LOGINตอนที่ 25 เล่นงานองค์หญิงสาม
องค์หญิงสามพระพักตร์ถอดสีก็ว่าได้ เนื้อตัวสั่นงันงกเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก นึกไม่ถึงว่าเด็กน้อยคนนี้จะพลาดพลั้งตกลงไปในน้ำ “ข้าไม่ได้ทำนะ” ดวงหน้าของนางอาบไปด้วยความรู้สึกผิด ดวงตาคู่งามอาบไปด้วยม่านน้ำตาไหลรินลงมาไม่ขาดสาย
เมื่อเห็นเด็กน้อยนอนแน่นิ่ง ริมฝีปากที่ต่อว่าตัดพ้อนางเป็นสีม่วงคล้ำ อยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นบิดา หย่งคังอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาแนบอก ยังไม่ทันจะเดินออกจากศาลา ฟางหรงก็เร่งฝีเท้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับผู้คนอีกจำนวนหนึ่ง
ฝ่าเท้าของฟางหรงยกขึ้นมาถีบเข้ายังหน้าท้องของผู้เป็นสามีด้วยความกรุ่นโกรธ โทสะราวกับเพลิงโลกันตร์นั่น ทำให้ใครต่อใครต่างก็ตกใจไม่น้อย นึกไม่ถึงว่าไป๋ซื่อภายนอกดูเรียบร้อย อ่อนหวาน นางจะใจกล้าทำร้ายสามีต่อหน้าผู้คนเช่นนี้
“เจ้าทำอะไรลูกข้า หากนางเป็นอะไรเจ้าจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต” อารามร้อนใจเห็นลูกสาวนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง ราวว่านางกำลังจะจากไป
“รีบพานางไปที่ตำหนักรับรองก่อน” ไท่จื่ออู๋จงหยวนเห็นท่าไม่ดีเอาเสียเลย จึงได้เร่งให้นำร่างเล็ก ๆ ไปตำหนักเสียก่อน เกรงว่านางมีอาการรุนแรง ทว่าสายตาโหดเหี้ยมนั่น จดจ้องมองน้องสาวของตนด้วยความไม่พอใจอยู่มากโข
“ส่วนเจ้าต้องได้เห็นดีกันแน่” น้ำเสียงเหี้ยมกล่าวรุนแรงมิได้เห็นใจน้องสาวสักนิด เห็น ๆ อยู่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะเป็นฝีมือของใครไปไม่ได้นอกเสียจากจะเป็นองค์หญิงสามอู๋เจียวเหม่ย
งานเลี้ยงรับรองคืนนี้มีแต่ความโกลาหลนัก จึงได้หยุดงานเลี้ยงแต่เพียงแค่นี้ ส่วนจ้าวหย่งคังกัดริมฝีปากอย่างไม่พอใจขึ้นมา ต่อว่าต่อขานบิดา กล่าวโทษอีกด้วย “เหตุใดท่านพ่อไม่ดูแลนางให้ดี ให้คนชั่วช้ากลั่นแกล้งนางเช่นนี้ได้อย่างไรกัน หากรู้ถึงหูท่านยายคงได้เห็นดีกันแน่ ๆ”
จ้าวหย่งเล่อเดินตามแผ่นหลังของมารดา เขาหยุดยืนหน้าตำหนักรับรอง องค์หญิงสามเดินตามมาด้วยเพราะเป็นห่วงเช่นเดียวกัน “หยุดนะ องค์หญิงไม่มีสิทธิ์เข้าไปในนั้น ท่านทำอะไรนางกันแน่ ถึงได้เป็นเช่นนี้ ผลักนางตกน้ำคิดจะทำให้นางสิ้นใจเชียวรึ กับแค่เด็กคนเดียวยังคิดลงมือถึงเพียงนี้”
