ログインตอนที่ 12 ฟางหรงจัดการ
ฟางหลินได้ลูกแมวเจ้าไป๋น้อยกลับมา ส่วนหย่งเล่อจับจูงมือน้องสาวเดินเข้ามาในจวนของตนเอง แต่เขาถึงกับหยุดการเดิน ทำให้น้องสาวไม่ทันระมัดระวังชนเข้าให้ พี่ชายสูงกว่าน้องสาวเล็กน้อยเท่านั้น แต่เขาปกป้องน้องสาวเป็นอย่างดี
“น้องรอง คราวหน้าอย่าได้คล้อยตามท่านพ่ออีกเข้าใจหรือไม่” หย่งเล่อเห็นว่าน้องสาวถูกหลอก จึงให้นางระมัดระวัง
“แต่ข้าอยากให้ท่านพ่อกับท่านแม่คืนดีกัน” ฟางหลินชอบท่านพ่อของนางมาก เพราะท่านพ่อนั้นดูหล่อเหลา ยิ่งมองใกล้ ๆ ใครบ้างจะไม่อยากมีบิดาเป็นแม่ทัพใหญ่ ดูดีและน่าภูมิใจเป็นไหน ๆ ติดเพียงแค่บิดาของนางช่างหูเบา
“มันเป็นเรื่องดี แต่ข้าไม่ทันระวัง จึงทำให้ท่านแม่คิดมากกับคำพูดของพวกเรา” หย่งเล่อขมวดคิ้วของตนเข้าหากันแน่น ภายนอกเขาดูสุขุมเยือกเย็นดูเป็นยอดบุรุษ แต่แท้ที่จริงแล้วเขาก็ยังเป็นเด็ก
เขาถูกผลักดันให้รับผิดชอบหน้าที่ตั้งแต่เยาว์วัย เมื่อครั้งหนึ่งเดินทางไปยังจวนของท่านยาย เขาถูกท่านยายพร่ำสอนสั่งเป็นวัน คราวนั้นเขาจึงได้รู้ทุกอย่าง
แท้จริงแล้วท่านแม่เสียสละเพื่อท่านพ่อตั้งแต่ก่อนแต่งงาน อุทิศตนเป็นภรรยาที่ดี แต่ก็ถูกหมางเมิน หากเขามีครอบครัว แน่นอนว่าจะไม่ทำเช่นท่านพ่อของเขาอย่างเด็ดขาด
ไม่นึกละอายใจ ยังกลับนำสตรีอื่นมาเหยียบย่ำถึงจวน หากเขาโตกว่านี้เขา คงจะหักคอสตรีนางนั้น หรือไม่ก็สังหารนางเสียให้สิ้นซาก กำจัดนางให้พ้นหูพ้นตา คิดแล้วยังแค้นไม่หาย
“พี่ใหญ่” มือป้อม ๆ ยกขึ้นมาแตะไหล่พี่ชาย นางจ้องเข้าไปในดวงตาของพี่ชายอีกครั้งระบายยิ้มอ่อนหวาน “เมื่อครู่พี่ใหญ่พูดจาว่าร้ายท่านพ่อขนาดนั้น ระวังตัวเอาไว้ด้วยนะเจ้าคะ” นางยกนิ้วหัวแม่มือขึ้นชมเชยพี่ชาย
“ข้านับถือ นับถือจริง ๆ” คำพูดของน้องสาวทำให้หย่งเล่อกลืนน้ำลายลงคออย่างพลางขนอ่อนลุกซู่
“ไม่ต้องทำมาเป็นพูดดีหน่อยเลยนะ เจ้าต่างหากเล่าคิดจะเลี้ยงลูกแมวเป็นสิบ ท่านแม่บอกแล้วให้เลี้ยงเสือขาว” หย่งเล่อแตะจมูกน้องสาว พวกเขามีแค่สองคนพี่น้องย่อมรักใคร่กัน ถึงตอนเด็ก ๆ จะมีตีกันแย่งของเล่น หรือว่าทะเลาะกันก็ตามที ตอนนี้พวกเขาโตพอแล้ว
“พี่ใหญ่ ใครจะกล้าเลี้ยงกันเล่า ข้าตัวแค่นี้เอง คงไม่ถูกมันกลืนลงท้องกระมัง” ฟางหลินขนลุกซู่เพราะหวาดกลัว คิดว่าอย่างไรก็น่ากลัวกว่าลูกแมวที่นางเลี้ยง ดีไม่ดีหากมันกินนางขึ้นมาจะทำอย่างไร เพียงแค่คิดภาพตาม จึงทำให้ขนอ่อนรุกเกรียวตั้งขึ้นทันใด
