Share

5 เริ่มต้นเดินทาง

last update Terakhir Diperbarui: 2025-08-11 17:00:55

คณะราชทูตจากเป่ยฮั่นจากไปได้ไม่กี่วัน หนานรั่วซีก็ฟื้นขึ้น แพขนตาของนางสั่นไหว พระพี่เลี้ยงเห็นการเคลื่อนไหวของนางเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ไม่นานคนตัวเล็กที่นอนไม่ได้สติก็ลืมตาฟื้นขึ้น อย่างช้า ๆ

“หิวน้ำ” นางร้องเรียกหาน้ำ

อันอันที่คอยดูแลนางไม่ห่างกายตกใจจนน้ำตาไหล องค์หญิงของนางฟื้นแล้ว รีบกุลีกุจอทำตามที่คนป่วยบอก

“เจ้าค่ะ น้ำอยู่นี่เจ้าค่ะ”

“อันอันเจ้าร้องไห้ทำไม ข้าไม่ได้เป็นอะไรมากเสียหน่อย”

“ร้องไห้เพราะเป็นห่วงพระองค์ไงเจ้าคะ”

“หึ ข้าหลับไปกี่วันกันล่ะครั้งนี้” นางถามพระพี่เลี้ยงดูท่าครั้งนี้นางน่าจะหลับไปนาน

“ราว ๆ เดือนครึ่งเจ้าค่ะ ตั้งแต่หยวนอ๋องพาท่านกลับมา ท่านก็ไม่ฟื้นอีกเลย จนกระทั่งหยวนอ๋องจากไปวันนี้วันที่ 5 ท่านจึงฟื้น”

คำพูดของอันอันทำนางตกใจ หลับไปนานขนาดนั้นเชียวหรือ เมื่อไหร่กันที่ร่างกายนางจะแข็งแรงเสียที แม้กระทั่งเขาจากไปแล้วนางก็ไม่ได้เห็นหน้าเขา น่าเศร้าใจนัก

“ระหว่างนี้ใครมาเยี่ยมข้าบ้าง” คนป่วยถามอย่างใคร่รู้

“เสด็จพ่อ เสด็จแม่ของท่านแล้วก็องค์ชายใหญ่องค์หญิงอันรั่ว และอายงเจ้าค่ะ เขามาเฝ้าท่านทุกวันเลย ดอกไม้ในแจกันนั่นก็เป็นเขาที่นำมาเปลี่ยน เขาว่าหากท่านฟื้นมาเห็นดอกไม้สีสันสดใสจะอารมณ์ดี”

งั้นหรือไม่มีเขาสินะ

“งั้นหรือ” นางยิ้มให้อันอัน

“พูดถึงหยวนอ๋อง ตั้งแต่วันที่เขามาส่งท่านข้าก็ไม่เห็นเขามาเยี่ยมท่านเลยสักวัน ส่งแต่หมอมาเท่านั้น และข้าได้ยินว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับองค์หญิงอันรั่วรุดหน้าไปมากสงสัยจะได้เขามาเป็นพี่เขยของท่านแล้วล่ะเจ้าค่ะ” อันอันพูดในสิ่งที่นางเห็น ในสิ่งที่นางรู้สึก

“อ้อ” นางรับคำอย่างเจ็บปวด นั่นสินะ ระหว่างที่นางหลับเรื่องราวของพวกเขารุดหน้าไปมากสินะ นั่นสิ ใครจะสนใจผู้หญิงอ่อนแอเช่นนาง หากนางเป็นหยวนอ๋องก็ต้องชอบอันรั่ว “เห้อ” นางถอนใจอย่างปลง ๆ

ใครกันจะอยากมาอดทนรอสตรีที่ล้มป่วยไม่ได้สติเป็นเดือน ๆ ดีแล้วที่เขาไม่ได้ชมชอบนาง หากใครมาชอบนางคนผู้นั้นคงต้องรู้สึกว่าชีวิตราวกับถูกคำสาป

“ท่านหิวหรือไม่เจ้าคะ ข้าจะให้ห้องเครื่องนำอาหารเข้ามา”