“นี่หยุดนะ ช่างสามหาวไม่รู้ที่ต่ำที่สูง” นางกำนัลคนสนิทขององค์หญิงสามกล่าวขึ้น เหตุการณ์ในศาลานั้น พวกนางก็เห็นว่าเป็นองค์หญิงของพวกนางยื้อยุดฉุดกระชากจนทำให้เด็กน้อยตกลงในสระบัว
“เชื้อพระวงศ์ทำผิดลงโทษเท่ากับสามัญชน เจ้าไม่รู้หรืออย่างไรกัน เป็นนางกำนัลยังกล้าอวดดีต่อหน้าข้าอีก!” ไท่จื่อแคว้นฉู่ออกหน้าแทน ด้วยเพราะครุ่นคิดเป็นนานสองนาน นึกไม่ถึงว่าพวกเจ้าตัวแสบนี่จะร้ายกาจไม่เบานัก
“เปิ่นไท่จื่อคิอว่าแคว้นอู๋จะดูสูงส่ง แต่ทว่าน่าผิดหวังนัก” คำพูดของชายสวมหน้ากาก ทำให้ไท่จื่อแคว้นอู๋ถึงกับหน้าชาไปทีเดียว
แม่ทัพจ้าวเนื้อตัวชุ่มโชกไปด้วยน้ำ ถูกเชิญให้ไปเปลี่ยนชุดยังตำหนักขององค์ชายรองเสียก่อน เหตุการณ์คืนนี้เป็นที่พูดถึงไม่น้อย บรรดาฮูหยินทั้งหลาย ต่างก็พุ่งเป้าสายตามายังองค์หญิงสาม และนางก็ทำตัวไม่ถูก ยืนชะเง้อตัวสั่นอยู่หน้าห้อง
บรรดาขุนนางทั้งหลาย เห็นว่าเรื่องนี้ร้ายแรงนัก กงกงคนสนิทของหวงตี้ กราบทูลรายงานเรื่องอุบัติเหตุครั้งนี้แล้ว ทั้งไทเฮาและฮองเฮาก็ทรงทราบเรื่อง ผู้สูงศักดิ์แห่งวังหลังก็เร่งรีบมาดูอาการ
คนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ต่างก็ถูกเชิญให้กลับไปจวนของตนเอง หลงเหลือเพียงแค่ผู้เกี่ยวข้องและไท่จื่อแคว้นฉู่เท่านั้น
หย่งเล่อกอบกุมมือน้องสาวเอาไว้แน่น ดวงหน้าของเขามีแต่ความเสียใจ ร้องไห้รำพึงรำพันตัดพ้อองค์หญิงสามไม่ขาดปาก จนไทเฮาและฮองเฮาหน้าชาไปมากโข คำพูดจาของเด็กจะไม่เป็นจริงได้อย่างไรกัน ใครจะเชื่อเล่าว่า ทั้งหมดนี้มันเป็นแผนของเจ้าฝาแฝด
“ทูลฝ่าบาท ขอความเป็นธรรมให้ลูกสาวกระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ” จ้าวหย่งคังคุกเข่าลงเบื้องพระพักตร์ ข้างกายเขามีฟางหรงคุกเข่าเคียงคู่
“ทูลฝ่าบาท ลูกสาวหม่อมฉันผิดอันใด ทำไมองค์หญิงถึงได้โหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ จงใจคิดสังหารนางรึอย่างไรกัน จิตใจทำด้วยอะไร” ฟางหรงกล่าวน้ำเสียงสั่นเครือ ดูน่าสงสารเป็นไหน ๆ รูปร่างบอบบางและดูเหมือนจะล้มฟุบได้ทุกเมื่อ
“เอาตัวองค์หญิงสามกลับตำหนัก” ด้วยเพราะมีลูกสาวเพียงแค่คนเดียว หวงตี้จึงไม่กล้าจะทำรุนแรงกับนาง คิดว่าเรื่องนี้จะขอให้อีกฝ่ายยกโทษและให้อภัย
“จะกลับง่าย ๆ เช่นนี้เลยรึพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเป็นพี่ชาย ปกป้องน้องสาวไม่ดีสมควรตายนัก หากแต่เป็นถึงผู้สูงศักดิ์กลับละเลยการลงทัณฑ์ จะไม่เป็นการลำเอียง ไม่แยแสต่อชีวิตของน้องสาวกระหม่อมรึพ่ะย่ะค่ะ”