“ข้าก็ยังงงอยู่” หย่งเล่อขมวดคิ้ว เหตุใดมารดาจึงได้กล่าวถึงเสือขาวบ่อยนัก
“พี่ใหญ่อาจเป็นเพราะท่านแม่ผูกพันกับสำนักพยัคฆ์ขาวหรือไม่ จึงได้พูดบ่อยครั้งเช่นนี้” ฟางหลินได้ยินท่านยายพูดถึงบ่อย ๆ ฝีมือวรยุทธ์ของนางรุดหน้ารวดเร็วก็เพราะท่านยายเคี่ยวเข็ญนาง ทำให้ร้องไห้ อ้อนวอนจะกลับจวนเสียให้ได้
สามปีที่ผ่านมาไม่ง่ายเลยสำหรับเด็กตัวเล็ก ๆ จะต้องทนฝึกความอดทนขนาดนั้น นึกแล้วก็น้อยใจเหมือนกัน เห็นสหายคนอื่น ๆ ที่มักจะได้หยุดพักผ่อน แต่นางก็หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ มักจะต้องเคร่งเครียดตำราโบราณต่าง ๆ กระทั่งสัตว์ต่าง ๆ ในหุบเขาไป๋หรง
ฟางหรงมารดาที่พวกเด็ก ๆ กำลังครุ่นคิด ตอนนี้นางกำลังเดินลมปราณ จู่ ๆ ก็มีเงาทะมึนคนหนึ่งมายืนอยู่เบื้องหน้าของนาง อารามคนชิงชัง จนทำให้ฟางหรงลงมือ สองคนปะทะฝีมือรับและรุกกันหลายกระบวนท่า สุดท้ายฝ่ายที่เพลี่ยงพล้ำ ถูกฝ่ามือและปลายเท้ากระแทกเข้าให้ยังใบหน้า จนร่างของชายคนนั้นลอยละลิ่วติดกับแพงจวนจนเกิดเป็นรอยร้าวขึ้นมา
“ไอ้คนชั่ว ริอ่านเข้ามายังจวนของข้าเชียวรึ ไสหัวออกไป” น้ำเสียงเหี้ยมตวาดออกไป ทำให้เด็ก ๆ ทั้งสองได้ยินต่างก็รีบเร่งฝีเท้าเข้ามาอย่างรีบร้อน
ภาพที่ทำให้เด็ก ๆ เห็นก็คือบิดาช่างกล้าลองดี นอนแน่นิ่งอยู่ติดกับกำแพง ฟางหลินแย้มยิ้มกระโดดโหยงเหยงพลางปรบมือเสียงดัง น้ำเสียงร่าเริงสุด ๆ “ท่านแม่เก่งมาก ๆ จัดการท่านพ่อซะนอนนิ่งไปเลยเจ้าค่ะ”
“ท่านแม่ขอรับ ท่านพ่อจะตายหรือไม่” หย่งเล่อชะเง้อมองบิดาที่นอนหลับสนิทอยู่ข้างกำแพงนั่น
“ไม่หลอกมั้ง ให้คนมาลากเขากลับไปจวนก็แล้วกัน แม่ชังหน้าเขา” ฟางหรงเกาศีรษะเบา ๆ ด้วยสีหน้าครุ่นคิด พลางยกยิ้มขึ้นมาอย่างคนมีชัยชนะ
จ้าวหย่งคังแสร้งสลบ เขาลองรับฝ่ามือและปลายเท้าของนาง ก็ทำให้เขาจุกเจ็บใช้ได้ มือหนัก หมัดหนักไม่เบา อีกทั้งหากทำให้นางหายกรุ่นโกรธเบาบางลงมาได้บ้าง จะเจ็บสักกี่ครั้งก็ยินดี
“โอ๊ย” หย่งคังแกล้งร้องโอดครวญเล็กน้อย “ภรรยาเหตุใดไม่อ่อนข้อให้สามีบ้าง”
“สามหาว ใครเป็นภรรยาของท่าน ข้าหย่าแล้ว ไสหัวออกไป” ฟางหรงไม่ยินยอม เก้าไม่ยอม สิบไม่ยอม ยืนเท้าเอวทันใด
