Share

เปลี่ยนชะตาตัวเอง1.2

Penulis: sanvittayam
last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-17 13:44:04

จากนั้นก็ให้ขันทีข้างกายเขียนราชโองการมาให้ เพื่ออ่านทวนอีกครั้ง และจะลงตราประทับ แล้วก่อนจะมอบหมายให้ขันทีไปจัดการเรื่องนี้

หลังจากท่านราชครูและไป๋หนิงเฟิ่งกลับมาถึงจวน ไม่นานราชโองการก็มาถึง ทว่ากลับเนื้อหาผิดเพี้ยนไปจากข่าวที่ได้ยินมา นั่นคือมีราชโองการให้บุตรสาวสายรอง แต่งเข้าจวนต้วนอ๋องโดยให้เป็นอนุ

คราวนี้ทำให้บุตรสาวสายรอง ต่างก็แย่งชิงงานมงคลนี้ เนื่องจากในราชโองการไม่ได้ระบุชื่อของผู้ใด

“ข้าละสมน้ำหน้าพี่หญิงนัก คราวนี้ไม่มีงานมงคล ดูสิว่านางจะเชิดหน้าอย่างไร งานแต่งนี้จะต้องเป็นของข้าเท่านั้น”

ไป๋ฉางหลินที่เป็นบุตรสาวจากบ้านสามเอ่ยขึ้นมาด้วยสายตามุ่งมั่น ในใจก็คิดว่า ข้าจะต้องได้แต่งเข้าจวนต้วนอ๋อง แม้ว่าจะได้เป็นเพียงอนุก็ตาม แต่หากได้ครองใจท่านอ๋อง ฐานะของข้าอาจจะขยับขึ้นมาเป็นพระชายารองก็ได้ แต่ต่างกับไป๋หนิงเฟิ่ง คราวนี้อยากรู้เหลือเกินว่า นางจะมีหน้ากล้าสู้ผู้คนได้อีกหรือไม่’

“ฉางหลิน เจ้าอย่าเพิ่งดีใจไป ในราชโองการไม่ระบุชื่อผู้ใด อย่าลืมว่าบ้านรองยังต้องการงานแต่งครั้งนี้เหมือนกัน รอดูเถิดว่าใครจะได้แต่งเข้าจวนอ๋อง” สะใภ้สามเอ่ยปรามบุตรสาว นางไม่อยากให้ไป๋ฉางหลินต้องคิดไปไกล เนื่องจากยังมีบ้านรองเป็นหอกข้างแคร่อยู่

“ท่านแม่ ท่านจะกลัวทำไมเจ้าคะ ถึงเราจะเป็นบ้านสามก็อย่าเพิ่งหมดหวัง ทุกอย่างมันเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น” นางยังคงกล่าวอย่างมีความหวัง 

ส่วนทางด้านไป๋หนิงเฟิ่ง เมื่อปัดเรื่องงานแต่งพ้นตัวได้แล้ว นางก็โล่งใจขึ้นมาทันที นางไม่สนใจหรอกว่าใครจะได้แต่งเข้าจวนต้วนอ๋อง ขอแค่สตรีผู้นั้นไม่ใช่นางก็พอแล้ว

“เจ้าแน่ใจหรือว่าไม่อยากได้งานแต่งในครั้งนี้” ราชครูไป๋ย้ำถามอีกครั้ง ถึงแม้ว่าจะมีราชโองการให้สายรองแต่งเข้าไปเป็นอนุแล้วก็ตาม

แม้ว่าไป๋กั๋วจิ้นภายนอกจะดูเย็นชา แต่ทว่าลึก ๆ ในใจ เขากลับห่วงบุตรสาวผู้นี้ไม่น้อย แล้วก็รู้สึกโล่งใจที่ไป๋หนิงเฟิ่งไม่ต้องแต่งเข้าจวนต้วนอ๋อง เพราะเขาเองก็ไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรก แต่ขัดใจบุตรสาวไม่ได้จึงไปขอราชโองการ

