تسجيل الدخولตอนที่ 35 ข่มขู่
แม่ทัพจ้าวออกเดินทางเสียเดี๋ยวนั้น ไป๋ฟางหรงกับลูก ๆ รวมถึงคนอื่น ๆ ร่วมด้วยแม่ยายและท่านลุงภรรยา บิดาและมารดาของแม่ทัพจ้าว ออกมาส่งเขาที่ประตู ร่ำลากันอีกครั้งด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยวนัก เขาหันหลังกลับมามองหน้าภรรยา และลูก ๆ หลายครั้ง จนกว่าจะไม่เห็นพวกเขาแล้ว
ฟางหรงจับจูงลูก ๆ ทั้งสองเข้าจวน จู่ ๆ ฟางหลินที่ไม่ค่อยจะร้องไห้เอาแต่ใจ นางก็เริ่มเบะปากร้องไห้ขึ้นมาเสียดื้อ ๆ “ท่านแม่ ข้าเพิ่งพบท่านพ่อไม่กี่วันเอง คราวนี้ท่านพ่อไปนาน ข้าจะทนคิดถึงได้อย่างไรกัน” ดวงหน้าอันน่ารักอาบไปด้วยน้ำตาแห่งความเสียใจ
นางกำลังหวาดกลัวว่าจะไม่เห็นหน้าบิดาอีกเป็นครั้งที่สอง ใครจะรู้เล่าว่าที่นั่นอันตรายมากเพียงใด ท่านพ่อของนางยิ่งไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมสตรี อีกอย่างนางรักบิดามาก ๆ
อยากอยู่พร้อมหน้ากัน ครอบครัวอบอุ่นเหมือนเฉกเช่นสหายของนาง ได้อยู่พร้อมหน้าเพียงแค่ไม่กี่วัน ถึงแม้ท่านพ่อจะทำตัวไม่ดีใส่ แต่นางก็ให้อภัย ท่านแม่ให้อภัย และพี่ชายก็ให้อภัยแล้ว
“จริงด้วยท่านแม่ เช่นนั้นพวกเราแข่งขันเสร็จ ออกเดินทางไปหาท่านพ่อดีหรือไม่ ถือโอกาสท่องเที่ยวด้วย” จ้าวหย่งเล่อได้โอกาสทันใด
“นี่พวกเจ้าคิดจะหนีเที่ยว ไม่อยู่กับยายแล้วรึ” เจียงจินจูกอดอกมองหลาน ๆ ทั้งสอง
“ท่านยายก็ไปด้วยสิขอรับ ไม่เห็นจะเป็นอันใดสักนิด อยู่ที่หนานไห่นาน ๆ ไม่เบื่อหรือขอรับ” เขากล่าวย้อนขึ้นมา ฟางหลินรีบกอดขาท่านยายเอาไว้ทันใด
“ท่านยายไปด้วยนะเจ้าคะ ข้าทนคิดถึงท่านพ่อไม่ไหวหรอก เราไปด้วยไม่แน่อาจช่วยท่านพ่อจัดการได้เร็วขึ้น ข้าจะได้อยู่กับท่านพ่อเร็วขึ้นด้วยเจ้าค่ะ” ดวงตาคู่สวยของนางยังคงแดงระเรื่อ ด้วยเพราะผ่านการร้องไห้มา จมูกของนางก็แดงไม่น้อย ทำให้นางน่าเอ็นดูระคนสงสารและหดหู่ใจทีเดียว
เสียงเล็ก ๆ หวาน ๆ สั่นเครือ สะอึกสะอื้น ใคร ๆ ก็ต้องเห็นใจและปวดใจนัก ฟางหรงเองก็เช่นเดียวกัน การที่เขามาอยู่กับนางเพียงแค่ไม่กี่วัน แม้ว่าเขาจะละเลยมาหลายปี มันทดแทนไม่ได้กับระยะเวลาที่นางทุ่มเททั้งกายและใจดูแลบิดาและมารดาของสามีให้ดี ด้วยเพราะรักจึงทำอย่างไม่คิดเป็นอื่น นางยินดีทำให้เขาสบายใจ
“เช่นนั้นจะให้ยายยกคนของหุบเขา ไปถล่มช่วยท่านพ่อเจ้าเลยหรือไม่” เจียงจินจูกล่าวประชดประชันเล็กน้อย
ฟางหลินคิดจริงจัง เช็ดน้ำตาสูดน้ำมูกทันที “ได้จริง ๆ หรือเจ้าคะ”
