Mag-log inตอนที่ 11 หย่งเล่อสั่งสอนบิดา
ถังม่านชิงถูกตอกหน้าจนนางหาทางออกให้ตนเองไม่ได้ สำหรับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น เป็นนางเองและบิดาของนางร่วมมือกัน หวังเพียงแค่อยากให้นางกลายเป็นฮูหยินของแม่ทัพจ้าว ใครจะไปคาดคิดเล่ากับแค่ฮูหยินของแม่ทัพให้กำเนิดเด็กแฝดทุกอย่างมันจะเปลี่ยนไป
“ท่านแม่ทัพ ข้าผิดไปแล้ว ให้โอกาสอีกครั้งได้หรือไม่เจ้าค่ะ” นางยังคงยืนกราน น้ำเสียงแผ่วลงมาจากเมื่อครู่ นางทรุดกายคุกเข่ากอดขาของเขาเอาไว้ สภาพช่างดูน่าเวทนานัก
จ้าวหย่งคังสะบัดเท้าออกจากการเกาะกุมของนางอย่างชิงชัง เขาเหลือบสายตามองนางด้วยความไม่พอใจ “มันสายไปแล้ว” ว่าแล้วเขาจึงได้เดินหนีนางไป
วันนี้เป็นวันชิวอิกใหม่แท้ ๆ ค่ำคืนในคืนนี้จะมีจุดพลุเฉลิมฉลอง เขายังนึกว่า หากจะดีไม่น้อยเขาจะเดินจับจูงมือลูก ๆ ไปเที่ยวในเทศกาลนี้ด้วยกัน แต่อนาถนัก ไหล่กว้างของเขาถูกญาติผู้น้องสะกิดเบา ๆ เขาจึงได้ปัดมืออีกฝ่ายออกราวกับว่าเป็นเศษฝุ่น
“พี่ชาย สตรีข้างจวน นะงดงามมากนะ ข้าว่าท่านน่าจะชอบนาง” หลิวมู่ฉวนไม่ได้บอกว่า ภรรยาของพี่ชายอยู่ข้างจวน
“เจ้ายังมีเวลามาพูดเรื่องบ้า ๆ อยู่ได้นะ” จ้าวหย่งคังอยากจะยกกำปั้นสักหมัดให้ญาติผู้น้องกินแทนโจ๊กเสียเหลือเกิน “ข้าไม่มีอารมณ์ไปเกี้ยวสตรีกับเจ้าหรอกนะ”
“แต่นางงดงามมาก ๆ นะ ข้าเคยเจอนางก็เมื่อนานมาแล้ว ตอนนั้นนางน่ารักสดใส” ยังคงจำได้ในวันแรกที่เจอนางเข้า และตอนนี้พี่สะใภ้ก็ยังคงงดงามอยู่มาก เกรงว่าถ้าปล่อยเวลาให้ห่างกันมาก ๆ ไม่แน่ว่าพี่สะใภ้อาจกลายเป็นของชายอื่นก็เป็นไปได้
เพียงแต่...หลิวมู่ฉวนไม่อยากบอกด้วยปากตนเองก็เท่านั้น
“เชิญเจ้าละเมอไปคนเดียวเถอะ” จ้าวหย่งคังเดินออกมาจากจวนอย่างหัวเสียนัก
ถังม่านชิงเดินคอตกกลับไปยังเรือนนอนของนาง เป็นเรือนรับรอง หากนางไม่อาจกุมหัวใจเขาได้อีกต่อไป ชีวิตของนางก็คงจะกลายเป็นเพียงแค่สตรีหน้าด้าน มือข้างหนึ่งยกขึ้นมากุมแก้มของตนเองไว้ แววตาวาวโรจน์เต็มไปด้วยความเคียดแค้น
นางเค้นเสียงรอดไรฟัน“ไป๋ฟางหรง ข้าจะอยู่เหนือเจ้าให้ได้”
ด้วยเพราะถังม่านชิงอยากได้อะไรก็ย่อมต้องได้ นางไม่มีวันปล่อยเขาหลุดมือ แต่...หากพบเจอชายใดที่มีอำนาจวาสนามากกว่าแม่ทัพจ้าว นางก็ยินดีจะปล่อยเรือลำนี้ทิ้งไปเสีย นางยินดีจะกระโดดขึ้นเรือลำอื่น ไม่อาลัยอาวรณ์อีกฝ่าย
ข้าง ๆ จวนตอนนี้กำลังดูอลหม่านกันน่าดู เมื่อคุณชายน้อยนั่นเห็นสมบัติที่ท่านย่ามอบให้ เขาแทบจะเป็นลมยกมือขึ้นอุทานเบา ๆ “ท่านแม่ นี่ท่านย่ากำลังจะสู่ขอท่านแม่อีกรอบหรือขอรับ” ไม่รู้ว่าไปเอาความคิดนี้มาจากไหน
