ログインตอนที่ 21 ฉู่จื้อหยาง
รุ่งอรุณวันใหม่มาเยือนอีกครั้ง
คณะราชทูตแคว้นฉู่มาถึงแล้ว ดังนั้นจึงมีผู้เข้าร่วมงานแข่งขันมากพอสมควร แคว้นฉู่มีราชทูตผู้สูงศักดิ์เป็นไท่จื่อ และหัวหน้าเผ่าอีกห้าเผ่า เดินทางมาเพื่อเจริญสัมพันธไมตรี กระชับไมตรีที่มีมาเนิ่นนานให้แน่นแฟ้นมากขึ้น
ไท่จื่อนั่งประทับอยู่ในรถม้า ใบหน้าของเขามีหน้ากากสีทองปิดบังเอาไว้ครึ่งหน้า มีข่าวเล่าขานมาหลายปีว่า ไท่จื่อพระองค์นี้สังหารบรรดาพี่น้องของพระองค์กับมือ และนั่นเป็นความโหดเหี้ยมไม่น้อยทีเดียว ปีนี้ไท่จื่อมีชันษาสามสิบสามปีแล้ว ยังคงไร้ไท่จื่อเฟยข้างวรกาย
เห็นว่ากันว่าการเดินทางมาครั้งนี้ก็อาจหมายตาองค์หญิงสามเป็นแน่ หากแต่ว่า...เมื่อคืนองค์หญิงสามได้ทูลขอพระราชทานสมรสกับแม่ทัพจ้าวเข้าให้เสียแล้ว ข่าวลือนี้โด่งดังไม่น้อย ลอยเข้ามากระทบเข้าให้หูของภรรยาแม่ทัพจ้าวเข้าให้
นางและลูก ๆ ทั้งสอง ยืนรอคอยจะเข้าในเขตวังหลวง ฐานะของนางเป็นถึงภรรยาของแม่ทัพจ้าว จะเข้าออกล้วนมิใช่ใช้อภิสิทธิ์เหนือผู้ใด จ้าวหย่งเล่อได้ยินขันทีและทหารหน้าประตูกล่าวคุยกันอย่างสนุกปาก พลันในอกเดือดดาลมากโข
“ท่านแม่ องค์หญิงสามคิดจะแต่งงานกับท่านพ่อ พวกเราจะทำอย่างไรดีเล่าขอรับ”
“แม่ไม่รู้ ก็คงแล้วแต่ลิขิตสวรรค์กระมัง” นางยังคงว่าท่าทีเย็นชา และดูองอาจยิ่งกว่าสตรีนางใด ไม่รู้สึกรู้สาสักนิด หากเขาเก่งกาจจริงเรื่องเพียงเท่านี้จะจัดการไม่ได้เชียวหรือ
“เช่นนั้นพวกเราจะเป็นเด็กกำพร้าจริง ๆ แล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ” ฟางหลินขมวดคิ้ว เพราะเกรงว่าหากเป็นเด็กกำพร้าจริง ๆ จะทำอย่างไร นางไม่อยากมีบิดาเลี้ยง
“หลินเอ๋อร์ หากท่านพ่อของพวกเจ้ามีความสามารถ แม่เชื่อว่าน่าจะทำให้การแต่งงานครั้งนี้เป็นโมฆะก็อาจจะเป็นไปได้”
ขณะเดียวกันรถม้าของคณะราชทูตกำลังเคลื่อนตัวเข้าประตูวังหลวง ฝ่ามือหนาเปิดม่านหน้าต่างขึ้นมา พบเห็นผู้คนมากมายยืนเนืองแน่นจะผ่านประตูวังเข้าไปข้างใน เฉกเช่นเดียวกันกับคณะราชทูตแคว้นฉู่ แต่ทว่าใบหน้าภายใต้หน้ากากนี้ พบเห็นสตรีนางหนึ่ง
นางยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนหลายสิบ แต่ทว่านางดูโดดเด่นนักและสะดุดตาเป็นที่สุด เขาเหม่อมองสตรีนางนี้ด้วยความรู้สึกอันแปลกประหลาด