ดวงตาแป๋ว ๆ มองท่านยายอย่างออดอ้อนเข้าให้ หัวใจดวงน้อย ๆ เมื่อครู่มันห่อเหี่ยว เหมือนได้รับการเยียวยาขึ้นมาทันใด มันพองโตขึ้นและมีความหวัง ใบหน้าที่โศกเศร้า พลันหายไปสิ้น
“นี่ พวกข้าไม่ก้าวก่ายหรอกนะ ใช้ความสามารถของตัวเองสิ” นางค้อนใส่หลานสาว ด้วยเพราะเหนื่อยหน่ายกับหวงซ่างของแคว้นอู๋
ฟางหลินสีหน้าเศร้าสลดน้ำเสียงสั่นเครืออีกครั้ง “ท่านยายไม่รักข้ากับพี่ใหญ่แล้วจริง ๆ” คำตัดพ้อต่อว่านั่น ทำให้คนฟังมองหน้าอย่างอ่อนอกอ่อนใจ
“มีหรือยายจะไม่รักพวกเจ้า การเดินทางไปแดนเหนือก็แสนจะลำบากนัก ต้องผ่านภูเขาหลายลูก มีป่ารกทึบทั้งนั้น อีกอย่างอากาศที่นั่นหนาวเหน็บกว่าเมืองหลวงมาก ท่านแม่ของเจ้าเดินทางไกล ๆ ไม่ได้ เพราะยังป่วยอยู่ ทนอยู่กับอากาศหนาว ๆ จะได้อย่างไรกัน”
เจียงจินจูถอนหายใจ ลูกสาวตั้งแต่คลอดเจ้าแฝดคู่นี้ร่างกายไม่แข็งแรง เพราะไม่ดูแลรักษาตนเองให้ดี จึงได้เจ็บป่วยออกจะบ่อยครั้ง นางมองออกตั้งแต่ที่พบหน้า มีหรือนางจะใจร้ายใจดำกับหลานและลูกสาวได้ลงคอ
หยางลี่จูระบายยิ้มอ่อน “ท่านแม่ สงสารหรงเอ๋อร์ เพราะเจ็บป่วย แต่ตอนนี้นางดีขึ้นมากแล้ว หากเป็นเช่นนั้น ลูกสาวคนนี้ขอให้ท่านแม่เดินทางไปแดนเหนือจะดีหรือไม่ เป็นการพักผ่อน ช่วยเหลือผู้คนตามท้องถิ่นต่าง ๆ ที่เราไปเยือน งานนี้หุบเขาไป๋หรง จะโด่งดังเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว ไม่แน่ว่าอาจจะได้ศิษย์เพิ่มขึ้นมาอีกก็ได้นะเจ้าคะ”
“ความคิดเจ้าไม่เลว แต่ทว่าเรื่องนี้ไม่อาจรับศิษย์เพิ่มได้ เท่าที่มีอยู่ก็มากมายแล้ว” แม้แต่ในวังหลวงก็มีศิษย์ของหุบเขาไป๋หรง และยังเป็นสนมของหวงซ่างก็มี นางกำนัลก็มี กระทั่งขันทีและเงาข้างกาย ล้วนแล้วแต่มีหูมีตาของนางซ่อนเอาไว้
“เจ้าค่ะท่านแม่” ลี่จูระบายยิ้มอ่อน จังหวะที่นางกำลังจะเดินกลับได้พานพบอดีตสามีเข้าให้ แม่ทัพหยวนไห่จง
“ข้าเอาของมาให้เจ้า ตอนแรกคิดว่าเจ้ากลับไปอยู่จวนท่านพ่อตา” เขาเข้าใจว่าเหตุใดนางจึงยินดีจะหย่าขาดกับเขา และเขาก็ไม่รั้งนางเอาไว้ รังแต่จะทำให้นางต้องเจ็บปวด
แต่งงานกับนางมาหลายปี เขาหวังว่านางจะตั้งครรภ์ มารดารับอนุภรรยามาให้สองคน พวกนางล้วนตั้งครรภ์แล้ว ความหวังของเขาดูริบหรี่นัก
เห็นมารดาดุด่านางออกบ่อยครั้ง ทนเห็นนางร้องไห้เสียใจไม่ไหว จึงยินดีจะปล่อยนางไป แม้จะรักเพียงใด ในเมื่อมารดาและบิดาคัดค้าน เขาเป็นลูกกตัญญูแต่เป็นสามีไม่ได้ความเหมือนแม่ทัพจ้าว ยามนี้จึงได้เสียภรรยาที่รักไปแล้ว