แฝดน้องก็พยักหน้าหงึกหงัก “หากเป็นเช่นนั้นจริง ๆ คิดว่าพวกเราก็คงจะต้องเรียกให้มาก ๆ” สองพี่น้องช่างทำให้มารดาปวดหัวนัก
ฟางหรงนั่งคลึงขมับ จึงได้กล่าวขึ้นมาว่า “ยังจะคิดให้แม่กลับไปอยู่กับพ่อพวกเจ้าอีกรึ”
“แน่นอนสิขอรับ หากท่านแม่ลำบากใจเราอยู่เช่นนี้ก็สบาย แต่หากว่าท่านพ่อสลัดผู้หญิงคนนั้นออกไปได้แล้ว ข้าก็คงเห็นว่า ท่านแม่เหมาะสมกับท่านพ่อยิ่งนัก”
“โบราณบอกว่า สตรีแต่งงานออกเรือนก็ย่อมเชื่อฟังสามี หากมีลูกก็ย่อมเชื่อฟังลูก ดังนั้นลูกเห็นว่าท่านแม่ควรจะเพิ่ม...” ฟางหลินขมวดคิ้ว พูดเป็นการเป็นงงานราวกับผ่านโลกมาก่อนมารดา
ฟางหรงกำลังคิดว่าตอนท้องนางกินอะไรผิดสำแดงไปหรือไม่ เหตุใดลูก ๆ พวกนางถึงกลายเป็นเช่นนี้ ทำได้เพียงแค่ถอนหายใจออกมาเบา ๆ “แม่ปวดหัวกับพวกเจ้าแล้ว” อากาศก็หนาวแต่ภายในอกร้อนระอุอยากจะจับคอลูก ๆ หักเสียจริง ๆ เชียว
“อ้อ ลูกนึกออกแล้วเพิ่มอะไร” ฟางหลินคิดได้กระโดงโหยงเหยงราวกับลูกกระต่ายน้อยน่ารัก
“เพิ่มความร้ายกาจเข้าไปไงเจ้าคะ” ฟางหลินฉีกยิ้มหวาน “ต่อไปนี้ท่านแม่ห้ามอ่อนหวานและอ่อนโยนอย่างเด็ดขาด อย่างท่านแม่ทัพจะต้องเหี้ยมโหดเท่านั้นจึงจะเหมาะสม”
“เหอะ ยังคิดได้อีกนะพวกเจ้าเนี่ย” มีลูกก็คล้ายกับว่ามีเพื่อน แต่ลูก ๆ ของนางตอนนี้กำลังทำตัวเป็นมารดาของนางอย่างไรอย่างนั้น ช่างรู้ดีนัก ตัวแค่นี้จะไม่ทำให้ฟางหรงรักลูก ๆ ทั้งสองมากกว่าตนเองได้อย่างไรกัน เพราะช่างเจรจานัก
“คุณหนูน้อยเจ้าคะ ลูกแมวตัวเมื่อวานหายไปเจ้าค่ะ” อาชุนหน้าซีดและดูร้อนรนนัก รีบกระวีกระวาดบอกคุณหนูน้อยทันใด
“เมื่อครู่ข้าก็เพิ่งพบว่ามันเล่นอยู่ในสวนหน้าบ้านนี่นา” ฟางหลินไม่เข้าใจนัก ใบหน้ากลมเกลี้ยงน่ารักช่างดูงดงาม ไม่แพ้มารดาสักนิด คิ้วสวยนั่นกำลังค่อย ๆ ขมวดเข้าหากัน
หย่งเล่อสะกิดน้องสาวเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าใช้ความคิดนานเกินไป “พี่ว่าเราออกไปตามหามันเถอะ หากเจอคนใจร้ายทำร้ายมันเข้าจะทำอย่างไร”
“ท่านน้าอาชุน แจ้งให้บ่าวชุดใหม่ตามหาแมวขนสีขาว มีกระดิ่งคอสีแดงให้ด้วยนะเจ้าคะ” สัตว์เลี้ยงตัวนี้เป็นของแม่สามีมอบให้ลูกสาวของนางมา ช่างน่าเสียดายนัก หากมันหายไป
ทั้งหมดออกตามหากันให้วุ่น แต่เจ้าแมวตัวก่อปัญหากำลังมุดเข้าไปในจวนติดกัน และทำให้แม่ทัพจ้าวจับมันเอาไว้ได้ เขายืนอยู่ประตูหลังจวนพอดี เห็นเจ้าตัวนี้กำลังตะกุยประตูที่มันอ้าเอาไว้เล็กน้อย
