Home / รักโบราณ / ไป๋ฟางหรง / ตอนที่ 28 บุกวังหลวง

Share

ตอนที่ 28 บุกวังหลวง

last update publish date: 2026-04-28 17:38:23

ตอนที่ 28 บุกวังหลวง

วันนี้หิมะไม่ตกเหมือนทุกวัน คล้ายว่ารับรู้วันนี้จะมีเรื่องร้อน ๆ นั่นเพราะว่าท่านประมุขแห่งหุบเขาไป๋หรง ปรากฏกายอยู่ในจวนของหลานสาว และยังได้พบท่านประมุขน้อยอีกด้วย เหล่าชายชุดดำทั้งหลาย เห็นท่านประมุขน้อยเดินมา ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด ต่างก็โค้งศีรษะทำความเคารพ

ตำแหน่งนี้สืบทอดจากท่านยาย มาท่านแม่และมาเป็นนาง ท่านแม่มิรับตำแหน่งท่านประมุข ท่านยายมิรับตำแหน่งท่านประมุข แต่นางพยักหน้า ยินดีรับตำแหน่งนี้ ต่อจากท่านลุงเอง

“ท่านประมุขน้อย พวกเราพร้อมแล้วขอรับ” หนึ่งในชายสวมชุดดำกล่าวขึ้นมา

“ช้าก่อนเจ้าค่ะ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลยเจ้าคะ” ภัยจะมาถึงตัวนางก็หารู้ไม่ เรื่องที่นางทำมันรุนแรง แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น มีอย่างที่ไหนสามัญชนลงโทษเชื้อพระวงศ์ ก็คงจะมีเพียงแค่นางที่อาจหาญทำเรื่องเหนือผู้ใด

“อย่ามัวแต่พูดมาก รีบเดินทาง ประเดี๋ยวจะเข้าวังสาย ส่วนเจ้าลูกเขยตัวดี ฝากเอาไว้ก่อน แค้นนี้ข้าย่อมต้องชำระแน่ ๆ” เจียงจินจูกล่าวน้ำเสียงเหี้ยม เดินจับจูงมือหลานสาวหลานชายขึ้นบนรถม้าที่ใหญ่โตหรูหรานัก ประดับประดาราวกับเป็นเชื้อพระวงศ์สูงศักดิ์เสียอย่างนั้น

ฟางหรงระบายยิ้มให้สามี “ท่านพี่ ขอให้ท่านโชคดีนะเจ้าคะ”

สิ้นเสียงภรรยา แม่ทัพจ้าวเข่าอ่อนทันใด เมื่อทั้งหมดเดินทางเข้าวังหลวง ตัวเขาเองแทบจะลุกขึ้นเดินไม่ไหว ทำให้ท่านพ่อ ท่านแม่ต้องมาดูอาการ “ไอ้หยา ลูกชายข้าถูกเล่นงานเข้าให้เสียแล้ว”

ด้วยเพราะหน้าผากของแม่ทัพหยางบวมบูดขึ้นมาราวกับลูกมะนาว เพียงเพราะถูกแม่ยายถีบตนเองแล้วหัวโหม่งเข้ากับประตู เขาไม่อาจจะสู้แม่ยายได้ และไม่กล้าจะต่อสู้ด้วยเลยจริง ๆ มิใช่อ่อนหัดหวาดกลัว แต่นั่นคือมารดาของภรรยา เขาจะกล้าล่วงเกินได้อย่างไรกัน

“สมน้ำหน้า แม่ยังไม่กล้ามาดูเลย แม่ยายเจ้านี่นะ นาน ๆ จะมาเยือนเสียที เล่นทำเอาจวนแทบแตกแล้ว มีหวังวันนี้ในวังหลวงคงจะมีการนองเลือดเป็นแน่” หลิวซื่อกลืนน้ำลายลงคออย่างอยากลำบากนัก

“ท่านแม่เช่นนั้น ข้าขอตัวก่อน” แม่ทัพจ้าวก็คิดเช่นนั้น ตัวก่อเรื่องมีใครกันองค์หญิงสามเพียงผู้เดียว

“นี่กลับมาอย่าลืมเอาสมองกลับมาด้วยเล่า” มารดาก่นด่าตามหลัง แอบหัวเราะขบขันกับสามี เพียงแค่สองคน เห็นว่าลูกชายตกที่นั่งลำบากแทนที่จะสงสาร เปล่าเลยสองผู้เฒ่าทำได้เพียงแค่ สมน้ำหน้า!

