Masukตอนที่ 26 ท่านประมุขน้อย
ฟางหรงอุ้มลูกสาวกลับจวนของนาง ใบหน้าของนางหาได้ยินดีไม่ มองอีกฝ่ายอย่างแค้นเคืองเอาแต่ใจ ด้วยเพราะมีสามีไม่เอาไหนเช่นนี้ จนทำให้ลูกสาวของนางต้องเดือดร้อน เขาถูกฝ่าเท้าของนางกระแทกเข้าไปแค่หน้าท้อง คงไม่ตายก็เจ็บหนักพอสมควร
“ไม่ต้องตามมา” น้ำเสียงห้วน ๆ อย่างไม่พอใจได้ถ่ายทอดออกมา บนใบหน้าเรียบเฉย
“หรงเอ๋อร์ ข้าขอโทษที่ทำให้หลินเอ๋อร์ต้องตกน้ำ” หย่งคังรีบร้อนกล่าวขึ้น ไม่กล่าวโทษโยนความผิดให้เจ้าตัวแสบสักนิด เขายังตกใจอยู่เลยเสียด้วยซ้ำ คิดว่าลูกสาวจมน้ำจริง ๆ เสียอีก นึกไม่ถึงว่านางกลั้นหายใจพยุงตัวอยู่ในน้ำ
“ข้าไม่อยากเห็นหน้าท่าน ไปพักผ่อนเถอะ ข้าเหนื่อยแล้ว” วันนี้ทำให้นางเหนื่อยแสนจะเหนื่อยจริง ๆ ทุกอย่างที่นางได้ทำก็เพราะลูก ๆ ทั้งสอง พรุ่งนี้จะเป็นการแข่งขันควบม้า และยิงเป้า รวมถึงการล่าสัตว์จะเกิดขึ้นในอีกสองวันข้างหน้า
“ก็ได้” มีหรือเขาจะยินดีเดินจากไปเฉย ๆ เช่นนั้น “ข้าจะส่งเล่อเอ๋อร์เข้านอนก่อน” เขาอ้างขึ้นมา ทำให้คนถูกอ้างเงยหน้ามองบิดา เห็นสายตาของท่านพ่อทำนองเหมือนขอร้อง มีหรือเขาจะใจจืดใจดำ ลงเรือลำเดียวกันแล้วนี่นา
“พอดีเลย คืนนี้ท่านพ่อก็นอนเสียกับข้าก็ได้” หย่งเล่อยิ้มด้วยความพอใจนักหนา ท่านพ่อของเขาแม้จะดูสมองหมูไปบ้าง แต่ก็ไม่เลวร้ายสักเท่าไหร่
หลิวมู่ฉวนไม่รู้โผล่มากจากไหน เขารีบกระวีกระวาดเข้ามาทันใด “หลานสาวของข้าจมน้ำ นังองค์หญิงบ้านั่นกล้าทำร้ายหลานข้าเชียวรึ”
“เบา ๆ หน่อยหลินเอ๋อร์หลับไปแล้ว วันนี้เล่นเหนื่อยเกินไป” หย่งคังดุญาติผู้น้องเข้าให้ ฟางหลินแม้ว่าจะดูแก่นแก้วแสนซนฉลาดหลักแหลม เด็กอย่างไรก็ย่อมเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ เลยเวลานอนของนางมาก็เกือบจะครึ่งชั่วยามแล้ว และก็เล่นแช่อยู่ในน้ำเป็นอึดใจ มีหรือนางจะไม่ป่วย
“เล่นเหนื่อย” หลิวมู่ฉวนกล่าวขึ้นมา ย้ำคำพูดนั้นด้วยความไม่เข้าใจนัก
“ใช่” จ้าวหย่งคังพูดสั้น ๆ “กลับจวนเจ้าไปได้แล้ว ไม่อย่างนั้นก็ไปห้ามท่านป้าของเจ้าไม่ต้องมาดูหลานตอนนี้” คำพูดที่กล่าวท่านป้าก็จะมีใครเสียอีก เป็นมารดาของเขา หากรู้ว่าหลานสาวตกน้ำ มีหวังหัวเขาได้แตกอีกแน่ ถูกถีบยังไม่พอ ยังจะโดนแพ่งกะบาลอีกมีหวังหมดกัน ใครจะเคารพยำเกรงเล่า