เขาคิดว่าน่าจะเป็นลูกแมวของจวนข้าง ๆ นี้เป็นแน่ เมื่อก่อนเป็นของคหบดีเฉา เขาจึงไม่กล้าเดินเข้าไปในเขตนั้นสุ่มสี่สุ่มห้า เดี๋ยวจะมีปัญหาตามมา จึงทำได้เพียงแค่อุ้มลูกแมวตัวนี้เอาไว้ รอให้เจ้าของออกตามหา
เจ้าลูกแมวตัวนี้ดูเหมือนกำลังอ้อนท่านแม่ทัพ จนทำให้เขาเห็นกระดิ่งสีแดงห้อยคอของมัน เป็นเชือกที่ดูแล้วว่าค่อนข้างจะมีราคาไม่น้อย เขายังยิ้มเยาะนัก “เจ้านี่นะ มีเจ้านายที่เอาใจใส่ถึงเพียงนี้เชียว” แม้อากาศจะหนาว หิมะยังร่วงหล่นปุยลงมาบางเบากว่าทุก ๆ วัน
ในวันชิวอิกนั้น ส่วนมากบรรดาญาติ ๆ จะมาที่จวนนี้ แต่วันนี้ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป หกปีแล้ว ที่เขาเพิ่งกลับมาอีกครั้ง และเพิ่งรู้เรื่องราวต่าง ๆ มากมาย เพิ่งรู้ว่าตนเองนั้นพลาดโอกาสสำคัญหลายครั้งไปเสียแล้ว พลาดโอกาสที่จะได้อยู่กับนาง และรักนาง
เจ้าแมวน้อยในอ้อมกอดกำลังขดตัวซุกอยู่ในวงแขน จนกระทั่งดรุณีน้อยนั่นมาเห็นเข้าให้ นางจึงได้รีบส่งเสียงด้วยความไม่พอใจ “ท่านแม่ทัพเอาลูกแมวคืนมานะ”
ฟางหลินทั้งตกใจและไม่พอใจนัก เหตุใดเจ้าไป๋น้อยจึงไปนอนอยู่ในอ้อมกอดนั้นเล่า และนั่นเป็นอ้อมกอดของบิดาอีกด้วยนะสิ
หย่งคังตกตะลึงจนตาค้าง นึกไม่ถึงว่าลูกสาวของตนจะโผล่มาจากจวนข้าง ๆได้อย่างไรกัน เขากำลังเหม่อลอยครุ่นคิดจึงได้ตื่นตกใจจากภวังค์นั่น “หลินเอ๋อร์ แมวตัวนี้ของลูกรึ”
น้ำเสียงไพเราะกล่าวถาม เขาย่อตัวลงมาให้อยู่ในระดับเดียวกันกับนาง มองใบหน้าของลูกสาวให้ชัด ๆ น่ารักรักน่าทะนุถนอมยิ่งนัก
แม่สาวน้อยยืนเท้าเอว อากาศหนาว ๆ ทำให้แก้มทั้งสองข้างแดงระเรื่อ สวมชุดสีขาวสวมเสื้อคลุมเป็นขนจิ้งจอกแดง ทำให้นางดูน่ารักคล้ายดั่งนางพญาหงส์ตัวน้อย ๆ ยิ่งกระตุ้นให้บิดาหวงแหนนาง อยากโอบกอดนางให้ชื่นใจสักครั้ง
“เป็นของข้า เอามาคืน” นางกล่าวด้วยถ้อยคำที่ดุดัน ไม่มีคำเรียกว่าท่านพ่อสักนิดเสียด้วยซ้ำไป
“เช่นนั้น ให้พ่อเข้าไปในเรือนจะได้หรือไม่ พี่ใหญ่เจ้าอยู่ด้วยหรือเปล่า และท่านแม่เจ้าร้องไห้หรือไม่” อารามร้อนใจจึงกล่าวซักถามไปเป็นชุด
ฟางหลินยิ้มเหี้ยมกล่าวขึ้นมาว่า “ใครจะอยู่กับคนใจร้ายเล่า ท่านแม่ดีใจเบิกบานทั้งวัน ไม่มีน้ำตาให้ท่านแม่ทัพอีกแล้ว เอาลูกแมวคืนมาให้ข้านะ” ดรุณีน้อยไม่ยอมความ เห็นนางเป็นเด็กตัวเท่านี้ อย่าริอ่านมาข่มเหงรังแกกันให้มาก และอีกอย่างนางกำลังป่วนบิดาให้หัวร้อน
“หลินเอ๋อร์ พูดกับพ่อดี ๆ ได้หรือไม่” หย่งคังหน้าชาไปหลายส่วน นึกไม่ถึงว่าลูกสาวของตนจะพูดจาฉะฉานราวกับเด็กที่เติบโตถึงวัยปักปิ่นแล้ว นึกไม่ถึงว่าเด็กตัวเพียงเท่านี้ยอกย้อนเขาเจ็บแสบนัก
