Masukตอนที่ 32 คู่กัด
คนร้ายสวมชุดดำอำพรางใบหน้าเอาไว้ครึ่งล่าง ชิงลงมือกัดยาพิษจบชีวิตลงไปในที่สุด ด้วยเพราะแม่ทัพจ้าว ตามชายคนนี้ได้ทัน และมีท่านลุงเจ้าสำนักมาร่วมด้วยอีกคน เขาสำรวจเสื้อผ้าของชายคนนี้ และหาหลักฐานในตัวของผู้ก่อเหตุ แต่ก็ไม่พบอันใด
เห็นพิรุธเพียงแค่ รอยถูกนาบด้วยแผ่นเหล็ก เป็นสัญญาลักษณ์กลุ่มโจรแดนเหนือ คาดว่าคนกลุ่มนั้นคิดจะลงมือสังหารเขาเป็นแน่ เห็นทีว่าพรุ่งนี้คงจะทูลขอหวงซ่างกลับแดนเหนืออย่างเร่งด่วน
เจ้าสำนักขมวดคิ้วเล็กน้อย นึกเห็นใจหลานชายนัก ด้วยเพราะเป็นคนไม่ค่อยพูดมากสักเท่าไหร่ เขาล้วงเข้าไปในสาบเสื้อของตน หยิบเอาขวดหยกใบเล็ก ๆ ออกมา “ข้าให้เจ้า เอาไว้ยามจำเป็น แม้แต่ชีวิตของเจ้าก็เป็นของหลานสาวข้า ห้ามตายอย่างเด็ดขาด”
หย่งคังยกมือทั้งสองข้างประสานกัน “ขอคุณท่านลุงที่เมตตาข้า” เขามีกำลังใจขึ้นเยอะ เห็นทีว่าจะพิชิตใจภรรยาไม่ยากไม่ง่าย แต่จะผ่านด่านมารดาของภรรยาอย่างไร เขายังมืดแปดด้าน หาหนทางตนเองไม่พบ
“กลับกันเถอะ ไม่รู้ป่านนี้ท่านอ๋องสิ้นใจไปหรือยัง” เขาเป็นห่วงหลานชาย เกรงว่าหลานสาวจะเป็นหม้ายสมใจนาง และสมใจน้องสาวของตน และมันจะไม่มีวันเป็นเช่นนั้นแน่นอน เขาจะคอยส่งเสริมสนับสนุนหลานเขยให้ชิงตัวหลานสาวกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง
เพียงแค่รับรู้เรื่องบางอย่าง ไม่จำเป็นต้องพูดให้มากความ หลานแฝดทั้งสองรักบิดามากนัก ตัวเขาซึ่งเป็นท่านลุงมีหรือจะไม่ส่งเสริมสนับสนุน
ผู้ที่ถูกกล่าวถึงนอนบนเตียงกว้าง ข้างกายมีนางกำนัลดูแล แต่ก็ต้องถูกขับไล่ให้ออกไป หลิวมู่หลัน น้องสาวของหลิวมู่ฉวนเข้ามาดูอาการของท่านอ๋องเช่นเดียวกัน เห็นเขาจับมือเจ้าตัวเล็ก ด้วยเพราะไม่ชมชอบสตรีมักมาก กับเด็กก็ไม่เว้น นางจึงหลงลืมไปว่า ชายคนนี้คือท่านอ๋อง
“กินแต่เต้าหู้นาง หลินเอ๋อร์ มาหาพี่สาวเสีย อย่าไปอยู่ใกล้ ๆ คนวิปลาส” มู่หลันไม่พอใจ ใบหน้าของนางก็บ่งบอกว่าเป็นเช่นนั้น
ท่านอ๋องชักสีหน้ากล่าวขึ้นมาทันใด “นี่คุณหนูหลิว มันเป็นกงการอันใดของเจ้า จึงคิดจะมาขัดขวางข้ากับคู่หมั้น”