“ขอถามอีกนิด องค์หญิงสามถูกโบยจริง ๆ รึ” หลิวมู่ฉวนอยากรู้นักข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร และลืมเรื่องสำคัญไปเสียสิ้น
“อืม จะถามเซ้าซี้ทำไมนัก ลูกข้าง่วงแล้วไปกลับไปได้แล้ว” จ้าวหย่งคังตวาดใส่ญาติผู้น้อง เขาจับจูงมือหย่งเล่อเอาไว้ ยืนนิ่งเงียบ ๆ ดวงตาเริ่มปรือง่วงงุนเข้าให้เสียแล้ว
“ก็ได้ ข้ากลับแล้ว” หลิวมู่ฉวนอยากกลับเสียที่ไหนกัน ไม่รู้ว่าป่านนี้องค์หญิงสามจะมีอาการเป็นเช่นไรบ้าง บางครั้งนึกสงสารเห็นใจ บางครั้งก็นึกสมน้ำหน้าดีนัก คิดกลั่นแกล้งคนอื่นระรานไปทั่วเช่นนี้ ก็สมควรต้องถูกลงโทษบ้าง จะได้ไม่มีใครเอาเยี่ยงอย่างนี้ได้
ฟางหรงวางลูกสาวนอนบนเตียง ห่มผ้าให้อย่างแล้วในห้องต้องเพิ่มความอบอุ่นจุดเตาร้อนเอาไว้ให้ข้าง ๆ เตียงนอน และยังมีสมุนไพรที่ช่วยให้นางหายใจสะดวกมากขึ้น เพราะว่าลูกสาวตัวเริ่มรุม ๆ ขึ้นมา เกรงว่าหากครั้งนี้เจ็บป่วยขึ้นละก็อาจจะต้องรักษาร่างกายอีกนานทีเดียว
สีหน้าของนางเป็นทุกข์นัก ลูก ๆ ของพวกนางรักบิดามากเสียขนาดนี้ แต่นางกำลังกลัดกลุ้มใจ เห็นทีว่าฮองเฮากับไทเฮาจะไม่ยอมรามือเป็นแน่ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เกินตัวไปแล้ว เด็ก ๆ ไม่คิดให้ถี่ถ้วนถึงผลที่จะตามมา และนางจะต้องเตรียมตัวรับมือ
ฟางหรงเดินกลับมายังห้องนอน พบหน้าคนที่เพิ่งจะก่นด่าเขาไปเอง เขาฉีกยิ้มให้นาง เดินเข้ามาช่วยนางถอดเสื้อคลุมออก “ไม่ต้องห่วง ข้าจะปกป้องพวกเจ้าเอง” เขารู้ว่านางเป็นคนคิดมาก คิดอ่านรอบคอบเสมอ
“ระยะเวลาที่ข้าอยู่ที่นี่จะไม่ให้ใครทำอันใดเจ้าได้อีก” นั่นเพราะล่วงรู้ว่า สตรีสูงศักดิ์ในวังหลวงไม่ปล่อยเอาไว้แน่นอน เห็นทีจวนตระกูลจ้าวจะต้องเดือดร้อนครั้งใหญ่เสียแล้ว
“ท่านจะทำอะไรได้กัน” คำพูดของนางกระแทกสามีเข้าให้อย่างจัง ฟางหรงเงยหน้ามองเขาเล็กน้อย “คนพวกนั้นมีอำนาจคับแผ่นดิน ท่านมันก็เป็นเพียงแค่มด ปลวกเท่านั้น”
เพียงแค่อยู่ในห้องนั้นก็รู้แล้วว่า หวงตี้เป็นคนเช่นไร จิตใจคับแคบเห็นแก่ลูกสาว และนางเล่า ลูกสาวนางเล่า ชีวิตเล็ก ๆ ไม่มีค่าให้คนพวกนั้นเหลียวแลเชียวรึ