“เมื่อวานเป็นใครดุข้า วันก่อนเป็นใครตีพี่ชายข้า และเป็นใครทำร้ายน้ำใจท่านแม่ของข้า จนกลายเป็นเช่นนี้ มิใช่ท่านแม่ทัพหรอกรึเจ้าคะ ที่พูดจาไม่ดีใส่”
คราวนี้เขาเจอชุดใหญ่เข้าให้ คำพูดของนางเหมือนมีดกรีดกลางใจของผู้กระทำความผิดเช่นเขาไม่น้อย เมื่อลูกสาวไม่ยอมความ สายตาคู่นี้มองเขาไม่มีไมตรีสักนิด เขาทำให้ลูก ๆ และภรรยาชิงชังเข้าไส้ หากจะง้อให้พวกนางกลับมาดูเหมือนว่าจะยากเสียแล้ว
หย่งคังหน้าชาบื้อใบ้กินไปชั่วขณะ “พ่อขอโทษหลินเอ๋อร์ นี่ลูกแมวของลูกมันชื่ออะไร”
“มันชื่อเจ้าไป๋น้อย” ฟางหลินรับลูกแมวมากอดเอาไว้ จึงทำให้อารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง
“พ่ออยากให้มันมีเพื่อเล่น เช่นนั้นวันนี้เราไปดูลูกแมวเพิ่มอีกสักตัวดีหรือไม่” หย่งคังเจ้าเล่ห์นัก เขามองออกว่าลูกสาวก็ยังเป็นเด็ก
ฟางหลินมองลูกแมวอยู่ในอ้อมกอด ด้วยเพราะยังเป็นเด็กก็อยากจะเลี้ยงลูกแมวเพิ่ม จึงพยักหน้าและหลงกลบิดาเข้าให้ “จริงหรือเจ้าคะ ถ้าหากข้า อยากได้สักสิบตัวท่านแม่ทัพจะซื้อให้ข้าได้หรือไม่”
“แน่นอนว่าพ่อย่อมซื้อให้หลินเอ๋อร์” หย่งคังยิ้มออกมาทันที “แต่พอขอแค่อย่างเดียวเท่านั้น” เขายกยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง แววตาของเขามีแต่ความอ่อนโยน
“เรียกว่าท่านพ่อสักคำจะได้หรือไม่” หย่งคังรอลุ้น อยากได้ยินยิ่งนัก หัวใจของของเขาเต้นกระหน่ำตึกตักราวกับตีกลองออกรบ จะดีไม่น้อยหากลูกสาวเรียกเขาสักคำ มันจะทำให้เขาชุ่มชื่นใจเป็นไหน ๆ อยากรับรู้ความสุขนั่นเสียเหลือเกิน
“ท่าน....” ฟางหลินอ้าปากกำลังจะเรียก
“ท่านไม่มีสิทธิ์เป็นท่านพ่อของพวกข้า หลินเอ๋อร์ มานี่เร็ว ๆ เข้าอย่าได้ไปอยู่ใกล้ ๆ กับคนใจร้ายใจดำอำมหิต” หย่งเล่อเห็นแผ่นหลังน้องสาว เขารีบใช้วิชาตัวเบาทะยานมาทันที จึงได้ยินสิ่งที่บิดาเอ่ยปากนั่น เขาจึงรีบพูดสวนทันควันขึ้นมา
“เล่อเอ๋อร์ พ่อผิดไปแล้ว ให้อภัยพ่อสักครั้งได้หรือไม่” เมื่อได้ยินเสียงลูกชายกล่าวเช่นนี้ ภายในอกนั้นราวกับว่ามันกำลังกลัดหนอง ใบหน้าที่เมื่อครู่เบิกบาน หายวับไปกับตา เหลือเพียงแค่ใบหน้าที่ดูเสียใจหมองเศร้า
“กระทำผิดรู้เอ่ยขอโทษย่อมให้อภัย แต่เป็นท่านเลือกที่หมางเมินพวกเราก่อนเอง ดังนั้นขอให้ท่านใช้เวลาสำนึกผิดต่อไป
หกปีมานี้ท่านแม่ของข้าต้องทุกข์กายทุกข์ใจ ร่างกายไม่แข็งแรง กินน้อย นอนน้อย เมื่อท่านกลับมายังนำภรรยามาอีกคน
ข้าไม่เคยเห็นบิดาบ้านไหนจะเป็นเหมือนท่าน ทำร้ายใจภรรยา เหยียบย่ำใจท่านแม่ของข้า จะให้พวกข้าให้อภัยท่าน ผิดไปแล้ว ท่านเจ็บปวดแค่นี้ ยังสู้ท่านแม่ของข้าไม่ได้สักนิด!” หย่งเล่อยิ้มเหี้ยม เขาได้โอกาสแล้ว
