Se connecterตอนที่ 24 ฟางหลินตกน้ำ
หยางซื่อทอดสายตามองเด็ก ๆ อย่างชื่นชม “เมื่อไหร่ข้าจะท้องเสียทีนะ ข้ารอมาหลายปีแล้ว แต่ก็ไร้วี่แวว” สายตาของนางดูเศร้าลงเล็กน้อย ปีนี้นางอายุยี่สิบสามปีแล้ว รุ่นราวคราวเดียวกับไป๋ฟางหรง
“ครั้งก่อนข้าส่งยาบำรุงให้ท่าน มีอะไรผิดปกติหรือไม่เจ้าคะ” ฟางหรงจับมือของอีกฝ่ายอยากให้กำลังใจนาง
“ข้าก็ให้แม่ครัวของข้าต้มยาบำรุงให้เสมอ แต่ก็ดูไร้วี่แววจริง ๆ” แม่ทัพแดนใต้ นาน ๆ จะกลับจวนเสียที เขาก็แวะเวียนมานอนร่วมเตียงกับนางบ่อยครั้ง แต่เหตุใดจึงไร้วี่แววเช่นนี้ นางแปลกใจไม่น้อย
อนุทั้งสองของสามีก็พากันตั้งครรภ์แล้ว เหตุใดนางจึงดูเหมือนเป็นสตรีไร้ค่าในสายตาของพ่อแม่สามีนัก ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกไม่ดีเสียเท่าไหร่
นางอยู่ท่ามกลางความกดดันของสายตาพ่อแม่สามี จนทำให้นางไม่อยากจะทนอยู่ร่วมจวนกับคนพวกนั้นแล้ว แต่นางเองใจกล้าไม่พอ
นางชื่นชมไป๋ซื่อยิ่งนัก แสดงเจตนาอย่างโจ่งแจ้ง ว่าเขาจะต้องมีนางเป็นภรรยาเพียงผู้เดียวเท่านั้น แม้ว่าแม่ทัพหยวนจะไม่มีภรรยารอง แต่เขามีอนุอุ่นเตียงก่อนแต่งงานกับนางเสียอีก
เรื่องนี้นางเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น แต่ทว่ามันไม่เล็กแล้วในตอนนี้ ในเมื่ออนุทั้งสองตั้งครรภ์จนจะคลอดออกมาแล้ว แต่นางยังไร้วี่แวว
“เอาน่าข้าจะหาทางช่วยท่านอีกแรงก็แล้วกัน ในเมื่อเราเป็นสหายกันแล้วนี่นาจะทอดทิ้งท่านได้อย่างไรกันเล่า” นางจะบอกว่าตนเองโชคดีก็ไม่ได้ คืนนั้นเป็นเขาที่กระทำย่ำยีนางหลายครั้งหลายหน ราวกับอดอยากมานานหลายปี จนทำให้นางได้เจ้าลูกแฝดมาในที่สุด
“คารวะพี่สะใภ้ คารวะหยางซื่อ” สตรีนางหนึ่งเดินเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย นางเป็นน้องสาวของหลิวมู่ฉวน นามของนางคือหลิวมู่หลัน ใบหน้าของสตรีน้อยนางนี้น่ารักยิ่งนัก ไป๋ฟางหรงเอ็นดูนางเป็นพิเศษ
“มู่หลัน นั่งลงสิ” ไป๋ฟางหรงชี้ลงเก้าอี้ที่ว่างอยู่ ผู้คนในงานจะมีทั้งขุนนาง และบรรดาฮูหยินและคุณหนูทั้งหลาย คืนนี้ก็ไม่ได้ต่างจากการหาคู่ดูตัวสักเท่าไหร่ นาน ๆ จะจัดงานเลี้ยงอย่างยิ่งใหญ่ขึ้นมา
“พี่สะใภ้ ข้าได้ยินข่าวว่าองค์หญิงสามมีประสงค์จะอภิเษกกับพี่ชายจริงหรือไม่เจ้าคะ” มู่หลันเป็นห่วงพี่สะใภ้และเด็ก ๆ และนางก็รับรู้ว่า แท้จริงแล้วพี่สะใภ้ยื่นหนังสือหย่าเอง แต่เป็นญาติผู้พี่ของนางไม่ลงนาม หากลงนามไปก็นับว่าญาติผู้พี่ของนางโง่โดยแท้