ใบหน้าของนางดูผุดผาดผ่องใสนัก ข้างกายมีเด็ก ๆ อยู่ด้วย แต่ทว่าแม่หนูน้อยนั่นกับเด็กชายอีกคน คล้ายว่าเป็นฝาแฝดกัน เขาทอดสายตามองนางด้วยความรู้สึกยินดีนัก มุมปากของไท่จื่อเหยียดยิ้มอย่างดีใจขึ้นมา
ใบหน้าภายใต้หน้ากากนี้ไม่มีใครรู้แน่ชัด ว่าเขาอัปลักษณ์หรือหล่อเหลาประการใด ผู้คนล้วนขนานนามของเขาเพียงแค่ว่าเป็นปีศาจร้าย มัจจุราชกลืนเมือง แคว้นฉู่มิได้อยู่ร่มเย็นคล้ายดั่งแคว้นอู๋ ทุกเผ่าของแคว้นฉู่มีผู้นำอันทรงอำนาจทั้งสิ้น
สตรีใดในแคว้นฉู่ไม่มีสิทธิ์ออกปากเอ่ยกล่าวแต่อย่างใด พวกนางล้วนมีชีวิตที่น่าสงสารนัก ภรรยาหัวหน้าเผ่า หากสามีจากไปในสงคราม แน่นอนพวกนางล้วนเป็นหม้าย แต่ธรรมเนียมนี้น่าหัวเราะขบขัน ชะตาของพวกนางดูน่าเศร้ายิ่งนัก สามีจากไป ภรรยาจะต้องตกมาเป็นของหัวหน้าเผ่าคนถัดไป
ฉู่จื้อหยาง ยังทอดสายตามองนาง มองทั้งสามคนที่ยืนปะปนกับฝูงชนทางเข้า จนรถม้าค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้าวังหลวงและไม่ได้พบใบหน้าอันงดงามนั้นอีก ริมฝีปากนั้นดูเรียบเฉยอีกครั้ง แต่ทว่าหัวใจดวงนี้เต้นโครมครามเข้าให้
“ไปสืบมา นางเป็นใคร” ใบหน้าภายใต้หน้ากากสีทอง น้ำเสียงดูแข้งกระด้างนัก กล่าวขึ้นกับองครักษ์ผู้หนึ่ง
“พ่ะย่ะค่ะ”
ไป๋ฟางหรงยื่นป้ายสำนักศึกษาหลวง พาเด็ก ๆ เข้าไปยังสถานที่รับรองของเหล่าผู้เข้าร่วมการแข่งขัน จะมีที่พักรับรองมีป้ายบอกเอาไว้อย่างชัดเจน
เจ้าตัวแสบทั้งสองตื่นเต้นยิ่งนัก เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ และหย่งเล่อตื่นแต่เช้าตรู่ ออกกำลังกายท่องตำราเล็กน้อยก่อนจะแต่งตัวเข้าวังหลวง
เมิ่งอวี้หานมาจัดเตรียมดูแลสถานที่ตั้งแต่เมื่อวาน และได้รู้ข่าวที่ทำให้เขาตกใจไม่น้อย เมื่อเห็นฟางหรงและหลานแฝดทั้งสอง สีหน้าคล้ายดีใจและไม่ดีใจ ไม่รู้จะบอกกล่าวนางอย่างไรดี เขาถอนหายใจสีหน้ามีเรื่องครุ่นคิดหนักอกหนักใจยิ่งนัก
“ศิษย์พี่ท่านเป็นอะไรกันแน่ เหตุใดจึงทำหน้าเหมือนคนอมทุกข์เช่นนี้” ฟางหรงมองใบหน้าชายหนุ่มด้วยความไม่เข้าใจ เห็นคิ้วของเขาขมวดแทบจะชนกันเสียแล้ว
“จะมีเรื่องอะไร เจ้าได้ยินหรือไม่ องค์หญิงสามต้องตาสามีของเจ้า และนางก็อยากแต่งงานเข้าจวนตระกูลจ้าว หลังจากเสร็จพิธีต้อนรับทูตจากแคว้นฉู่แล้ว” เมิ่งอวี้หานสงสารเด็ก ๆ นัก หลานสองคนฝีมือเก่งกาจ พูดจาฉะฉานเฉลียวฉลาดยิ่ง หากมีแม่เลี้ยงเป็นองค์หญิงสามแล้ว เกรงว่าพวกเด็ก ๆ จะถูกอีกฝ่ายรังแกเอาได้เป็นแน่