ขบวนอันยิ่งใหญ่ เกรียงไกรเสียยิ่งกว่าขบวนแม่ทัพกลับเมืองหลวงเสียอีก เหล่าคนชุดดำทั้งหลาย ยืนเรียงรายจะเข้าวังหลวง ทหารด้านหน้าประตูวังตกใจไม่น้อย พวกเขารีบขวางไม่ให้คนกลุ่มนี้เข้าไปด้านใน ด้วยเพราะไม่มีที่มาอย่างแน่ชัด

เจียงจินจูลงมาจากรถม้าคันใหญ่โต นางเดินสีหน้าราบเรียบ ดูเย่อหยิ่งและสูงส่งนัก ทำให้ผู้คนที่เดินไปมา อดแปลกใจกับคนกลุ่มนี้ไม่ได้ ต่างก็หยุดยืนรอดูเรื่องราวต่อไปนี้จะเป็นเช่นไร

“กล้าขัดขวางมิให้เข้าไปข้างในรึ ช่างสามหาวนักเดี๋ยวหัวเจ้าจะหลุดไม่รู้ตัว!” เจียงจินจูยากจะข่มโทสะของตนเองอยู่

“รีบเปิดทางเสีย มิเช่นนั้นวันนี้หัวพวกเจ้าขาดแน่ ๆ” หนึ่งในชายชุดดำกล่าวขึ้นมา “ไม่เห็นหรือว่ามีป้ายหยกอันใด ตาถั่วหรืออย่างไรกัน” เขากล่าวขึ้นมา ทหารที่กีดขวางนั้น แม้อากาศจะหนาวเหน็บ แต่ทว่าสายตาของสตรีนางนี้ทำให้พวกเขาเหงื่อเปียกชื้นตามแผ่นหลังเข้าให้

“อุ้มท่านประมุขน้อยลงมา” คำสั่งคืออุ้ม พวกเขาก็ทำตามอย่างว่าง่าย ฟางหรงเลิกคิ้วขึ้นมองมารดา ก่อนจะก้มหน้าเพราะตนเองนั้นมีความผิดติดตัวอยู่ไม่น้อยนัก

เจียงจินจู หรือท่านยาย จะอุ้มหลานสาวเดินเข้าไปข้างในวังเอง และอย่าคิดเชียวว่า รูปร่างของนางดูบอบบางเช่นนี้ จะกลายเป็นไม้ใกล้ฝั่งให้คนพวกนั้นดูเบานางได้

“ท่านแม่ จะไม่” ฟางหรงยังกล่าวไม่จบ ต้องรีบหุบปากทันที

“เจ้านะ ทำให้ข้าเหลืออด” น้ำเสียงเขียวเข้มกล่าวขึ้นมา เหลือบมองลูกสาวตัวดีจากนั้นส่ายหน้าเบา ๆ ความโหดเหี้ยมเหมือนนางหาได้มีไม่ มีแต่ความอ่อนแอและโง่งมจมอยู่กับความรักจอมปลอมของเจ้าลูกเขยชั่วช้า

ฟางหรงเดินเข้าไปด้วย นางเดินตามแผ่นหลังของมารดา จังหวะนั้นเองเมิ่งอวี้หานเห็นท่านอาจารย์เดินทางมาด้วยตนเอง เขารีบเร่งฝีเท้ามาต้อนรับเป็นอย่างดี ด้านหลังของท่านอาจารย์มีผู้คนเดินตามมาหลายสิบคน จะนับได้อย่างไรไหว ราว ๆ ไม่เกินร้อยคนคาดคะเนด้วยสายตาของตนเอง

“ท่านอาจารย์” เมิ่งอวี้หานยิ้มแฉ่งทันใด

“ไม่ต้องมาปั้นหน้ายิ้ม ดูแลท่านประมุขน้อยอย่างไรให้รับความอัปยศ” เจียงจินจูกล่าวถาม ใบหน้าของนางเรียบเฉย คล้ายว่าไร้สิ่งกลัดกลุ้มหรือกังวลใจ กลิ่นอายชวนสะพรึงกลัวนั่น ปลดปล่อยออกมาไม่หยุดหย่อน