“ขอบคุณมากเจ้าค่ะ ระหว่างเราก็คงไม่มีอันใดพูดกันอีกแล้ว” หยางลี่จูตัดบท ปล่อยให้อดีตสามียืนนิ่งอยู่เช่นนั้น มันเป็นปิ่นมุขอันหนึ่ง เป็นของแทนใจระหว่างความรักของเขาที่มอบให้นางมา
“แต่นี่มันเป็นของที่เจ้ารักมาก” เขายื่นปิ่นมุขให้นาง สายตานั้นมีแต่ความรักใคร่ระคนเจ็บปวดอยู่ในดวงตาคู่นี้ ที่ได้แค่มอง มิอาจโอบกอดปลอบใจนางได้อีกแล้ว
“ตอนนี้ข้าไม่ต้องการมันแล้ว ก็ถึงได้ทิ้งมันไปเจ้าค่ะ ระหว่างท่านกับข้า พวกเราล้วนแค่ผ่านทางมาเจอกัน เชิญท่านกลับไปอยู่กับภรรยาของท่านเถิด อีกไม่กี่เดือนพวกนางก็จะคลอดแล้ว” เหมือนหลุดพ้นออกจากความอึดอัดตลอดหลายปีที่อยู่ในจวนตระกูลหยวน
“เช่นนั้น ข้าก็ควรจะกลับได้แล้ว ดูแลรักษาสุขภาพตัวเองด้วย ขอให้เจ้ามีความสุขมาก ๆ ยิ้มให้บ่อย กินให้เยอะ นอนให้พอ” เขาไม่รู้จะพูดอันใดกับนาง
เป็นเขาเองทั้งสิ้นที่เป็นสามีไม่ได้ความ ตอนนั้นได้แต่เพียงดุด่าสหายว่าโง่เง่า ทำให้ภรรยาที่แสนดีหย่าร้าง พอเรื่องมาถึงตนเอง เขาไม่ลังเลสักนิด กลับลงนามหย่าให้นาง แม้จะเห็นหยาดน้ำตา แต่ก็เข้าใจดี
นางอดทนมาหลายปีแล้ว บิดาและมารดาของเขากดดันนางไม่เว้นวัน ทั้งต่อว่าและแดกดัน เขาจึงตัดสินใจปล่อยลี่จูให้เป็นอิสระ หวังเอาไว้ว่าขอให้นางพบเจอคนที่รักอย่างจริงใจ
“ไม่ต้องมาพูดมากกับลูกสาวข้า พวกเจ้านี่มันเป็นคนมักมากกันรึอย่างไรกันนะ” เจียงจินจูไม่พอใจ จับมือลูกสาวบุญธรรมเอาไว้ “นางหลุดพ้นแล้ว อนาคตย่อมสดใสแน่นอน เจ้ารีบกลับไปเถอะ อย่าได้อยู่นานนัก”
“คือว่า ข้าได้ข่าวไม่ดีนัก วันนี้ที่ท่านอ๋องถูกธนู แท้จริงแล้วต้องการสังหารแม่ทัพจ้าว เขาจึงได้เร่งไปแดนเหนืออย่างกะทันหันเช่นนั้น คิดว่าเขาน่าจะไม่ปลอดภัยขอรับ” ความลับนี้มิมีผู้ใดรู้ และวันนี้พวกเขาก็ล้วนอยู่ในห้องทรงอักษรด้วย
“จะเป็นจะตายขึ้นอยู่กับสวรรค์ หากอยากมีชีวิตรอดกลับมาพบหน้าลูกเมีย ควรหัดใช้สมองให้มาก แต่ลูกเขยของข้า มันคงไม่ตายดีนัก เพราะสมองหมูเช่นนั้น รอดกลับมานับว่าสวรรค์เมตตา” เจียงจินจูมีหรือจะสงสาร ลูกเขยชั่วช้ามีที่ไหน ก็เห็นจะเป็นจ้าวหย่งคังนี่เท่านั้นกระมัง
“ท่านยายไม่ช่วยยังจะซ้ำเติมอีกหรือขอรับ” หย่งเล่อไม่เข้าใจนัก ท่านยายวรยุทธ์สูงส่ง เหตุใดท่านยายไม่ช่วยบิดาเขาบ้าง
“หากมันโง่ก็ให้ตายอยู่ที่นั่นแหละ” ก็แค่ปากไม่ตรงกับใจเท่านั้น หลังจากจบการแข่งขันพรุ่งนี้แล้ว ก็จะเดินทางจากเมืองหลวง มุ่งตรงไปแดนเหนือ ดูสิว่าลูกเขยชั่ว ๆ มันจะทำงานใหญ่สำเร็จลุล่วงหรือไม่ หากมันสมองหมูคิดอ่านไม่เป็น ก็ไม่สมควรจะเป็นลูกเขยของนาง เป็นบิดาของหลาน ๆ ที่ฉลาดเฉลียวเช่นนี้