“ใช่ แต่ก็ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ เจ้าตัวแสบทั้งคู่ไปแล้ว อีกเดี๋ยวก็คงจะได้เรื่องเป็นแน่” กล่าวยังไม่ทันจบ ถังม่านชิงเดินเข้ามายังกลุ่มสนทนานี้ด้วย คิดจะฉีกหน้าไป๋ฟางหรงเข้าให้ แท้ที่จริงแล้ว นางไม่รู้ว่าสตรีทั้งสองนั้นเป็นใครกันบ้าง
นางเกิดและเติบโตจากแดนเหนือ ดังนั้นแล้วถังม่านชิงต้องการจะเป็นฮูหยินของแม่ทัพ หากทว่าเขากล่าวตัดรอนตัดความสัมพันธ์ของนาง เช่นนี้แล้ว นางจึงคิดจะหาเรือลำใหม่ เป็นไท่จื่อหรือไม่ก็องค์ชายรอง พระโอรสสายตรงของฮองเฮาและฮ่องเต้
“ยังจะมีหน้ามานั่งปั้นหน้ายิ้มอยู่ในงานอีกหรือเจ้าคะ” ม่านชิงจีบปากจีบคอกล่าวขึ้นมา น้ำเสียงของนางไม่เบาสักเท่าไหร่ สตรีที่นั่งอยู่ในแนวเดียวกันต่างก็ให้ความสนใจกับคำพูดเมื่อครู่นี้ไม่น้อยนัก
“ไม่เจอกันไม่กี่วัน ปากกล้าขึ้นมากนะ” ฟางหรงสีหน้าราบเรียบ ไม่ค่อยอยากจะพูดจากับสตรีนางนี้สักเท่าไหร่ พูดไปก็เปล่าประโยชน์นัก มิสู้นางยกส้นเท้าขึ้นตะบันหน้าสตรีนางนี้กลางงานให้รู้แล้วรู้รอด
“ทำไมกันเล่าเจ้าคะ พี่สาวลงนามหย่าให้ท่านแม่ทัพจ้าวแล้ว มิอับอายผู้คนในงานหรืออย่างไรกัน หากเป็นข้ามิกล้าเสนอหน้ามาร่วมงานอย่างเด็ดขาด คงอับอายแทบแทรกแผ่นดินหนีแล้วเจ้าคะ ท่านแม่ทัพยามนี้เป็นถึงว่าที่ราชบุตรเขย อีกไม่นานท่านก็คงจะต้องถูกหย่าขาดจริง ๆ”
ถังม่านชิงกล่าวขึ้นมา บรรดาสตรีนั่งข้าง ๆ ต่างก็หูผึ่งนัก หยางซื่อแทบจะทนไม่ไหว นางคิดจะต่อว่าอีกฝ่าย แต่ถูกไป๋ฟางหรงจับมือเอาไว้ ส่ายหน้าเบา ๆ เป็นอันว่ารู้กัน หลิวมู่หลันแทบจะสำลักน้ำชา ได้ยินคำพูดนี้ออกจากปากสตรีนางอื่น
“อ้อ ที่แท้เจ้าก็เป็นถังม่านชิง ได้ข่าวว่าเจ้าถูกพี่สะใภ้ข้าตะบันหน้าให้ หายแล้วรึถึงได้กล้าปากมากเช่นนี้ ระวังเอาไว้เล่า คราวนี้ไม่ใช่แค่ใบหน้า แต่จะเป็นฟันของเจ้าหลุดออกจากปาก”
มู่หลันไม่ได้ข่มขู่อีกฝ่าย แต่นางหมายความเป็นเช่นนั้น ปีนี้นางอายุสิบแปด แต่ยังไร้วี่แววชายหนุ่มในดวงใจ นางมิเคยหมายตาชายใด เพราะล้วนสู้พี่ชายและญาติผู้พี่ของนางไม่ได้
แต่ทว่าญาติผู้พี่นำสตรีนางนี้มาจากแดนเหนือนั่นเพราะอยากตอบแทนคุณนางที่ช่วยดูแลอาการบาดเจ็บนอนแน่นิ่งร่วมเดือนด้วยเพราะถูกพิษร้ายเข้าให้
“เจ้ากล้าดีนัก ปากของเจ้าเกรงว่าจะไม่ได้เก็บเอาไว้กินข้าวเสียแล้ว” หลิวมู่หลันทนไม่ไหว กล่าวกระทบกระทั่งอีกฝ่ายอย่างจงใจ
“เป็นเจ้าเข้ามาหาเรื่องไป๋ซื่อเองนะ พวกเรานั่งพูดคุยกันอยู่ แต่เป็นเจ้าสอดแส่ปากยาวไม่เข้าเรื่อง” หยางซื่อค่อนขอดต่อว่านางด้วยอีกคน
“ถังม่านชิงเจ้ากลับไปเสียเถิด อย่าให้ข้าได้กรุ่นโกรธ หากข้าคิดจัดการเจ้าจริง ๆ ไม่ว่าจะมุดหัวอยู่ที่ไหน ข้าก็ถลกหนังเจ้าได้ทุกเมื่อ” ฟางหรงแม้ไม่อยากพูดก็ต้องพูดออกมา ดวงหน้าของนางหาได้มีโทสะบิดเบี้ยวไม่ ยังคงดูสุขุมเยือกเย็นนัก