จ้าวหย่งเล่อมานั่งคุกเข่าด้วยอีกคน เรียกร้องขอความเป็นธรรมให้น้องสาว หากวันนี้องค์หญิงสามไม่ถูกลงโทษ เขาจะพูดจนกว่าสตรีนางนี้ถูกโบย หรือไม่ก็ให้ไปปลงผมบวชีที่อารามหลวง
“ช่างสามหาว ไม่รู้ที่ต่ำที่สูง พวกเจ้ามันจะนับเป็นตัวอันใด ในเมื่อฝ่าบาทตรัสแล้ว ยังจะมีสิทธิ์คัดค้านอีกรึ” ไทเฮาเดือดดาลนัก เข้าข้างหลานสาว พระนางไม่พอใจคนกลุ่มนี้ เจตนาก็เพื่อให้อู๋เจียวเหม่ยถูกลงโทษสถานหนัก
“เกรงว่าหากเป็นองค์หญิงสามพลัดตกน้ำ หัวกระหม่อมและครอบครัวคงไม่อาจทดแทนได้กระมัง ไทเฮาทรงทอดพระเนตรด้วย นั่นลูกสาวกระหม่อมทั้งคน กระหม่อมเป็นบิดาของนาง ไม่เพียงแค่ปกป้องนางไม่ได้ ซ้ำร้ายยังถูกองค์หญิงสามรังแกอีก หากจะใคร่ครวญให้ดี เรื่องนี้เกิดเพราะองค์หญิงสาม เจตนามุ่งร้าย”
จ้าวหย่งคังกล่าวขึ้นด้วยความปวดใจ เหตุใดกันคนพวกนี้ไม่เหลียวแลชีวิตเล็ก ๆ ของนาง เห็นเพียงแค่เป็นมดปลวกหรืออย่างไรกัน เขาทำงานถวายหัวบาดเจ็บนับไม่ถ้วน ถูกพิษแทบเอาชีวิตไม่รอด แต่เพียงแค่นี้กลับเป็นเพิกเฉยเย็นชา ไม่รู้สึกอันใด ไม่มีความเที่ยงธรรมสักนิด
“เปิ่นไท่จื่อขอกล่าวแทรกสักหน่อย เจตนาขององค์หญิงนั้นมองเพียงแค่ปราดเดียวก็รู้แล้ว ทำร้ายแม้กระทั่งเด็กตัวเล็ก ๆ ยังจะมีหน้าอยากจะอภิเษกกับเขาอีกรึ” ฉู่จื้อหยางกล่าวขึ้นมาด้วยถ้อยคำเนิบนาบ แต่แฝงไปด้วยจุดประสงค์บางอย่าง นั่นคือเข้าข้างเจ้าเด็กน้อยพวกนี้
เชื้อพระวงศ์แคว้นอู๋หน้าชาไปหมด นึกไม่ถึงว่าไท่จื่อแคว้นฉู่จะออกปากยื่นมือช่วยเหลือ ฮ่องเต้อู๋อ้ายเสียนปวดขมับยิ่งนัก ไท่จื่ออู๋จงหยวนครุ่นคิดหนัก
ฮ่องเต้อู๋อ้ายเสียนตรัสรับสั่งขึ้นมา “เห็นทีว่าไม่อาจละเว้นโทษได้ นำตัวนางไปโบยสามสิบไม้ คุมขังอยู่ในตำหนักเย็นสามเดือน ยกเลิกการอภิเษกระหว่างองค์หญิงสามและจ้าวหย่งคัง”
“ไม่ได้นะเสด็จพ่อ ลูกรักแม่ทัพจ้าว รักมาก เหตุใดเรื่องเพียงแค่นี้ถึงกับต้องลงโทษลูกหนักหนาด้วย”
“ฝ่าบาทอย่าให้เหม่ยเอ๋อร์ต้องโทษโบยเลยเพคะ ให้อยู่ตำหนักเย็นก็พอ” ฮองเฮากล่าวขอร้อง พระทัยรวดร้าวนักเมื่อได้ยินพระประสงค์รับสั่งเช่นนี้
“นั่นสิ ลงโทษเช่นนี้ร้ายแรงเกินไปหรือไม่” ไทเฮาอดทนไม่ไหว หลานสาวของพระนางหากถูกโบยจนพิการเล่าจะทำอย่างไร