“หิวมาก” นางยื่นมือให้อันอันฉุดให้นางลุกขึ้นด้วยท่าทางซุกซน คนตัวเล็กกุมท้องอย่างน่าเอ็นดู นางแสร้งสดใสให้มากที่สุด แม้ในใจจะเจ็บปวดเมื่อได้ยินเรื่องของหยวนอ๋องและพี่สาวฝาแฝดก็ตาม

หากเป็นเช่นนั้น ถ้าพี่สาวนางได้เป็นพระชายาอ๋อง รั่วซีกะไว้แล้วว่าจะไปบวชชีครองตัวในเพศบรรพชิตตลอดไป ตอนนี้ความเจ็บปวดที่แขนยังหลงเหลืออยู่บ้างเล็กน้อย รั่วซีถลกแขนเสื้อข้างซ้ายเพื่อพินิจดูร่องรอยการบาดเจ็บ

แขนของนางมีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ อ่อนแอไม่พอยังเป็นมีตำหนิบนร่างกาย ชีวิตนางถูกกำหนดให้เป็นเช่นนี้สินะ อุตส่าห์ได้เกิดมาเป็นองค์หญิงหน้าตางดงาม แต่ชีวิตเหมือนถูกสวรรค์กลั่นแกล้งตลอดเวลา

นางยิ้มเวทนากับตัวเอง

วันนั้นทั้งวันใครต่อใครก็ต่างเดินทางทยอยมาเยี่ยมนาง รั่วซีนึกอยากจะป่วยขึ้นมาอีกรอบเสียอย่างนั้น นางเห็นหน้าของทุกคนยกเว้นเพียงอายง เขาเป็นอะไรเมื่อรู้ว่านางฟื้นแล้วเหตุใดจึงไม่มาหานาง นางมีเรื่องอยากจะพูดคุยกับเขาหลายเรื่อง

พระชายาหมีเฮ่อมีความคิดอะไรดี ๆ บางอย่าง จึงรีบรุดหน้าไปหาผู้เป็นสามี

“ฝ่าบาท” นางทำนาตาแป๋ว

หนานปาอี้เห็นนางแล้วจึงต้องวางเอกสารในมือ ที่นางมาไม่ใช่มีเรื่องอะไรมาหลอกล่อเขาอีกใช่หรือไม่

“หมีเฮ่อ เจ้ามีเรื่องอันใด”

นางยิ้มทำตาปริบ ๆ ก่อนจะเปิดปากพูด “ข้าว่าจะพาพวกนางไปเป่ยฮั่น”

หนานปาอี้ขมวดคิ้ว นางกำลังคิดอะไรแผลง ๆ อย่างนั้นหรือ

“ท่านจำได้หรือไม่ว่า ตอนที่ข้าบาดเจ็บหนักได้หมอเทวดาเย่ลู่รักษา ตอนนี้เขายังติดค้างข้าอยู่หนึ่งเรื่อง ข้าจะให้เขารักษาซีเอ๋อ”

“เจ้ารู้หรือว่าเขาอยู่ไหน”

“ข้าย่อมรู้”

“ให้พวกเด็ก ๆ ไปกันเองเถอะ เจ้าก็อยู่ที่นี่กับข้า” เขาดึงภรรยาตัวเองมากอด อยู่ด้วยกันมาหลายปีความรักความไหลในตัวนางยังไม่ลดน้อยลงไป คนแคว้นซีตันเมื่อรักใครแล้วจะรักเพียงคนเดียวไม่มีสอง หนานปาอี้เคารพธรรมเนียมปฏิบัตินี้จึงไม่รับสนมสักคน เขายึดมั่นเพียงนาง เมื่อคิดว่านางหาเรื่องไปเที่ยวเล่นที่เป่ยฮั่นก็ไม่พอใจ

“ปาอี้ นะปาอี้” นางดีดหน้าผากเขาเบา ๆ

“เจ้าจะแอบไปเที่ยวเล่นเองน่ะสิ อาศัยช่วงที่ข้าไม่รู้ไม่เห็นไปทำอะไรลับหลัง”

นางทำหน้าเฉไฉเขารู้ความคิดนางตลอดสินะ นางไม่ได้กลับเป่ยฮั่นนานแล้ว มีสหายสนิทที่อยากไปพบหน้าเยอะแยะเต็มไปหมด

“ข้า...”