ฟางหลินแม่หนูน้อยแสนบอบบางเริ่มเบะปากเล็กน้อย เห็นใจบิดาเข้าให้ เมื่อเห็นว่าศีรษะมีเลือดไหลซึมออกมา “ท่านแม่ ท่านพ่อจะตายหรือไม่” อารามไม่อยากเป็นกำพร้าจึงได้หวาดกลัว กลัวจริง ๆ
“หัวแตกแค่นี้ไม่ตายหรอก เขากล้าตีพี่เจ้า แม่ก็แค่จับแจกันทุ่มใส่หัวแค่นั้นเอง” ฟางหรงบางเรื่องไม่เคยพูดให้ลูกสาวได้ฟัง เพราะนางน่ารักและเป็นเด็กดีจิตใจอารีเป็นที่สุด มักขี้สงสาร
จ้าวหย่งคังหยัดกายลุกขึ้นยืน “แผลเพียงเท่านี้ พ่อไม่เจ็บสักนิด” เมื่อครู่ได้ยินลูกสาวเรียกว่าท่านพ่อ หัวใจของเขาพองโตทีเดียว รู้สึกดีใจยิ่งนักคล้ายว่าได้สมบัติของตนคืนมา
ฟางหลินรู้ตัวแล้วว่าทำผิดจึงได้แก้ต่างให้ตนเองเข้าให้ “เมื่อครู่ลูกเพียงแค่กลัวท่านพ่อตายในนี้ เดี๋ยวท่านแม่จะถูกทางการคุมขังไป ลูกห่างท่านแม่ไม่ได้เจ้าค่ะ” ใครจะเจ้าเล่ห์เหมือนนางไม่มี
“ท่านแม่ทัพ อย่าได้เข้ามาในเรือนของพวกเราอีก พวกเราล้วนตัดขาดกับท่านแล้ว โปรดจงกลับไปอยู่ในจวนของท่าน อย่าได้มาที่จวนนี้อีก หากไม่ทำเช่นนั้นพวกข้าจะหนีไปให้ไกลสุดขอบฟ้า” หย่งเล่อข่มขู่บิดา
“ได้ ได้พ่อจะไม่มา แต่ก็ขอให้ได้เห็นพวกเจ้าจากที่ไกล ๆ ได้หรือไม่” หย่งคังยังมีความหวัง แม้จะดูริบหรี่ก็ตาม แต่อย่างน้อย ๆ ยังรู้ว่าพวกเขาสุขสบายและอยู่ไกล ๆ เพียงแค่นี้ ยังมีเรื่องต่าง ๆ มากมายที่เขาไม่เคยรู้เกี่ยวกับนาง เขามันเป็นคนโง่จริง ๆ
ฟางหรงเห็นเขาเดินจากไป นางยังไม่หายแค้น ถอดรองเท้าแพรขึ้นมา จากนั้นนางรีบปาไปทันใด ปรากฏว่ามันถูกศีรษะของจ้าวหย่งคังเข้าให้อย่างจัง
“หรงเอ๋อร์” เขาไม่ได้โกรธนางสักนิด เพราะมันทำให้เขานึกถึงเรื่องเมื่อครั้งนั้น เป็นรองเท้าของนางที่ปามาใส่เขา เหมือนเช่นนี้ไม่ผิด “ข้าจะทำให้พวกเรากลับมาเป็นครอบครัวกันอีกครั้ง ข้าขอโทษนะ”
“เหอะ คิดว่าแค่คำขอโทษมันจะพอหรืออย่างไรกัน” นางแค่นหัวเราะกล่าวไล่หลังเขา นางไม่สนใจอีกฝ่ายที่เห็นว่าเขาชะงักงันกับคำพูดของนาง
ลูก ๆ ถูกมารดาจับจูงเข้าไปในเรือน รวมถึงตัวปัญหาคือเจ้าไป๋น้อยตัวที่ฟางหลินอุ้มเอาไว้ แต่ทว่าดรุณีน้อยใบหน้าน่ารักสวมชุดก็ดูเข้ากับตัวเล็ก ๆ ของนางนัก “ท่านแม่ ลูกอยากรู้ว่าท่านแม่ยังรักท่านพ่ออยู่หรือไม่”