นางเป็นที่ถูกใจของฉู่จื้อหยางจริง ๆ เห็นสตรีนางหนึ่งเข้ามาพูดจาว่าร้ายเช่นนี้ ท่วงท่าของนางดูสงบนิ่ง แต่ทว่ามีกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวไม่น้อยนัก พระองค์ชนจอกสุรากับไท่จื่ออู๋จงหยวน
“ท่านพอพระทัยนางรึ” อู๋จงหยวนกล่าวถาม เพราะเห็นเขาหันมองภรรยาของแม่ทัพจ้าวออกบ่อยครั้ง ไม่รู้ว่าใต้หน้ากากอันนี้ซ่อนอะไรเอาไว้กันแน่ ชายผู้นี้เป็นถึงไท่จื่อแห่งแคว้นฉู่ ฝีมือร้ายกาจไม่เบา กว่าจะขึ้นมาเป็นไท่จื่อได้ เขาสังหารพี่ชายและน้องชายร่วมบิดาเดียวกันก็หลายคน จนสุดท้ายก็เหลือเพียงแค่ฉู่จิ้นหยางเพียงเท่านั้น
“ก็เล็กน้อย นางงดงามนักดูองอาจและกล้าหาญ เสียดายที่นางแต่งงานแล้ว” จื้อหยางกล่าวน้ำเสียงทุ้ม ดวงตาทอดมองบรรดาสตรีที่กรีดกรายร่ายรำอย่างอ่อนช้อนและงดงามนัก เรียกได้ว่างานเลี้ยงต้อนรับวันนี้แคว้นอู๋ทำออกมาดูยิ่งใหญ่โอ้อวดว่าเป็นแคว้นที่ร่ำรวย
“ท่านช่างตาแหลมนัก” แม้จะว่าไปตัวเขาเคยพานพบนางเมื่อนานมาแล้วก็อดชื่นชมไม่ได้ นางดงามน่ารักนัก น่าเสียดายนางตกลงปลงใจรักกับแม่ทัพจ้าว ตัวเขาถึงขั้นหล่อเหลาล่อลวงสตรีเกือบจะทุกราย
แต่ก็มิได้มีไท่จื่อเฟยข้างกาย เฉกเฉ่นกับท่านอาชินอ๋อง ที่นั่งนิ่ง ๆ มิได้สนใจอันใด ใครจะพูดคุยซักถามก็ตีสีหน้าขรึม ชวนให้ผู้คนอึดอัดนัก ยังขาดน้องชายคนรอง ไม่รู้ว่าป่านนี้ไปเที่ยวเล่นที่ไหน นิสัยของน้องชายเป็นคนสนุกสนานเฮฮานัก ชมชอบสตรีงดงาม
คนที่ถูกกล่าวถึงคือแม่ทัพจ้าว เขามาตามคำเชิญขององค์หญิงสาม มายังศาลาข้างสระบัว สถานที่ใกล้ตำหนักทรงอักษรของหวงซ่าง เขาเดินเข้าไปเพื่อจะกล่าวปฏิเสธและตัดความคิดอันเป็นไปได้ขององค์หญิง
นางกำนัลมากมายยืนรออยู่ข้าง ๆ ศาลาถอยห่างออกไปหลายก้าว พวกนางไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองข้างในศาลาเสียด้วยซ้ำ
เจ้าตัวแสบสองคนพี่น้องแอบดูบิดาพูดคุยกับองค์หญิงสาม พวกเขาซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ ได้ยินเสียงบิดากล่าวอย่างชัดเจนตรงไปตรงมา
“พี่ใหญ่ท่านพ่อจะลงมือจริง ๆ นะรึ” ฟางหลินกลัวว่าจะผิดพลาดแน่ ๆ แอบมาคุยลับตาคนเช่นนี้ ตัดสัมพันธ์อันใดกัน เข้าข้างอีกฝ่ายละสิไม่ว่า บิดาของนางทำไมถึงได้สมองไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมสตรีนะ
“ข้ากลัวว่าจะถูกจับได้นะสิ” หย่งเล่อครุ่นคิดขึ้นมา มองดูอย่างไรก็คงจะไม่ได้การเอาเสียแล้ว
“แล้วเราจะทำอย่างไร” ฟางหลินขมวดคิ้ว ริมฝีปากเล็ก ๆ นั่นขบกัดด้วยความหงุดหงิดใจ