“พรุ่งนี้เห็นที ว่าท่านต้องเตรียมรับมือกับท่านแม่ของข้า รวมถึงคนอื่น ๆ ด้วยแล้วละนะ หาทางออกดี ๆ เล่า มิเช่นนั้นอาจทำให้ท่านเจ็บหนัก” ฟางหรงนั่งลงบนเตียง สอดตัวเข้าใต้ผ้าห่ม ป่านนี้เรื่องนี้คงถึงหูมารดาของนางแล้ว พรุ่งนี้คงจะมาถึงเมืองหลวงเป็นแน่ ช่างมีแต่เรื่องให้กลัดกลุ้มเสียจริง
เจียงจินจูผู้ถูกกล่าวถึง สีหน้าอึมครึมกรุ่นโกรธมากโข “คนพวกนั้นกล้าดีอย่างไรกัน เห็นหุบเขาไป๋หรงเป็นอันใด” ฝ่ามือฟาดลงมายังโต๊ะไม้ มันแตกแยกออกเป็นครึ่งท่อน หักกลางเสียอย่างนั้นทั้งกาน้ำชาและถ้วยน้ำชา รวมถึงขนมตกลงมาบนพื้น มีแตกบ้าง เกลื่อนกระจายก็มี
ชายชุดดำก้มหน้าคุกเข่าด้วยความตระหนกตกใจนัก เจียงจินจู นางคือฮูหยินไป๋ ภรรยาท่านหมอหลวง แท้จริงแล้วเป็นคนของหุบเขาไป๋หรง เดิมทีที่มาที่ไปนั้นมีความสลักสำคัญกับแคว้นอู๋อย่างยิ่งยวด ครั้งหนึ่งนางถวายการอารักขาจนทำให้ตนเองบาดเจ็บเจียนตาย
เพื่อจะทำให้นางได้รักกับท่านหมอธรรมดาคนหนึ่ง นางเลือกที่จะไม่รับช่วงตำแหน่งหัวหน้าหุบเขาต่อจากพี่ชาย แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน นางจะทวงความยุติธรรมให้หลานสาว ว่าที่ท่านประมุขน้อยของหุบเขาไป๋หรง ในเมื่อนางล้างมือในอ่างทองคำแล้ว แต่ทว่าพี่ชายของนางเป็นใคร คนผู้นั้นรู้ดีที่สุด
“หุบเขาไป๋หรงขึ้นตรงต่อราชสำนักอย่างนั้นรึ ช่างน่าขบขันนัก” เจียงจินจูหัวเราะเยาะคนราชสำนัก โดยเฉพาะเขาคนนั้น อู๋อ้ายเสียน หากไม่ใช่นางป่านนี้เขาก็ตายไปแล้ว
“ไปแจ้งท่านประมุขใหญ่ ตอนนี้ท่านประมุขน้อยได้รับความ อยุติธรรม ขอให้ลงจากเขาปกป้องท่านประมุขน้อยด้วย” ไม่เช่นนั้น นางจะเคี่ยวเข็ญหลายสาวตั้งแต่เล็ก ๆ ทำไมกัน หากไม่มีจุดประสงค์ให้รับช่วงต่อจากพี่ชายของนาง ซึ่งไร้ทายาทจะสืบทอดอำนาจต่อ
“ขอรับนายหญิง” ชายชุดดำวรยุทธ์ล้ำเลิศนัก พุ่งทะยานตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
เจียงจินจูแม้จะอยู่ในเมืองหนานไห่ แต่ความสำคัญของนางต่อหุบเขาไป๋หรงยังคงอยู่เฉกเช่นเดิม แม้กายไม่อยู่แต่ชื่อของนางยังคงสลักเอาไว้บนศิลาตำแหน่งท่านประมุข และยังมีชื่อของคุณหนูน้อยแซ่จ้าวอีกด้วย ในฐานะตำแหน่งท่านประมุขน้อยแห่งหุบเขาไป๋หรง
ความลับใด ๆ นางมิเคยเอ่ยถึง นางอยู่ที่หนานไห่นั่นก็เพราะห่างเมืองหลวง อยู่ไม่ไกลจากหุบเขาไป๋หรงมากนัก จะส่งข่าวอันใดล้วนสะดวกและรวดเร็ว ทุกครั้งนางทำเป็นหลับตาข้างหนึ่งอยู่เสมอ ไม่อยากให้ทุกฝ่ายเดือดร้อน หากแต่ครั้งนี้เปลี่ยนไป