“รักมากก็เจ็บมาก” ฟางหรงตอบเรียบ ๆ ระบายยิ้มหวาน ย่อตัวลงมาให้เท่ากับลูกสาว ฝ่ามือหยาบกร้านลูบปอยผมหน้าผากของลูกสาวด้วยความรักเอาไว้ “ตรงนี้ของแม่เจ็บ เจ็บมาก ๆ แต่แม่มีพวกเจ้าอยู่ด้วย แม่ไม่เจ็บแล้ว” กระบอกตาของนางร้อนผ่าวขึ้นมา มือของนางชี้ไปยังหน้าอกข้างซ้าย ใจดวงนี้ของนางมอบให้เขาตั้งแต่ครั้งแรก
จ้าวหย่งคังเดินกลับเข้ามาที่จวนของตนด้านประตูหลัง ใบหน้าบวมบูดมองเห็นชัด ๆ ว่าเป็นรอยเท้าแน่ ๆ ฝ่ามือข้างหนึ่งถือรองเท้ามาด้วย สีหน้าคล้ายกับคนมีความทุกข์ ดวงตานั้นดูว่างเปล่านัก เขาหยุดอยู่ประตูท้ายจวน
“หรงเอ๋อร์ เจ้าคงเจ็บปวดมาก ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เจ้าคืนมา” พูดยังไม่ทันจบ จู่ ๆ ไม้เท้าแสนวิเศษก็พุ่งเข้ามา ยังโชคดีที่เขาเบี่ยงตัวหลบทัน
“ไอ้ลูกชั่ว ไปก่อกวนลูกสะใภ้ข้าทำไมกัน” หลิวซื่อถูกจับจูงมา เมื่อมีคนมารายงานให้ฟังว่าคุณชายน้อยไปยุ่มย่ามที่จวนของฮูหยินน้อย
“เมื่อไหร่จะเลิกวุ่นวายกับนางเสียทีฮะ!” ชายชราตะคอกใส่ลูกชาย
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าก่อกวนนางแค่เล็กน้อยเท่านั้น แต่ดูลูกสะใภ้ที่แสนดีของพวกท่านทำร้ายข้าสิ” ใบหน้าอันหล่อเหลาคมคายถึงกับบวมช้ำและยังมีรอยฝ่าเท้าให้อีกด้วย หากใครเห็นเข้าก็คงจะถูกหัวเราะเป็นแน่
แต่...เขายอม ขอเพียงแค่ทำให้ภรรยากลับมาอยู่กับเขาอีกครั้ง เจ็บเท่าไหร่ก็ยอม
“เหอะ สมน้ำหน้า” ชายชราแค่นหัวเราะ
“มันยังน้อยไป” หลิวซื่อแทบอยากจะเอาเลือดหัวของลูกชายออก “เจ็บแค่นี้ไม่เท่ากับหรงเอ๋อร์ วันคลอดเจ้าก้อนแป้งทั้งสอง เกือบทำให้นางจากไป เจ้าเคยรู้หรือไม่ว่านางเจ็บมากขนาดไหน ทุ่มเทดูแลลูก ๆ ของเจ้าอย่างไร”
กล่าวไปก็เสียใจนัก “เจ้าหัวผักกาดนั่นเลี้ยงยากไม่ค่อยนอน ไม่สนใจใครทั้งนั้น ติดหรงเอ๋อร์ จะขยับตัวไปไหนก็ลำบาก มีแม่นมให้พวกเขาก็ไม่สน ร่างกายผ่ายผอมซูบซีดเพราะไม่เคยดูแลบำรุงตัวเอง นางเอาเวลาทั้งหมดดูแลจวน ดูแลข้ากับพ่อเจ้า ดูแลลูก ๆ ของเจ้า”
หลิวซื่อพูดไปนางก็สุดแสนจะเสียใจนัก นางไม่มีวันจะต้อนรับใครมาเป็นสะใภ้ตระกูลจ้าวนอกจากจะเป็นไป๋ฟางหรงเท่านั้น
“เจ้าเจ็บเพียงแค่ภายนอก แต่หรงเอ๋อร์ของข้า นางเจ็บปวดที่หัวใจ จดจำเอาไว้หัวใจของนางล้ำค่ายิ่งกว่าใบหน้าของเจ้า เป็นเจ้าเองที่ทอดทิ้งนาง คราวนี้จะโหยหามันสายไปแล้ว เป็นเจ้าที่ทำร้ายน้ำใจของนาง ยามนี้จะรั้งให้นางกลับมา เจ้าต้องพิสูจน์ตัวเองเพื่อให้คู่ควรกับนาง เพราะเจ้ามันไม่คู่ควร!”