“ไม่ได้ ให้พวกเขาไปกันเอง เจินหยางโตแล้วสุขุมเยือกเย็นเขาดูแลพวกนางได้แน่นอน”

“ถ้าพวกลูก ๆ ไปกันหมดข้าจะเล่นกับใคร”

“งั้นมีอีกสักคนดีหรือไม่” หนานปาอี้โน้มตัวเข้าหานาง

ลมหายใจอุ่น ๆ ของเขาโลมเลียอยู่ที่ใบหูของนาง หมีเฮ่อขนลุกซู่

“ตรงนี้ไม่ได้” นางขัดเขา อายุปูนนี้แล้วเขาเห็นนางเป็นแม่หมูหรือยังไง จะให้นางมีบุตรอีกกี่คนกันเล่า

“เมื่อก่อนตรงไหนก็ทำได้ ทำไมวันนี้ไม่ได้”

หมีเฮ่อหน้าแดงแจ๋ อันที่จริงเมื่อก่อนเขากับนาง เอ่อ...ก็แทบไม่สนใจว่าจะเป็นที่ไหน แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้วหรือไม่ หากเด็ก ๆ มาเห็นเข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

“งั้นกลับห้องกันเถอะ”

พูดจบหนานปาอี้ก็อุ้มภรรยาของกลับตำหนัก

ข่าวดี ข่าวดี!!

หนานอันรั่วรีบวิ่งมาที่ตำหนักของน้องสาว

“ไปเที่ยวเป่ยฮั่นกันเถอะ” อันรั่วยิ้มสดใส นางตั้งใจมาบอกข่าวดีกับรั่วซีโดยเฉพาะ

“อันรั่ว จะไปได้อย่างไร”

“เสด็จพ่อเสด็จแม่อนุญาตแล้ว พวกเราจะพาเจ้าไปรักษากับหมอเทวดาเย่ลู่”

หึ นางพ่นลมหายใจเบา ๆ

“อาการข้ามันรักษาได้ด้วยหรือ” นางถามผู้เป็นพี่

“ได้สิ เสด็จแม่บอกว่าหมอเย่ลู่เป็นหมอเทวดา” นางพูดอย่างมีความหวัง พอรู้ว่ามีหนทางรักษารั่วซี นางก็ดีใจกระโดดโลดเต้น

สักพักหนานเจินหยางก็เดินเข้ามาอีกคน ผู้เป็นพี่ใหญ่สุดขมวดคิ้ว เขาตั้งใจจะมาบอกข่าวดีกับน้องสาว แต่กลายเป็นว่ามีคนมาตัดหน้า

“อ้าว”

“ช้าไปแล้วเสด็จพี่เจินหยาง”

หนานเจินหยางคิ้วกระตุกกับท่าทีล้อเลียนของหนานอันรั่ว น้องสาวของเขาสองคนซุกซนไม่แพ้กัน ยังดีที่อีกคนร่างกายไม่แข็งแรงไม่งั้นเขาคงปวดหัว

อีกราว ๆ สองสัปดาห์ต่อมา

คนของซีตันจัดเตรียมข้าวของสำหรับออกเดินทาง คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนถึงจะถึงเป่ยฮั่น พระชายาหมีเฮ่อทรงงอนพระสวามี ที่ไม่ยอมให้นางตามลูก ๆ ไปด้วย ตอนนี้จึงได้แต่มองพวกเขาจากกำแพงวัง มองพวกเขาค่อย ๆ ลับหายไป

นางหวังว่าการเดินทางของพวกเขาในครั้งนี้ จะมีเรื่องสนุกมาเล่าให้นางฟังเยอะ ๆ พอพวกเขาลับหายไปตามแนวสันเขา นางก็สะบัดหน้าเดินหนีสวามีอย่างแง่งอน

ส่วนหนานปาอี้เอง ก็ส่งพิราบสื่อสารออกไปส่งข่าวเรื่องการเดินทางของโอรสธิดาแก่สหายทุกคน โดยหวังว่าจะช่วยดูแลพวกเขาหากไปถึง และแน่นอนว่าไม่ลืมส่งไปถึงหยวนอ๋อง

หวังว่าการเดินทางครั้งนี้พวกเขาจะเติบโตไปอีกขั้นหนี่ง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ได้โปรด...รักข้าเท่าที่ท่านจะรักได้   บทส่งท้าย