“ท่านน้านี่เป็นคนเถรตรงนัก ข้าน้อยเลื่อมใสยิ่ง” หยวนจงไห่ประสานมือโค้งศีรษะเล็กน้อย กล่าวถ้อยคำแสนสุภาพออกมา และรับรู้ประวัติของนายหญิงเจียงผู้นี้ไม่น้อย เป็นผู้สนับสนุนหวงซ่างขึ้นครองราชย์ และยังส่งองค์หญิงสามปลงผมบวชชีอีกด้วย ทั้งฮองเฮาและไทเฮาต่างก็ถูกจองจำเอาไว้ในตำหนักเย็น สตรีเบื้องหน้าของเขานั้นมีอิทธิพลนัก
ลี่จูเหลือบมองสามีด้วยหัวใจอันไหววูบ ดวงตารื้นแดงระเรื่อเล็กน้อย ด้วยเพราะนางกับเขาเพิ่งจะหย่าร้างได้ไม่ถึงวัน นางก็รีบหนีออกจากจวนนั่น โดยนำอาภรณ์ติดตัวมาเพียงแค่ไม่กี่ชุด กับตั๋วเงินอีกจำนวนหนึ่งเท่านั้น ที่เหลือนางมิได้นำอันใดติดตัวมา กระทั่งสาวใช้ นางก็ส่งให้กลับตระกูลหยางไปแล้ว
“ไม่ต้องห่วงหรอก ข้าฝากบอกเจ้าฮ่องเต้สุนัขด้วยว่า ส่งเสบียงให้ครบถ้วนหากไม่ครบมิเช่นนั้นจะได้เห็นดีกัน ข้าไม่อยากยุ่งวุ่นวายนัก แต่อย่าให้ข้าเหลืออด มิเช่นนั้น ข้าจะตั้งไท่จื่อขึ้นเป็นฮ่องเต้พระองค์ใหม่ ล้มราชบัลลังก์นี้เสีย” นี่ไม่ได้ข่มขู่ นางเอาจริง
ใครจะยิ่งใหญ่มาจากไหน นางหาได้สนใจไม่ นางสนใจเพียงแค่ครอบครัวของนางมีความสุขก็เพียงพอ หากผู้ใดคิดลอบกัด อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอดสักราย เมื่อก่อนนางสังหารคนร้ายช่วยเหลืออู๋อ้ายเสียนในครานั้น คนกลุ่มนั้นมีมากมายนัก นางยังสู้ไหว นับประสาอันใดกับตระกูลต่ำช้าเช่นนี้ มีหรือ นางกับพี่ใหญ่เพียงแค่สองคนก็ถลกหนังจวนตระกูลนั่นได้ในเพียงแค่ชั่วคืนทุกอย่างก็จบ
“อีกอย่าง พรุ่งนี้แข่งขันล่าสัตว์ เพิ่มทหารกวดขันอีกหนึ่งเท่า หากหลานสาวและหลานชาย เป็นอะไรขึ้นมา ตระกูลของฮองเฮาต้องรับผิดชอบ คนในตระกูลนั้นมีไม่ต่ำกว่าเกือบร้อยชีวิต ฝากเจ้าฮ่องเต้นั่น ตักเตือนด้วย อย่าให้ข้าต้องลงมือเอง”
ตอนพิเศษ ท่านอ๋องและมู่หลันอู๋เมิ่งซาน ท่านอ๋องรูปงาม นามก็เพราะวันนี้เป็นวันมงคล ดังนั้นในพระตำหนักจึงได้ครึกครื้นนัก ปกติแล้ว ท่านอ๋องมิชอบความครื้นเครงเช่นนี้ หากแต่ว่าวันนี้กำลังจะมีภรรยาเสียที เมื่อเช้าขบวนรับเจ้าสาว มีสินสมรสมอบให้นางยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตารถม้าคันใหญ่โตโอ่อ่า งดงามและหรูหราอย่างไม่เคยมีมาก่อน เรื่องสมรสครั้งนี้เล่าลือว่า เดิมทีนั้นเป็นคุณหนูหลิวเดินหน้าไปขอหมั้นหมาย