“จะให้ข้าทำอันใด เดือดร้อน หรือเสียใจ หรือว่าจะต้องให้ข้าอ้อนวอนขอความเห็นใจ” ฟางหรงยังว่าท่าทีเมินเฉย แววตาเย็นเยียบจนทำให้ศิษย์พี่หนาวสะท้านกับความไม่ยี่หระต่อสามีของนาง
“หากเขารักข้าจริง ๆ ก็คงไม่ต้องให้ข้าลงมือกระมัง หากครั้งนี้เขาผ่านมันไปไม่ได้ ข้าก็ควรต้องตัดใจจริง ๆ จะให้ทรมานอยู่ร่วมจวนกับองค์หญิงสาม คงไม่ง่ายนักเรื่องหย่าร้างของข้า ก็โด่งดังจนถึงพระเนตรพระกรรณของฝ่าบาท”
“เจ้าจะไม่ลงมือหรือขอร้องเลยรึ ช่างใจกล้าไม่เบา” เมิ่งอวี้หานมองศิษย์น้องของเขา คล้ายว่าตั้งคำถาม สตรีทั่วไปคงจะร้องไห้ตีโพยตีพายเสียใหญ่โต แต่นางนิ่งเฉยคล้ายกับว่าไร้ความรู้สึกอีกฝ่าย แต่มองเห็นว่านางมีแววตาไหวระริกเล็กน้อย ก็ทำให้รู้ว่าแท้จริงแล้ว นางกำลังชั่งใจใคร่ครวญถึงผลดีและผลร้ายที่จะตามมา
“เรื่องเช่นนี้จะให้ข้าร้อนตัวไปไย ในเมื่อข้าเป็นคนตัดสัมพันธ์กับเขาแล้ว หนังสือหย่าก็ส่งแล้ว ถึงเขาจะไม่ได้ลงนามหย่ากับข้าให้เด็ดขาด” ฟางหรงทอดสายตามองไปยังสวนด้านหน้าสถานที่รับรองบรรดาผู้เข้าร่วมการแข่งขัน
“ศิษย์พี่คิดว่าลูก ๆ ของข้าจะทำเช่นไร พวกเขาตัวแค่นี้แต่บอกเอาไว้เลยว่า อย่าริอ่านดูเบาพวกเขาเด็ดขาด” รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏบนใบหน้าอันงดงามของนาง วันนี้สวมชุดสีฟ้าอ่อน คู่กันกับบุตรทั้งสอง พวกเขาสามคนเดินเข้ามาผ่านประตูวังหลวง ล้วนเป็นที่สะดุดตาโดดเด่นเหนือผู้ใด
นางดูสูงส่งดูสง่างามราวกับนางพญาหงส์เสียอย่างนั้น รัศมีของนางดูเจิดจ้าน่าเกรงขามนัก ดวงตาคู่งามดูเย่อหยิ่งในที ใครจะดูสูงส่งเหมือนนางกัน องค์หญิงสามยังเทียบนางไม่ได้เสียด้วยซ้ำ
“เจ้าคิดว่า” เมิ่งอวี้หานคล้ายว่าหูตาสว่างขึ้น คงจะเป็นเจ้าตัวแสบทั้งคู่เป็นแน่ เห็นทีว่าคราวนี้องค์หญิงสามไม่พ้นฝีมือเจ้าตัวแสบทั้งสอง ทั้งฉลาดหลักแหลมและยังเจ้าเล่ห์อีกด้วย ใครจะต่อกรกับพวกเขาก็ควรคิดให้ดี
“แน่นอนว่า พวกเขาล้วนจะลงมือเอง พวกเราก็คอยช่วยอยู่ห่าง ๆ ก็แล้วกัน” ฟางหรงนั่งลงบนเก้าอี้ สายตาทอดมองภาพเบื้องหน้า หาได้รู้ตัวไม่ นางเป็นที่พอพระทัยของไท่จื่อแคว้นฉู่ เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ฟางหรงแม้ว่าวรยุทธ์ของนางจะขึ้นสนิมแล้วก็ตาม ระยะเวลาก่อนแข่งขัน นางหมั่นฝึกซ้อมไม่ว่างเว้นมีเวลาว่าง ๆ นางมักจะฝึกฝนตนเองเสมอ เพื่อที่วันนี้นางจะประกาศศักดาของนาง
“วันนี้ข้าจะทำให้องค์หญิงสามตื่นตะลึง ต้องคิดใหม่แล้ว หากจะแต่งงานเข้ามาในจวนตระกูลจ้าว” ฟางหรงยิ้มเหี้ยม