    ความซุกซนขององค์ชายเฉินจื้อและองค์ชายเฉินจง เล่นเอาฝูกงกงแทบอยากจะบ้านตาย เด็กชายสองคนไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงจากไหนมาวิ่งเล่นได้ทั้งวันเมื่อวันก่อนก็เกือบจะเผาวังหลวงของเป่ยฮั่น ดีฝ่าบาททรงมาเห็นเสียก่อน ไม่เช่นนั้นได้ย้ายวังหลวงแน่ ๆตั้งแต่รู้ว่าฝ่าบาทมีองค์ชายถึงสองพระองค์ในใจตอนแรกก็ปีติยินดีนัก เขารู้สึกเหมือนได้ผ่อนคลายความกังวลเท่าที่ทราบในวัยเยาว์ของฝ่าบาทและฮองเฮาก็ไม่ใช่ผู้ซุกซน ไม่รู้ว่าองค์ชายทั้งสองพระองค์ไปลอกเลียนนิสัยเช่นนี้มาจากไหน“องค์ชายเฉินจื้อกลับลงมาเถอะ อย่าปีนขึ้นไปมัน” ฝูกงกงหันไปอีกทีหยวนเฉินจื้อก็ปีนขึ้นไปเก็บผลไม้เสียแล้ว พอหันกลับมาทางขวา องค์ชายเฉินจงก็กำลังจับปลาในสระบัว “องค์ชายเฉินจง อย่าลงไปมันอันตราย”ฝูกงกงหันซ้ายทีขวาที ในที่สุดเขาก็เป็นลมจริง ๆเด็กชายเห็นสหายเป็นลมก็ปรี่เข้ามาช่วยเหลือ ร้องเรียกตะโกนให้คนในบริเวณนั้นช่วย ฝูกงกงถูกพาไปโรงหมอหลวง นอนซมอยู่หลายวันกว่าจะลุกขึ้นมากระฉับกระเฉงดังเก่าตอนนี้รั่วซีก็ไม่ได้มีแ

  • ได้โปรด...รักข้าเท่าที่ท่านจะรักได้   40 ขี้แยราวกับเด็ก

    หยวนไป๋เจียนแบกเด็กชายขึ้นหลัง พูดคุยเรื่องราวต่าง ๆ ให้เขาคลายกังวล จนกระทั่งเสียงเจื้อยแจ้วเปลี่ยนเป็นเสียงลมหายใจสม่ำเสมอ นั่นบ่งบอกว่าตอนนี้เด็กชายกำลังเข้าสู่ห้วงนิทรา ตอนนี้ก็ใกล้เข้าสู่ช่วงเวลาสนธยา อาจงคงเหนื่อยมาก หยวนไป๋เจียนนึกเอ็นดูบุรุษตัวสูงกระชับตัวเขาให้แน่นขึ้นจากนั้นเดินไปเรื่อย ๆ จนถึงเรือนไม้ไผ่รั่วซีที่กำลังนั่งร้องไห้เศร้าสร้อย รอคอยข่าวอย่างมีความหวังตลอดทั้งวัน วันนี้ทั้งวันนางแทบไม่เป็นอันทำอะไร จนถึงเวลานี้อาจื้อเองก็ดูเหมือนจะหมดแรงรอคอยหลับไปล่วงหน้าแล้วเด็กชายผู้น้องเป็นห่วงพี่ชายไม่แพ้กันเขาเป็นกังวล หากพี่ชายไม่กลับมาเล่าเขาจะอยู่อย่างไร เล่นกับใคร ถ้าเขาโดนพวกเด็กในตลาดรังแกอีกเขาจะขอร้องให้ใครช่วยเหลือ เด็กชายเสียใจร้องไห้จนเหนื่อยและหลับไปข้าง ๆ ผู้เป็นแม่เสียงฝีเท้าของหยวนไป๋เจียนดังเข้ามาเรื่อย ๆ นางคลำทางไปหาเขาคนตัวเล็กกำลังจะส่งเสียงเพื่อพูดกับเขา แต่หยวนไป๋เจียนกลับร้องชู่ว์เบา ๆ ดักเอาไว้ก่อน“อาจงกำลังหลับ อย่าเพิ่งรบกวนเขา” หยวนไป๋เจียนบอกกับนางนางพยักหน้าหงึก