“หลินเอ๋อร์ ยอมเจ็บตัวเพื่อท่านแม่หรือไม่” พี่ชายกล่าวถามมองน้องสาวอย่างเห็นใจ
“แน่นอนเจ้าค่ะ” ฟางหลินรู้แล้ว จะทำเช่นไร มีหรือนางจะปล่อยให้หลุดมือไป
“เช่นนั้นพี่ใหญ่ ไปตามท่านแม่ทีเจ้าค่ะ แสร้งร้องไห้เสียใจ ให้คนสงสัย” ฟางหลินกำชับพี่ชาย
ส่วนแม่ทัพจ้าว ยังคงยืนกราน เมื่อเห็นว่าองค์หญิงสามไม่ยอมเลิกราได้ง่าย ๆ เขาจึงเอ่ยขึ้นมาว่า “หากองค์หญิงยังยืนกรานเช่นนั้น กระหม่อมก็คงเห็นว่าไม่อาจจะเป็นแม่ทัพจ้าวได้อีกต่อไป กระหม่อมมีภรรยาอยู่แล้วทั้งคน หากพระองค์คิดจะกำจัดภรรยาของกระหม่อมมันก็คงไม่ง่ายเช่นนั้น”
“นี่เจ้ากำลังขู่ข้ารึ ไหนเจ้าบอกว่ารักข้า ชอบข้าอย่างไรเล่า” นางทั้งอับอายทั้งเดือดดาลเหตุใดเขาจึงกลับกลอกเช่นนี้กัน
“ท่านพ่อข้ามิเคยเอ่ยวาจาเช่นนั้นเป็นแน่เพคะ” ฟางหลินก้าวเท้าเข้าไปขัดขวาง นางยืนอยู่ข้าง ๆ กับบิดาในศาลาอันร่มรื่นและเงียบเหงา มีแสงสว่างจากโคมไฟมองเห็นพวกเขาอย่างชัดเจน
นางกำนัลถูกสายตาเหี้ยมขององค์หญิงก็พากันก้มหน้า ใครจะไปคิดเล่าว่าเด็กน้อยคนนี้จะกล้าพูดจาไม่น่าฟัง
“เจ้าอย่ามาสู่รู้แทนเขา” อู๋เจียวเหม่ยเดินเข้าไปใกล้ ๆ ฟางหลินถอยหลังหนีทันใด นางมายืนหลบอยู่ด้านหลังของบิดา จากนั้นฟางหลินแลบลิ้นกลอกกลิ้งตาไปมา มิหนำซ้ำยังก่นด่านางเข้าให้ องค์หญิงสามเห็นปากมุบมิบเกิดความไม่พอใจนัก
“เจ้าช่างกล้าดีนักวันนี้ข้าจะตีเจ้าให้ตาย” องค์หญิงสามจับมือของฟางหลิน แต่ทว่าดรุณีน้อยแสยะยิ้มอย่างเหยียดหยันอีกฝ่ายเข้าให้ ถูกตีแค่นี้ไม่เจ็บกระไร ต่อไปนี้องค์หญิงสามไม่อาจจะมีหน้าอยู่ในแคว้นอู๋ได้อีกแล้ว
จ้าวหย่งคังจะช่วยลูกสาว แต่ก็ถูกสายตาของนางบอกใบ้บางอย่างเข้าให้ เขาจึงชะงัก ทำท่าจะเข้าไปช่วยแต่ก็หวั่นว่าจะแตะเนื้อต้องตัวองค์หญิงสาม เอ่ยปากห้ามเบา ๆ เพียงเท่านั้น
ฟางหลินต่อว่าองค์หญิงสาม ข้อมือของนางถูกอีกฝ่ายกอบกุมยื้อยุดกันวุ่นวายพอสมควร “ท่านมันเป็นสตรีไร้ยางอาย คิดจะตีข้า คิดจะทำร้ายข้า ท่านพ่อ ท่านพ่อช่วยลูกด้วย ลูกเจ็บเจ้าค่ะ” นางแสร้งร้องโอดโอยเสียงดัง แน่นอนว่าหากใครได้ยินก็คงรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นเป็นแน่
นางกำนัลไม่กล้าเข้าไปหากไม่ได้รับอนุญาต พวกนางทำได้แค่ดูอยู่เฉย ๆ ลุ้นว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ พวกนางล้วนวางเดิมพันเอาไว้ในใจ ว่าอย่างไรเสียเป็นองค์หญิงสามแน่ ๆ
จู่ ๆ ร่างบอบบางของฟางหลินก็หล่นลงไปในสระบัว “หลินเอ๋อร์” น้ำเสียงดังกล่าวขึ้นมาอย่างตกใจ เมื่อเห็นว่าลูกสาวตกน้ำไปแล้ว “องค์หญิงเหตุใดต้องผลักนางให้ตกน้ำด้วย ลูกสาวข้าว่ายน้ำไม่เป็น ท่านจงใจจะฆ่านางใช่หรือไม่!”