หากแต่วันแต่งงานกลับเป็นท่านอ๋องส่งขบวนสินสมรสมากมาย เหล่าชาวบ้านพากันยืนดูสองข้างทาง มองตั้งนานก็ยังไม่เห็นปลายขบวนเสียทีสตรีนางหนึ่งเห็นขบวนยาวเหยียดเช่นนี้ นึกอิจฉายิ่งนัก สตรีนางหนึ่งก็หน้าตาบูดบึ้ง เกิดมาก็เพิ่งจะรู้ว่า ท่านอ๋องเป็นคนแสนดีเช่นนี้ เหล่าหญิงสาวพากันเสียดายนักหนา บางคนก็อยากจะเป็นสตรีผู้โชคดี แต่ทว่าท่านอ๋องประกาศกร้าวก่อนแต่งงาน ตำหนักของเขาจะไม่มีสตรีอื่นใดนอกจากหลิวมู่หลันเท่านั้นพิธีในช่วงเช้าเป็นไปอย่างเรียบร้อย ก็เหลือเพียงแค่พิธีเข้าหอของเขาเท่านั้น ตัวของท่านอ๋องปกติมักเย็นชา สีหน้าเรียบเฉย ไม่เคยแย้มยิ้มพูดคุยกับผู้ใดมากความ หากแต่วันนี้เป็นวันมงคลทำให้อู๋เมิ่งซานแย้ม
ตอนพิเศษ ห้องนอนของแม่ทัพจ้าวแสงเทียนสว่างไสววูบวาบอยู่ไม่น้อยนัก หน้าต่างถูกเปิดเอาไว้เพื่อรับสายลมที่พัดผ่านเข้ามา บรรยากาศในห้องนอน ช่างดูอบอวลไปด้วยความรัก เมื่อแม่ทัพจ้าว ค่อย ๆ บรรจงจุมพิตภรรยาที่หน้าผากมน ก่อนจะเลื่อนมาจุมพิตเป็นดวงตาทั้งสองข้างอย่างเท่าเทียมกัน จากนั้นก็ทาบทับลงริมฝีปากนุ่มนิ่มของนางฝ่ามือหนาคลึงเคล้าซาลาเปานุ่มมือ ช่างทำให้ฟางหรงเริ่มไม่เป็นตัวของตนเอง ใบหน้าของนางเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา เมื่อถูกปลายลิ้นอุ่นร้อนหยอกเย้านางเข้าให้ นางรู้สึกราวกับจะขาดใจ เมื่อปลายลิ้นร้ายกาจหยอกเย้า กระหวัดรัดรึงร้อนแรงสลับกับอ่อนโยนหวานหอมฝ่ามือหนายังคงหยอกเย้าเต้างาม ก่อนจะค่อย ๆ แบะสาบเสื้อของนางออก เผยให้เห็นเนินอวบอิ่ม เสียงหวานของภรรยาเริ่มร้องครางแว่วหวานออกมาเบา ๆ ก็ยิ่งกระตุ้นให้ผู้เป็นสามีเร่งปรนเปรอดึดดูดลิ้นร้อนเล็ก ๆ ของนางอื้อ เสียงหวานร้องอื้ออ้าไม่เป็นภาษา ฝ่ามือเรียวของนางสวมกอดเข้าที่ต้นคอของสามี ยอดถันงดงามเผยต่อสายตาของชายหนุ่ม เขาปลดสายคาดเอวและเสื้อของนางออกทีละชิ้น ทีละชิ้น จนเรือนร่างเปลือยเปล่าปรากฏต่อสายตาของเขาฝ่ามือหนาลูบไล้เรียวขาของนาง สัมผัสตรงไ
ตอนที่ 55 สำนึกผิดองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ไม่ได้มีจิตใจโหดเหี้ยมตั้งแต่กำเนิด องค์ชายรองผู้นี้ทำทุกอย่างลงไปก็เพราะเรียกร้องให้บิดา หรือฮ่องเต้แคว้นเฉิงสนพระทัยเขาบ้าง นั่นเพราะกำเนิดจากพระสนมขั้นผิน ชีวิตในวังล้วนแล้วแต่ต้องแย่งชิงอำนาจมีท่านอาชินอ๋องเป็นที่พึ่ง คล้ายกับว่าเป็นบิดาอีกคน ความคิดอันตื้นเขินจึงทำให้องค์ชายรอง ทำเรื่องชั่วช้าไม่อาจให้อภัย