  • ได้โปรด...รักข้าเท่าที่ท่านจะรักได้   39 ความน้อยใจของเด็กชาย

    แม้นางจะไม่ตอบคำถามของเขาว่าอาจื้อเป็นใครแต่หยวนไป๋เจียนก็พอจะเดาได้ว่า เด็กคนนี้เป็นบุตรของเขาอย่างแน่นอนส่วนเด็กชายวัยสิบขวบอีกคนเล่าเป็นใครกัน?เด็กคนนี้มีความหมายเช่นไรกับพวกนาง?เขาจะต้องถามให้รู้เรื่องให้ได้ และถ้าหากไม่ได้มีส่วนสำคัญอะไร เขาก็ไม่จำเป็นจะต้องสนใจเด็กชายผู้นั้น หยวนไป๋เจียนดูออกว่าเด็กชายไม่ชอบหน้าตนส่วนตัวของเด็กชายผู้พี่ก็ไม่ชอบหน้าบุรุษคนนั้นเช่นกัน แตกต่างกับเด็กชายผู้น้องที่ดูเหมือนว่าจะถูกชะตากับคนเขาเป็นพิเศษ อีกทั้งตัวหยวนไป๋เจียนก็เอ็นดูหนานเฉินจื้อออกนอกหน้าแม้หนานเฉินจงจะเป็นเด็ก เขาก็รับรู้ได้ว่ามารดามีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดากับเขา หนานเฉินจงรู้ตัวดีว่าเป็นเพียงลูกเลี้ยง แม้จะไม่ชอบเขาขนาดไหนแต่ก็ยังมีความเกรงใจผู้เป็นแม่อยู่มาก เด็กชายรู้จักประมาณตนและรู้ว่าควรอยู่ตรงจุดใด“อาจง” เย่ลู่เห็นเด็กชายออกมานั่งซึมที่มุมหนึ่งของเรือนไม้ไผ่ จึงตามออกมาดู“ขอรับท่านหมอ”เด็กชายดูเซื่องซึมอย่างเห็นได้ชัด“ทำไมสองสามวันมานี้เจ้าถึงดูซึมนั

  • ได้โปรด...รักข้าเท่าที่ท่านจะรักได้   38 ทำทุกทางให้นางให้อภัย

    เขาฝัน!! เขาฝันว่าซีเอ๋อหนีเขาไปอีกครั้ง หยวนไป๋เจียนสะดุ้งตื่นในอีกวัน เขาพบว่าตอนนี้มีเด็กชายตัวเล็กกำลังนั่งจ้องมองเขาอยู่ข้างเตียง“ท่านลุงเคราเฟิ้ม ท่านมานอนอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” หนานเฉินจื้อทักทายชายที่นอนอยู่บนเตียงเด็กชายเห็นมารดาเดินเข้าออกจากห้องนี้ แถมยังสั่งห้ามไม่ให้เขาเข้ามาในห้องนี้เด็ดขาด แต่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ อาจื้อแอบเข้ามาตอนที่มารดาของตนเผลอ“เจ้าหนู เจ้าเป็นใคร” หยวนไป๋เจียนพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“ท่านลุงดื่มน้ำก่อน” เด็กชายส่งถ้วยน้ำให้เขาดื่มเมื่อเห็นว่าท่านลุงเคราเฟิ้ม เสียงแหบแทบไม่มีเสียงพูดพอได้ดื่มน้ำ หยวนไป๋เจียนจึงได้รู้สึกว่ามีแรงขึ้นบ้าง เขามองหน้าเด็กชายตรงหน้า ใบหน้าผุดผ่องสะอาดสะอ้าน จักรพรรดิหนุ่มรู้สึกถูกชะตากับเขาอย่างบอกไม่ถูก“เจ้ายังไม่ได้บอกข้าเลยว่าเป็นใคร”“ข้ามีชื่อว่า หนานเฉินจื้อ อายุห้าขวบเป็นบุตรชายคนเล็กของท่านแม่” อาจื้อแนะนำตัวเสียงดังฟังชัด เด็กชายรู้สึกถูกใจชายคนนี้“เจ้าบอกว่าอ