เขาต่อว่าต่อขานองค์หญิงสามเข้าให้ จากนั้นกระโดดลงไปในสระบัว องค์หญิงสีหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษขาว นางตัวสั่นด้วยเพราะรู้สึกหวาดกลัว เกรงว่าเด็กน้อยจะสังเวยชีวิตในสระนี้เข้าให้จริง ๆ
จ้าวหย่งคังคว้าได้ร่างบอบบางของลูกสาว เนื้อตัวชุ่มโชกเต็มไปด้วยน้ำในสระ ช่างเหน็บหนาวเพียงใด ใบหน้าของฟางหลินซีดเซียวไร้สีเลือด ริมฝีปากม่วงคล้ำ นางนอนแน่นิ่งหายใจรวยรินอยู่ในอ้อมกอดของบิดา
จ้าวหย่งคังเงยหน้าและช้อนร่างบอบบางของลูกสาวเอาไว้ในอ้อมกอด น้ำเสียงแข็งกระด้างและดูโหดเหี้ยมนัก ต่อว่าองค์หญิงสามอย่างแสบสัน
“องค์หญิง จงใจฆ่านางเชียวรึ นางยังเด็กนักมีอะไรก็มาลงที่ข้าสิ ไปลงที่ลูกสาวของข้าได้อย่างไรกัน ช่างเป็นสตรีที่จิตใจโหดเหี้ยมนัก”
ตอนพิเศษ ท่านอ๋องและมู่หลันอู๋เมิ่งซาน ท่านอ๋องรูปงาม นามก็เพราะวันนี้เป็นวันมงคล ดังนั้นในพระตำหนักจึงได้ครึกครื้นนัก ปกติแล้ว ท่านอ๋องมิชอบความครื้นเครงเช่นนี้ หากแต่ว่าวันนี้กำลังจะมีภรรยาเสียที เมื่อเช้าขบวนรับเจ้าสาว มีสินสมรสมอบให้นางยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตารถม้าคันใหญ่โตโอ่อ่า งดงามและหรูหราอย่างไม่เคยมีมาก่อน เรื่องสมรสครั้งนี้เล่าลือว่า เดิมทีนั้นเป็นคุณหนูหลิวเดินหน้าไปขอหมั้นหมาย หากแต่วันแต่งงานกลับเป็นท่านอ๋องส่งขบวนสินสมรสมากมาย เหล่าชาวบ้านพากันยืนดูสองข้างทาง มองตั้งนานก็ยังไม่เห็นปลายขบวนเสียทีสตรีนางหนึ่งเห็นขบวนยาวเหยียดเช่นนี้ นึกอิจฉายิ่งนัก สตรีนางหนึ่งก็หน้าตาบูดบึ้ง เกิดมาก็เพิ่งจะรู้ว่า ท่านอ๋องเป็นคนแสนดีเช่นนี้ เหล่าหญิงสาวพากันเสียดายนักหนา บางคนก็อยากจะเป็นสตรีผู้โชคดี แต่ทว่าท่านอ๋องประกาศกร้าวก่อนแต่งงาน ตำหนักของเขาจะไม่มีสตรีอื่นใดนอกจากหลิวมู่หลันเท่านั้นพิธีในช่วงเช้าเป็นไปอย่างเรียบร้อย ก็เหลือเพียงแค่พิธีเข้าหอของเขาเท่านั้น ตัวของท่านอ๋องปกติมักเย็นชา สีหน้าเรียบเฉย ไม่เคยแย้มยิ้มพูดคุยกับผู้ใดมากความ หากแต่วันนี้เป็นวันมงคลทำให้อู๋เมิ่งซานแย้ม
ตอนพิเศษ ห้องนอนของแม่ทัพจ้าวแสงเทียนสว่างไสววูบวาบอยู่ไม่น้อยนัก หน้าต่างถูกเปิดเอาไว้เพื่อรับสายลมที่พัดผ่านเข้ามา บรรยากาศในห้องนอน ช่างดูอบอวลไปด้วยความรัก เมื่อแม่ทัพจ้าว ค่อย ๆ บรรจงจุมพิตภรรยาที่หน้าผากมน ก่อนจะเลื่อนมาจุมพิตเป็นดวงตาทั้งสองข้างอย่างเท่าเทียมกัน จากนั้นก็ทาบทับลงริมฝีปากนุ่มนิ่มของนางฝ่ามือหนาคลึงเคล้าซาลาเปานุ่มมือ ช่างทำให้ฟางหรงเริ่มไม่เป็นตัวของตนเอง ใบหน้าของนางเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา เมื่อถูกปลายลิ้นอุ่นร้อนหยอกเย้านางเข้าให้ นางรู้สึกราวกับจะขาดใจ เมื่อปลายลิ้นร้ายกาจหยอกเย้า กระหวัดรัดรึงร้อนแรงสลับกับอ่อนโยนหวานหอมฝ่ามือหนายังคงหยอกเย้าเต้างาม ก่อนจะค่อย ๆ แบะสาบเสื้อของนางออก เผยให้เห็นเนินอวบอิ่ม เสียงหวานของภรรยาเริ่มร้องครางแว่วหวานออกมาเบา ๆ ก็ยิ่งกระตุ้นให้ผู้เป็นสามีเร่งปรนเปรอดึดดูดลิ้นร้อนเล็ก ๆ ของนางอื้อ เสียงหวานร้องอื้ออ้าไม่เป็นภาษา ฝ่ามือเรียวของนางสวมกอดเข้าที่ต้นคอของสามี ยอดถันงดงามเผยต่อสายตาของชายหนุ่ม เขาปลดสายคาดเอวและเสื้อของนางออกทีละชิ้น ทีละชิ้น จนเรือนร่างเปลือยเปล่าปรากฏต่อสายตาของเขาฝ่ามือหนาลูบไล้เรียวขาของนาง สัมผัสตรงไ
ตอนที่ 55 สำนึกผิดองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ไม่ได้มีจิตใจโหดเหี้ยมตั้งแต่กำเนิด องค์ชายรองผู้นี้ทำทุกอย่างลงไปก็เพราะเรียกร้องให้บิดา หรือฮ่องเต้แคว้นเฉิงสนพระทัยเขาบ้าง นั่นเพราะกำเนิดจากพระสนมขั้นผิน ชีวิตในวังล้วนแล้วแต่ต้องแย่งชิงอำนาจมีท่านอาชินอ๋องเป็นที่พึ่ง คล้ายกับว่าเป็นบิดาอีกคน ความคิดอันตื้นเขินจึงทำให้องค์ชายรอง ทำเรื่องชั่วช้าไม่อาจให้อภัย เมื่อถูกจ้าวฟางหลินสอนสั่ง ใบหน้านั้นมีบาดแผล แต่แววตาของเขากำลังสำนึกผิดหาได้แค้นเคืองนางไม่เขาเข้ามาในห้องนี้อีกครั้ง เห็นเด็กชายคนที่ถูกพิษเล่นงานฟื้นขึ้นมา พลันใบหน้าที่ห่อเหี่ยว แต่ทว่าหล่อเหลาแย้มยิ้มขึ้นอย่างดีใจ เขาคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้น ทำให้เหล่าผู้คนมากมายที่อยู่ในห้อง ต่างหันมองเป็นตาเดียวกัน“คุณชายจ้าว ในที่สุดก็ฟื้นแล้ว ข้าเฉิงจิ่งเจี้ยน ทำผิดคิดร้าย หวังลอบสังหารท่านแม่ทัพจ้าว ชาตินี้มีความผิดติดตัว ขอคำนับคุณชายจ้าวเป็นการขอโทษ”“สายเลือดมังกรสูงส่งถึงขั้นโขกหัวให้หลานชายข้า น่าหัวเราะสิ้นดี” เจียงจินจู นั่งจิบชาอย่างสบายใจ เหยียดยิ้มอีกฝ่ายเข้าให้ “โชคดีที่หลานข้าไม่ถึงแก่ชีวิต หากเขาเป็นอะไรขึ้นมา ชีวิตเจ้าย่อมส
ตอนที่ 54 ถอนพิษในที่สุดจ้าวหย่งเล่อก็ได้รับยาถอนพิษ แต่ก็ต้องแลกกับตัวประกัน นั่นก็คือองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ทว่าผู้ที่นำยารักษามาให้นั้นเป็นท่านอาของเขา เป็นท่านอ๋องแคว้นเฉิง รูปงามไม่เบา อายุเพิ่งจะยี่สิบแปดใบหน้าของเขาดูหล่อเหลานัก และยังเป็นคนจิตใจดีมีเมตตาอีกด้วย ผิดกับองค์ชายรองอย่างลิบลับท่านอ๋องผู้นี้มิได้รู้มาก่อนว่าหลานชายของเขาได้แอบขโมยยาพิษมา แต่ทว่าเพื่อรักษาอาการต้องพิษร้ายแรงนี้ เขาจึงได้เดินทางมาด้วยตนเอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครที่ถูกพิษของแมงมุมดำเป็นเพียงแค่เด็กน้อยใบหน้าน่ารักคนหนึ่งท่านอ๋องถึงกับโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ “รู้หรือไม่ที่เจ้าทำมันหมายถึงอันใด มันจะกลายเป็นสงครามระหว่างแคว้น ช่างไม่มีหัวคิด คอยดูกลับไปข้าจะรายงานเรื่องทั้งหมดเอง” ท่านอ๋องผู้นี้ค่อนข้างรักความสงบ แต่ทว่าเขาชื่นชอบการรักษาและยังเป็นผู้คิดค้นพิษร้ายแรงเอาไว้อีกด้วยนั่นก็เพราะเกรงว่าสักวันหนึ่ง ฮ่องเต้ซึ่งเป็นพี่ชายอาจจะได้รับพิษร้าย และไม่มีหนทางการรักษา ด้วยเพราะแคว้นเฉิงไม่ค่อยสงบ คลื่นลมในราชสำนักก่อตัวขึ้นไม่เว้นวัน คาดว่าองค์ชายรองที่มาสร้างเรื่องที่แคว้นอู๋จะต้องมีขุนนางบางคนหนุนหลังเป็
ตอนที่ 53 ฟางหลินปากหวานองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ยกมือกอบกุมลำคอที่ร้อนผ่าว ราวกับถูกเพลิงแผดเผาเข้าให้ ดวงตาของเขาเถลือกถลนและท่าทางลนลานนัก เขานั่งลงบนพื้น เกาะปลายเท้าของหญิงสูงวัย ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำราวกับมีโลหิตอยู่ในกระบอกตาทั้งสองข้าง“ข้าบอกแล้ว บอกแล้ว” น้ำเสียงกล่าวขึ้นปนความหวาดกลัวจับใจ ใบหน้าขององค์รองช่างดูตื่นตระหนกกับเรื่องที่ตนเองประสบพบเจอ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าทำร้ายเขาเช่นนี้มาก่อน “ข้าขโมยมาจากท่านอาของข้า”“ยาถอนพิษอยู่ไหน อยู่กับใคร” เจียงจินจูตวาดเสียงดังกล่าวถาม นางยกมือขึ้นเท้าเอวทั้งสองข้าง คล้ายดั่งแจกันหยกมีหู สีหน้าของนางบิดเบี้ยวไม่พอใจมากโข พร้อมจะลงมือสังหารองค์ชายรองคนนี้ให้สิ้นชีวิตภายในพริบตา หากเขาเล่นตุกติก นางไม่ปล่อยให้มีชีวิตรอดกลับไปแน่“อยู่กับท่านอา ข้าไม่ได้เอามาด้วย ข้าก็แค่ขโมยมาเท่านั้น ไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงขนาดนี้” จิ่งเจี้ยนรีบร้อนกล่าวขึ้นมา ใบหน้าปูดบวมแดงช้ำอยู่ไม่น้อย อีกทั้งเมื่อครู่ยังถูกสตรีผู้นี้นำยาพิษให้เขากินอีกด้วย “ข้าไม่ได้โกหกแน่นอน” เขากล่าวหนักแน่น แววตาอ้อนวอนอย่างสุดซึ้ง“ถอนพิษให้ข้าก่อน ข้ายังไม่อยากตาย”
ตอนที่ 52 ท่านยายเล่นงานแม่ทัพจ้าวนำทหารกลุ่มหนึ่งไปล้อมที่จวนตระกูลถังเอาไว้ เขาส่งรายงานเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านทางม้าเร็วไปก่อนหน้านี้ก็หลายวันแล้ว คิดเสียว่าจะเดินทางกลับเมืองหลวงหลังจากสะสางภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่งยวดนั้นจบลง แต่เรื่องราวมิได้ง่ายปานนั้นเมื่อแม่ทัพจ้าวมาถึงจวนตระกูลถัง