“น้อย ๆ หน่อยท่านอ๋อง ไม่ดูอายุของตนเองเสียบ้าง แต่งงานกับนางไป จะเป็นบิดาของนางรึอย่างไรกัน ไม่ดูสังขารบ้าง หากท่านไม่ถูกเล่นงานนอนพะงาบ ๆ เช่นนี้ เห็นทีว่าข้าคงจะไม่ไว้หน้าท่านเช่นเดียวกัน” มู่หลันเป็นคนปากไวอยู่แล้ว ถึงรู้ว่าอีกฝ่ายมีฐานะสูงส่ง นางก็หาได้สนใจไม่
นางจับมือป้อม ๆ ของญาติผู้น้องเอาไว้ จริง ๆ นางก็คือท่านอาหลิวมู่หลันของพวกเด็ก ๆ แต่ทว่าเจ้าฝาแฝดเรียกพี่สาวเสียติดปาก นางก็เห็นว่ายังคงเด็กก็เลยให้เรียกเช่นนั้น
คนถูกต่อว่ากรุนโกรธจนใบหน้าแดงก่ำ ก้อนขมขื่นมันจุกอยู่กลางอกแทบจะทะลักออกมาเป็นคำพูด เกิดมายังไม่เคยพานพบสตรีนางใด ฝีปากจัดจ้านเช่นนี้มาก่อน ชาติที่แล้วเขาเป็นศัตรูของนางหรืออย่างไรกัน จึงทำให้เขาถูกคุณหนูหลิวจิกกัดเสียทุกครั้งไป
“ท่านอ๋อง ถึงกับพูดไม่ออกเลยรึอย่างไร ข้านะพูดกับท่านจริง ๆ นะ อายุของนางกับท่านห่างกันกี่สิบปี ถามท่านดูเถิด นางกับท่านเหมาะสมกันรึ ข้าเป็นท่านอาของนาง ยังไม่อาจทำใจได้เลยที่จะมีหลานเขยแก่กว่า”
ด้วยเพราะลับฝีปากกับท่านอ๋องมาหลายครั้ง คำพูดจาจึงดูไม่มีคำราชาศัพท์แต่อย่างใด ท่านอ๋องเป็นคนเรียบง่ายไม่ถือตัว แต่ถือดีคิดว่าตนนั้นหล่อเหลาเป็นหนึ่งแห่งแว่นแคว้นกระมัง
“เจ้ามันเป็นสตรีวิปลาส อิจฉากระทั่งหลินเอ๋อร์ของข้า ทำไมกัน ที่เจ้าจิกกัดข้าเนี่ย เพราะชื่นชอบข้ารึอย่างไร จึงขัดขวางนางไม่ให้มาเป็นของข้า”
“อย่างท่านข้าไม่เอามาทำสามีหรอก หลินเอ๋อร์ เราไปกันเถอะ ต่อปากต่อคำได้เช่นนี้ อีกไม่กี่วันก็แข็งแรงดี หากจะตายเร็วก็คงเพราะปากเนี่ยแหละ” มู่หลันสะบัดหน้าทันใด
ฟางหลินเงยหน้ามองพี่สาว หรือท่านอาของนาง “เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะ” นางยังไม่อยากไป
“มีอะไรอีกเล่า ท่านแม่ของเจ้ากลับจวนไปแล้วนะ พี่ชายเจ้าอีกคน อยู่นานไม่เหมาะนัก” มู่หลันเอ็นดูหลานสาวและยังชื่นชม นางเรียนวรยุทธ์ ทำได้เพียงแค่ฆ่าเป็ดฆ่าไก่เท่านั้น สู้เจ้าฝาแฝดไม่ได้สักนิด
“ข้าอยากพูดตัดความสัมพันธ์กับท่านตาอู๋” ฟางหลินเห็นว่าไม่ดีนัก “หากคนแก่ ๆ อย่างท่านอ๋องที่เป็นเหมือนไม้ใกล้ฝั่ง จะมาปักหลักกับข้า นับ ๆ แล้ว เขาก็คงตายก่อนข้าแน่ ๆ”
“หลินเอ๋อร์ ข้าอายุสามสิบกว่า ๆ เองนะ ยังไม่ตาย ไม่ใช่เป็นไม้ใกล้ฝั่งเสียหน่อย เจ้านี่นะ เหอะ” ท่านอ๋องถึงกับหน้าดำหน้าแดง ลุกพรวดขึ้นนั่งทันใด ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเข้าให้ ให้ตายสิพอกันทั้งอาทั้งหลานปากจัดจ้านนักเผ็ดร้อนแทบถึงกลางอก