“เตรียมรถม้า เดินทางไปเมืองหลวง” จินจูแม้จะอายุเข้าสู่ห้าสิบปีกว่า ๆ ใบหน้าของนางยังคงงดงามสะพรั่ง หากใครไม่รู้ก็อาจคิดว่าอายุของนางเพิ่งจะสามสิบต้น ๆ เพียงเท่านั้น
“ขอรับนายหญิง” ชายชุดดำก้มหน้ารับคำสั่ง จากนั้นจึงได้ไปจัดการเตรียมรถม้า สาวใช้ได้ยินก็รีบร้อนวิ่งวุ่นจัดเตรียมอาภรณ์สำหรับนายหญิงเสียหลายชุด ยังจะต้องมีเตาอุ่นอีกด้วย พวกนางล้วนต้องทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้มีอันใดผิดพลาด
เจียงจินจู เดินมาหยุดหน้าแผ่นป้ายอักษรชื่อสามีของนาง ด้านหน้ามีกระถางธูปและข้าง ๆ มีผลไม้วางเอาไว้ ดวงหน้าของนางค่อนข้างจะเรียบเฉยและเย็นชาเหนือผู้ใด
“ท่านพี่ ข้าจะไม่ให้ใครมารังแกหลาน ๆ ของเราได้ รวมถึงลูกสาวของพวกเราด้วย ท่านวางใจเถอะ หลังจากจบเรื่องทั้งหมดแล้ว
ข้าจะนำลูกสาวของเรากลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ท่านพี่ไม่ต้องห่วงอันใดอีกแล้ว หลับให้สบายเถิด ต่อไปนี้ข้าจะดูแลทุก ๆ คนแทนท่านเอง ท่านเหนื่อยมามากแล้ว พักให้สบาย ทุกอย่างข้าจะจัดการทวงความเป็นธรรมให้หลินเอ๋อร์เอง”
หลังจากกล่าวลาป้ายวิญญาณของสามีแล้ว นางก็เดินออกจากจวนอันใหญ่โตของนาง มายังรถม้าที่จอดเทียบอยู่ สาวใช้วิ่งนำเสื้อคลุมขนจิ้งจอกแดงคลุมให้นายหญิง “นายหญิงเจ้าคะ อย่าใจร้อนผลีผลามเด็ดขาด”
“รู้แล้วน่า ข้าไม่ใช่เด็กสาวแล้วนะที่จะไร้หัวคิด อยู่ดูแลจวนให้ดี ไม่เกินห้าวันข้าจะนำพวกเขากลับมาดูแลเอง” นางคิดเช่นนั้น ยังโกรธเคืองเจ้าลูกเขยโง่งี่เง่าเสียด้วยซ้ำไป หากเจอหน้าเมื่อไหร่นางจะชำระแค้นให้สาสม โทษฐานที่ทำให้ลูกสาวของนางต้องทนทุกข์ระทมมาหกปี
สตรีหน้าด้านไร้ยางอายคนนั้น นางจะถลกหนังมันมาทำพรมเช็ดเท้าเสีย ช่างเจ้าเล่ห์มารยานัก ลูกสาวของนางเองก็เหมือนกัน ช่างดื้อรั้นเป็นไหน ๆ หากไม่ยืนกรานหนักแน่นว่าอย่างไรจะต้องแต่งงานกับจ้าวหย่งคังให้ได้ มีหรือนางจะเป็นเช่นนั้น
“อู๋เจียวเหม่ย เจ้ากล้าทำร้ายหลานสาวข้า จะได้เห็นดีกัน”