เมื่อครู่เป็นที่พระองค์ให้ท้ายลูกสาว จนเกิดเป็นเรื่องราวบานปลายเสียใหญ่โต หากเด็กคนนี้เป็นอะไรขึ้นมา ตัวเขาจะมีหน้าไปพบเจียงจินจูได้อย่างไรกัน
“พวกเจ้าไม่เห็นรึอย่างไรกัน เด็กตัวแค่นั้นนอนหมดสติอยู่นั่น ยังไม่ฟื้นขึ้นมา ใคร่ครวญสักนิด บิดา มารดา ร้อนใจเพียงใด ลูกของพวกเขาทั้งคนจะเลือกเมินเฉยได้รึ”
“เสด็จพ่อ ไม่นะอย่าโบยลูกเลย ลูกผิดไปแล้ว ลูกไม่ได้ทำ ลูกไม่ได้ทำพวกเขากำลังใส่ร้ายลูก เสด็จพ่อ” อู๋เจียวเหม่ยร้องไห้สะอึกสะอื้นคลานเข่าเข้าไปหาบิดา แนบใบหน้าลงพลางขอร้องให้เห็นใจ เรื่องที่เกิดขึ้นนี้นางยังไม่ทันรู้ตัวสักนิด ตั้งรับไม่ทันอีกด้วย
“จะใส่ร้ายป้ายสี ได้อย่างไรกัน เป็นองค์หญิงผลักหม่อมฉันตกน้ำ ท่านแม่ลูกหนาวเหลือเกิน ลูกคล้ายว่ากำลังจะจากท่านไปแล้ว ลูก ... ลูกหายใจไม่ออก ท่านแม่ ช่วยลูกด้วย” ฟางหลินขยับเปลือกตาอันหนักอึ้งขึ้น คิดว่าจะตายจริง ๆ เสียแล้ว
น้ำก็หนาวเหน็บเยียบเย็นเข้าถึงกระดูกนางเสียอย่างนั้น กลั้นหายใจได้ครู่หนึ่ง โชคดีที่บิดาลงมาทัน ไม่เช่นนั้นแผนแตกเป็นแน่ นอนฟังคนมากมายเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ จะไม่ดีใจได้อย่างไรกัน
“หลินเอ๋อร์ เจ็บตรงไหนบอกแม่สิ” ฟางหรงกล่าวถาม เมื่อครู่ตอนที่นำร่างลูกสาวเข้ามา หมอหญิงมาตรวจอาการให้ กล่าวว่านางต้องความเย็นมากจนเกินไป เกรงว่าจะมีผลระยะยาว หมอหญิงนางนี้เป็นศิษย์ของท่านหมอไป๋ นางกล่าวอย่างตรงไปตรงมา แอบเอนเอียงเข้าข้างฟางหรงเล็กน้อย
“ท่านแม่ องค์หญิงทำร้ายข้า ข้ากลัว ข้ากลัวแล้ว” ฟางหลินเล่นใหญ่ นางกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น โผเข้าสวมกอดมารดา การกระทำนี้อยู่ท่ามกลางสายตาหลายคู่นัก
ฉู่จื้อหยางดวงตามคมกริบจดจ้องแผ่นหลังของภรรยาแม่ทัพจ้าว ได้เห็นชัด ๆ เช่นนี้นางงดงามนัก นึกไม่ถึงว่ามีลูกแล้วก็ยังสวยสะพรั่ง ความคิดอันตื้นเขินอยากครอบครองขึ้นมาอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
พระองค์ทอดสายตามองดวงหน้าอันไร้สีเลือดของดรุณีน้อย อดสงสารไม่ได้ เกิดและเติบโตในแคว้นที่เจริญรุ่งเรืองแต่กลับมีผู้ปกครองแผ่นดินเช่นนี้ ช่างน่าเห็นใจนัก แม้แคว้นฉู่ของเขาจะโหดร้ายป่าเถื่อน แต่ก็ไม่เคยเอนเอียงเข้าข้างพวกพ้อง ต่างจากแคว้นอู๋อย่างลิบลับ
หย่งเล่อจับมือน้องสาวเอาไว้ ดวงตาเขาจดจ้องมองน้องสาวอย่างเห็นใจ แผนเจ็บตัวครั้งนี้นับว่าอาจทำให้น้องสาวสุขภาพไม่แข็งแรงก็เป็นไปได้ เขากล่าวตำหนิตนเอง หากรู้เช่นนี้เขาจะเข้าไปแทนน้องสาว นางจะได้ไม่ต้องมาป่วยแบบนี้