“ข้าจะไปรู้หรือเจ้าคะ ข้าก็คิดว่าท่านตาอายุเท่าท่านยายของข้าเสียอีก” ยังไม่รู้ตัวว่ากล่าวอันใดไป เอียงคอเล็กน้อย จากนั้นมองเห็นว่าท่านอ๋องหน้าแดงก่ำ คิดว่าเป็นไข้แน่ ๆ นางจึงเดินไปปีนขึ้นเตียง ยกมืออังหน้าผากท่านอ๋อง
“ท่านตาอู๋เป็นไข้รึเจ้าคะ เหตุใดหน้าจึงแดง แต่มันรุม ๆ นิด ๆ เองนะ”
“ข้าไม่ได้เป็นไข้ แต่ข้าโมโหพวกเจ้าอย่างไรเล่า ข้าจะนอนแล้ว รีบ ๆ กลับไปเลย เบื่อไม่อยากเห็นหน้า” ว่าแล้วก็ล้มตัวลงนอน ไม่มีแล้วอาการเจ็บปวดจากบาดแผล นอนหันหลังให้ฟางหลินอีกด้วยนะสิ
เจ้าตัวแสบยังคงครุ่นคิด ปีนลงจากเตียง เงยหน้ามองท่านอา “สรุปว่าท่านตาอู๋นี่สติไม่ดีใช่หรือไม่”
“หลินเอ๋อร์ เจ้านั่นแหละสติไม่ดี รีบ ๆ กลับไปจวนเจ้าเลยนะ ไม่เช่นนั้นข้าจะหักคอเจ้าจริง ๆ ด้วย” อู๋เมิ่งซาน เกิดมาเพิ่งจะโกรธจัดจนควันออกหู ก็เพราะอาหลานคู่นี้แท้ ๆ
“ไปเถอะ อย่าสนใจคนแก่เลย แก่แล้วก็เป็นเช่นนี้แหละนะ” มู่หลันกล่าวกระทบ แต่แอบหัวเราะคิกคักกับคำพูดคำจาของหลานสาว คิดจะแกล้งใครก็ต้องดูให้ดี
แม่หนูน้อยนี่ฝีปากเผ็ดร้อนนัก ใครกล้าก็ลองถูกนางตอกหน้าหงายมาหลายราย เพราะหน้าซื่อ ๆ ตาแป๋ว ๆ แบบนี้ ใครเขาจะโกรธลง นางก็อีกคน โกรธไม่ลงสักนิด
คนที่ถูกกล่าว นอนไม่หลับนะสิ นั่นเพราะในอกมีกองเพลิงขนาดย่อมกดทับเอาไว้ คล้อยหลังจากอาหลานคู่นั้นจากไป นางกำนัลจึงเข้ามาดูแลต่อ นางอยู่ข้างนอกได้ยินถ้อยคำนั้นทั้งหมด ยังอดสงสารเห็นใจท่านอ๋องไม่น้อยที่ถูกสตรีถึงสองคน รวมหัวกันกลั่นแกล้งท่านอ๋องให้อับอายและยังหงุดหงิดอีกด้วย
“ท่านอ๋องเพคะ คุณหนูหลิวน่ารัก อีกอย่างก็เป็นสตรีที่เพียบพร้อม เหตุใดท่านอ๋องจึงมิมองบ้างเพคะ” นางกำนัลคนสนิท ดูแลท่านอ๋องมาหลายปี นางอายุมากแล้ว ดังนั้นท่านอ๋องจึงไว้วางใจให้นางดูแลในห้องนอนเพียงแค่คนเดียว
“เหอะ นางนะรึ ฝันไปเถอะ” เขาปรามาสขึ้นมา “ปากจัดจ้าน กระโดกกระเดกมิเป็นสตรี อีกอย่างนางนิสัยไม่ดี จิกกัดข้าทุกครั้ง ผิดกับมู่ฉวนนักไม่รู้ว่าฮูหยินหลิวไปไหว้พระวัดใด จึงได้นางมา”