ตอนพิเศษ ท่านอ๋องและมู่หลันอู๋เมิ่งซาน ท่านอ๋องรูปงาม นามก็เพราะวันนี้เป็นวันมงคล ดังนั้นในพระตำหนักจึงได้ครึกครื้นนัก ปกติแล้ว ท่านอ๋องมิชอบความครื้นเครงเช่นนี้ หากแต่ว่าวันนี้กำลังจะมีภรรยาเสียที เมื่อเช้าขบวนรับเจ้าสาว มีสินสมรสมอบให้นางยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตารถม้าคันใหญ่โตโอ่อ่า งดงามและหรูหราอย่างไม่เคยมีมาก่อน เรื่องสมรสครั้งนี้เล่าลือว่า เดิมทีนั้นเป็นคุณหนูหลิวเดินหน้าไปขอหมั้นหมาย หากแต่วันแต่งงานกลับเป็นท่านอ๋องส่งขบวนสินสมรสมากมาย เหล่าชาวบ้านพากันยืนดูสองข้างทาง มองตั้งนานก็ยังไม่เห็นปลายขบวนเสียทีสตรีนางหนึ่งเห็นขบวนยาวเหยียดเช่นนี้ นึกอิจฉายิ่งนัก สตรีนางหนึ่งก็หน้าตาบูดบึ้ง เกิดมาก็เพิ่งจะรู้ว่า ท่านอ๋องเป็นคนแสนดีเช่นนี้ เหล่าหญิงสาวพากันเสียดายนักหนา บางคนก็อยากจะเป็นสตรีผู้โชคดี แต่ทว่าท่านอ๋องประกาศกร้าวก่อนแต่งงาน ตำหนักของเขาจะไม่มีสตรีอื่นใดนอกจากหลิวมู่หลันเท่านั้นพิธีในช่วงเช้าเป็นไปอย่างเรียบร้อย ก็เหลือเพียงแค่พิธีเข้าหอของเขาเท่านั้น ตัวของท่านอ๋องปกติมักเย็นชา สีหน้าเรียบเฉย ไม่เคยแย้มยิ้มพูดคุยกับผู้ใดมากความ หากแต่วันนี้เป็นวันมงคลทำให้อู๋เมิ่งซานแย้ม
ตอนพิเศษ ห้องนอนของแม่ทัพจ้าวแสงเทียนสว่างไสววูบวาบอยู่ไม่น้อยนัก หน้าต่างถูกเปิดเอาไว้เพื่อรับสายลมที่พัดผ่านเข้ามา บรรยากาศในห้องนอน ช่างดูอบอวลไปด้วยความรัก เมื่อแม่ทัพจ้าว ค่อย ๆ บรรจงจุมพิตภรรยาที่หน้าผากมน ก่อนจะเลื่อนมาจุมพิตเป็นดวงตาทั้งสองข้างอย่างเท่าเทียมกัน จากนั้นก็ทาบทับลงริมฝีปากนุ่มนิ่มของนางฝ่ามือหนาคลึงเคล้าซาลาเปานุ่มมือ ช่างทำให้ฟางหรงเริ่มไม่เป็นตัวของตนเอง ใบหน้าของนางเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา เมื่อถูกปลายลิ้นอุ่นร้อนหยอกเย้านางเข้าให้ นางรู้สึกราวกับจะขาดใจ เมื่อปลายลิ้นร้ายกาจหยอกเย้า กระหวัดรัดรึงร้อนแรงสลับกับอ่อนโยนหวานหอมฝ่ามือหนายังคงหยอกเย้าเต้างาม ก่อนจะค่อย ๆ แบะสาบเสื้อของนางออก เผยให้เห็นเนินอวบอิ่ม เสียงหวานของภรรยาเริ่มร้องครางแว่วหวานออกมาเบา ๆ ก็ยิ่งกระตุ้นให้ผู้เป็นสามีเร่งปรนเปรอดึดดูดลิ้นร้อนเล็ก ๆ ของนางอื้อ เสียงหวานร้องอื้ออ้าไม่เป็นภาษา ฝ่ามือเรียวของนางสวมกอดเข้าที่ต้นคอของสามี ยอดถันงดงามเผยต่อสายตาของชายหนุ่ม เขาปลดสายคาดเอวและเสื้อของนางออกทีละชิ้น ทีละชิ้น จนเรือนร่างเปลือยเปล่าปรากฏต่อสายตาของเขาฝ่ามือหนาลูบไล้เรียวขาของนาง สัมผัสตรงไ