“ไม่เป็นไร พี่ใหญ่อยู่นี่แล้ว จะไม่ให้ใครทำร้ายเจ้า”
ตอนพิเศษ ท่านอ๋องและมู่หลันอู๋เมิ่งซาน ท่านอ๋องรูปงาม นามก็เพราะวันนี้เป็นวันมงคล ดังนั้นในพระตำหนักจึงได้ครึกครื้นนัก ปกติแล้ว ท่านอ๋องมิชอบความครื้นเครงเช่นนี้ หากแต่ว่าวันนี้กำลังจะมีภรรยาเสียที เมื่อเช้าขบวนรับเจ้าสาว มีสินสมรสมอบให้นางยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตารถม้าคันใหญ่โตโอ่อ่า งดงามและหรูหราอย่างไม่เคยมีมาก่อน เรื่องสมรสครั้งนี้เล่าลือว่า เดิมทีนั้นเป็นคุณหนูหลิวเดินหน้าไปขอหมั้นหมาย หากแต่วันแต่งงานกลับเป็นท่านอ๋องส่งขบวนสินสมรสมากมาย เหล่าชาวบ้านพากันยืนดูสองข้างทาง มองตั้งนานก็ยังไม่เห็นปลายขบวนเสียทีสตรีนางหนึ่งเห็นขบวนยาวเหยียดเช่นนี้ นึกอิจฉายิ่งนัก สตรีนางหนึ่งก็หน้าตาบูดบึ้ง เกิดมาก็เพิ่งจะรู้ว่า ท่านอ๋องเป็นคนแสนดีเช่นนี้ เหล่าหญิงสาวพากันเสียดายนักหนา บางคนก็อยากจะเป็นสตรีผู้โชคดี แต่ทว่าท่านอ๋องประกาศกร้าวก่อนแต่งงาน ตำหนักของเขาจะไม่มีสตรีอื่นใดนอกจากหลิวมู่หลันเท่านั้นพิธีในช่วงเช้าเป็นไปอย่างเรียบร้อย ก็เหลือเพียงแค่พิธีเข้าหอของเขาเท่านั้น ตัวของท่านอ๋องปกติมักเย็นชา สีหน้าเรียบเฉย ไม่เคยแย้มยิ้มพูดคุยกับผู้ใดมากความ หากแต่วันนี้เป็นวันมงคลทำให้อู๋เมิ่งซานแย้ม
ตอนพิเศษ ห้องนอนของแม่ทัพจ้าวแสงเทียนสว่างไสววูบวาบอยู่ไม่น้อยนัก หน้าต่างถูกเปิดเอาไว้เพื่อรับสายลมที่พัดผ่านเข้ามา บรรยากาศในห้องนอน ช่างดูอบอวลไปด้วยความรัก เมื่อแม่ทัพจ้าว ค่อย ๆ บรรจงจุมพิตภรรยาที่หน้าผากมน ก่อนจะเลื่อนมาจุมพิตเป็นดวงตาทั้งสองข้างอย่างเท่าเทียมกัน จากนั้นก็ทาบทับลงริมฝีปากนุ่มนิ่มของนางฝ่ามือหนาคลึงเคล้าซาลาเปานุ่มมือ ช่างทำให้ฟางหรงเริ่มไม่เป็นตัวของตนเอง ใบหน้าของนางเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา เมื่อถูกปลายลิ้นอุ่นร้อนหยอกเย้านางเข้าให้ นางรู้สึกราวกับจะขาดใจ เมื่อปลายลิ้นร้ายกาจหยอกเย้า กระหวัดรัดรึงร้อนแรงสลับกับอ่อนโยนหวานหอมฝ่ามือหนายังคงหยอกเย้าเต้างาม ก่อนจะค่อย ๆ แบะสาบเสื้อของนางออก เผยให้เห็นเนินอวบอิ่ม เสียงหวานของภรรยาเริ่มร้องครางแว่วหวานออกมาเบา ๆ ก็ยิ่งกระตุ้นให้ผู้เป็นสามีเร่งปรนเปรอดึดดูดลิ้นร้อนเล็ก ๆ ของนางอื้อ เสียงหวานร้องอื้ออ้าไม่เป็นภาษา ฝ่ามือเรียวของนางสวมกอดเข้าที่ต้นคอของสามี ยอดถันงดงามเผยต่อสายตาของชายหนุ่ม เขาปลดสายคาดเอวและเสื้อของนางออกทีละชิ้น ทีละชิ้น จนเรือนร่างเปลือยเปล่าปรากฏต่อสายตาของเขาฝ่ามือหนาลูบไล้เรียวขาของนาง สัมผัสตรงไ