“ระวังเอาไว้นะเพคะ สักวันจะหลงรักนางไม่รู้ตัว” นางกำนัลกล่าวขึ้นมาอย่างจงใจ ช้อนสายตามองท่านอ๋องเป็นระยะ
สตรีที่เข้าใกล้ท่านอ๋องได้ มีไม่กี่คนเท่านั้น ทุกคนล้วนเป็นคนพิเศษและได้รับความไว้วางใจ หาไม่แล้วคุณหนูหลิวจะกล้าต่อปากต่อคำเช่นนี้รึ ด้วยปกติท่านอ๋องเป็นคนเย็นชา เฉยเมิน ไม่ค่อยพูดจา หากมีคุณหนูหลิวอยู่ด้วยเมื่อไหร่ วันนั้นจะทำให้ท่านอ๋องหงุดหงิดใจและบ่นพึมพำไม่หยุดหย่อน
“ไม่มีทาง ข้าไม่ชอบนาง!” เขามั่นใจยิ่งนัก
“เพคะ หม่อมฉันจะคอยดู หากวันใดที่คุณหนูหลิวตัดสินใจเลือกคู่ ท่านอ๋องอย่ามาอ้อนวอนให้ข้าช่วยก็แล้วกัน” เห็นมานักต่อนักแล้ว พวกปากไม่ตรงกับใจ
“นางนะรึ จะถูกตาถูกใจข้า ดูเมื่อครู่ที่นางพูดสิ ข้ายังโมโหอยากจะตีก้นเสียให้เข็ด” ใบหน้าแดงขึ้นมาทันใด “ใครจะได้นางเป็นภรรยา ข้าว่าเจ้าหมอนั่นคงจะโชคร้ายนัก”
“ท่านอ๋อง ระวังเอาไว้ว่าสามีของนาง จะกลายเป็นพระองค์นะ” นางกำนัลหัวเราะชอบใจไม่น้อย ท่านอ๋องพูดขนาดนี้ก็คงยังไม่รู้ตัวอีก
“จะบ้ารึ ข้าไม่ได้ชอบนาง ข้าชอบหลินเอ๋อร์”
ตอนพิเศษ ท่านอ๋องและมู่หลันอู๋เมิ่งซาน ท่านอ๋องรูปงาม นามก็เพราะวันนี้เป็นวันมงคล ดังนั้นในพระตำหนักจึงได้ครึกครื้นนัก ปกติแล้ว ท่านอ๋องมิชอบความครื้นเครงเช่นนี้ หากแต่ว่าวันนี้กำลังจะมีภรรยาเสียที เมื่อเช้าขบวนรับเจ้าสาว มีสินสมรสมอบให้นางยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตารถม้าคันใหญ่โตโอ่อ่า งดงามและหรูหราอย่างไม่เคยมีมาก่อน เรื่องสมรสครั้งนี้เล่าลือว่า เดิมทีนั้นเป็นคุณหนูหลิวเดินหน้าไปขอหมั้นหมาย หากแต่วันแต่งงานกลับเป็นท่านอ๋องส่งขบวนสินสมรสมากมาย เหล่าชาวบ้านพากันยืนดูสองข้างทาง มองตั้งนานก็ยังไม่เห็นปลายขบวนเสียทีสตรีนางหนึ่งเห็นขบวนยาวเหยียดเช่นนี้ นึกอิจฉายิ่งนัก สตรีนางหนึ่งก็หน้าตาบูดบึ้ง เกิดมาก็เพิ่งจะรู้ว่า ท่านอ๋องเป็นคนแสนดีเช่นนี้ เหล่าหญิงสาวพากันเสียดายนักหนา บางคนก็อยากจะเป็นสตรีผู้โชคดี แต่ทว่าท่านอ๋องประกาศกร้าวก่อนแต่งงาน ตำหนักของเขาจะไม่มีสตรีอื่นใดนอกจากหลิวมู่หลันเท่านั้นพิธีในช่วงเช้าเป็นไปอย่างเรียบร้อย ก็เหลือเพียงแค่พิธีเข้าหอของเขาเท่านั้น ตัวของท่านอ๋องปกติมักเย็นชา สีหน้าเรียบเฉย ไม่เคยแย้มยิ้มพูดคุยกับผู้ใดมากความ หากแต่วันนี้เป็นวันมงคลทำให้อู๋เมิ่งซานแย้ม