ก็ไม่พบชายชราคนนั้นแล้ว เห็นทีว่าเขาคงหนีไปได้ไม่ไกลนัก ยังมีอีกกลุ่มที่กำลังซุ่มโจมตีแม่ทัพจ้าวอยู่ในจวนตระกูลถัง ยังไม่ทันไร ชายชุดดำราวสักยี่สิบคนก็ทะยานลงมา ในมือพวกเขาถืออาวุธไว้ทุกคนแม่ทัพจ้าว สวมชุดดำหน้ากากสีดำอำพรางใบหน้าของตนเองเอาไว้ มีสายคาดหน้าผากเป็นสีขาว พวกพ้องของแม่ทัพจ้าว แต่งกายเช่นเดียวกัน ไม่ถึงอึดใจ จวนตระกูลถังก็เจิ่งนองไปด้วยโลหิตไหลเป็นทางเปรอะเปื้อนไม่น้อยนักส่วนลานกว้างกลางเมืองนั้น ผู้ที่ปลอมตัวเป็นแม่ทัพจ้าว เขาถูกปลดออกจากการพันธนาการแล้ว เขายืนเต็มความสูง บิดกายไปมาคล้ายว่ายืดเส้นยืดสายเสีย แววตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นมาทันใด กระบี่คมกริบมันวาววับ ยามสะท้อนกับแสงของพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้วอยู่ในมือของตนหลิวมู่ฉวนดึงหน้ากากเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง “ยินดีด้วย พวกเจ้าถูกหล
ตอนที่ 27 ท่านยายมาแล้วอู๋เจียวเหม่ย นอนอยู่ในตำหนักเย็น ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด ข้างกายมีนางกำนัลดูแลอยู่สามคน รวมถึงถังม่านชิงอีกด้วย นางถูกองค์หญิงหนีบให้มาอยู่ตำหนักเย็น อันห่างไกลไร้ผู้คนคนถูกโบยนอนแน่นิ่งคว่ำหน้า แผ่นหลังรวมถึงก้นแตกเป็นรอยบาดแผลหลายแห่ง นางกัดฟันไม่ไหวกรีดร้องเสียงหลง เพี
ตอนที่ 26 ท่านประมุขน้อยฟางหรงอุ้มลูกสาวกลับจวนของนาง ใบหน้าของนางหาได้ยินดีไม่ มองอีกฝ่ายอย่างแค้นเคืองเอาแต่ใจ ด้วยเพราะมีสามีไม่เอาไหนเช่นนี้ จนทำให้ลูกสาวของนางต้องเดือดร้อน เขาถูกฝ่าเท้าของนางกระแทกเข้าไปแค่หน้าท้อง คงไม่ตายก็เจ็บหนักพอสมควร“ไม่ต้องตามมา” น้ำเสียงห้วน ๆ อย่างไม่พอใจได้ถ่ายทอ
ตอนที่ 25 เล่นงานองค์หญิงสามองค์หญิงสามพระพักตร์ถอดสีก็ว่าได้ เนื้อตัวสั่นงันงกเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก นึกไม่ถึงว่าเด็กน้อยคนนี้จะพลาดพลั้งตกลงไปในน้ำ “ข้าไม่ได้ทำนะ” ดวงหน้าของนางอาบไปด้วยความรู้สึกผิด ดวงตาคู่งามอาบไปด้วยม่านน้ำตาไหลรินลงมาไม่ขาดสายเมื่อเห็นเด็กน้อยนอนแน่นิ่ง ริมฝีปากที่ต่อว่า
ตอนที่ 23 พ่อข้าใครห้ามแตะงานเลี้ยงในคืนนี้ ล้วนครื้นเครงและคึกคักนัก บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน นั่นเพราะมีนางรำกำลังกรีดกรายร่ายรำอย่างงดงาม ไป๋ฟางหรงร่วมด้วยเจ้าหัวผักกาดทั้งสอง สวมชุดเข้ากันเป็นอย่างดี พวกเขาล้วนโดดเด่นและสะดุดตายิ่งนักชุดสีน้ำเงินเข้มนางสวมใส่ประดับประดาด้วยสร้อยไข่มุก ต