ตอนที่ 55 สำนึกผิดองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ไม่ได้มีจิตใจโหดเหี้ยมตั้งแต่กำเนิด องค์ชายรองผู้นี้ทำทุกอย่างลงไปก็เพราะเรียกร้องให้บิดา หรือฮ่องเต้แคว้นเฉิงสนพระทัยเขาบ้าง นั่นเพราะกำเนิดจากพระสนมขั้นผิน ชีวิตในวังล้วนแล้วแต่ต้องแย่งชิงอำนาจมีท่านอาชินอ๋องเป็นที่พึ่ง คล้ายกับว่าเป็นบิดาอีกคน ความคิดอันตื้นเขินจึงทำให้องค์ชายรอง ทำเรื่องชั่วช้าไม่อาจให้อภัย เมื่อถูกจ้าวฟางหลินสอนสั่ง ใบหน้านั้นมีบาดแผล แต่แววตาของเขากำลังสำนึกผิดหาได้แค้นเคืองนางไม่เขาเข้ามาในห้องนี้อีกครั้ง เห็นเด็กชายคนที่ถูกพิษเล่นงานฟื้นขึ้นมา พลันใบหน้าที่ห่อเหี่ยว แต่ทว่าหล่อเหลาแย้มยิ้มขึ้นอย่างดีใจ เขาคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้น ทำให้เหล่าผู้คนมากมายที่อยู่ในห้อง ต่างหันมองเป็นตาเดียวกัน“คุณชายจ้าว ในที่สุดก็ฟื้นแล้ว ข้าเฉิงจิ่งเจี้ยน ทำผิดคิดร้าย หวังลอบสังหารท่านแม่ทัพจ้าว ชาตินี้มีความผิดติดตัว ขอคำนับคุณชายจ้าวเป็นการขอโทษ”“สายเลือดมังกรสูงส่งถึงขั้นโขกหัวให้หลานชายข้า น่าหัวเราะสิ้นดี” เจียงจินจู นั่งจิบชาอย่างสบายใจ เหยียดยิ้มอีกฝ่ายเข้าให้ “โชคดีที่หลานข้าไม่ถึงแก่ชีวิต หากเขาเป็นอะไรขึ้นมา ชีวิตเจ้าย่อมส
ตอนที่ 54 ถอนพิษในที่สุดจ้าวหย่งเล่อก็ได้รับยาถอนพิษ แต่ก็ต้องแลกกับตัวประกัน นั่นก็คือองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ทว่าผู้ที่นำยารักษามาให้นั้นเป็นท่านอาของเขา เป็นท่านอ๋องแคว้นเฉิง รูปงามไม่เบา อายุเพิ่งจะยี่สิบแปดใบหน้าของเขาดูหล่อเหลานัก และยังเป็นคนจิตใจดีมีเมตตาอีกด้วย ผิดกับองค์ชายรองอย่างลิบลับท่านอ๋องผู้นี้มิได้รู้มาก่อนว่าหลานชายของเขาได้แอบขโมยยาพิษมา แต่ทว่าเพื่อรักษาอาการต้องพิษร้ายแรงนี้ เขาจึงได้เดินทางมาด้วยตนเอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครที่ถูกพิษของแมงมุมดำเป็นเพียงแค่เด็กน้อยใบหน้าน่ารักคนหนึ่งท่านอ๋องถึงกับโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ “รู้หรือไม่ที่เจ้าทำมันหมายถึงอันใด