ตอนพิเศษ ห้องนอนของแม่ทัพจ้าวแสงเทียนสว่างไสววูบวาบอยู่ไม่น้อยนัก หน้าต่างถูกเปิดเอาไว้เพื่อรับสายลมที่พัดผ่านเข้ามา บรรยากาศในห้องนอน ช่างดูอบอวลไปด้วยความรัก เมื่อแม่ทัพจ้าว ค่อย ๆ บรรจงจุมพิตภรรยาที่หน้าผากมน ก่อนจะเลื่อนมาจุมพิตเป็นดวงตาทั้งสองข้างอย่างเท่าเทียมกัน จากนั้นก็ทาบทับลงริมฝีปากนุ่มนิ่มของนางฝ่ามือหนาคลึงเคล้าซาลาเปานุ่มมือ ช่างทำให้ฟางหรงเริ่มไม่เป็นตัวของตนเอง ใบหน้าของนางเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา เมื่อถูกปลายลิ้นอุ่นร้อนหยอกเย้านางเข้าให้ นางรู้สึกราวกับจะขาดใจ เมื่อปลายลิ้นร้ายกาจหยอกเย้า กระหวัดรัดรึงร้อนแรงสลับกับอ่อนโยนหวานหอมฝ่ามือหนายังคงหยอกเย้าเต้างาม ก่อนจะค่อย ๆ แบะสาบเสื้อของนางออก เผยให้เห็นเนินอวบอิ่ม เสียงหวานของภรรยาเริ่มร้องครางแว่วหวานออกมาเบา ๆ ก็ยิ่งกระตุ้นให้ผู้เป็นสามีเร่งปรนเปรอดึดดูดลิ้นร้อนเล็ก ๆ ของนางอื้อ เสียงหวานร้องอื้ออ้าไม่เป็นภาษา ฝ่ามือเรียวของนางสวมกอดเข้าที่ต้นคอของสามี ยอดถันงดงามเผยต่อสายตาของชายหนุ่ม เขาปลดสายคาดเอวและเสื้อของนางออกทีละชิ้น ทีละชิ้น จนเรือนร่างเปลือยเปล่าปรากฏต่อสายตาของเขาฝ่ามือหนาลูบไล้เรียวขาของนาง สัมผัสตรงไ
ตอนที่ 55 สำนึกผิดองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ไม่ได้มีจิตใจโหดเหี้ยมตั้งแต่กำเนิด องค์ชายรองผู้นี้ทำทุกอย่างลงไปก็เพราะเรียกร้องให้บิดา หรือฮ่องเต้แคว้นเฉิงสนพระทัยเขาบ้าง นั่นเพราะกำเนิดจากพระสนมขั้นผิน ชีวิตในวังล้วนแล้วแต่ต้องแย่งชิงอำนาจมีท่านอาชินอ๋องเป็นที่พึ่ง คล้ายกับว่าเป็นบิดาอีกคน ความคิดอันตื้นเขินจึงทำให้องค์ชายรอง ทำเรื่องชั่วช้าไม่อาจให้อภัย เมื่อถูกจ้าวฟางหลินสอนสั่ง ใบหน้านั้นมีบาดแผล แต่แววตาของเขากำลังสำนึกผิดหาได้แค้นเคืองนางไม่เขาเข้ามาในห้องนี้อีกครั้ง เห็นเด็กชายคนที่ถูกพิษเล่นงานฟื้นขึ้นมา พลันใบหน้าที่ห่อเหี่ยว แต่ทว่าหล่อเหลาแย้มยิ้มขึ้นอย่างดีใจ เขาคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้น ทำให้เหล่าผู้คนมากมายที่อยู่ในห้อง ต่างหันมองเป็นตาเดียวกัน“คุณชายจ้าว ในที่สุดก็ฟื้นแล้ว ข้าเฉิงจิ่งเจี้ยน