ตอนพิเศษ ท่านอ๋องและมู่หลันอู๋เมิ่งซาน ท่านอ๋องรูปงาม นามก็เพราะวันนี้เป็นวันมงคล ดังนั้นในพระตำหนักจึงได้ครึกครื้นนัก ปกติแล้ว ท่านอ๋องมิชอบความครื้นเครงเช่นนี้ หากแต่ว่าวันนี้กำลังจะมีภรรยาเสียที เมื่อเช้าขบวนรับเจ้าสาว มีสินสมรสมอบให้นางยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตารถม้าคันใหญ่โตโอ่อ่า งดงามและหรูหราอย่างไม่เคยมีมาก่อน เรื่องสมรสครั้งนี้เล่าลือว่า เดิมทีนั้นเป็นคุณหนูหลิวเดินหน้าไปขอหมั้นหมาย หากแต่วันแต่งงานกลับเป็นท่านอ๋องส่งขบวนสินสมรสมากมาย เหล่าชาวบ้านพากันยืนดูสองข้างทาง มองตั้งนานก็ยังไม่เห็นปลายขบวนเสียทีสตรีนางหนึ่งเห็นขบวนยาวเหยียดเช่นนี้ นึกอิจฉายิ่งนัก สตรีนางหนึ่งก็หน้าตาบูดบึ้ง เกิดมาก็เพิ่งจะรู้ว่า ท่านอ๋องเป็นคนแสนดีเช่นนี้ เหล่าหญิงสาวพากันเสียดายนักหนา บางคนก็อยากจะเป็นสตรีผู้โชคดี แต่ทว่าท่านอ๋องประกาศกร้าวก่อนแต่งงาน ตำหนักของเขาจะไม่มีสตรีอื่นใดนอกจากหลิวมู่หลันเท่านั้นพิธีในช่วงเช้าเป็นไปอย่างเรียบร้อย ก็เหลือเพียงแค่พิธีเข้าหอของเขาเท่านั้น ตัวของท่านอ๋องปกติมักเย็นชา สีหน้าเรียบเฉย ไม่เคยแย้มยิ้มพูดคุยกับผู้ใดมากความ หากแต่วันนี้เป็นวันมงคลทำให้อู๋เมิ่งซานแย้ม
ตอนพิเศษ ห้องนอนของแม่ทัพจ้าวแสงเทียนสว่างไสววูบวาบอยู่ไม่น้อยนัก หน้าต่างถูกเปิดเอาไว้เพื่อรับสายลมที่พัดผ่านเข้ามา บรรยากาศในห้องนอน ช่างดูอบอวลไปด้วยความรัก เมื่อแม่ทัพจ้าว ค่อย ๆ บรรจงจุมพิตภรรยาที่หน้าผากมน ก่อนจะเลื่อนมาจุมพิตเป็นดวงตาทั้งสองข้างอย่างเท่าเทียมกัน จากนั้นก็ทาบทับลงริมฝีปากนุ่มนิ่มของนางฝ่ามือหนาคลึงเคล้าซาลาเปานุ่มมือ ช่างทำให้ฟางหรงเริ่มไม่เป็นตัวของตนเอง ใบหน้าของนางเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา เมื่อถูกปลายลิ้นอุ่นร้อนหยอกเย้านางเข้าให้ นางรู้สึกราวกับจะขาดใจ เมื่อปลายลิ้นร้ายกาจหยอกเย้า กระหวัดรัดรึงร้อนแรงสลับกับอ่อนโยนหวานหอมฝ่ามือหนายังคงหยอกเย้าเต้างาม ก่อนจะค่อย ๆ แบะสาบเสื้อของนางออก เผยให้เห็นเนินอวบอิ่ม เสียงหวานของภรรยาเริ่มร้องครางแว่วหวานออกมาเบา ๆ ก็ยิ่งกระตุ้นให้ผู้เป็นสามีเร่งปรนเปรอดึดดูดลิ้นร้อนเล็ก ๆ ของนางอื้อ เสียงหวานร้องอื้ออ้าไม่เป็นภาษา ฝ่ามือเรียวของนางสวมกอดเข้าที่ต้นคอของสามี ยอดถันงดงามเผยต่อสายตาของชายหนุ่ม เขาปลดสายคาดเอวและเสื้อของนางออกทีละชิ้น ทีละชิ้น จนเรือนร่างเปลือยเปล่าปรากฏต่อสายตาของเขาฝ่ามือหนาลูบไล้เรียวขาของนาง สัมผัสตรงไ