“ท่านยาย คนอัปยศไม่ใช่ข้า แต่เป็นองค์หญิงสาม” ฟางหลินลืมตาขึ้นพูดขึ้นมาอย่างดีใจ แม้จะถูกอุ้มโดยท่านยาย ก็ยังตีสีหน้าราวกับป่วยใกล้จะไปเยือนปรโลกเต็มที ความร้ายกาจของนางถอดแบบใครมา ก็มีท่านยายเป็นตัวอย่างเช่นไรเล่า นางจึงเป็นเด็กเจ้าเล่ห์ถึงเพียงนี้

“นอนนิ่ง ๆ ไปเลย ยายไม่ถามเจ้าห้ามพูด” นางดุเจ้าตัวแสบอยู่ในอ้อมกอดของนาง

ผู้คนในวังหลวงวันนี้ต่างก็ยืนดูกลุ่มใหญ่สวมชุดดำ เดินเป็นระเบียบเข้ามาราวกับกองทัพขนาดย่อม หนึ่งในนั้นเป็นชายสวมหน้ากากสีทอง มองเห็นสตรีที่ตนพึงใจ นางสวมชุดของหุบเขาไป๋หรง ความเป็นมาอย่างไรไม่กระจ่างชัด

“พวกนั้นเป็นคนของหุบเขาไป๋หรง” ไท่จื่อู๋จงหยวนหน้าถอดสี “สำนักพยัคฆ์ขาว ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมที่สุดในยุทธภพ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาล้างมือแล้วนี่นา เหตุใดจึงมา รึว่า!” เมื่อทบทวนไปมา แน่นอนที่สุดคือเจ้าเด็กน้อยเมื่อวานนี้ มีส่วนเกี่ยวข้องกันแน่นอน เขาไม่อาจจะไปยุ่งเกี่ยวได้ ก็คงต้องอยู่ดูแลการแข่งขันนี้ให้ดี

ฟางหรงถูกมารดาขับไล่ให้ออกไปอยู่ด้านนอก ดังนั้นเองนางจึงเดินตามศิษย์พี่ ไปยังลานประลองของวันนี้ จ้าวหย่งเล่อไม่มีการแข่งขัน ดังนั้นเขาจึงขออยู่กับท่านยาย เพื่อจะฉีกหน้าคนพวกนั้น ดูสิว่าจะทำอันใดเขาและน้องสาวได้กัน

ห้องทรงอักษรเป็นเขตหวงห้าม มิให้ผู้ใดเข้ามาก่อนได้รับอนุญาต แต่ทว่าเจียงจินจูและท่านประมุขใหญ่ ไม่เกรงกลัวใคร หากมีใครขัดขวาง นางเพียงแค่ปัดมือเบา ๆ เท่านั้น ชายคนนั้นถึงขั้นกระอักเลือดออกมาทีเดียว พลังปราณของนางแข็งแกร่งยิ่งนัก ยากจะมีผู้ใดทัดเทียมนาง

นางเป็นบุตรีเจ้าสำนักแห่งหุบเขาไป๋หรง เพราะชมชอบท่านหมอธรรมดาผู้หนึ่ง จึงคิดหาวิถีทางจะออกจากหุบเขานั้นให้ได้ นางยอมสละชีวิตเพื่อแลกกับอิสรภาพ สุดท้ายแล้วผู้คนในหุบเขาไป๋หรงยังน่านับถือเลื่อมใสกว่าผู้คนในเมืองหลวงเสียอีก

“ข้ามาเยือนพี่ชาย คงมิต้องคำนับหรอกกระมัง” นางมองยังพี่ชายที่กล่าวพูด นั่นคือฮ่องเต้แห่งแคว้นอู๋

“ไม่ต้อง ไม่ต้องเชิญเจ้านั่งได้ตามสบาย” อู๋อ้ายเสียนเหงื่อแตกพลั่ก นั่นเพราะเหล่าคนชุดดำแต่ละคนน่าหวาดกลัวเป็นไหน ๆ แม้พวกเขาจะล้างมือแล้ว ขึ้นตรงต่อราชสำนักแล้ว พวกเขาก็ยังน่ากลัวอยู่วันยังค่ำ และยังเป็นผู้ก่อตั้งสนับสนุนให้เขาขึ้นครองราชย์ และยังเป็นผู้โค่นล้มราชบัลลังก์