“ลูกแน่ใจเจ้าค่ะท่านพ่อ ยามนี้ลูกรู้สึกดีและโล่งใจ ที่ไม่ต้องแต่งงานกับท่านอ๋อง แต่ลูกกลัวท่านพ่อจะเสียชื่อเสียงไปด้วย ที่บุตรสาวคนนี้ไม่ได้แต่งงานกับต้วนอ๋อง ลูกขออภัยด้วยเจ้าค่ะ”

นางกล่าวออกมาอย่างชัดเจน และกล่าวขออภัยบิดาอย่างนอบน้อม นางยังคงห่วงความรู้สึกของบิดา แต่หากต้องเลือกระหว่างความทุกข์ทรมานใจและความตายที่เคยเกิดขึ้นเมื่อชาติที่แล้ว กับการแบกรับชื่อเสียงที่ถูกยกเลิกงานแต่งตามราชโองการ นางขอเลือกอย่างหลัง นั่นหมายความว่านางยังมีชีวิตรอด และทุกชีวิตในตระกูลไป๋ ก็ยังสามารถมีลมหายใจไปอีกนาน  

“เจ้ารู้หรือไม่ สิ่งที่พ่อกังวลใจไม่ใช่เรื่องชื่อเสียงของตระกูลไป๋ หรือชื่อเสียงที่เจ้าต้องแบก แต่กลัวอารมณ์ของท่านอ๋องต่างหาก หากเขารู้ว่าเจ้าปฏิเสธงานแต่งครั้งนี้ ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

 ราชครูไป๋ถอนหายใจออกมาอย่างกังวล “แล้วถามหน่อยเถิดว่าการที่เจ้าตกสระน้ำ เจ้าตกไปเองหรือว่าถูกใครทำให้ตกกันแน่”

เขาถามในเรื่องที่สงสัยอยู่ในใจ

ไป๋หนิงเฟิ่งไม่คิดว่าบิดาจะถามเรื่องนี้ ชาติก่อนนางเคยตกน้ำและคิดเพียงว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ทว่าคราวนี้นางกลับไม่คิดเช่นนั้น นางคิดว่าเรื่องนี้ย่อมต้องมีคนอยู่เบื้องหลัง

“ตอนนั้นลูกอยู่กับหลี่ชุยผิง ลูกคิดว่านางเป็นสหายมาตลอด ลูกไม่รู้หรอกเจ้าค่ะว่าเหตุใดลูกถึงตกน้ำ แต่ในเมื่อลูกรอดตายมาได้ ลูกก็จะปล่อยเรื่องนี้ไป อย่างน้อยนางคือสหายของลูก แล้วตระกูลหลี่ก็คือตระกูลเสนาบดี ที่เบื้องหลังมีกุ้ยเฟยคอยให้ท้าย ต่างกับตระกูลไป๋ของเรา”

นางตอบคล้ายกับน้อยใจในวาสนา ที่ถึงถูกรังแกก็ต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรม

“เจ้าอย่าคิดเช่นนั้น หากคุณหนูหลี่ผู้นั้นทำให้เจ้าเกือบตาย ถึงแม้ว่าพ่อจะไม่ค่อยสนใจเจ้าเท่าที่พ่อคนหนึ่งต้องทำ แต่เจ้าคือบุตรสาวของพ่อ เป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋ ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถทำร้ายเจ้าได้ เรื่องนี้พ่อจะสืบสวนให้ได้ความจริง ใครผิดก็สมควรได้รับโทษ”

ราชครูไป๋แววตาจริงจัง กล่าวด้วยน้ำเสียงดุดันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“ท่านพ่อ ลูกคิดว่าจวนของเรามีคนของตระกูลหลี่และคนของต้วนอ๋องแฝงเข้ามา ท่านลองสืบดูดีหรือไม่เจ้าค่ะ” ไป๋หนิงเฟิ่งไม่อยากเก็บคนของศัตรูไว้อีกแล้ว จึงคิดได้ว่าควรให้บิดาจัดการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด

“ได้สิ พ่อจะจัดการเรื่องเกลือเป็นหนอนนี้เอง ส่วนเรื่องคุณหนูตระกูลหลี่...”

