แชร์

บทที่ 6

last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-07 12:28:41

"เรียกหมอมา! เดี๋ยวนี้!" 

อี้หลันที่แม้จะเป็นหญิงสงบเยือกเย็น แต่ก็อดหลุดขำออกมาไม่ได้เล็กน้อย นางยิ้มบาง ๆ ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"ท่านพี่...ท่านเป็นหมอหลวงนะเจ้าค่ะ"

หยางจวิ้นชะงักเล็กน้อย ราวกับเพิ่งตระหนักถึงข้อเท็จจริงนั้น แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยสิ่งใด เสียงร้องไห้จ้าของเฟิ่งมี่กลับหยุดลงอย่างกะทันหัน

ห้องที่เคยเต็มไปด้วยเสียงสะอึกสะอื้นพลันเงียบสงัด เหลือเพียงเสียงสะอื้นเบา ๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ในลำคอของเด็กน้อย

 ดวงตากลมโตที่เปียกชื้นไปด้วยน้ำตาจับจ้องไปยังมารดาและบิดาของนาง ริมฝีปากเล็ก ๆ สั่นระริก ราวกับพยายามจะพูดสิ่งใด แต่กลับเปล่งได้เพียงเสียงแผ่วเบาไร้ความหมายของเด็กแรกเกิด

มารดาของนางยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ ดวงตาอ่อนโยนของนางจ้องมองบุตรสาวด้วยความรัก มือเรียวยกขึ้นลูบศีรษะเล็ก ๆ ของเด็กน้อยเบา ๆ

"ลูกของแม่...อย่าตกใจไปเลย แม่อยู่นี่แล้ว"

หยางจวิ้นที่ยังยืนนิ่งอยู่ด้านข้าง ค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจยาว มือใหญ่ของเขาเอื้อมมาลูบศีรษะเล็ก ๆ ของเฟิ่งมี่บ้าง น้ำเสียงที่เคยตื่นตระหนกเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ

"เจ้าตัวน้อย..."

ดวงตากลมโตของเฟิ่งมี่ยังคงมองพวกเขาทั้งสอง น้ำตายังคงไหลอาบแก้มเล็ก ๆ ของ  ท่านพ่อ... ท่านแม่...

เฟิ่งมี่อยากจะเอ่ยคำนี้ แต่สิ่งที่ออกจากปากของนางกลับมีเพียงเสียงสะอื้นเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายเกินจะเอื้อนเอ่ย

ห้าเดือนผ่านไป....ไป๋เฟิ่งมี่ตัวน้อยกลับกลายเป็นที่รักของทุกคนในจวนอย่างน่าประหลาดใจ นางเป็นเด็กเลี้ยงง่ายเสียจนทุกคนตกใจ ไม่มีเสียงร้องไห้งอแงให้ได้ยิน เว้นแต่ในยามที่นางขับถ่าย ซึ่งนางจะร้องเสียงแอ๊ แอ๊ เบา ๆ เป็นสัญญาณ บ่าวไพร่ต่างรีบเข้ามาดูทันทีราวกับกลัวว่านางจะไม่สบาย

เมื่อใดที่ไป๋หยางจวิ้น หรือไป๋อวี้หลัน อุ้มนางไว้ในอ้อมแขน เฟิ่งมี่ตัวน้อยจะส่งยิ้มกว้างจนทุกคนในจวนรู้สึกอบอุ่นหัวใจ รอยยิ้มเล็ก ๆ ของนางสามารถทำให้คนที่เหนื่อยล้าทั้งวันกลายเป็นสดชื่นขึ้นมาได้ในทันที

 นางจะชูนิ้วเล็ก ๆ พร้อมทำเสียงอ่อ แอ้ คล้ายกับกำลังพยายามพูดบางสิ่ง ร่างเล็ก ๆ ของนางส่ายไปมาอย่างน่ารัก จนไม่ว่าใครที่มองเห็นต่างก็ใจละลาย

อย่างไรก็ตาม ความน่ารักของเฟิ่งมี่ไม่ได้สงบสุขเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อพี่ชายของนาง ไป๋เจี้ยนหาน เด็กชายวัยห้าปีที่คลั่งไคล้ในตัวน้องสาว เขามักพยายามอุ้มนางออกจากอ้อมแขนของบิดามารดาเพื่ออวดความเก่งของตนเอง

"น้องเฟิ่งมี่ต้องให้พี่ใหญ่อุ้มบ้าง!"

 เสียงไป๋เจี้ยนหานพูดด้วยน้ำเสียงทะนงตน ขณะพยายามเข้ามาแย่งเฟิ่งมี่จากอ้อมอกของมารดา

ทันใดนั้นเอง เฟิ่งมี่ตัวน้อยที่ยิ้มหวานอยู่กลับเปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็ว นางเบะปากน้อย ๆ ก่อนจะเริ่มพ่นน้ำลายใส่ไป๋เจี้ยนหานเป็นการตอบโต้ ราวกับเป็นวิธีปกป้องพื้นที่ของนาง

“มี่มี่ พ่นน้ำลายใส่พี่อีกแล้ว!”