ตอนที่ 55 สำนึกผิดองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ไม่ได้มีจิตใจโหดเหี้ยมตั้งแต่กำเนิด องค์ชายรองผู้นี้ทำทุกอย่างลงไปก็เพราะเรียกร้องให้บิดา หรือฮ่องเต้แคว้นเฉิงสนพระทัยเขาบ้าง นั่นเพราะกำเนิดจากพระสนมขั้นผิน ชีวิตในวังล้วนแล้วแต่ต้องแย่งชิงอำนาจมีท่านอาชินอ๋องเป็นที่พึ่ง คล้ายกับว่าเป็นบิดาอีกคน ความคิดอันตื้นเขินจึงทำให้องค์ชายรอง ทำเรื่องชั่วช้าไม่อาจให้อภัย เมื่อถูกจ้าวฟางหลินสอนสั่ง ใบหน้านั้นมีบาดแผล แต่แววตาของเขากำลังสำนึกผิดหาได้แค้นเคืองนางไม่เขาเข้ามาในห้องนี้อีกครั้ง เห็นเด็กชายคนที่ถูกพิษเล่นงานฟื้นขึ้นมา พลันใบหน้าที่ห่อเหี่ยว แต่ทว่าหล่อเหลาแย้มยิ้มขึ้นอย่างดีใจ เขาคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้น ทำให้เหล่าผู้คนมากมายที่อยู่ในห้อง ต่างหันมองเป็นตาเดียวกัน“คุณชายจ้าว ในที่สุดก็ฟื้นแล้ว ข้าเฉิงจิ่งเจี้ยน ทำผิดคิดร้าย หวังลอบสังหารท่านแม่ทัพจ้าว ชาตินี้มีความผิดติดตัว ขอคำนับคุณชายจ้าวเป็นการขอโทษ”“สายเลือดมังกรสูงส่งถึงขั้นโขกหัวให้หลานชายข้า น่าหัวเราะสิ้นดี” เจียงจินจู นั่งจิบชาอย่างสบายใจ เหยียดยิ้มอีกฝ่ายเข้าให้ “โชคดีที่หลานข้าไม่ถึงแก่ชีวิต หากเขาเป็นอะไรขึ้นมา ชีวิตเจ้าย่อมส
ตอนที่ 54 ถอนพิษในที่สุดจ้าวหย่งเล่อก็ได้รับยาถอนพิษ แต่ก็ต้องแลกกับตัวประกัน นั่นก็คือองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ทว่าผู้ที่นำยารักษามาให้นั้นเป็นท่านอาของเขา เป็นท่านอ๋องแคว้นเฉิง รูปงามไม่เบา อายุเพิ่งจะยี่สิบแปดใบหน้าของเขาดูหล่อเหลานัก และยังเป็นคนจิตใจดีมีเมตตาอีกด้วย ผิดกับองค์ชายรองอย่างลิบลับท่านอ๋องผู้นี้มิได้รู้มาก่อนว่าหลานชายของเขาได้แอบขโมยยาพิษมา แต่ทว่าเพื่อรักษาอาการต้องพิษร้ายแรงนี้ เขาจึงได้เดินทางมาด้วยตนเอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครที่ถูกพิษของแมงมุมดำเป็นเพียงแค่เด็กน้อยใบหน้าน่ารักคนหนึ่งท่านอ๋องถึงกับโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ “รู้หรือไม่ที่เจ้าทำมันหมายถึงอันใด มันจะกลายเป็นสงครามระหว่างแคว้น ช่างไม่มีหัวคิด