“เรื่องของนาง ลูกขอจัดการเองนะเจ้าคะ หลังจากผ่านความเป็นความตายมา บุตรสาวของท่านคนนี้ก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ลูกไม่ต้องการอ่อนแอ จนถูกใครรังแกหรือหลอกใช้อีก” นางกล่าวอย่างจริงจังพร้อมกับมีสายตาที่แน่วแน่ อย่างที่ราชครูไป๋ผู้เป็นบิดาไม่เคยเห็นมาก่อน นอกจากครั้งที่นางปฏิเสธงานแต่ง

“ดีแล้ว ถึงแม้ว่าข้าจะเพียงเป็นราชครูของแคว้น แต่ก็ไม่ได้อ่อนแอถึงกับต้องให้คนอื่นมารังแกบุตรสาวได้ เช่นนั้นเจ้าไปพักผ่อนเถิด พ่อกลับไปที่ห้องหนังสือแล้ว” ราชครูไป๋กล่าวจบก็เดินแยกออกมา แล้วมุ่งหน้าไปที่ห้องหนังสือของตนทันที

ไป๋หนิงเฟิ่งมองหลังบิดาด้วยสายตายากจะคาดเดา แต่ในใจก็รู้สึกดีใจ ที่ท่านพ่อทำเพื่อนาง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ไป๋หนิงเฟิ่งสตรีผู้ไม่ยอมแพ้ต่อชะตา   ตอนพิเศษ ฮองเฮาเพียงหนึ่งเดียว 1.2

    “หม่อมฉันก็ดีใจเช่นกันเพคะ ตาแก่พวกนั้นที่ทำให้ท่านพี่ต้องปวดหัว และพยายามยัดเยียดสตรีเข้าวังหลัง หากรู้ว่าท่านกำลังมีบุตรและหม่อมฉันไม่ใช่แม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้ จะทำสีหน้าอย่างไร” ไป๋หนิงเฟิ่งกล่าวพร้อมกับยิ้มออกมา นางไม่อยากสร้างศัตรู แต่ไม่ลืมคนที่ทำให้พระสวามีของนางปวดหัว“เจ้าคิดเจ้าแค้นเสียจริง เอาล่ะ ข้าจะสั่งเปิดโรงทานสักเจ็ดวัน ทุกหัวเมือง ฮองเฮาของข้า เจ้าคิดว่าดีหรือไม่ จริงสิ ต้องส่งข่าวบอกพ่อตากับเสด็จพ่อด้วย” เขาพูดอย่างหลอกล้อนาง และบอกสิ่งที่อยากจะทำ โดยไม่ลืมส่งข่าวเรื่องนี้ให้กับบิดาและพ่อตาของตนได้รับรู้“ดีเลยเพคะ แม้ว่าบ้านเมืองของเราจะอยู่ในภาวะที่สงบ แต่การเปิดโรงทานให้ชาวบ้าน จะแบ่งเบาค่าใช้จ่ายพวกเขาไปไม่น้อยเลยเพคะ” นางกล่าวอย่างยินดีและเห็นด้วยที่สามีจะเปิดโรงทาน“เช่นนั้นก็เอาตามนี้”จากนั้นฮ่องเต้จึงหันมาสั่งการคนสนิท เพื่อเปิดโรงทานทุกหัวเมืองข่าวเรื่องที่ฮองเฮาทรงพระครรภ์ได้กระจายไปทั่วทั้งวังหลวงและนอกวัง ราษฎรต่างแสดงความยินดีอย่างยิ่ง เพราะตั้งแต่ฮ่องเต้เซียวเฟยหลงขึ้นครองราชย์ ทุกอย่างก็ยิ่งดีขึ้น พระองค์ทรงลดภาษีให้กับชาวบ้านสามปี ทำให้ชาวบ้านต่างก

  • ไป๋หนิงเฟิ่งสตรีผู้ไม่ยอมแพ้ต่อชะตา   ตอนพิเศษ ฮองเฮาเพียงหนึ่งเดียว 1.1

    ตอนพิเศษ ฮองเฮาเพียงหนึ่งเดียวครึ่งปีผ่านไปเวลานี้เซียวเฟยหลงได้ขึ้นครองราชย์แล้ว ส่วนอดีตฮ่องเต้เหมือนได้พัก แต่ก็พยายามเร่งให้บุตรชายรีบทำให้พระชายาตั้งครรภ์ อีกทั้งพวกขุนนางเฒ่าทั้งหลาย ต่างก็พยายามถวายฎีกา เพื่อให้ฮ่องเต้พระองค์เฟยหลงรับนางกำนัลและพระสนมเข้าวัง นี่จึงทำให้ฮ่องเต้โกรธมาก พระองค์ได้ส่งองครักษ์ข้างกายไปตรวจสอบเรื่องราวของขุนนางพวกนั้น ทำให้แต่ตระกูลอลหม่านวุ่นวายไม่จบสิ้น จนต้องเงียบปากและกล้าไม่เข้ามาวุ่นวายเรื่องนี้อีกส่วนตระกูลหลี่ได้ส่งหลี่ชุยผิงแต่งเข้าตระกูลพ่อค้า เนื่องจากนางเลยวัยแต่งงานมาหลายปีแล้ว ที่สำคัญแม้ว่านางจะแต่งเข้าไปเป็นภรรยาเอก แต่ฝ่ายชายกลับมีอนุที่รักมากอยู่แล้วนั่นจึงทำให้หลี่ชุยผิงแต่งเข้าไป ก็ไม่ต่างกับตายทั้งเป็น นางพยายามเขียนจดหมายหาต้วนอ๋อง เพื่อให้เขาเห็นใจและมาพานางออกไปจากขุมนรกแห่งนี้ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความว่างเปล่าเท่านั้นแม้ว่าไป๋หนิงเฟิ่งจะอยู่วังหลัง ทว่านางยังคงได้ข่าวของหลี่ชุยผิงอยู่ตลอด โดยรับรู้จากนางกำนัลคนสนิทอย่างเสี่ยวหลัน‘ไม่คิดว่าเจ้าจะมีชะตากรรมที่เลวร้าย ไม่ต่างจากข้าเมื่อชาติก่อน’นางคิดในใจถึงชะตาก

  • ไป๋หนิงเฟิ่งสตรีผู้ไม่ยอมแพ้ต่อชะตา   บทส่งท้าย ชะตาชีวิตที่เปลี่ยนไปแล้ว1.2

    รองแม่ทัพชิงกล่าวตามที่เขาคิด จากนั้นก็ยกเหล้าขึ้นมาดื่ม เขาพอจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองหลวง และรู้ว่าเพราะเหตุใดที่ต้วนอ๋อง แม่ทัพหนุ่มอนาคตไกล จึงกลับมาประจำการอยู่ที่นี่ แทนที่จะพักในเมืองหลวงนาน ๆ“คงเป็นจริงอย่างที่เจ้าว่ามา” ต้วนอ๋องได้แต่ยิ้มออกมาอย่างฝืน ๆ ก่อนจะนั่งดื่มเหล้าชมจันทร์กับรองแม่ทัพคู่กายเงียบ ๆ‘หวังว่าสักวัน ข้าจะพบรักแท้อีกครั้ง’ เวลาผ่านไปอีกหลายเดือน ตอนนี้ฮ่องเต้ตัดสินใจสละราชบัลลังก์อย่างที่เคยบอกไว้ เลยเรียกองค์รัชทายาทและพระชายามาพบที่ตำหนัก“วันนี้เราเรียกพวกเจ้าทั้งสองคนมาเพื่อแจ้งข่าว เราเหนื่อยแล้วจึงอยากจะพักผ่อน”ได้ยินเพียงเท่านี้ ไป๋หนิงเฟิ่งจึงเข้าใจได้ทันทีว่า งานหนักคงตกมาที่นางอีกแล้ว ‘ต่อไปข้าคงได้รับหนังสือร้องเรียนจำนวนมากแน่’ นางถอนหายใจออกมาเล็กน้อย“หากเสด็จพ่อเหนื่อย กระหม่อมยินดีที่จะสะสางราชกิจต่อเอง ถึงอย่างไรขุนนางเฒ่าพวกนั้น ก็ไม่สามารถเล่นงานกระหม่อมได้อยู่แล้ว”เซียวเฟยหลงกล่าวอย่างจริงจัง เขาไม่ได้มีท่าทีร้อนใจในเรื่องนี้ เพราะเตรียมใจไว้แล้วกับเรื่องที่ต้องขึ้นครองราชย์แทนบิดา อีกทั้งตั้งแต่มาอยู่ในตำแหน่งองค์รัชทายาท รา

