ”
เฟลิกซ์หรือผู้ที่คาดว่าเป็นพ่อเด็กนิ่งสงบ ทว่าภายในใจแปรปรวน แล้วแม่เด็กเป็นใคร ? อยู่ที่ไหน ? ไหงหล่อนเอาลูกมาทิ้งไว้แบบนี้ เป็นการกระทำที่อุกอาจ เขาย้อนนึกผู้หญิงคนล่าสุดที่เคยหลับนอนด้วย ก็เมื่อปีก่อนโน่น
หรือจะเป็นลูกของเขากับเธอคนนั้น ? ต้องเป็นเธอแน่ ไม่มีคนอื่นแล้ว
เขากะพริบตาสลัดความคิดไร้สาระนั้นทิ้ง ก็แค่เด็กหน้าตาไทป์ฝรั่ง ทารกวัยแบเบาะมันก็คล้าย ๆ กันหมด พวกสร้างความร้าวฉานเอาเด็กมาแอบอ้างสร้างความปั่นป่วน
ด้านฟรินน์ยังคงเชื่อสนิทใจ หลานเขาแน่ๆ รับตัวหนึ่งในคู่แฝด ร่ำไห้สะอื้นปานใจจะขาด
“หลานอา เงียบเร็ว”
สองมือจับช่วงตัว อุ้มขึ้นความสูงระหว่างอก เอี้ยวซ้ายขวาดูชัด ๆ
“ผู้หญิงหรือชายฮึ ดูไม่ค่อยออกเลย หญิงหรือเปล่า ชุดหวานแหววเชียว”
ฟรินน์พูดพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม พลางหันมาทางพี่ชายจอมหยิ่ง
“พ่อคงดีใจแน่เลยพี่ ตระกูลเรามีหลานเพิ่มแล้ว ตั้ง 2 คนแน่ะ”
หนุ่มจอมทะเล้นแหย่ต่อ “ผมละอยากเห็นจริง ๆ สีหน้าพ่อตอนรู้ ทีนี้ละพี่ พ่อต้องช็อกตายแน่ ๆ ฮาฮ่า”
“เงียบได้ไหมฟรินน์ !” เฟลิกซ์คิ้วขมวด กดเสียงต่ำสั่งปิดปากพล่อย ๆ ของน้องชาย พนักงานสาวอีกคนกำลังชำเลืองจับผิดเขาอยู่ เขาค่อนข้างซีเรียสเรื่องภาพลักษณ์เป็นอย่างมาก
ในอีกไม่กี่เดือนนี้ เขาจะได้ขึ้นเป็นประธานใหญ่แทนพ่อ เรื่องอื้อฉาวดิสเครดิต หากคนนอกรู้เข้ามีแต่เสื่อมเสีย เฟลิกซ์สั่งงานผู้ช่วยของตนไปปิดปากพนักงานทุกคน
ผู้ช่วยมือขวาตรงดิ่งทำตามบัญชาว่าที่ท่านประธานใหญ่ ตอนนี้พนักงานทั้งชายหญิงต่างเมาท์มอยไม่เป็นอันทำงาน ผู้ช่วยแจ้งสารแก่หัวหน้าแผนก
“หากเรื่องนี้เป็นข่าวรั่วไหล รองประธานสั่งไล่ออกทั้งแผนก”
หัวหน้าแผนกยิ้มเจื่อนเหงื่อแตก จัดการลูกน้องในสังกัดของตัวเอง
บักเฟเอ๋ย ลูกแกนั่นแหละ หน้าตาบู้บี้ได้พ่อมันมา😂
ตั้งแต่แต่งงานกันมา ยังไม่มีโอกาสพาภรรยาไปเที่ยวไหนไกลๆ ช่วงฮันนีมูนเธอแพ้ท้อง เราเลยอยู่บ้านเป็นหลัก เที่ยวต่างจังหวัดกันนิดหน่อย ทว่าหนนี้เฟลิกซ์มีแพลนพาหมูหวานไปเที่ยวต่างประเทศเธอคลอดแล้ว น้องฟร๊องต์อายุครบ 8 เดือน ไม่น่าจะมีอะไรน่ากังวล ที่น่าห่วงคือไอ้สองหมูดื้อ แน่นอนว่าเที่ยวหนนี้เขาจะไม่พาลูกไปด้วย เพราะแทนที่จะได้ผ่อนคลายกลับต้องมาตามวิ่งไล่จับลูกไม่ได้พัก