ตอนที่ 55 สำนึกผิดองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ไม่ได้มีจิตใจโหดเหี้ยมตั้งแต่กำเนิด องค์ชายรองผู้นี้ทำทุกอย่างลงไปก็เพราะเรียกร้องให้บิดา หรือฮ่องเต้แคว้นเฉิงสนพระทัยเขาบ้าง นั่นเพราะกำเนิดจากพระสนมขั้นผิน ชีวิตในวังล้วนแล้วแต่ต้องแย่งชิงอำนาจมีท่านอาชินอ๋องเป็นที่พึ่ง คล้ายกับว่าเป็นบิดาอีกคน ความคิดอันตื้นเขินจึงทำให้องค์ชายรอง ทำเรื่องชั่วช้าไม่อาจให้อภัย เมื่อถูกจ้าวฟางหลินสอนสั่ง ใบหน้านั้นมีบาดแผล แต่แววตาของเขากำลังสำนึกผิดหาได้แค้นเคืองนางไม่เขาเข้ามาในห้องนี้อีกครั้ง เห็นเด็กชายคนที่ถูกพิษเล่นงานฟื้นขึ้นมา พลันใบหน้าที่ห่อเหี่ยว แต่ทว่าหล่อเหลาแย้มยิ้มขึ้นอย่างดีใจ เขาคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้น ทำให้เหล่าผู้คนมากมายที่อยู่ในห้อง ต่างหันมองเป็นตาเดียวกัน“คุณชายจ้าว ในที่สุดก็ฟื้นแล้ว ข้าเฉิงจิ่งเจี้ยน ทำผิดคิดร้าย หวังลอบสังหารท่านแม่ทัพจ้าว ชาตินี้มีความผิดติดตัว ขอคำนับคุณชายจ้าวเป็นการขอโทษ”“สายเลือดมังกรสูงส่งถึงขั้นโขกหัวให้หลานชายข้า น่าหัวเราะสิ้นดี” เจียงจินจู นั่งจิบชาอย่างสบายใจ เหยียดยิ้มอีกฝ่ายเข้าให้ “โชคดีที่หลานข้าไม่ถึงแก่ชีวิต หากเขาเป็นอะไรขึ้นมา ชีวิตเจ้าย่อมส
ตอนที่ 54 ถอนพิษในที่สุดจ้าวหย่งเล่อก็ได้รับยาถอนพิษ แต่ก็ต้องแลกกับตัวประกัน นั่นก็คือองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ทว่าผู้ที่นำยารักษามาให้นั้นเป็นท่านอาของเขา เป็นท่านอ๋องแคว้นเฉิง รูปงามไม่เบา อายุเพิ่งจะยี่สิบแปดใบหน้าของเขาดูหล่อเหลานัก และยังเป็นคนจิตใจดีมีเมตตาอีกด้วย ผิดกับองค์ชายรองอย่างลิบลับท่านอ๋องผู้นี้มิได้รู้มาก่อนว่าหลานชายของเขาได้แอบขโมยยาพิษมา แต่ทว่าเพื่อรักษาอาการต้องพิษร้ายแรงนี้ เขาจึงได้เดินทางมาด้วยตนเอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครที่ถูกพิษของแมงมุมดำเป็นเพียงแค่เด็กน้อยใบหน้าน่ารักคนหนึ่งท่านอ๋องถึงกับโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ “รู้หรือไม่ที่เจ้าทำมันหมายถึงอันใด มันจะกลายเป็นสงครามระหว่างแคว้น ช่างไม่มีหัวคิด คอยดูกลับไปข้าจะรายงานเรื่องทั้งหมดเอง” ท่านอ๋องผู้นี้ค่อนข้างรักความสงบ แต่ทว่าเขาชื่นชอบการรักษาและยังเป็นผู้คิดค้นพิษร้ายแรงเอาไว้อีกด้วยนั่นก็เพราะเกรงว่าสักวันหนึ่ง ฮ่องเต้ซึ่งเป็นพี่ชายอาจจะได้รับพิษร้าย และไม่มีหนทางการรักษา ด้วยเพราะแคว้นเฉิงไม่ค่อยสงบ คลื่นลมในราชสำนักก่อตัวขึ้นไม่เว้นวัน คาดว่าองค์ชายรองที่มาสร้างเรื่องที่แคว้นอู๋จะต้องมีขุนนางบางคนหนุนหลังเป็