  • ไป๋หนิงเฟิ่งสตรีผู้ไม่ยอมแพ้ต่อชะตา   บทส่งท้าย ชะตาชีวิตที่เปลี่ยนไปแล้ว1.1

    บทส่งท้าย ชะตาชีวิตที่เปลี่ยนไปแล้วหลายเดือนผ่านไป...ไป๋หนิงเฟิ่งได้เข้ามาอยู่ในตำหนักบูรพาแล้ว ทว่านางยังคงทำหน้าที่ของตนไม่บกพร่อง เนื่องจากเซียวเฟยหลงส่งกุญแจคลังและสมุดรายการทรัพย์สินให้ นางจึงรู้ได้ว่าพระสวามีนั้นร่ำรวยกว่าผู้ใด ทรัพย์สินและเงินที่เขามี น่าจะมากกว่าคลังหลวงหลายเท่าซึ่งไม่ต่างจากเซียวเฟยหลง หลังจากเป็นองค์รัชทายาทแล้ว พระองค์ยังทรงงานหนักมากกว่าเดิมจนแทบมีเวลาพัก แต่ถึงอย่างนั้นพระองค์ก็ยังเติมความหวานให้กับพระชายาอยู่เสมอหากจะไม่เอ่ยถึงคนตระกูลไป๋สายรองก็คงไม่ได้ เนื่องจากอารองและอาสามของนาง วางแผนเข้าร่วมกับองค์ชายสามเพื่อก่อการกบฏ ทำให้คนพวกนั้นต้องโทษทั้งหมด ทั้งถูกยึดทรัพย์และถูกส่งไปยังถิ่นทุรกันดาร รวมถึงฮูหยินผู้เฒ่าไป๋ก็ต้องรับโทษด้วย หลายเดือนมานี้ จวนสกุลไป๋จึงกลับมาสงบลงอีกครั้ง“กำลังนั่งคิดสิ่งใดอยู่หรือ” องค์รัชทายาทเดินเข้ามา แล้วโอบอุ้มภรรยาขึ้นมานั่งบนตักพร้อมกับกอดนางเอาไว้แน่น“ท่านพี่ อายบ่าวเสียบ้างเถิด ดูสิ ข้าไม่รู้จะเอาหน้าไว้ที่ใดแล้ว” นางกล่าวอย่างเขินอายและทุบอกเขาเล็กน้อย เนื่องจากนางกำนัลยังอยู่บริเวณนี้หลายคน“จะอายทำไมกัน เจ้ากั