เมื่อถูกจ้าวฟางหลินสอนสั่ง ใบหน้านั้นมีบาดแผล แต่แววตาของเขากำลังสำนึกผิดหาได้แค้นเคืองนางไม่เขาเข้ามาในห้องนี้อีกครั้ง เห็นเด็กชายคนที่ถูกพิษเล่นงานฟื้นขึ้นมา พลันใบหน้าที่ห่อเหี่ยว แต่ทว่าหล่อเหลาแย้มยิ้มขึ้นอย่างดีใจ เขาคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้น ทำให้เหล่าผู้คนมากมายที่อยู่ในห้อง ต่างหันมองเป็นตาเดียวกัน“คุณชายจ้าว ในที่สุดก็ฟื้นแล้ว ข้าเฉิงจิ่งเจี้ยน ทำผิดคิดร้าย หวังลอบสังหารท่านแม่ทัพจ้าว ชาตินี้มีความผิดติดตัว ขอคำนับคุณชายจ้าวเป็นการขอโทษ”“สายเลือดมังกรสูงส่งถึงขั้นโขกหัวให้หลานชายข้า น่าหัวเราะสิ้นดี” เจียงจินจู นั่งจิบชาอย่างสบายใจ เหยียดยิ้มอีกฝ่ายเข้าให้ “โชคดีที่หลานข้าไม่ถึงแก่ชีวิต หากเขาเป็นอะไรขึ้นมา ชีวิตเจ้าย่อมส
ตอนที่ 54 ถอนพิษในที่สุดจ้าวหย่งเล่อก็ได้รับยาถอนพิษ แต่ก็ต้องแลกกับตัวประกัน นั่นก็คือองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ทว่าผู้ที่นำยารักษามาให้นั้นเป็นท่านอาของเขา เป็นท่านอ๋องแคว้นเฉิง รูปงามไม่เบา อายุเพิ่งจะยี่สิบแปดใบหน้าของเขาดูหล่อเหลานัก และยังเป็นคนจิตใจดีมีเมตตาอีกด้วย ผิดกับองค์ชายรองอย่างลิบลับท่านอ๋องผู้นี้มิได้รู้มาก่อนว่าหลานชายของเขาได้แอบขโมยยาพิษมา แต่ทว่าเพื่อรักษาอาการต้องพิษร้ายแรงนี้ เขาจึงได้เดินทางมาด้วยตนเอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครที่ถูกพิษของแมงมุมดำเป็นเพียงแค่เด็กน้อยใบหน้าน่ารักคนหนึ่งท่านอ๋องถึงกับโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ “รู้หรือไม่ที่เจ้าทำมันหมายถึงอันใด มันจะกลายเป็นสงครามระหว่างแคว้น ช่างไม่มีหัวคิด คอยดูกลับไปข้าจะรายงานเรื่องทั้งหมดเอง” ท่านอ๋องผู้นี้ค่อนข้างรักความสงบ แต่ทว่าเขาชื่นชอบการรักษาและยังเป็นผู้คิดค้นพิษร้ายแรงเอาไว้อีกด้วยนั่นก็เพราะเกรงว่าสักวันหนึ่ง ฮ่องเต้ซึ่งเป็นพี่ชายอาจจะได้รับพิษร้าย และไม่มีหนทางการรักษา ด้วยเพราะแคว้นเฉิงไม่ค่อยสงบ คลื่นลมในราชสำนักก่อตัวขึ้นไม่เว้นวัน คาดว่าองค์ชายรองที่มาสร้างเรื่องที่แคว้นอู๋จะต้องมีขุนนางบางคนหนุนหลังเป็