ไม่นานผู้ร่วมงานก็ถูกเชิญไปร่วมการแข่งขัน ด่านแรกจะเป็นของเด็ก ๆเสียก่อน แข่งขันประพันธ์บทกลอน และโต้ตอบสนทนาในหัวข้อต่าง ๆ ฟางหรงไม่รีรอ นางเดินไปดูลูก ๆ ทั้งสอง เจ้าฝาแฝดทั้งพี่และน้อง มองเห็นมารดาก็ฉีกยิ้มกว้างทันที
จ้าวหย่งคังมาให้กำลังใจลูก ๆ เขารู้ข่าวเรื่องแต่งงานกำลังคิดหาหนทางเอาตัวรอด คิดจะใช้แผนซ้อนแผนก็คงไม่ง่าย และยังจะใช้การรบแดนเหนือเป็นข้อต่อรอง เป็นเช่นนี้น่าจะประวิงเวลาออกไปได้ หากคิดกำจัดรวดเร็ว เห็นทีว่าจะต้องส่งเจ้าบ่าวไปให้นางถึงตำหนักแล้ว
หลิวมู่ฉวน คือตัวเลือกอันดับหนึ่ง
จ้าวฟางหลิน จ้าวหย่งเล่อ พากันลุกขึ้นตอบคำถาม และประพันธ์บทกลอนอย่างคล่องแคล่ว ใช้เวลาไม่นานนักก็ชนะฝ่ายคู่ต่อสู้ได้ไม่ยาก คราวนี้จะถกเถียงเรื่องครอบครัว ผู้ชนะเป็นฝ่ายตั้งคำถามให้ผู้แพ้ได้ตอบ
หย่งเล่อยิ้มเหี้ยม เห็นองค์หญิงสามมาร่วมดูการแข่งขัน เขาจะใช้โอกาสนี้เล่นงาน “วันนี้ข้า จ้าวหย่งเล่อ บุตรชายของแม่ทัพจ้าวหย่งคัง ขอพูดเรื่องสตรีหมายปองบุรุษได้หรือไม่”
อีกฝ่ายเป็นคนแคว้นฉู่ และยังมีเหล่าบุตรหลานของขุนนางน้อยใหญ่อีกด้วย หนึ่งในนั้นกล่าวขึ้นมาว่า “เดิมที สตรีกับบุรุษแบ่งแยกชัดเจน เหตุใดจึงมีเรื่องสตรีหมายปองบุรุษด้วยเล่า”
อีกคนหนึ่งกล่าวขึ้นมาว่า “มิแปลกนัก สตรีแคว้นอู๋เราล้วนเปิดเผย หากรักใครชอบใครก็ยินดีกล่าวกับอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา” นางเป็นดรุณีน้อยกล่าวฉะฉานนัก
คราวนี้เป็นฟางหลินลุกขึ้นยืนพูดตอกหน้าอีกฝ่าย เพราะนางทั้งสองไม่ลงรอยกันสักเท่าไหร่ “หากเป็นเช่นนั้น มีสตรีหมายปองบิดาเจ้า คิดกำจัดเจ้าให้พ้นทาง ก็คงจะยินดีและยืนปั้นหน้ายิ้มใช่หรือไม่เจ้าคะ”
ผู้คนฮือฮาไปหมด ไม่เว้นกระทั่งองค์หญิงสาม วาจานี้กระทบกระเทียบนางไม่น้อย ผู้คนต่างเข้าใจเจตนาของฟางหลินว่านางต้องการสื่ออันใด พระพักตร์ขององค์หญิงประเดี๋ยวดำประเดี๋ยวแดงเต็มไปด้วยความโกรธ ผู้คนล้วนมองนางเป็นตาเดียวกัน
“แน่นอนว่าข้า มิยินยอมเด็ดขาด” ดรุณีน้อยผู้นี้ไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่า ตนเองตกเป็นเครื่องมือของฟางหลินแล้ว “คงไม่มีสตรีใดหน้าด้าน กล้าเอ่ยปากกล่าวจะแต่งงานแย่งสามีผู้อื่น”