“เมื่อวานใครกัน ช่างกล้าทำร้าย ร่างกายท่านประมุขน้อย จนตกอยู่ในสภาพเช่นนี้” เจียงจินจูไม่พูดมากความ วันนี้นางจะต้องได้คนคนนั้นกลับไปลงโทษให้เข็ดหลาบ ทวงความเป็นธรรมให้หลานสาวของนาง

เจียงจินจูวางหลานสาวลงบนเก้าอี้ นางยืนกอดอกประชันหน้ากับไทเฮา เหลือบตามองฮองเฮาที่ตามหลังเข้ามาด้วยอีกคน นางแสยะยิ้มเหี้ยม แผ่กลิ่นอายเย็นเหยียบ ช่างน่าหวาดกลัวนัก ใบหน้าของเรียบเฉย แต่ทว่ากลิ่นอายนี้น่าสะพรึงกลัวอยู่เหนือผู้ใด

“สามหาวนัก พวกเจ้าเป็นใครกัน กล้าดีอย่างไรบุกวังหลวงเช่นนี้ ทหารจับพวกมัน” ไทเฮาพิโรธหนัก ไม่สนผู้ใดทั้งสิ้นในเมื่อนางเป็นไทเฮาของแผ่นดิน ใครกันที่กล้าเหิมเกริมมาเหยียบหน้าถึงถิ่นเช่นนี้

“จะจับพวกข้ารึ ไทเฮาคิดให้หนักสักนิด อู๋อ้ายเสียนขึ้นเป็นฮ่องเต้ได้เพราะใครกัน หากไม่ใช่ข้าสนับสนุนเขา หากไม่ใช่เพราะบิดาข้าสนับสนุนไท่จื่อยามนั้น จะมีฮ่องเต้พระองค์นี้อยู่หรือไม่ ไตร่ตรองให้ถ้วนถี่

ตอนนั้นเป็นใครรับคมหอกคมดาบแทนเขา มิใช่ข้าคนนี้หรอกรึ ตอนนั้นเป็นใครกันซมซานก้มกราบบิดาข้า ขอร้องให้สำนักพยัคฆ์ขาวช่วยสนับสนุนสืบทอดราชบัลลังก์

ท่านเมื่อก่อนเป็นเพียงแค่สนม บัดนี้เป็นไทเฮาสมใจ เชิดหน้าชูคอ คนของข้าล้มตายไปมากมาย เพื่อผู้ใดกัน คิดอ่านอันใดให้รอบคอบเสียหน่อย หากคิดอ่านไม่ได้ ข้าจะจัดหาผู้เหมาะสมขึ้นแทนเอง!”

“เสด็จแม่กลับไปก่อน นี่เป็นเรื่องระหว่างข้ากับจูเอ๋อร์” หวงซ่างออกปากไล่พระมารดา เกรงว่าทุกคนจะพุ่งเป้าไปยังพระมารดาของตนเอง เขากลืนไม่เข้าคายไม่ออก หากเมื่อวานนี้เขาตัดสินไม่ลำเอียง เรื่องก็คงไม่เป็นเช่นนี้

น้อยครั้งที่จะทำให้เจียงจินจูเดือดดาล ปกติแล้วเขาก็มักจะเห็นนางอ่อนโยนเสมอ นั่นเพราะเขารักนาง แต่นางมิเคยเหลียวแลความรักที่เขามอบให้สักนิด

“ฝ่าบาท ทอดพระเนตรดูซิ นี่หลานสาวของข้า หลานสาวมีตำแหน่งเป็นท่านประมุขน้อย เหตุใดกันจึงมีเรื่องกลั่นแกล้งนางเกิดขึ้น อัปยศยิ่งนัก หากคิดจะให้เรื่องคลี่คลายแล้วละก็ ไปลากสตรีนางนั้นมาคุกเข่าก้มกราบกรานขอร้องท่านประมุขน้อยเสีย มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไป๋ฟางหรง   ตอนพิเศษ ท่านอ๋องและมู่หลัน