  • ได้โปรด...รักข้าเท่าที่ท่านจะรักได้   37 เดินทางไปหานาง

    ข่าวจากเมืองทางใต้ถูกส่งไปยังเมืองหลวง นี่เป็นข่าวดีแรกในรอบหลายปีของหยวนไป๋เจียน เมื่อจดหมายมาถึง จักรพรรดิหนุ่มเร่งรีบออกเดินทางในทันทีม้าเร็วถูกจัดเตรียมไว้ยังหัวเมืองต่าง ๆ เขารีบร้อนเดินทางจนแทบไม่ได้กินไม่ได้นอน พักผ่อนเพียงสองสามชั่วยาม หยวนไป๋เจียนก็ออกเดินทางต่อ เป็นเช่นนี้อยู่ทุกครั้งที่ถึงช่วงระยะทางหนึ่งใช้เวลาไม่นานหยวนไป๋เจียนก็ถึงเมืองทางใต้ บุรุษตัวสูงในชุดสีเทาสะบัดกายลงจากม้า ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดินสีแดงแถมหนวดเคราครึ้มอาคารหลังย่อมอยู่สุดทางของถนนในเมืองทางใต้ปรากฏขึ้น เขารีบลงจากม้าเข้าไปด้านในทันที“ถวายบังคมฝ่าบาท” นายกองและพลทหารประจำกองถวายความเคารพนายเหนือหัวของแผ่นดิน นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขามีโอกาสเข้าเฝ้า“ไม่ต้องมากความ รีบบอกมาว่าพบเจอนางที่ใด” หยวนไป๋เจียนรีบร้อนให้เขาบอกเรื่องที่พบเจอ“กราบทูลฝ่าบาท นับตั้งแต่วันที่เจอสตรีที่ใบหน้าละม้ายคล้ายกับฮองเฮา พวกเราก็คอยติดตามเฝ้าดู นางอาศัยอยู่ที่เรือนไม้ชายป่า&rdquo

  • ได้โปรด...รักข้าเท่าที่ท่านจะรักได้   36 สตรีที่สูญเสียการมองเห็น

    เพราะไม่ต้องการให้เขาหาตัวพวกนางแม่ลูกเจอ รั่วซีจึงหนีมาอยู่ไกลถึงชายแดนใต้ นางเคยอ่านหนังสือในห้องหนังสือของหยวนไป๋เจียน มีบางเล่มบรรยายว่าภูมิประเทศทางใต้นั้นอุดมสมบูรณ์ เมื่อถึงฤดูหนาวอากาศที่นี่ก็ไม่หนาวจนเกินไป เหมาะกับผู้ที่ไม่ชอบอากาศหนาว อาหารที่นี่ก็อร่อยนั่นเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้นางมาอยู่ที่นี่ เพราะของกินของภาคใต้เยอะและอร่อยมาก ผู้เขียนบรรยายไว้เช่นนั้นวันนี้รั่วซีนึกอยากเดินตลาด สตรีเช่นนางไม่ค่อยได้มีโอกาสออกมาเที่ยวเล่นนอกบ้านสักเท่าใดนัก นางกลัวว่าตนจะเป็นภาระของผู้อื่น รั่วซีจึงถือโอกาสนาน ๆ ครั้งจะออกมาสักทีหนานเฉินจงและหนานเฉินจื้อสองพี่น้อง ขนาบข้างมารดาของตน คนพี่อยู่ซ้ายคนน้องอยู่ขวาคอยเป็นดวงตาให้มารดาในมือของรั่วซีมีไม้เท้าหนึ่งอัน ซึ่งเป็นของที่เย่ลู่สรรหามาให้ ที่ตัวไม้เท้ามีกระดิ่งกรุ้งกริ้งเป็นสัญญาณนำทางให้นาง“ท่านแม่ วันนี้ในตลาดคึกคักมากเลย” หนานเฉินจื้อผู้เป็นน้องชายพูดเจื้อยแจ้ว ผิดกับหนานเฉินจงที่ไม่ค่อยพูดจา แต่สายตาเขาคอยระแวดระวังภัยให้ผู้เป็นมารดาตลอดเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status