จ้าวหย่งเล่อเห็นองค์หญิงสามลุกขึ้นพรวดพราดอย่างเดือดดาล จึงได้กล่าวขึ้นมาว่า “ทูลองค์หญิงสาม ทรงมีความคิดเห็นเช่นไร สตรีหน้าด้านไร้ยางอาย คิดแย่งบิดาพรากภรรยา พ่อแม่ลูกออกจากกันพ่ะย่ะค่ะ ช่วยชี้แนะให้พวกกระหม่อมได้ทราบที”
ตอนพิเศษ ท่านอ๋องและมู่หลันอู๋เมิ่งซาน ท่านอ๋องรูปงาม นามก็เพราะวันนี้เป็นวันมงคล ดังนั้นในพระตำหนักจึงได้ครึกครื้นนัก ปกติแล้ว ท่านอ๋องมิชอบความครื้นเครงเช่นนี้ หากแต่ว่าวันนี้กำลังจะมีภรรยาเสียที เมื่อเช้าขบวนรับเจ้าสาว มีสินสมรสมอบให้นางยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตารถม้าคันใหญ่โตโอ่อ่า งดงามและหรูหราอย่างไม่เคยมีมาก่อน เรื่องสมรสครั้งนี้เล่าลือว่า เดิมทีนั้นเป็นคุณหนูหลิวเดินหน้าไปขอหมั้นหมาย หากแต่วันแต่งงานกลับเป็นท่านอ๋องส่งขบวนสินสมรสมากมาย เหล่าชาวบ้านพากันยืนดูสองข้างทาง มองตั้งนานก็ยังไม่เห็นปลายขบวนเสียทีสตรีนางหนึ่งเห็นขบวนยาวเหยียดเช่นนี้ นึกอิจฉายิ่งนัก สตรีนางหนึ่งก็หน้าตาบูดบึ้ง เกิดมาก็เพิ่งจะรู้ว่า ท่านอ๋องเป็นคนแสนดีเช่นนี้ เหล่าหญิงสาวพากันเสียดายนักหนา บางคนก็อยากจะเป็นสตรีผู้โชคดี แต่ทว่าท่านอ๋องประกาศกร้าวก่อนแต่งงาน ตำหนักของเขาจะไม่มีสตรีอื่นใดนอกจากหลิวมู่หลันเท่านั้นพิธีในช่วงเช้าเป็นไปอย่างเรียบร้อย ก็เหลือเพียงแค่พิธีเข้าหอของเขาเท่านั้น ตัวของท่านอ๋องปกติมักเย็นชา สีหน้าเรียบเฉย ไม่เคยแย้มยิ้มพูดคุยกับผู้ใดมากความ หากแต่วันนี้เป็นวันมงคลทำให้อู๋เมิ่งซานแย้ม
ตอนพิเศษ ห้องนอนของแม่ทัพจ้าวแสงเทียนสว่างไสววูบวาบอยู่ไม่น้อยนัก หน้าต่างถูกเปิดเอาไว้เพื่อรับสายลมที่พัดผ่านเข้ามา บรรยากาศในห้องนอน ช่างดูอบอวลไปด้วยความรัก เมื่อแม่ทัพจ้าว ค่อย ๆ บรรจงจุมพิตภรรยาที่หน้าผากมน ก่อนจะเลื่อนมาจุมพิตเป็นดวงตาทั้งสองข้างอย่างเท่าเทียมกัน จากนั้นก็ทาบทับลงริมฝีปากนุ่มนิ่มของนางฝ่ามือหนาคลึงเคล้าซาลาเปานุ่มมือ ช่างทำให้ฟางหรงเริ่มไม่เป็นตัวของตนเอง ใบหน้าของนางเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา เมื่อถูกปลายลิ้นอุ่นร้อนหยอกเย้านางเข้าให้ นางรู้สึกราวกับจะขาดใจ เมื่อปลายลิ้นร้ายกาจหยอกเย้า กระหวัดรัดรึงร้อนแรงสลับกับอ่อนโยนหวานหอมฝ่ามือหนายังคงหยอกเย้าเต้างาม ก่อนจะค่อย ๆ แบะสาบเสื้อของนางออก เผยให้เห็นเนินอวบอิ่ม เสียงหวานของภรรยาเริ่มร้องครางแว่วหวานออกมาเบา ๆ ก็ยิ่งกระตุ้นให้ผู้เป็นสามีเร่งปรนเปรอดึดดูดลิ้นร้อนเล็ก ๆ ของนางอื้อ เสียงหวานร้องอื้ออ้าไม่เป็นภาษา ฝ่ามือเรียวของนางสวมกอดเข้าที่ต้นคอของสามี ยอดถันงดงามเผยต่อสายตาของชายหนุ่ม เขาปลดสายคาดเอวและเสื้อของนางออกทีละชิ้น ทีละชิ้น จนเรือนร่างเปลือยเปล่าปรากฏต่อสายตาของเขาฝ่ามือหนาลูบไล้เรียวขาของนาง สัมผัสตรงไ