ตอนที่ 53 ฟางหลินปากหวานองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ยกมือกอบกุมลำคอที่ร้อนผ่าว ราวกับถูกเพลิงแผดเผาเข้าให้ ดวงตาของเขาเถลือกถลนและท่าทางลนลานนัก เขานั่งลงบนพื้น เกาะปลายเท้าของหญิงสูงวัย ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำราวกับมีโลหิตอยู่ในกระบอกตาทั้งสองข้าง“ข้าบอกแล้ว บอกแล้ว” น้ำเสียงกล่าวขึ้นปนความหวาดกลัวจับใจ ใบหน้าขององค์รองช่างดูตื่นตระหนกกับเรื่องที่ตนเองประสบพบเจอ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าทำร้ายเขาเช่นนี้มาก่อน “ข้าขโมยมาจากท่านอาของข้า”“ยาถอนพิษอยู่ไหน อยู่กับใคร” เจียงจินจูตวาดเสียงดังกล่าวถาม นางยกมือขึ้นเท้าเอวทั้งสองข้าง คล้ายดั่งแจกันหยกมีหู สีหน้าของนางบิดเบี้ยวไม่พอใจมากโข พร้อมจะลงมือสังหารองค์ชายรองคนนี้ให้สิ้นชีวิตภายในพริบตา หากเขาเล่นตุกติก นางไม่ปล่อยให้มีชีวิตรอดกลับไปแน่“อยู่กับท่านอา ข้าไม่ได้เอามาด้วย ข้าก็แค่ขโมยมาเท่านั้น ไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงขนาดนี้” จิ่งเจี้ยนรีบร้อนกล่าวขึ้นมา ใบหน้าปูดบวมแดงช้ำอยู่ไม่น้อย อีกทั้งเมื่อครู่ยังถูกสตรีผู้นี้นำยาพิษให้เขากินอีกด้วย “ข้าไม่ได้โกหกแน่นอน” เขากล่าวหนักแน่น แววตาอ้อนวอนอย่างสุดซึ้ง“ถอนพิษให้ข้าก่อน ข้ายังไม่อยากตาย”
ตอนที่ 52 ท่านยายเล่นงานแม่ทัพจ้าวนำทหารกลุ่มหนึ่งไปล้อมที่จวนตระกูลถังเอาไว้ เขาส่งรายงานเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านทางม้าเร็วไปก่อนหน้านี้ก็หลายวันแล้ว คิดเสียว่าจะเดินทางกลับเมืองหลวงหลังจากสะสางภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่งยวดนั้นจบลง แต่เรื่องราวมิได้ง่ายปานนั้นเมื่อแม่ทัพจ้าวมาถึงจวนตระกูลถัง ก็ไม่พบชายชราคนนั้นแล้ว เห็นทีว่าเขาคงหนีไปได้ไม่ไกลนัก ยังมีอีกกลุ่มที่กำลังซุ่มโจมตีแม่ทัพจ้าวอยู่ในจวนตระกูลถัง ยังไม่ทันไร ชายชุดดำราวสักยี่สิบคนก็ทะยานลงมา ในมือพวกเขาถืออาวุธไว้ทุกคนแม่ทัพจ้าว สวมชุดดำหน้ากากสีดำอำพรางใบหน้าของตนเองเอาไว้ มีสายคาดหน้าผากเป็นสีขาว พวกพ้องของแม่ทัพจ้าว แต่งกายเช่นเดียวกัน ไม่ถึงอึดใจ จวนตระกูลถังก็เจิ่งนองไปด้วยโลหิตไหลเป็นทางเปรอะเปื้อนไม่น้อยนักส่วนลานกว้างกลางเมืองนั้น ผู้ที่ปลอมตัวเป็นแม่ทัพจ้าว เขาถูกปลดออกจากการพันธนาการแล้ว เขายืนเต็มความสูง บิดกายไปมาคล้ายว่ายืดเส้นยืดสายเสีย แววตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นมาทันใด กระบี่คมกริบมันวาววับ ยามสะท้อนกับแสงของพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้วอยู่ในมือของตนหลิวมู่ฉวนดึงหน้ากากเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง “ยินดีด้วย พวกเจ้าถูกหล