สร้างเรื่องปวดหัวอีกแน่ เผลอๆ ไปหลงในต่างแดนวุ่นอีก ตัดปัญหาคือให้สองหมูดื้ออยู่บ้านอาจจะเป็นการตัดสินใจที่ไม่ยุติธรรมสำหรับเด็กๆ แต่เขาคิดทบทวนถี่ถ้วนดีแล้ว ขนาดพาไปเที่ยวห้างสรรพสินค้ายังต้องจูงมือห้ามขาด ปล่อยหลุดมือไม่ได้เลย มันหาย ครั้งนั้นเขาเผลอปล่อยมือแวบเดียวตอนควักกระเป๋าจ่ายเงิน หันมองอีกทีไม่เจอตัวแล้ว สองพี่น้องพากันหายไปไหนก็ไม่รู้ กว่าจะหาตัวเจอร่วม 20 นาที ต้องประกาศประชาสัมพันธ์ตามหาทั่วห้างสรรพสินค้า ลูกชอบออกผจญภัย เด็กคงจะสนุก แต่หัวอกคนเป็นพ่ออย่างเขาวิตกกังวล กลัวใครมาอุ้มจับไปขายทิ้งสองหมูดื้อจอมป่วนไว้ที่บ้านปลอดภัยกว่า แต่จะให้อยู่กับคุณทวดก็ไม่ไหวอีก ตาสุวิทย์ กับยายดาวเรือง อายุ 76 ปี เหมือนจะ
สัปดาห์ถัดมา เลิกเรียนกลับบ้าน วันนี้มีของฝากมาให้แม่ หยองหยอง แฮมแฮม เปิดกระเป๋าสะพายหลัง รูดซิปลง อุ้งมือน้อยคว้าหยิบบางสิ่งที่ตั้งใจทำออกมา“มามี้ หยองทำที่โยงเยียน ให้มามี้” หยองหยองยื่นส่งสิ่งนั้นแก่มารดา“ทีเชอร์บอก เอามาให้มามี้”แฮมแฮมพูดน้ำคำไร้เดียงสา ส่งยื่นให้แม่ด้วยเช่นกันกระดาษแข็งสีชมพูที่ลูกถือในมือ ฉันพอเดาได้ว่ามันคืออะไร การ์ดนั่นเอง วันนี้ 12 สิงหา เป็นวันแม่ ลูกนำการ์ดมามอบให้ฉัน หัวใจของฉันพองโต เป็นครั้งแรกที่ฉันได้รับสิ่งนี้ในฐานะแม่ ความรู้สึกปลาบปลื้มใจเอ่อล้น พรั่งพรูมาพร้อมกับน้ำในดวงตา“น่ารักจังเลยค่ะ ขอบคุณนะคะลูก”ฉันรับการ์ดสีชมพูติดกากเพชรวิบวับ เปิดออกเพื่อดูภายใน รูปหัวใจสีแดงถูกระบายด้วยสีเทียน มันดูบิดเบี้ยวเพราะถูกวาดด้วยฝีมือของเด็ก สำหรับฉันเป็นรูปสวยมาก“มาเทอร์เดย์” หยองหยองพูดขึ้น คุณครูที่โรงเรียนบอกมาเช่นนี้ ซึ่งเด็กหญิงเองไม่ได้เข้าใจความหมายมากนักว่ามันคือวันอะไร เป็นวันของแม่หรือเปล่าฉันก้มจุ๊บเหม่งลูกสาวคนละที“หยองหยอง แฮมแฮม ของแม่น่ารักที่สุด”อีกด้านหนึ่ง“พวงมาลัยครับ เราเอาไปไหว้แม่กันนะ”หยองหยอง แฮมแฮม ยกพวงมาลัยดอกมะลิสีขาวส