    ตอนพิเศษ ท่านอ๋องและมู่หลันอู๋เมิ่งซาน ท่านอ๋องรูปงาม นามก็เพราะวันนี้เป็นวันมงคล ดังนั้นในพระตำหนักจึงได้ครึกครื้นนัก ปกติแล้ว ท่านอ๋องมิชอบความครื้นเครงเช่นนี้ หากแต่ว่าวันนี้กำลังจะมีภรรยาเสียที เมื่อเช้าขบวนรับเจ้าสาว มีสินสมรสมอบให้นางยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตารถม้าคันใหญ่โตโอ่อ่า งดงามและหรูหราอย่างไม่เคยมีมาก่อน เรื่องสมรสครั้งนี้เล่าลือว่า เดิมทีนั้นเป็นคุณหนูหลิวเดินหน้าไปขอหมั้นหมาย หากแต่วันแต่งงานกลับเป็นท่านอ๋องส่งขบวนสินสมรสมากมาย เหล่าชาวบ้านพากันยืนดูสองข้างทาง มองตั้งนานก็ยังไม่เห็นปลายขบวนเสียทีสตรีนางหนึ่งเห็นขบวนยาวเหยียดเช่นนี้ นึกอิจฉายิ่งนัก สตรีนางหนึ่งก็หน้าตาบูดบึ้ง เกิดมาก็เพิ่งจะรู้ว่า ท่านอ๋องเป็นคนแสนดีเช่นนี้ เหล่าหญิงสาวพากันเสียดายนักหนา บางคนก็อยากจะเป็นสตรีผู้โชคดี แต่ทว่าท่านอ๋องประกาศกร้าวก่อนแต่งงาน ตำหนักของเขาจะไม่มีสตรีอื่นใดนอกจากหลิวมู่หลันเท่านั้นพิธีในช่วงเช้าเป็นไปอย่างเรียบร้อย ก็เหลือเพียงแค่พิธีเข้าหอของเขาเท่านั้น ตัวของท่านอ๋องปกติมักเย็นชา สีหน้าเรียบเฉย ไม่เคยแย้มยิ้มพูดคุยกับผู้ใดมากความ หากแต่วันนี้เป็นวันมงคลทำให้อู๋เมิ่งซานแย้ม

  • ไป๋ฟางหรง   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษ ห้องนอนของแม่ทัพจ้าวแสงเทียนสว่างไสววูบวาบอยู่ไม่น้อยนัก หน้าต่างถูกเปิดเอาไว้เพื่อรับสายลมที่พัดผ่านเข้ามา บรรยากาศในห้องนอน ช่างดูอบอวลไปด้วยความรัก เมื่อแม่ทัพจ้าว ค่อย ๆ บรรจงจุมพิตภรรยาที่หน้าผากมน ก่อนจะเลื่อนมาจุมพิตเป็นดวงตาทั้งสองข้างอย่างเท่าเทียมกัน จากนั้นก็ทาบทับลงริมฝีปากนุ่มนิ่มของนางฝ่ามือหนาคลึงเคล้าซาลาเปานุ่มมือ ช่างทำให้ฟางหรงเริ่มไม่เป็นตัวของตนเอง ใบหน้าของนางเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา เมื่อถูกปลายลิ้นอุ่นร้อนหยอกเย้านางเข้าให้ นางรู้สึกราวกับจะขาดใจ เมื่อปลายลิ้นร้ายกาจหยอกเย้า กระหวัดรัดรึงร้อนแรงสลับกับอ่อนโยนหวานหอมฝ่ามือหนายังคงหยอกเย้าเต้างาม ก่อนจะค่อย ๆ แบะสาบเสื้อของนางออก เผยให้เห็นเนินอวบอิ่ม เสียงหวานของภรรยาเริ่มร้องครางแว่วหวานออกมาเบา ๆ ก็ยิ่งกระตุ้นให้ผู้เป็นสามีเร่งปรนเปรอดึดดูดลิ้นร้อนเล็ก ๆ ของนางอื้อ เสียงหวานร้องอื้ออ้าไม่เป็นภาษา ฝ่ามือเรียวของนางสวมกอดเข้าที่ต้นคอของสามี ยอดถันงดงามเผยต่อสายตาของชายหนุ่ม เขาปลดสายคาดเอวและเสื้อของนางออกทีละชิ้น ทีละชิ้น จนเรือนร่างเปลือยเปล่าปรากฏต่อสายตาของเขาฝ่ามือหนาลูบไล้เรียวขาของนาง สัมผัสตรงไ