ตอนที่ 55 สำนึกผิดองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ไม่ได้มีจิตใจโหดเหี้ยมตั้งแต่กำเนิด องค์ชายรองผู้นี้ทำทุกอย่างลงไปก็เพราะเรียกร้องให้บิดา หรือฮ่องเต้แคว้นเฉิงสนพระทัยเขาบ้าง นั่นเพราะกำเนิดจากพระสนมขั้นผิน ชีวิตในวังล้วนแล้วแต่ต้องแย่งชิงอำนาจมีท่านอาชินอ๋องเป็นที่พึ่ง คล้ายกับว่าเป็นบิดาอีกคน ความคิดอันตื้นเขินจึงทำให้องค์ชายรอง ทำเรื่องชั่วช้าไม่อาจให้อภัย เมื่อถูกจ้าวฟางหลินสอนสั่ง ใบหน้านั้นมีบาดแผล แต่แววตาของเขากำลังสำนึกผิดหาได้แค้นเคืองนางไม่เขาเข้ามาในห้องนี้อีกครั้ง เห็นเด็กชายคนที่ถูกพิษเล่นงานฟื้นขึ้นมา พลันใบหน้าที่ห่อเหี่ยว แต่ทว่าหล่อเหลาแย้มยิ้มขึ้นอย่างดีใจ เขาคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้น ทำให้เหล่าผู้คนมากมายที่อยู่ในห้อง ต่างหันมองเป็นตาเดียวกัน“คุณชายจ้าว ในที่สุดก็ฟื้นแล้ว ข้าเฉิงจิ่งเจี้ยน ทำผิดคิดร้าย หวังลอบสังหารท่านแม่ทัพจ้าว ชาตินี้มีความผิดติดตัว ขอคำนับคุณชายจ้าวเป็นการขอโทษ”“สายเลือดมังกรสูงส่งถึงขั้นโขกหัวให้หลานชายข้า น่าหัวเราะสิ้นดี” เจียงจินจู นั่งจิบชาอย่างสบายใจ เหยียดยิ้มอีกฝ่ายเข้าให้ “โชคดีที่หลานข้าไม่ถึงแก่ชีวิต หากเขาเป็นอะไรขึ้นมา ชีวิตเจ้าย่อมส
ตอนที่ 54 ถอนพิษในที่สุดจ้าวหย่งเล่อก็ได้รับยาถอนพิษ แต่ก็ต้องแลกกับตัวประกัน นั่นก็คือองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ทว่าผู้ที่นำยารักษามาให้นั้นเป็นท่านอาของเขา เป็นท่านอ๋องแคว้นเฉิง รูปงามไม่เบา อายุเพิ่งจะยี่สิบแปดใบหน้าของเขาดูหล่อเหลานัก และยังเป็นคนจิตใจดีมีเมตตาอีกด้วย ผิดกับองค์ชายรองอย่างลิบลับท่านอ๋องผู้นี้มิได้รู้มาก่อนว่าหลานชายของเขาได้แอบขโมยยาพิษมา แต่ทว่าเพื่อรักษาอาการต้องพิษร้ายแรงนี้ เขาจึงได้เดินทางมาด้วยตนเอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครที่ถูกพิษของแมงมุมดำเป็นเพียงแค่เด็กน้อยใบหน้าน่ารักคนหนึ่งท่านอ๋องถึงกับโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ “รู้หรือไม่ที่เจ้าทำมันหมายถึงอันใด มันจะกลายเป็นสงครามระหว่างแคว้น