บ่ายสองของวันจันทร์ รองประธานในชุดสูท แวะมารับลูกสาวที่โรงเรียนนานาชาติชื่อดังตามเคย ระหว่างที่นั่งในรถหยองหยองย้ำบอกพ่อ กลัวพ่อจะลืม“ปาปี๊ ไปจื๊อเปียก ให้ฉีนวล”“ครับ”เฟลิกซ์หอมหัวหยองหยองที่นั่งบนตัก ก่อนจะสั่งคนขับรถแวะร้านขายอาหารหมาแมว ในตะกร้าพลาสติก มีขนมแมวเลียของส้ม กับสีนวล อาหารเม็ด เปียกยี่ห้อดี แล้วก็ขนมขบเคี้ยวบำรุงของแมวตั้งแต่หยองหยองรู้ว่าสีนวลตั้งท้อง เห่อใหญ่เลย สีนวลท้องโตมากโข นี่ก็ใกล้คลอดแล้ว อีกประมาณหนึ่งสัปดาห์“หนูอุ้มสีนวลระวังนะคะ อย่าบีบท้องแม่สีนวลนะลูก”“ค่าาาา”หยองหยองอุ้มสีนวลสุดที่รักด้วยความถนอม จูบหน้าผากของสีนวลแฮมแฮมอุ้มไอ้ส้มเดินขึ้นบันไดตามหลังพี่สาว ค่ำแล้วพาแมวเข้านอนด้วยกันไม่กี่วันถัดมา เวลาตี 5 ใกล้รุ่งสาง ฉันยังไม่ได้นอน นั่งมุงกล่องกระดาษลัง เฝ้าสีนวลคลอดลูกตั้งแต่เที่ยงคืน ค่อยหายโล่งใจ ออกมาปลอดภัยครบสมบูรณ์ทุกตัว ฉันจับทั้งสี่จิ๋วเข้าเต้าแม่สีนวลขนเจ้าจิ๋วแห้งสนิท ฟูนิดหน่อย น่ารักมากๆ ลายส้มหนึ่งตัวเหมือนพ่อ อีกสามตัวลายสีขาวเทาเหมือนแม่“เฟลิกซ์ นี่หลานคุณ”เฟลิกซ์หันมาทางภรรยาคนสวย เธอกำลังหยอกล้อเขาหมูหวานไม่วายแหย่สามีต่อ
เขาชอบการเย้ายวนของเธอ พึ่งอาบน้ำเสร็จไม่ทันไร เหมือนคืนนี้จะมีกิจกรรมออกเหงื่อให้ทำต่อ สองมือใหญ่ช้อนอุ้มลูกชายตัวน้อย นำย้ายไปไว้ที่เปลนอนข้างเตียง พ่อกับแม่มีเรื่องต้องทำกันบนเตียงชายชุดนอนตัวบางถูกดึงขึ้นเหนือเอว พร้อมกับสองขาที่เปิดอ้า ท้าทายสายตาหิวโซ เฟลิกซ์กลืนน้ำลายย่างฝืดคอ ความชื้นแฉะเยิ้มไหล ปลายนิ้วเปิดปากล่าง ช่องเล็กแค่นี้ แต่ช่างวิเศษ มันสามารถกลืนความใหญ่โตของเขาได้ทั้งลำ แถมยังกินอย่างตะกละตะกลามเธอหวีดร้อง ขยำผ้าปูที่นอนกลั้นอารมณ์รัก เขาเล่นใส่เข้าในมาทีเดียวเธอหย่นคิ้ว อารมณ์กำลังพุ่ง ทว่าชายด้านบนไม่เริ่มขยับสักที เขาแค่ใส่เฉยๆ แล้วก็เอาแต่จ้องหน้าอมยิ้มเบาๆ ราวกับว่ากำลังรอบางสิ่ง“ขยับสิ”“อยากมากไหม”เธอเขินอายแก้มแดงผ่อง เม้มปากพยักหน้าน่าเอ็นดู“ต้องพูดยังไงก่อน การขอร้องคนอื่น”“เฟลิกซ์”ชายด้านบนยิ้มแหย่ เขาต้องการให้เธอร้องขอ เขาถึงจะทำให้เธอเม้มปากมันเขี้ยว ถึงกระนั้นก็ต้องยอม มันเสียบคาอยู่ จะตายแล้วตอนนี้ เธอดัดเสียงหวาน เว้าวอน ขอความเมตตาจากเขา“เอาเมียหน่อย นะคะที่รัก”เขาแสยะยิ้มชอบใจเมื่อได้ในสิ่งที่ตัวเองอยากฟังก้อนหน้าอกของเธอกระเพื่อมตามแร