ตอนที่ 53 ฟางหลินปากหวานองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ยกมือกอบกุมลำคอที่ร้อนผ่าว ราวกับถูกเพลิงแผดเผาเข้าให้ ดวงตาของเขาเถลือกถลนและท่าทางลนลานนัก เขานั่งลงบนพื้น เกาะปลายเท้าของหญิงสูงวัย ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำราวกับมีโลหิตอยู่ในกระบอกตาทั้งสองข้าง“ข้าบอกแล้ว บอกแล้ว” น้ำเสียงกล่าวขึ้นปนความหวาดกลัวจับใจ ใบหน้าขององค์รองช่างดูตื่นตระหนกกับเรื่องที่ตนเองประสบพบเจอ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าทำร้ายเขาเช่นนี้มาก่อน “ข้าขโมยมาจากท่านอาของข้า”“ยาถอนพิษอยู่ไหน อยู่กับใคร” เจียงจินจูตวาดเสียงดังกล่าวถาม นางยกมือขึ้นเท้าเอวทั้งสองข้าง คล้ายดั่งแจกันหยกมีหู สีหน้าของนางบิดเบี้ยวไม่พอใจมากโข พร้อมจะลงมือสังหารองค์ชายรองคนนี้ให้สิ้นชีวิตภายในพริบตา หากเขาเล่นตุกติก นางไม่ปล่อยให้มีชีวิตรอดกลับไปแน่“อยู่กับท่านอา ข้าไม่ได้เอามาด้วย ข้าก็แค่ขโมยมาเท่านั้น ไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงขนาดนี้” จิ่งเจี้ยนรีบร้อนกล่าวขึ้นมา ใบหน้าปูดบวมแดงช้ำอยู่ไม่น้อย อีกทั้งเมื่อครู่ยังถูกสตรีผู้นี้นำยาพิษให้เขากินอีกด้วย “ข้าไม่ได้โกหกแน่นอน” เขากล่าวหนักแน่น แววตาอ้อนวอนอย่างสุดซึ้ง“ถอนพิษให้ข้าก่อน ข้ายังไม่อยากตาย”
ตอนที่ 52 ท่านยายเล่นงานแม่ทัพจ้าวนำทหารกลุ่มหนึ่งไปล้อมที่จวนตระกูลถังเอาไว้ เขาส่งรายงานเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านทางม้าเร็วไปก่อนหน้านี้ก็หลายวันแล้ว คิดเสียว่าจะเดินทางกลับเมืองหลวงหลังจากสะสางภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่งยวดนั้นจบลง แต่เรื่องราวมิได้ง่ายปานนั้นเมื่อแม่ทัพจ้าวมาถึงจวนตระกูลถัง ก็ไม่พบชายชราคนนั้นแล้ว เห็นทีว่าเขาคงหนีไปได้ไม่ไกลนัก ยังมีอีกกลุ่มที่กำลังซุ่มโจมตีแม่ทัพจ้าวอยู่ในจวนตระกูลถัง ยังไม่ทันไร ชายชุดดำราวสักยี่สิบคนก็ทะยานลงมา