  • ไป๋ฟางหรง   ตอนที่ 55 สำนึกผิด

    ตอนที่ 55 สำนึกผิดองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ไม่ได้มีจิตใจโหดเหี้ยมตั้งแต่กำเนิด องค์ชายรองผู้นี้ทำทุกอย่างลงไปก็เพราะเรียกร้องให้บิดา หรือฮ่องเต้แคว้นเฉิงสนพระทัยเขาบ้าง นั่นเพราะกำเนิดจากพระสนมขั้นผิน ชีวิตในวังล้วนแล้วแต่ต้องแย่งชิงอำนาจมีท่านอาชินอ๋องเป็นที่พึ่ง คล้ายกับว่าเป็นบิดาอีกคน ความคิดอันตื้นเขินจึงทำให้องค์ชายรอง ทำเรื่องชั่วช้าไม่อาจให้อภัย เมื่อถูกจ้าวฟางหลินสอนสั่ง ใบหน้านั้นมีบาดแผล แต่แววตาของเขากำลังสำนึกผิดหาได้แค้นเคืองนางไม่เขาเข้ามาในห้องนี้อีกครั้ง เห็นเด็กชายคนที่ถูกพิษเล่นงานฟื้นขึ้นมา พลันใบหน้าที่ห่อเหี่ยว แต่ทว่าหล่อเหลาแย้มยิ้มขึ้นอย่างดีใจ เขาคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้น ทำให้เหล่าผู้คนมากมายที่อยู่ในห้อง ต่างหันมองเป็นตาเดียวกัน“คุณชายจ้าว ในที่สุดก็ฟื้นแล้ว ข้าเฉิงจิ่งเจี้ยน ทำผิดคิดร้าย หวังลอบสังหารท่านแม่ทัพจ้าว ชาตินี้มีความผิดติดตัว ขอคำนับคุณชายจ้าวเป็นการขอโทษ”“สายเลือดมังกรสูงส่งถึงขั้นโขกหัวให้หลานชายข้า น่าหัวเราะสิ้นดี” เจียงจินจู นั่งจิบชาอย่างสบายใจ เหยียดยิ้มอีกฝ่ายเข้าให้ “โชคดีที่หลานข้าไม่ถึงแก่ชีวิต หากเขาเป็นอะไรขึ้นมา ชีวิตเจ้าย่อมส

  • ไป๋ฟางหรง   ตอนที่ 54 ถอนพิษ

    ตอนที่ 54 ถอนพิษในที่สุดจ้าวหย่งเล่อก็ได้รับยาถอนพิษ แต่ก็ต้องแลกกับตัวประกัน นั่นก็คือองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ทว่าผู้ที่นำยารักษามาให้นั้นเป็นท่านอาของเขา เป็นท่านอ๋องแคว้นเฉิง รูปงามไม่เบา อายุเพิ่งจะยี่สิบแปดใบหน้าของเขาดูหล่อเหลานัก และยังเป็นคนจิตใจดีมีเมตตาอีกด้วย ผิดกับองค์ชายรองอย่างลิบลับท่านอ๋องผู้นี้มิได้รู้มาก่อนว่าหลานชายของเขาได้แอบขโมยยาพิษมา แต่ทว่าเพื่อรักษาอาการต้องพิษร้ายแรงนี้ เขาจึงได้เดินทางมาด้วยตนเอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครที่ถูกพิษของแมงมุมดำเป็นเพียงแค่เด็กน้อยใบหน้าน่ารักคนหนึ่งท่านอ๋องถึงกับโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ “รู้หรือไม่ที่เจ้าทำมันหมายถึงอันใด มันจะกลายเป็นสงครามระหว่างแคว้น ช่างไม่มีหัวคิด คอยดูกลับไปข้าจะรายงานเรื่องทั้งหมดเอง” ท่านอ๋องผู้นี้ค่อนข้างรักความสงบ แต่ทว่าเขาชื่นชอบการรักษาและยังเป็นผู้คิดค้นพิษร้ายแรงเอาไว้อีกด้วยนั่นก็เพราะเกรงว่าสักวันหนึ่ง ฮ่องเต้ซึ่งเป็นพี่ชายอาจจะได้รับพิษร้าย และไม่มีหนทางการรักษา ด้วยเพราะแคว้นเฉิงไม่ค่อยสงบ คลื่นลมในราชสำนักก่อตัวขึ้นไม่เว้นวัน คาดว่าองค์ชายรองที่มาสร้างเรื่องที่แคว้นอู๋จะต้องมีขุนนางบางคนหนุนหลังเป็