“ตอนนี้ท่านแม่ข้าเป็นสตรีไม่มีพันธะแล้ว อีกไม่นานจะมีบรรดาชายหนุ่มตามเกี้ยวท่านแม่ของข้าเป็นแน่ ถึงเวลานั้น พวกข้าจะไม่ขัดขวางเสียด้วยซ้ำ พวกข้าจะส่งเสริมให้ท่านแม่แต่งงานใหม่ จริงหรือไม่น้องรอง”
ฟางหลินพยักหน้าหงึกหงักยังคงกอดลูกแมวเอาไว้ “จริงเจ้าค่ะ ถึงตอนนั้นเป็นพวกเราจะเลือกสามีให้ท่านแม่ อ้อจริงสิ ท่านอ๋องอู๋เมิ่งซาน ฝากความคิดถึงท่านแม่ด้วยล่ะ ข้าลืมบอกเสียสนิท”
หย่งคังหน้าชา ถูกลูกชายตีแสกหน้า ทั้งยังถูกลูกสาวหมางเมินใส่ แทบจะทำให้เขาตั้งสติไม่ได้ นึกไม่ถึงว่าหย่งเล่อจะมีวาจาที่ดุเดือดเผ็ดร้อนเช่นนี้ “ไม่ได้ อย่างไรก็ไม่ได้ ในเมื่อนางเป็นภรรยาของข้าอย่างไรข้าก็ไม่ปล่อยนางไป”
“ท่านแม่ทัพสำคัญตัวผิดไปแล้ว ตอนนี้ท่านแม่ข้าตัดใจ ยุติความรักที่มีต่อท่านแล้ว จะเรียกร้องโหยหาก็เปล่าประโยชน์ขอรับ เชิญกลับไปกอดกับแม่นางถังเน่า ๆ ของท่านเถอะ!”
ตอนพิเศษ ท่านอ๋องและมู่หลันอู๋เมิ่งซาน ท่านอ๋องรูปงาม นามก็เพราะวันนี้เป็นวันมงคล ดังนั้นในพระตำหนักจึงได้ครึกครื้นนัก ปกติแล้ว ท่านอ๋องมิชอบความครื้นเครงเช่นนี้ หากแต่ว่าวันนี้กำลังจะมีภรรยาเสียที เมื่อเช้าขบวนรับเจ้าสาว มีสินสมรสมอบให้นางยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตารถม้าคันใหญ่โตโอ่อ่า งดงามและหรูหราอย่างไม่เคยมีมาก่อน เรื่องสมรสครั้งนี้เล่าลือว่า เดิมทีนั้นเป็นคุณหนูหลิวเดินหน้าไปขอหมั้นหมาย หากแต่วันแต่งงานกลับเป็นท่านอ๋องส่งขบวนสินสมรสมากมาย เหล่าชาวบ้านพากันยืนดูสองข้างทาง มองตั้งนานก็ยังไม่เห็นปลายขบวนเสียทีสตรีนางหนึ่งเห็นขบวนยาวเหยียดเช่นนี้ นึกอิจฉายิ่งนัก สตรีนางหนึ่งก็หน้าตาบูดบึ้ง เกิดมาก็เพิ่งจะรู้ว่า ท่านอ๋องเป็นคนแสนดีเช่นนี้ เหล่าหญิงสาวพากันเสียดายนักหนา บางคนก็อยากจะเป็นสตรีผู้โชคดี แต่ทว่าท่านอ๋องประกาศกร้าวก่อนแต่งงาน ตำหนักของเขาจะไม่มีสตรีอื่นใดนอกจากหลิวมู่หลันเท่านั้นพิธีในช่วงเช้าเป็นไปอย่างเรียบร้อย ก็เหลือเพียงแค่พิธีเข้าหอของเขาเท่านั้น ตัวของท่านอ๋องปกติมักเย็นชา สีหน้าเรียบเฉย ไม่เคยแย้มยิ้มพูดคุยกับผู้ใดมากความ หากแต่วันนี้เป็นวันมงคลทำให้อู๋เมิ่งซานแย้ม
ตอนพิเศษ ห้องนอนของแม่ทัพจ้าวแสงเทียนสว่างไสววูบวาบอยู่ไม่น้อยนัก หน้าต่างถูกเปิดเอาไว้เพื่อรับสายลมที่พัดผ่านเข้ามา บรรยากาศในห้องนอน ช่างดูอบอวลไปด้วยความรัก เมื่อแม่ทัพจ้าว ค่อย ๆ บรรจงจุมพิตภรรยาที่หน้าผากมน ก่อนจะเลื่อนมาจุมพิตเป็นดวงตาทั้งสองข้างอย่างเท่าเทียมกัน จากนั้นก็ทาบทับลงริมฝีปากนุ่มนิ่มของนางฝ่ามือหนาคลึงเคล้าซาลาเปานุ่มมือ ช่างทำให้ฟางหรงเริ่มไม่เป็นตัวของตนเอง ใบหน้าของนางเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา เมื่อถูกปลายลิ้นอุ่นร้อนหยอกเย้านางเข้าให้ นางรู้สึกราวกับจะขาดใจ เมื่อปลายลิ้นร้ายกาจหยอกเย้า กระหวัดรัดรึงร้อนแรงสลับกับอ่อนโยนหวานหอมฝ่ามือหนายังคงหยอกเย้าเต้างาม ก่อนจะค่อย ๆ แบะสาบเสื้อของนางออก เผยให้เห็นเนินอวบอิ่ม เสียงหวานของภรรยาเริ่มร้องครางแว่วหวานออกมาเบา ๆ ก็ยิ่งกระตุ้นให้ผู้เป็นสามีเร่งปรนเปรอดึดดูดลิ้นร้อนเล็ก ๆ ของนางอื้อ เสียงหวานร้องอื้ออ้าไม่เป็นภาษา ฝ่ามือเรียวของนางสวมกอดเข้าที่ต้นคอของสามี ยอดถันงดงามเผยต่อสายตาของชายหนุ่ม เขาปลดสายคาดเอวและเสื้อของนางออกทีละชิ้น ทีละชิ้น จนเรือนร่างเปลือยเปล่าปรากฏต่อสายตาของเขาฝ่ามือหนาลูบไล้เรียวขาของนาง สัมผัสตรงไ
ตอนที่ 55 สำนึกผิดองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ไม่ได้มีจิตใจโหดเหี้ยมตั้งแต่กำเนิด องค์ชายรองผู้นี้ทำทุกอย่างลงไปก็เพราะเรียกร้องให้บิดา หรือฮ่องเต้แคว้นเฉิงสนพระทัยเขาบ้าง นั่นเพราะกำเนิดจากพระสนมขั้นผิน ชีวิตในวังล้วนแล้วแต่ต้องแย่งชิงอำนาจมีท่านอาชินอ๋องเป็นที่พึ่ง คล้ายกับว่าเป็นบิดาอีกคน ความคิดอันตื้นเขินจึงทำให้องค์ชายรอง ทำเรื่องชั่วช้าไม่อาจให้อภัย เมื่อถูกจ้าวฟางหลินสอนสั่ง ใบหน้านั้นมีบาดแผล แต่แววตาของเขากำลังสำนึกผิดหาได้แค้นเคืองนางไม่เขาเข้ามาในห้องนี้อีกครั้ง เห็นเด็กชายคนที่ถูกพิษเล่นงานฟื้นขึ้นมา พลันใบหน้าที่ห่อเหี่ยว แต่ทว่าหล่อเหลาแย้มยิ้มขึ้นอย่างดีใจ เขาคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้น ทำให้เหล่าผู้คนมากมายที่อยู่ในห้อง ต่างหันมองเป็นตาเดียวกัน“คุณชายจ้าว ในที่สุดก็ฟื้นแล้ว ข้าเฉิงจิ่งเจี้ยน ทำผิดคิดร้าย หวังลอบสังหารท่านแม่ทัพจ้าว ชาตินี้มีความผิดติดตัว ขอคำนับคุณชายจ้าวเป็นการขอโทษ”“สายเลือดมังกรสูงส่งถึงขั้นโขกหัวให้หลานชายข้า น่าหัวเราะสิ้นดี” เจียงจินจู นั่งจิบชาอย่างสบายใจ เหยียดยิ้มอีกฝ่ายเข้าให้ “โชคดีที่หลานข้าไม่ถึงแก่ชีวิต หากเขาเป็นอะไรขึ้นมา ชีวิตเจ้าย่อมส
ตอนที่ 54 ถอนพิษในที่สุดจ้าวหย่งเล่อก็ได้รับยาถอนพิษ แต่ก็ต้องแลกกับตัวประกัน นั่นก็คือองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ทว่าผู้ที่นำยารักษามาให้นั้นเป็นท่านอาของเขา เป็นท่านอ๋องแคว้นเฉิง รูปงามไม่เบา อายุเพิ่งจะยี่สิบแปดใบหน้าของเขาดูหล่อเหลานัก และยังเป็นคนจิตใจดีมีเมตตาอีกด้วย ผิดกับองค์ชายรองอย่างลิบลับท่านอ๋องผู้นี้มิได้รู้มาก่อนว่าหลานชายของเขาได้แอบขโมยยาพิษมา