ช่างไม่มีหัวคิด คอยดูกลับไปข้าจะรายงานเรื่องทั้งหมดเอง” ท่านอ๋องผู้นี้ค่อนข้างรักความสงบ แต่ทว่าเขาชื่นชอบการรักษาและยังเป็นผู้คิดค้นพิษร้ายแรงเอาไว้อีกด้วยนั่นก็เพราะเกรงว่าสักวันหนึ่ง ฮ่องเต้ซึ่งเป็นพี่ชายอาจจะได้รับพิษร้าย และไม่มีหนทางการรักษา ด้วยเพราะแคว้นเฉิงไม่ค่อยสงบ คลื่นลมในราชสำนักก่อตัวขึ้นไม่เว้นวัน คาดว่าองค์ชายรองที่มาสร้างเรื่องที่แคว้นอู๋จะต้องมีขุนนางบางคนหนุนหลังเป็
ตอนที่ 53 ฟางหลินปากหวานองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ยกมือกอบกุมลำคอที่ร้อนผ่าว ราวกับถูกเพลิงแผดเผาเข้าให้ ดวงตาของเขาเถลือกถลนและท่าทางลนลานนัก เขานั่งลงบนพื้น เกาะปลายเท้าของหญิงสูงวัย ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำราวกับมีโลหิตอยู่ในกระบอกตาทั้งสองข้าง“ข้าบอกแล้ว บอกแล้ว” น้ำเสียงกล่าวขึ้นปนความหวาดกลัวจับใจ ใบหน้าขององค์รองช่างดูตื่นตระหนกกับเรื่องที่ตนเองประสบพบเจอ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าทำร้ายเขาเช่นนี้มาก่อน “ข้าขโมยมาจากท่านอาของข้า”“ยาถอนพิษอยู่ไหน อยู่กับใคร” เจียงจินจูตวาดเสียงดังกล่าวถาม นางยกมือขึ้นเท้าเอวทั้งสองข้าง คล้ายดั่งแจกันหยกมีหู สีหน้าของนางบิดเบี้ยวไม่พอใจมากโข พร้อมจะลงมือสังหารองค์ชายรองคนนี้ให้สิ้นชีวิตภายในพริบตา หากเขาเล่นตุกติก นางไม่ปล่อยให้มีชีวิตรอดกลับไปแน่“อยู่กับท่านอา ข้าไม่ได้เอามาด้วย ข้าก็แค่ขโมยมาเท่านั้น ไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงขนาดนี้” จิ่งเจี้ยนรีบร้อนกล่าวขึ้นมา ใบหน้าปูดบวมแดงช้ำอยู่ไม่น้อย อีกทั้งเมื่อครู่ยังถูกสตรีผู้นี้นำยาพิษให้เขากินอีกด้วย “ข้าไม่ได้โกหกแน่นอน” เขากล่าวหนักแน่น แววตาอ้อนวอนอย่างสุดซึ้ง“ถอนพิษให้ข้าก่อน ข้ายังไม่อยากตาย”
ตอนที่ 52 ท่านยายเล่นงานแม่ทัพจ้าวนำทหารกลุ่มหนึ่งไปล้อมที่จวนตระกูลถังเอาไว้ เขาส่งรายงานเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านทางม้าเร็วไปก่อนหน้านี้ก็หลายวันแล้ว คิดเสียว่าจะเดินทางกลับเมืองหลวงหลังจากสะสางภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่งยวดนั้นจบลง แต่เรื่องราวมิได้ง่ายปานนั้นเมื่อแม่ทัพจ้าวมาถึงจวนตระกูลถัง ก็ไม่พบชายชราคนนั้นแล้ว เห็นทีว่าเขาคงหนีไปได้ไม่ไกลนัก ยังมีอีกกลุ่มที่กำลังซุ่มโจมตีแม่ทัพจ้าวอยู่ในจวนตระกูลถัง