ในมือพวกเขาถืออาวุธไว้ทุกคนแม่ทัพจ้าว สวมชุดดำหน้ากากสีดำอำพรางใบหน้าของตนเองเอาไว้ มีสายคาดหน้าผากเป็นสีขาว พวกพ้องของแม่ทัพจ้าว แต่งกายเช่นเดียวกัน ไม่ถึงอึดใจ จวนตระกูลถังก็เจิ่งนองไปด้วยโลหิตไหลเป็นทางเปรอะเปื้อนไม่น้อยนักส่วนลานกว้างกลางเมืองนั้น ผู้ที่ปลอมตัวเป็นแม่ทัพจ้าว เขาถูกปลดออกจากการพันธนาการแล้ว เขายืนเต็มความสูง บิดกายไปมาคล้ายว่ายืดเส้นยืดสายเสีย แววตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นมาทันใด กระบี่คมกริบมันวาววับ ยามสะท้อนกับแสงของพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้วอยู่ในมือของตนหลิวมู่ฉวนดึงหน้ากากเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง “ยินดีด้วย พวกเจ้าถูกหล
ตอนที่ 39 ถูกหลอกเขากรุ่นโกรธมากโข เหมือนมีเปลวเพลิงกำลังกองสุมอยู่ในกายของตนเอง โดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด เขาจึงได้กล่าวด้วยความไม่พอใจเข้าให้ “มันน่าโมโหนัก อย่าให้พบหน้าเชียว” เขาจะจัดการนางให้เข็ดหลาบหลิวมู่หลันเดินเข้ามาในห้องนอนของท่านอ๋องอย่างคุ้นเคย เมื่อท่านอ๋องพบใบหน้าของนาง เขาจึงได้ตว
ตอนที่ 38 มู่หลันส่งแม่สื่อทาบทามหลิวมู่หลันไม่เข้าใจเจตนาของท่านอ๋อง นางมองดวงตาเขาและก็เบนสายตาหนี นั่นเพราะก้อนเนื้อน้อย ๆ ของนางกำลังเต้นระรัวเร็ว“ว่าอย่างไร ค้างสักคืนดีหรือไม่ข้าเจ็บแผล หากจะให้เดินทางต่อก็คงไม่ไหว ข้างหน้ามีถ้ำอยู่ พวกเราไปค้างกันในนั้นก็ได้” ชายหนุ่มกดยิ้มเล็กน้อย นั่นเพร
ตอนที่ 37 กินเต้าหู้ฟางหรงตั้งรับคู่ต่อสู้ ชายคนนั้นรีบทะยานลงมาจู่โจมเข้าให้ทันใด นางเบี่ยงกายหลบหลีก รอจังหวะสบโอกาส โชคดีที่นางมีมีดสั้นของไท่จื่อแคว้นฉู่มอบให้ ชายหนุ่มอีกสามคนได้ยินเสียงต่อสู้กัน พวกเขาก็ควบม้ามาเห็น ชายชุดดำกำลังจู่โจมจัดการไป๋ฟางหรงไท่จื่อฉู่จื้อหยางคิดจะช่วยโฉมงาม แต่ทว่า
ตอนที่ 36 ข้านี่แหละไป๋ฟางหรงวันเข้าแข่งขันการประลองในรุ่งเช้าของอีกวัน ฟางหรงและลูกทั้งสอง แต่กายรัดกุมขึ้นมาก ฟางหลินและมารดา แต่งกายด้วยชุดสีดำ ด้านหลักปักลวดลายดอกเหมยด้วยดิ้นสีทองเอาไว้ พวกเขาทั้งสามดูสูงส่งเสียจริง เดินทางไปยังผืนป่ารกแน่นหนาด้วยต้นไม้ทั้งสูงใหญ่ คละเคล้ากับต้นไม้ที่เพิ่งเติ