คอยดูกลับไปข้าจะรายงานเรื่องทั้งหมดเอง” ท่านอ๋องผู้นี้ค่อนข้างรักความสงบ แต่ทว่าเขาชื่นชอบการรักษาและยังเป็นผู้คิดค้นพิษร้ายแรงเอาไว้อีกด้วยนั่นก็เพราะเกรงว่าสักวันหนึ่ง ฮ่องเต้ซึ่งเป็นพี่ชายอาจจะได้รับพิษร้าย และไม่มีหนทางการรักษา ด้วยเพราะแคว้นเฉิงไม่ค่อยสงบ คลื่นลมในราชสำนักก่อตัวขึ้นไม่เว้นวัน คาดว่าองค์ชายรองที่มาสร้างเรื่องที่แคว้นอู๋จะต้องมีขุนนางบางคนหนุนหลังเป็
ตอนที่ 53 ฟางหลินปากหวานองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ยกมือกอบกุมลำคอที่ร้อนผ่าว ราวกับถูกเพลิงแผดเผาเข้าให้ ดวงตาของเขาเถลือกถลนและท่าทางลนลานนัก เขานั่งลงบนพื้น เกาะปลายเท้าของหญิงสูงวัย ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำราวกับมีโลหิตอยู่ในกระบอกตาทั้งสองข้าง“ข้าบอกแล้ว บอกแล้ว” น้ำเสียงกล่าวขึ้นปนความหวาดกลัวจับใจ ใบหน้าขององค์รองช่างดูตื่นตระหนกกับเรื่องที่ตนเองประสบพบเจอ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าทำร้ายเขาเช่นนี้มาก่อน “ข้าขโมยมาจากท่านอาของข้า”“ยาถอนพิษอยู่ไหน อยู่กับใคร” เจียงจินจูตวาดเสียงดังกล่าวถาม นางยกมือขึ้นเท้าเอวทั้งสองข้าง คล้ายดั่งแจกันหยกมีหู สีหน้าของนางบิดเบี้ยวไม่พอใจมากโข พร้อมจะลงมือสังหารองค์ชายรองคนนี้ให้สิ้นชีวิตภายในพริบตา หากเขาเล่นตุกติก นางไม่ปล่อยให้มีชีวิตรอดกลับไปแน่“อยู่กับท่านอา ข้าไม่ได้เอามาด้วย ข้าก็แค่ขโมยมาเท่านั้น ไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงขนาดนี้” จิ่งเจี้ยนรีบร้อนกล่าวขึ้นมา ใบหน้าปูดบวมแดงช้ำอยู่ไม่น้อย อีกทั้งเมื่อครู่ยังถูกสตรีผู้นี้นำยาพิษให้เขากินอีกด้วย “ข้าไม่ได้โกหกแน่นอน” เขากล่าวหนักแน่น แววตาอ้อนวอนอย่างสุดซึ้ง“ถอนพิษให้ข้าก่อน ข้ายังไม่อยากตาย”
ตอนที่ 52 ท่านยายเล่นงานแม่ทัพจ้าวนำทหารกลุ่มหนึ่งไปล้อมที่จวนตระกูลถังเอาไว้ เขาส่งรายงานเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านทางม้าเร็วไปก่อนหน้านี้ก็หลายวันแล้ว คิดเสียว่าจะเดินทางกลับเมืองหลวงหลังจากสะสางภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่งยวดนั้นจบลง แต่เรื่องราวมิได้ง่ายปานนั้นเมื่อแม่ทัพจ้าวมาถึงจวนตระกูลถัง ก็ไม่พบชายชราคนนั้นแล้ว เห็นทีว่าเขาคงหนีไปได้ไม่ไกลนัก ยังมีอีกกลุ่มที่กำลังซุ่มโจมตีแม่ทัพจ้าวอยู่ในจวนตระกูลถัง ยังไม่ทันไร