หมูหวานถอนลมหายใจเบาๆ อยากระบายความในใจที่ทนอัดอั้น“เฟลิกซ์เองก็เวอร์เหมือนพ่อเขา เลี้ยงแบบคนรวย ชอบประเคนนั่นโน่นนี่ราคาแพงให้ลูก ทั้งปู่ ทั้งพ่อมัน หยองหยอง แฮมแฮม เลยได้ใจ หัวไฮโซ ชอบกระแดะ ของกลิ่นเหม็นๆ มันไม่กินเลยนะ แล้วก็ตอนไปเที่ยว ไปห้างฯ ซื้อของ ชี้นิ้วจะเอาท่าเดียว ถ้าฉันพาไปฉันจะไม่ซื้อให้ ของเล่นเต็มบ้านแล้ว ซื้อมาก็ไม่เห็นจะเล่น ซื้อมากอง ติดนิสัยจะเอาจะเอา กลับบ้านโกรธฉันอีกแม่ไม่ซื้อให้ มันไปฟ้องพ่อมัน แฮมแฮมนี่ตัวขี้ฟ้องเลย แล้วพ่อมันก็พาไปซื้อ พอฉันจะสอนจะดัดนิสัยลูก เฟลิกซ์ก็ขวางตลอดเลย เป็นอยู่แบบนี้ ฉันละเหนื่อย”ปัญหาของคนรวยเมษาได้ฟังยิ้มอ่อน เรื่องหยุมหยิมในครอบครัวเศรษฐี เมษาเลิกคิ้วแหย่ ส่งยิ้มแก่เพื่อน “อืม ผู้ชายคนนี้แหละ รักแท้ของแก ที่แกเฝ้ารอ ได้มาเป็นผัวแล้วไง ดีใจด้วยนะ”เมษาจับความรู้สึกได้แม้หมูหวานจะบ่น แต่มันมีความสุข ดีใจแทนมัน ชีวิตเปลี่ยนมาเป็นสะใภ้เศรษฐี ไม่ต้องทนลำบากแบบเมื่อก่อนไม่ทันไรผู้ชายที่เอ่ยถึงเผอิญเดินมาทางนี้พอดี สองสาวปิดปากนิ่งเงียบหนุ่มไฮโซหน้าหล่อวางแก้วนมอุ่นที่เขาชงมาแก่ภรรยา ตั้งใกล้มือของเธอ นมบำรุงครรภ์หมูหวานมองแก้วดั
บ่ายสาม หมูหวานตื่นนอน สิ่งแรกที่เธอปรารถนาคือกินข้าว 40 นาทีต่อมา ของที่สั่งไว้มาส่งถึงประตูรั้วหน้าบ้าน ป้าแม่ครัวจัดใส่จานสวยงามน่ารับประทานเฟลิกซ์ส่งเรน จอมทัพ กลับบ้านมัน เริ่มจะเย็นละ เขามีลูกมีเมียไม่ได้โสดเหมือนแต่ก่อน จะให้มานั่งก๊งเหล้าทั้งวันกับเพื่อนก็กระไรอยู่ชายตัวสูงเดินวนมาหาภรรยา เธอกำลังนั่งกินปูไข่ดองท่าทางเอร็ดอร่อย อ้าปากสวบดูดเนื้อปูเสียงดังจ๊วบจ๊าบ ดวงตาของเขาเฝ้ามองคนท้อง รู้สึกกังวลใจ อาหารดิบอาจส่งผลไม่ดีต่อครรภ์ เพราะมันยังดิบ มีสิ่งแปลกปลอมปรสิตต่างๆ มากมายแฝงอยู่ในเนื้อปู มันต่างจากเนื้อวัวเกรดพรีเมียมที่ผ่านการน็อกน้ำแข็งหลายสิบชั่วโมง ปูไข่ดองเขาใช้ปูตัวเป็นๆ เพื่อรักษาสภาพเนื้อเธอกินมากเกินไป มื้อละ 3-4 ตัว เขาไม่ได้อยากจะขัดใจเมีย แต่เธอกินปูไข่ดอง เช้า เที่ยง เย็น ค่ำ ทุกมื้อต้องมีเมนูปูไข่ดอง แล้วก็กุ้งดอง ของดิบทั้งนั้น เป็นอย่างนี้ติดต่อกันมาสองเดือนละ ก่อนหน้านี้หยุดกิน พักหลังกลับมากินอย่างโหยหาเฟลิกซ์ได้โอกาสเอื้อนเอ่ยบอกภรรยา“มันดิบ อย่ากินบ่อย สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งพอนะ”แววตาสดใสแปรเปลี่ยนเป็นขุ่นมัว หมูหวานชะงักเมื่อถูกขัดจังหวะมื้ออาหาร เ