ทำผิดคิดร้าย หวังลอบสังหารท่านแม่ทัพจ้าว ชาตินี้มีความผิดติดตัว ขอคำนับคุณชายจ้าวเป็นการขอโทษ”“สายเลือดมังกรสูงส่งถึงขั้นโขกหัวให้หลานชายข้า น่าหัวเราะสิ้นดี” เจียงจินจู นั่งจิบชาอย่างสบายใจ เหยียดยิ้มอีกฝ่ายเข้าให้ “โชคดีที่หลานข้าไม่ถึงแก่ชีวิต หากเขาเป็นอะไรขึ้นมา ชีวิตเจ้าย่อมส
ตอนที่ 54 ถอนพิษในที่สุดจ้าวหย่งเล่อก็ได้รับยาถอนพิษ แต่ก็ต้องแลกกับตัวประกัน นั่นก็คือองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ทว่าผู้ที่นำยารักษามาให้นั้นเป็นท่านอาของเขา เป็นท่านอ๋องแคว้นเฉิง รูปงามไม่เบา อายุเพิ่งจะยี่สิบแปดใบหน้าของเขาดูหล่อเหลานัก และยังเป็นคนจิตใจดีมีเมตตาอีกด้วย ผิดกับองค์ชายรองอย่างลิบลับท่านอ๋องผู้นี้มิได้รู้มาก่อนว่าหลานชายของเขาได้แอบขโมยยาพิษมา แต่ทว่าเพื่อรักษาอาการต้องพิษร้ายแรงนี้ เขาจึงได้เดินทางมาด้วยตนเอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครที่ถูกพิษของแมงมุมดำเป็นเพียงแค่เด็กน้อยใบหน้าน่ารักคนหนึ่งท่านอ๋องถึงกับโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ “รู้หรือไม่ที่เจ้าทำมันหมายถึงอันใด มันจะกลายเป็นสงครามระหว่างแคว้น ช่างไม่มีหัวคิด คอยดูกลับไปข้าจะรายงานเรื่องทั้งหมดเอง” ท่านอ๋องผู้นี้ค่อนข้างรักความสงบ แต่ทว่าเขาชื่นชอบการรักษาและยังเป็นผู้คิดค้นพิษร้ายแรงเอาไว้อีกด้วยนั่นก็เพราะเกรงว่าสักวันหนึ่ง ฮ่องเต้ซึ่งเป็นพี่ชายอาจจะได้รับพิษร้าย และไม่มีหนทางการรักษา ด้วยเพราะแคว้นเฉิงไม่ค่อยสงบ คลื่นลมในราชสำนักก่อตัวขึ้นไม่เว้นวัน คาดว่าองค์ชายรองที่มาสร้างเรื่องที่แคว้นอู๋จะต้องมีขุนนางบางคนหนุนหลังเป็
ตอนที่ 53 ฟางหลินปากหวานองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ยกมือกอบกุมลำคอที่ร้อนผ่าว ราวกับถูกเพลิงแผดเผาเข้าให้ ดวงตาของเขาเถลือกถลนและท่าทางลนลานนัก เขานั่งลงบนพื้น เกาะปลายเท้าของหญิงสูงวัย ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำราวกับมีโลหิตอยู่ในกระบอกตาทั้งสองข้าง“ข้าบอกแล้ว บอกแล้ว” น้ำเสียงกล่าวขึ้นปนความหวาดกลัวจับใจ ใบหน้าขององค์รองช่างดูตื่นตระหนกกับเรื่องที่ตนเองประสบพบเจอ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าทำร้ายเขาเช่นนี้มาก่อน “ข้าขโมยมาจากท่านอาของข้า”“ยาถอนพิษอยู่ไหน อยู่กับใคร” เจียงจินจูตวาดเสียงดังกล่าวถาม นางยกมือขึ้นเท้าเอวทั้งสองข้าง คล้ายดั่งแจกันหยกมีหู สีหน้าของนางบิดเบี้ยวไม่พอใจมากโข พร้อมจะลงมือสังหารองค์ชายรองคนนี้ให้สิ้นชีวิตภายในพริบตา หากเขาเล่นตุกติก นางไม่ปล่อยให้มีชีวิตรอดกลับไปแน่“อยู่กับท่านอา ข้าไม่ได้เอามาด้วย ข้าก็แค่ขโมยมาเท่านั้น ไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงขนาดนี้” จิ่งเจี้ยนรีบร้อนกล่าวขึ้นมา ใบหน้าปูดบวมแดงช้ำอยู่ไม่น้อย อีกทั้งเมื่อครู่ยังถูกสตรีผู้นี้นำยาพิษให้เขากินอีกด้วย “ข้าไม่ได้โกหกแน่นอน” เขากล่าวหนักแน่น แววตาอ้อนวอนอย่างสุดซึ้ง“ถอนพิษให้ข้าก่อน ข้ายังไม่อยากตาย”
ตอนที่ 52 ท่านยายเล่นงานแม่ทัพจ้าวนำทหารกลุ่มหนึ่งไปล้อมที่จวนตระกูลถังเอาไว้ เขาส่งรายงานเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านทางม้าเร็วไปก่อนหน้านี้ก็หลายวันแล้ว คิดเสียว่าจะเดินทางกลับเมืองหลวงหลังจากสะสางภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่งยวดนั้นจบลง แต่เรื่องราวมิได้ง่ายปานนั้นเมื่อแม่ทัพจ้าวมาถึงจวนตระกูลถัง ก็ไม่พบชายชราคนนั้นแล้ว เห็นทีว่าเขาคงหนีไปได้ไม่ไกลนัก ยังมีอีกกลุ่มที่กำลังซุ่มโจมตีแม่ทัพจ้าวอยู่ในจวนตระกูลถัง ยังไม่ทันไร ชายชุดดำราวสักยี่สิบคนก็ทะยานลงมา ในมือพวกเขาถืออาวุธไว้ทุกคนแม่ทัพจ้าว สวมชุดดำหน้ากากสีดำอำพรางใบหน้าของตนเองเอาไว้ มีสายคาดหน้าผากเป็นสีขาว พวกพ้องของแม่ทัพจ้าว แต่งกายเช่นเดียวกัน ไม่ถึงอึดใจ จวนตระกูลถังก็เจิ่งนองไปด้วยโลหิตไหลเป็นทางเปรอะเปื้อนไม่น้อยนักส่วนลานกว้างกลางเมืองนั้น ผู้ที่ปลอมตัวเป็นแม่ทัพจ้าว เขาถูกปลดออกจากการพันธนาการแล้ว เขายืนเต็มความสูง บิดกายไปมาคล้ายว่ายืดเส้นยืดสายเสีย แววตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นมาทันใด กระบี่คมกริบมันวาววับ ยามสะท้อนกับแสงของพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้วอยู่ในมือของตนหลิวมู่ฉวนดึงหน้ากากเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง “ยินดีด้วย พวกเจ้าถูกหล