ยังไม่ทันไร ชายชุดดำราวสักยี่สิบคนก็ทะยานลงมา ในมือพวกเขาถืออาวุธไว้ทุกคนแม่ทัพจ้าว สวมชุดดำหน้ากากสีดำอำพรางใบหน้าของตนเองเอาไว้ มีสายคาดหน้าผากเป็นสีขาว พวกพ้องของแม่ทัพจ้าว แต่งกายเช่นเดียวกัน ไม่ถึงอึดใจ จวนตระกูลถังก็เจิ่งนองไปด้วยโลหิตไหลเป็นทางเปรอะเปื้อนไม่น้อยนักส่วนลานกว้างกลางเมืองนั้น ผู้ที่ปลอมตัวเป็นแม่ทัพจ้าว เขาถูกปลดออกจากการพันธนาการแล้ว เขายืนเต็มความสูง บิดกายไปมาคล้ายว่ายืดเส้นยืดสายเสีย แววตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นมาทันใด กระบี่คมกริบมันวาววับ ยามสะท้อนกับแสงของพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้วอยู่ในมือของตนหลิวมู่ฉวนดึงหน้ากากเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง “ยินดีด้วย พวกเจ้าถูกหล
ตอนที่ 31 ถูกลอบสังหารท่านอ๋องหน้าชาไปหลายส่วน อยากจะจับเจ้าเด็กคนนี้ตีก้นสักทีสองที หน็อยแน่ กล่าววาจาเฉือนเขาจนเลือดไหลซิบ ๆ แล้วจ้าวหย่งคังมองท่านอ๋องทันใด “เหตุใดท่านอ๋องจึงพูดจาเช่นนี้กับลูกสาวกระหม่อม”“ก็ข้าชอบนาง จับจองเป็นภรรยา” คนหน้ามึนกล่าวขึ้น ท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาวสักนิดฟางหลินและ
ตอนที่ 30 ท่านตาท่านยายเจียงจินจูหันมองท่านอ๋อง ด้วยสายตาไม่พอใจมากโข หลังจากเดินออกมาจากห้องทรงอักษร พึงพอใจกับบทลงโทษต่าง ๆ แล้ว แต่ทว่าผู้ถูกกล่าวหาลืมตาโพลงขึ้นมา“ท่านยาย เช่นนั้น ข้าจะต้องเรียกท่านอ๋องว่าท่านตาใช่หรือไม่” แม่หนูน้อยคนนี้มิรู้ความ นางทวนความคิดไล่ลำดับ หากท่านอ๋องเรียกท่านยาย
ตอนที่ 29 จัดการครั้งนั้นอู๋อ้ายเสียนยังคงเป็นไท่จื่อ พระโอรสของหวงซ่าง บรรดาพระสนมทั้งหลาย ต่างก็จ้องจะสังหารไท่จื่อ ผลักดันพระโอรสของตนเองขึ้น ช่วงชิงตำแหน่งนี้เพียงเพราะภายภาคหน้าจะได้เป็นใหญ่ อยู่เหนือผู้คน ไท่จื่อ ยามนั้นเสด็จเป็นการส่วนพระองค์กับหวงซ่างเจียงจินจู รับหน้าที่ดูแลความปลอดภัย แ
ตอนที่ 28 บุกวังหลวงวันนี้หิมะไม่ตกเหมือนทุกวัน คล้ายว่ารับรู้วันนี้จะมีเรื่องร้อน ๆ นั่นเพราะว่าท่านประมุขแห่งหุบเขาไป๋หรง ปรากฏกายอยู่ในจวนของหลานสาว และยังได้พบท่านประมุขน้อยอีกด้วย เหล่าชายชุดดำทั้งหลาย เห็นท่านประมุขน้อยเดินมา ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด ต่างก็โค้งศีรษะทำความเคารพตำแหน่งนี้สืบท