แต่ทว่าเพื่อรักษาอาการต้องพิษร้ายแรงนี้ เขาจึงได้เดินทางมาด้วยตนเอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครที่ถูกพิษของแมงมุมดำเป็นเพียงแค่เด็กน้อยใบหน้าน่ารักคนหนึ่งท่านอ๋องถึงกับโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ “รู้หรือไม่ที่เจ้าทำมันหมายถึงอันใด มันจะกลายเป็นสงครามระหว่างแคว้น ช่างไม่มีหัวคิด คอยดูกลับไปข้าจะรายงานเรื่องทั้งหมดเอง” ท่านอ๋องผู้นี้ค่อนข้างรักความสงบ แต่ทว่าเขาชื่นชอบการรักษาและยังเป็นผู้คิดค้นพิษร้ายแรงเอาไว้อีกด้วยนั่นก็เพราะเกรงว่าสักวันหนึ่ง ฮ่องเต้ซึ่งเป็นพี่ชายอาจจะได้รับพิษร้าย และไม่มีหนทางการรักษา ด้วยเพราะแคว้นเฉิงไม่ค่อยสงบ คลื่นลมในราชสำนักก่อตัวขึ้นไม่เว้นวัน คาดว่าองค์ชายรองที่มาสร้างเรื่องที่แคว้นอู๋จะต้องมีขุนนางบางคนหนุนหลังเป็
ตอนที่ 53 ฟางหลินปากหวานองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ยกมือกอบกุมลำคอที่ร้อนผ่าว ราวกับถูกเพลิงแผดเผาเข้าให้ ดวงตาของเขาเถลือกถลนและท่าทางลนลานนัก เขานั่งลงบนพื้น เกาะปลายเท้าของหญิงสูงวัย ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำราวกับมีโลหิตอยู่ในกระบอกตาทั้งสองข้าง“ข้าบอกแล้ว บอกแล้ว” น้ำเสียงกล่าวขึ้นปนความหวาดกลัวจับใจ ใบหน้าขององค์รองช่างดูตื่นตระหนกกับเรื่องที่ตนเองประสบพบเจอ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าทำร้ายเขาเช่นนี้มาก่อน “ข้าขโมยมาจากท่านอาของข้า”“ยาถอนพิษอยู่ไหน อยู่กับใคร” เจียงจินจูตวาดเสียงดังกล่าวถาม นางยกมือขึ้นเท้าเอวทั้งสองข้าง คล้ายดั่งแจกันหยกมีหู สีหน้าของนางบิดเบี้ยวไม่พอใจมากโข พร้อมจะลงมือสังหารองค์ชายรองคนนี้ให้สิ้นชีวิตภายในพริบตา หากเขาเล่นตุกติก นางไม่ปล่อยให้มีชีวิตรอดกลับไปแน่“อยู่กับท่านอา ข้าไม่ได้เอามาด้วย ข้าก็แค่ขโมยมาเท่านั้น ไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงขนาดนี้” จิ่งเจี้ยนรีบร้อนกล่าวขึ้นมา ใบหน้าปูดบวมแดงช้ำอยู่ไม่น้อย อีกทั้งเมื่อครู่ยังถูกสตรีผู้นี้นำยาพิษให้เขากินอีกด้วย “ข้าไม่ได้โกหกแน่นอน” เขากล่าวหนักแน่น แววตาอ้อนวอนอย่างสุดซึ้ง“ถอนพิษให้ข้าก่อน ข้ายังไม่อยากตาย”