ชายชุดดำราวสักยี่สิบคนก็ทะยานลงมา ในมือพวกเขาถืออาวุธไว้ทุกคนแม่ทัพจ้าว สวมชุดดำหน้ากากสีดำอำพรางใบหน้าของตนเองเอาไว้ มีสายคาดหน้าผากเป็นสีขาว พวกพ้องของแม่ทัพจ้าว แต่งกายเช่นเดียวกัน ไม่ถึงอึดใจ จวนตระกูลถังก็เจิ่งนองไปด้วยโลหิตไหลเป็นทางเปรอะเปื้อนไม่น้อยนักส่วนลานกว้างกลางเมืองนั้น ผู้ที่ปลอมตัวเป็นแม่ทัพจ้าว เขาถูกปลดออกจากการพันธนาการแล้ว เขายืนเต็มความสูง บิดกายไปมาคล้ายว่ายืดเส้นยืดสายเสีย แววตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นมาทันใด กระบี่คมกริบมันวาววับ ยามสะท้อนกับแสงของพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้วอยู่ในมือของตนหลิวมู่ฉวนดึงหน้ากากเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง “ยินดีด้วย พวกเจ้าถูกหล
ตอนที่ 31 ถูกลอบสังหารท่านอ๋องหน้าชาไปหลายส่วน อยากจะจับเจ้าเด็กคนนี้ตีก้นสักทีสองที หน็อยแน่ กล่าววาจาเฉือนเขาจนเลือดไหลซิบ ๆ แล้วจ้าวหย่งคังมองท่านอ๋องทันใด “เหตุใดท่านอ๋องจึงพูดจาเช่นนี้กับลูกสาวกระหม่อม”“ก็ข้าชอบนาง จับจองเป็นภรรยา” คนหน้ามึนกล่าวขึ้น ท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาวสักนิดฟางหลินและ
ตอนที่ 30 ท่านตาท่านยายเจียงจินจูหันมองท่านอ๋อง ด้วยสายตาไม่พอใจมากโข หลังจากเดินออกมาจากห้องทรงอักษร พึงพอใจกับบทลงโทษต่าง ๆ แล้ว แต่ทว่าผู้ถูกกล่าวหาลืมตาโพลงขึ้นมา“ท่านยาย เช่นนั้น ข้าจะต้องเรียกท่านอ๋องว่าท่านตาใช่หรือไม่” แม่หนูน้อยคนนี้มิรู้ความ นางทวนความคิดไล่ลำดับ หากท่านอ๋องเรียกท่านยาย
ตอนที่ 29 จัดการครั้งนั้นอู๋อ้ายเสียนยังคงเป็นไท่จื่อ พระโอรสของหวงซ่าง บรรดาพระสนมทั้งหลาย ต่างก็จ้องจะสังหารไท่จื่อ ผลักดันพระโอรสของตนเองขึ้น ช่วงชิงตำแหน่งนี้เพียงเพราะภายภาคหน้าจะได้เป็นใหญ่ อยู่เหนือผู้คน ไท่จื่อ ยามนั้นเสด็จเป็นการส่วนพระองค์กับหวงซ่างเจียงจินจู รับหน้าที่ดูแลความปลอดภัย แ
ตอนที่ 28 บุกวังหลวงวันนี้หิมะไม่ตกเหมือนทุกวัน คล้ายว่ารับรู้วันนี้จะมีเรื่องร้อน ๆ นั่นเพราะว่าท่านประมุขแห่งหุบเขาไป๋หรง ปรากฏกายอยู่ในจวนของหลานสาว และยังได้พบท่านประมุขน้อยอีกด้วย เหล่าชายชุดดำทั้งหลาย เห็นท่านประมุขน้อยเดินมา ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด ต่างก็โค้งศีรษะทำความเคารพตำแหน่งนี้สืบท