  • ไป๋หนิงเฟิ่งสตรีผู้ไม่ยอมแพ้ต่อชะตา   กวาดล้างตระกูลเสิ่น1.2

    ชายชราตรงหน้ามองคนรุ่นหลานด้วยสายตาตื่นตระหนก เงาของดาบวาววับเข้าตา ก่อนที่ทุกอย่างจะหยุดลง พร้อมกับลมหายใจของเสนาบดีเสิ่นผู้ยิ่งใหญ่จวนตระกูลเสิ่นเวลานี้นองไปด้วยเลือด หากใครจะกล่าวว่าองค์ชายรองเซียวเฟยหลงคือทรราช องค์ชายผู้นี้รองเหี้ยมโหดเกินไป เขาคงไม่ใส่ใจ เนื่องจากเหตุการณ์ในวันนี้ เขาทำเพื่อคนที่รัก หาไม่แล้วหากปล่อยให้ผู้ใดหลุดรอดไปได้ วันหนึ่งพวกมันคงหาวิธีกลับมาล้างแค้นอย่างแน่นอนสตรีและคนที่ยอมศิโรราบ ถูกส่งตัวเข้าคุกหลวง แล้วรอคำตัดสินเนรเทศไปอยู่ชายแดนเพื่อเป็นทาสเมื่อองค์ชายใหญ่รู้ข่าวของมารดาและตระกูลเสิ่น เขาแทบสิ้นสติ เนื่องจากเขาหมดสิ้นทุกอย่างแล้ว ใจคิดว่าเรื่องนี้ต้องมีฮ่องเต้อยู่เบื้องหลังเป็นแน่ หาไม่แล้วเซียวเฟยหลงคงไม่กล้าทำเรื่องใหญ่โตกับตระกูลเสิ่นเข่นนี้เช้าวันต่อมาข่าวเรื่องการทำผิดและถูกกวาดล้างตระกูลเสิ่น แพร่กระจายดังไปทั่วเมืองหลวง และยังมีข่าวอีกว่าเสนาบดีเสิ่นและบุตรชายต่อต้าน ไม่ยอมถูกจับ เลยถูกองค์ชายรองสังหารส่วนฮองเฮายังมีข่าวเล็ดลอดออกมาจากวังหลวงว่าพระนางคบชู้ ซึ่งฮ่องเต้จับได้คาหนังคาเขา พระองค์จึงประทานยาพิษทันทีไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าฮ่องเต

  • ไป๋หนิงเฟิ่งสตรีผู้ไม่ยอมแพ้ต่อชะตา   กวาดล้างตระกูลเสิ่น1.1

    กวาดล้างตระกูลเสิ่นเมื่อเห็นท่าทีของมารดาเป็นเช่นนี้ เซียวอี้เฉิงจึงขมวดคิ้วเป็นปม ‘ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเสด็จแม่ ถึงได้ไม่ทราบเรื่องนี้ เพราะท่านตาน่าจะส่งข่าวมาแล้วมิใช่หรือ ทว่าเรื่องนี้เจ้าสามไม่รู้เรื่อง ข้าจึงนิ่งเงียบไว้ก่อน’ เขาครุ่นคิดอยู่ในใจ“เหตุใดเสด็จแม่จึงดูเหมือนไม่รู้เรื่อง หรือว่าเสด็จพ่อไม่ได้บอกกล่าวเสด็จแม่ถึงเรื่องนี้ จริงสิ เหมือนพี่รองจะจับกุมพวกนักฆ่าไว้ได้เกินครึ่ง เวลานี้น่าจะสอบสวนอยู่” องค์ชายสามเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้งยิ่งได้ยินเช่นนี้ เสิ่นฮองเฮายิ่งกำมือแน่นด้วยความหวาดหวั่น เรื่องนี้นางไม่รู้เลย ใบหน้าจึงซีดเผือดโดยไม่รู้ตัว ‘เหตุใดข้าไม่ว่าว่าฮ่องเต้ไปงานมงคลของมัน แล้วเหตุใดท่านพ่อยังลงมือต่อหน้าฝ่าบาทอีก เรื่องที่ฝ่าบาทต้องการแต่งตั้งองค์รัชทายาทต้องมีเงื่อนงำ และไม่เป็นผลดีกับโอรสของข้าแน่’ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว อีกทั้งเรื่องทั้งหมดโอรสอีกคนของนางไม่รู้เรื่องด้วย เช่นนั้นจึงคิดว่าควรให้เขากลับไปก่อน “เจ้าสาม เจ้ากลับไปก่อนเถิด ข้ามีเรื่องสนทนากับพี่เจ้าสักหน่อย”องค์ชายสามได้ยินเช่นนั้น ก็รู้ทันทีว่าเสด็จแม่ของเขา คงต้องปรึกษาเรื่องนี้กับองค์ชายใหญ่ จึง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status