ตอนที่ 52 ท่านยายเล่นงานแม่ทัพจ้าวนำทหารกลุ่มหนึ่งไปล้อมที่จวนตระกูลถังเอาไว้ เขาส่งรายงานเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านทางม้าเร็วไปก่อนหน้านี้ก็หลายวันแล้ว คิดเสียว่าจะเดินทางกลับเมืองหลวงหลังจากสะสางภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่งยวดนั้นจบลง แต่เรื่องราวมิได้ง่ายปานนั้นเมื่อแม่ทัพจ้าวมาถึงจวนตระกูลถัง ก็ไม่พบชายชราคนนั้นแล้ว เห็นทีว่าเขาคงหนีไปได้ไม่ไกลนัก ยังมีอีกกลุ่มที่กำลังซุ่มโจมตีแม่ทัพจ้าวอยู่ในจวนตระกูลถัง ยังไม่ทันไร ชายชุดดำราวสักยี่สิบคนก็ทะยานลงมา ในมือพวกเขาถืออาวุธไว้ทุกคนแม่ทัพจ้าว สวมชุดดำหน้ากากสีดำอำพรางใบหน้าของตนเองเอาไว้ มีสายคาดหน้าผากเป็นสีขาว พวกพ้องของแม่ทัพจ้าว แต่งกายเช่นเดียวกัน ไม่ถึงอึดใจ จวนตระกูลถังก็เจิ่งนองไปด้วยโลหิตไหลเป็นทางเปรอะเปื้อนไม่น้อยนักส่วนลานกว้างกลางเมืองนั้น ผู้ที่ปลอมตัวเป็นแม่ทัพจ้าว เขาถูกปลดออกจากการพันธนาการแล้ว เขายืนเต็มความสูง บิดกายไปมาคล้ายว่ายืดเส้นยืดสายเสีย แววตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นมาทันใด กระบี่คมกริบมันวาววับ ยามสะท้อนกับแสงของพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้วอยู่ในมือของตนหลิวมู่ฉวนดึงหน้ากากเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง “ยินดีด้วย พวกเจ้าถูกหล
ตอนที่ 35 ข่มขู่แม่ทัพจ้าวออกเดินทางเสียเดี๋ยวนั้น ไป๋ฟางหรงกับลูก ๆ รวมถึงคนอื่น ๆ ร่วมด้วยแม่ยายและท่านลุงภรรยา บิดาและมารดาของแม่ทัพจ้าว ออกมาส่งเขาที่ประตู ร่ำลากันอีกครั้งด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยวนัก เขาหันหลังกลับมามองหน้าภรรยา และลูก ๆ หลายครั้ง จนกว่าจะไม่เห็นพวกเขาแล้วฟางหรงจับจูงลูก ๆ ทั้งส
ตอนที่ 34 ร่ำลาท่านลุงประมุขแห่งหุบเขาไป๋หรง แอบไปสำรวจเส้นทางของการล่าสัตว์ในวันพรุ่งนี้ เขาจับกระต่ายป่ามาได้ด้วยมือเปล่า เห็นว่ามันน่ารักดี เหมาะกับหลานสาวของตนยิ่งนัก สีหน้าเบิกบานขึ้นมาทันใด รีบทะยานกายมาในจวนของหลานสาวอย่างว่องไว ใช้เวลาจากป่าใหญ่นั่นไม่นานก็มาถึงเขากระโดดลงมาพรึ่บเดียวเท่า
ตอนที่ 33 ฟางหลินบีบน้ำตาจ้าวหย่งคัง นำตัวคนร้ายกลับมาด้วย ส่วนท่านลุงประมุขนั้นก็กลับไปที่จวนของฟางหรง จ้าวหย่งคังจัดการธุระ และกราบทูลรายงาน จากนั้นก็ได้พบใบหน้าของถังม่านชิงอีกครั้งและคราวนี้ถังม่านชิงเปลี่ยนไปเช่นเดิม นางปรี่เข้ามาหาแม่ทัพจ้าว กอดขาร้องขอความเป็นธรรม ด้วยเพราะถูกสตรีนางหนึ่งเ
ตอนที่ 32 คู่กัดคนร้ายสวมชุดดำอำพรางใบหน้าเอาไว้ครึ่งล่าง ชิงลงมือกัดยาพิษจบชีวิตลงไปในที่สุด ด้วยเพราะแม่ทัพจ้าว ตามชายคนนี้ได้ทัน และมีท่านลุงเจ้าสำนักมาร่วมด้วยอีกคน เขาสำรวจเสื้อผ้าของชายคนนี้ และหาหลักฐานในตัวของผู้ก่อเหตุ แต่ก็ไม่พบอันใดเห็นพิรุธเพียงแค่ รอยถูกนาบด้วยแผ่นเหล็ก เป็นสัญญาลักษ