มันจะกลายเป็นสงครามระหว่างแคว้น ช่างไม่มีหัวคิด คอยดูกลับไปข้าจะรายงานเรื่องทั้งหมดเอง” ท่านอ๋องผู้นี้ค่อนข้างรักความสงบ แต่ทว่าเขาชื่นชอบการรักษาและยังเป็นผู้คิดค้นพิษร้ายแรงเอาไว้อีกด้วยนั่นก็เพราะเกรงว่าสักวันหนึ่ง ฮ่องเต้ซึ่งเป็นพี่ชายอาจจะได้รับพิษร้าย และไม่มีหนทางการรักษา ด้วยเพราะแคว้นเฉิงไม่ค่อยสงบ คลื่นลมในราชสำนักก่อตัวขึ้นไม่เว้นวัน คาดว่าองค์ชายรองที่มาสร้างเรื่องที่แคว้นอู๋จะต้องมีขุนนางบางคนหนุนหลังเป็
ตอนที่ 53 ฟางหลินปากหวานองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ยกมือกอบกุมลำคอที่ร้อนผ่าว ราวกับถูกเพลิงแผดเผาเข้าให้ ดวงตาของเขาเถลือกถลนและท่าทางลนลานนัก เขานั่งลงบนพื้น เกาะปลายเท้าของหญิงสูงวัย ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำราวกับมีโลหิตอยู่ในกระบอกตาทั้งสองข้าง“ข้าบอกแล้ว บอกแล้ว” น้ำเสียงกล่าวขึ้นปนความหวาดกลัวจับใจ ใบหน้าขององค์รองช่างดูตื่นตระหนกกับเรื่องที่ตนเองประสบพบเจอ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าทำร้ายเขาเช่นนี้มาก่อน “ข้าขโมยมาจากท่านอาของข้า”“ยาถอนพิษอยู่ไหน อยู่กับใคร” เจียงจินจูตวาดเสียงดังกล่าวถาม นางยกมือขึ้นเท้าเอวทั้งสองข้าง คล้ายดั่งแจกันหยกมีหู สีหน้าของนางบิดเบี้ยวไม่พอใจมากโข พร้อมจะลงมือสังหารองค์ชายรองคนนี้ให้สิ้นชีวิตภายในพริบตา หากเขาเล่นตุกติก นางไม่ปล่อยให้มีชีวิตรอดกลับไปแน่“อยู่กับท่านอา ข้าไม่ได้เอามาด้วย ข้าก็แค่ขโมยมาเท่านั้น ไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงขนาดนี้” จิ่งเจี้ยนรีบร้อนกล่าวขึ้นมา ใบหน้าปูดบวมแดงช้ำอยู่ไม่น้อย อีกทั้งเมื่อครู่ยังถูกสตรีผู้นี้นำยาพิษให้เขากินอีกด้วย “ข้าไม่ได้โกหกแน่นอน” เขากล่าวหนักแน่น แววตาอ้อนวอนอย่างสุดซึ้ง“ถอนพิษให้ข้าก่อน ข้ายังไม่อยากตาย”
ตอนที่ 52 ท่านยายเล่นงานแม่ทัพจ้าวนำทหารกลุ่มหนึ่งไปล้อมที่จวนตระกูลถังเอาไว้ เขาส่งรายงานเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านทางม้าเร็วไปก่อนหน้านี้ก็หลายวันแล้ว คิดเสียว่าจะเดินทางกลับเมืองหลวงหลังจากสะสางภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่งยวดนั้นจบลง แต่เรื่องราวมิได้ง่ายปานนั้นเมื่อแม่ทัพจ้าวมาถึงจวนตระกูลถัง ก็ไม่พบชายชราคนนั้นแล้ว เห็นทีว่าเขาคงหนีไปได้ไม่ไกลนัก ยังมีอีกกลุ่มที่กำลังซุ่มโจมตีแม่ทัพจ้าวอยู่ในจวนตระกูลถัง