  • ไป๋ฟางหรง   ตอนที่ 53 ฟางหลินปากหวาน

    ตอนที่ 53 ฟางหลินปากหวานองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ยกมือกอบกุมลำคอที่ร้อนผ่าว ราวกับถูกเพลิงแผดเผาเข้าให้ ดวงตาของเขาเถลือกถลนและท่าทางลนลานนัก เขานั่งลงบนพื้น เกาะปลายเท้าของหญิงสูงวัย ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำราวกับมีโลหิตอยู่ในกระบอกตาทั้งสองข้าง“ข้าบอกแล้ว บอกแล้ว” น้ำเสียงกล่าวขึ้นปนความหวาดกลัวจับใจ ใบหน้าขององค์รองช่างดูตื่นตระหนกกับเรื่องที่ตนเองประสบพบเจอ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าทำร้ายเขาเช่นนี้มาก่อน “ข้าขโมยมาจากท่านอาของข้า”“ยาถอนพิษอยู่ไหน อยู่กับใคร” เจียงจินจูตวาดเสียงดังกล่าวถาม นางยกมือขึ้นเท้าเอวทั้งสองข้าง คล้ายดั่งแจกันหยกมีหู สีหน้าของนางบิดเบี้ยวไม่พอใจมากโข พร้อมจะลงมือสังหารองค์ชายรองคนนี้ให้สิ้นชีวิตภายในพริบตา หากเขาเล่นตุกติก นางไม่ปล่อยให้มีชีวิตรอดกลับไปแน่“อยู่กับท่านอา ข้าไม่ได้เอามาด้วย ข้าก็แค่ขโมยมาเท่านั้น ไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงขนาดนี้” จิ่งเจี้ยนรีบร้อนกล่าวขึ้นมา ใบหน้าปูดบวมแดงช้ำอยู่ไม่น้อย อีกทั้งเมื่อครู่ยังถูกสตรีผู้นี้นำยาพิษให้เขากินอีกด้วย “ข้าไม่ได้โกหกแน่นอน” เขากล่าวหนักแน่น แววตาอ้อนวอนอย่างสุดซึ้ง“ถอนพิษให้ข้าก่อน ข้ายังไม่อยากตาย”

  • ไป๋ฟางหรง   ตอนที่ 52 ท่านยายเล่นงาน

    ตอนที่ 52 ท่านยายเล่นงานแม่ทัพจ้าวนำทหารกลุ่มหนึ่งไปล้อมที่จวนตระกูลถังเอาไว้ เขาส่งรายงานเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านทางม้าเร็วไปก่อนหน้านี้ก็หลายวันแล้ว คิดเสียว่าจะเดินทางกลับเมืองหลวงหลังจากสะสางภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่งยวดนั้นจบลง แต่เรื่องราวมิได้ง่ายปานนั้นเมื่อแม่ทัพจ้าวมาถึงจวนตระกูลถัง ก็ไม่พบชายชราคนนั้นแล้ว เห็นทีว่าเขาคงหนีไปได้ไม่ไกลนัก ยังมีอีกกลุ่มที่กำลังซุ่มโจมตีแม่ทัพจ้าวอยู่ในจวนตระกูลถัง ยังไม่ทันไร ชายชุดดำราวสักยี่สิบคนก็ทะยานลงมา ในมือพวกเขาถืออาวุธไว้ทุกคนแม่ทัพจ้าว สวมชุดดำหน้ากากสีดำอำพรางใบหน้าของตนเองเอาไว้ มีสายคาดหน้าผากเป็นสีขาว พวกพ้องของแม่ทัพจ้าว แต่งกายเช่นเดียวกัน ไม่ถึงอึดใจ จวนตระกูลถังก็เจิ่งนองไปด้วยโลหิตไหลเป็นทางเปรอะเปื้อนไม่น้อยนักส่วนลานกว้างกลางเมืองนั้น ผู้ที่ปลอมตัวเป็นแม่ทัพจ้าว เขาถูกปลดออกจากการพันธนาการแล้ว เขายืนเต็มความสูง บิดกายไปมาคล้ายว่ายืดเส้นยืดสายเสีย แววตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นมาทันใด กระบี่คมกริบมันวาววับ ยามสะท้อนกับแสงของพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้วอยู่ในมือของตนหลิวมู่ฉวนดึงหน้ากากเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง “ยินดีด้วย พวกเจ้าถูกหล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status