ยังไม่ทันไร ชายชุดดำราวสักยี่สิบคนก็ทะยานลงมา ในมือพวกเขาถืออาวุธไว้ทุกคนแม่ทัพจ้าว สวมชุดดำหน้ากากสีดำอำพรางใบหน้าของตนเองเอาไว้ มีสายคาดหน้าผากเป็นสีขาว พวกพ้องของแม่ทัพจ้าว แต่งกายเช่นเดียวกัน ไม่ถึงอึดใจ จวนตระกูลถังก็เจิ่งนองไปด้วยโลหิตไหลเป็นทางเปรอะเปื้อนไม่น้อยนักส่วนลานกว้างกลางเมืองนั้น ผู้ที่ปลอมตัวเป็นแม่ทัพจ้าว เขาถูกปลดออกจากการพันธนาการแล้ว เขายืนเต็มความสูง บิดกายไปมาคล้ายว่ายืดเส้นยืดสายเสีย แววตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นมาทันใด กระบี่คมกริบมันวาววับ ยามสะท้อนกับแสงของพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้วอยู่ในมือของตนหลิวมู่ฉวนดึงหน้ากากเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง “ยินดีด้วย พวกเจ้าถูกหล
ตอนที่ 31 ถูกลอบสังหารท่านอ๋องหน้าชาไปหลายส่วน อยากจะจับเจ้าเด็กคนนี้ตีก้นสักทีสองที หน็อยแน่ กล่าววาจาเฉือนเขาจนเลือดไหลซิบ ๆ แล้วจ้าวหย่งคังมองท่านอ๋องทันใด “เหตุใดท่านอ๋องจึงพูดจาเช่นนี้กับลูกสาวกระหม่อม”“ก็ข้าชอบนาง จับจองเป็นภรรยา” คนหน้ามึนกล่าวขึ้น ท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาวสักนิดฟางหลินและ
ตอนที่ 30 ท่านตาท่านยายเจียงจินจูหันมองท่านอ๋อง ด้วยสายตาไม่พอใจมากโข หลังจากเดินออกมาจากห้องทรงอักษร พึงพอใจกับบทลงโทษต่าง ๆ แล้ว แต่ทว่าผู้ถูกกล่าวหาลืมตาโพลงขึ้นมา“ท่านยาย เช่นนั้น ข้าจะต้องเรียกท่านอ๋องว่าท่านตาใช่หรือไม่” แม่หนูน้อยคนนี้มิรู้ความ นางทวนความคิดไล่ลำดับ หากท่านอ๋องเรียกท่านยาย
ตอนที่ 29 จัดการครั้งนั้นอู๋อ้ายเสียนยังคงเป็นไท่จื่อ พระโอรสของหวงซ่าง บรรดาพระสนมทั้งหลาย ต่างก็จ้องจะสังหารไท่จื่อ ผลักดันพระโอรสของตนเองขึ้น ช่วงชิงตำแหน่งนี้เพียงเพราะภายภาคหน้าจะได้เป็นใหญ่ อยู่เหนือผู้คน ไท่จื่อ ยามนั้นเสด็จเป็นการส่วนพระองค์กับหวงซ่างเจียงจินจู รับหน้าที่ดูแลความปลอดภัย แ
ตอนที่ 28 บุกวังหลวงวันนี้หิมะไม่ตกเหมือนทุกวัน คล้ายว่ารับรู้วันนี้จะมีเรื่องร้อน ๆ นั่นเพราะว่าท่านประมุขแห่งหุบเขาไป๋หรง ปรากฏกายอยู่ในจวนของหลานสาว และยังได้พบท่านประมุขน้อยอีกด้วย เหล่าชายชุดดำทั้งหลาย เห็นท่านประมุขน้อยเดินมา ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด ต่างก็โค้งศีรษะทำความเคารพตำแหน่งนี้สืบท