 ไป๋เจี้ยนหานอุทานเสียงดังพลางถอยหนีเล็กน้อย ใบหน้าเขามีทั้งความตกใจและน้อยใจ

ไป๋อวี้หลันที่เห็นเหตุการณ์กลับหลุดหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะอุ้มนางขึ้นลูบหลังปลอบโยน

 “โอ๋ ๆ เจ้าตัวน้อย แม่อยู่นี่แล้ว”

แต่เฟิ่งมี่ตัวน้อยกลับชูนิ้วเล็ก ๆ และทำเสียงอ่อ แอ้ คล้ายจะบอกมารดาว่า ข้าไม่ผิด! เขามายุ่งกับข้าเอง!

ไป๋เจี้ยนหานที่ยืนเช็ดหน้าอยู่อีกมุมส่งเสียงฮึดฮัด

 “มี่มี่ พี่จะรักเจ้าน้อยลง...เอ่อนิดนึงแล้วนะ!”

เฟิ่งมี่ตัวน้อยไม่ได้ตอบอะไรนอกจากส่งเสียงหัวเราะคิกคักเบา ๆ ดูเหมือนจะรู้ดีว่าตนเองชนะอีกครั้งในการปกป้องบิดามารดาจากการแย่งชิงของพี่ชาย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ไป๋เฟิ่งมี่ข้าแค่บังเอิญหลอมโอสถได้นิดหน่อย   บทพิเศษ

    บนยอดเขาหลังตระกูลซู จวนเล็กๆ สร้างอย่างเรียบง่ายด้วยไม้เนื้อดีตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่งดงาม รอบด้านมีต้นไม้เขียวขจีรายล้อม ดอกไม้ป่าหลากสีบานสะพรั่งตามแนวทางเดิน เสียงน้ำไหลจากลำธารใกล้ๆ ให้ความรู้สึกสงบ เสียงนกที่ร้องเพลงแว่วมาเป็นระยะ ยิ่งเสริมบรรยากาศให้ดูราวกับสวรรค์บนดินในทุกๆ สามวัน หงเฟิ่งและเหอเฉิงเหยาจะลงจากจวนมาเยี่ยมเด็กทั้งสามคน เพื่อถ่ายทอดวิชาความรู้ ปรมาจารย์เหอเฉิงเหยาผู้เชี่ยวชาญด้านการหลอมโอสถจะสอนเด็กๆ ให้รู้จักสมุนไพรชนิดต่างๆ และวิธีหลอมโอสถอย่างละเอียดถี่ถ้วน ขณะที่หงเฟิ่ง มังกรสาวผู้สง่างาม จะสอนเด็กๆ เรื่องการทรงตัวบนหลังมังกร เพื่อให้พวกเขาเรียนรู้ถึงความกล้าหาญและความสง่างามวันนี้ เด็กทั้งสามคน อาหาว อาหมิง เยวี่ยเอ๋อร์ กำลังเลือกสมุนไพรตามรายการที่เหอเฉิงเหยามอบหมาย พวกเขาก้มหน้าก้มตาทำด้วยความตั้งใจ ท่ามกลางเสียงหัวเราะและเสียงสนทนาอย่างสดใสหงเฟิ่งยืนอยู่ไม่ไกล นางมองดูเด็กๆ ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน สายลมที่พัดเบาๆ ทำให้ผ้าคลุมสีแดงของนางพลิ้วไหว เหอเฉิงเหยาเดินเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลัง ก่อนจะยกมือโอบเอวนางอย่างแผ่วเบา“อยากมีสักคนหรือไม่?” เสียงทุ้มของเขาด

  • ไป๋เฟิ่งมี่ข้าแค่บังเอิญหลอมโอสถได้นิดหน่อย   บทที่ 146

    อวิ๋นเทียนตอบด้วยความหนักแน่น ก่อนจะอุ้มร่างบางของมี่มี่ขึ้นอย่างทะนุถนอม เขามุ่งหน้ากลับจวนตระกูลซูทันที ขณะที่ในใจเต็มไปด้วยความหวังและความกังวลเมื่อมาถึงจวน เขาวางร่างของมี่มี่ลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ร่างของเธอยังคงนิ่งสนิท ใบหน้าขาวซีดไร้สีเลือด มือหนาของอวิ๋นเทียนค่อยๆ สัมผัสที่หัวใจของเธอ ก่อนจะส่งพลังเวทเข้าไปในร่างกาย ความอุ่นจากพลังของเขาไหลเวียนเข้าสู่เส้นชีพจร แต่ร่างของเธอกลับไร้การตอบสนองเขาส่งพลังต่อเนื่องนานนับสองชั่วยาม เหงื่อหยดลงจากใบหน้าของเขา แต่ก็ไม่มีวี่แววว่ามี่มี่จะฟื้นขึ้นมา สายตาของอวิ๋นเทียนเต็มไปด้วยความกังวลที่กลืนกินหัวใจ เขากระซิบเบาๆ ใกล้ใบหูของเธอ“มี่เอ๋อร์… เจ้าสัญญากับพี่ว่าจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป เจ้าจะไม่ทิ้งพี่ไปใช่หรือไม่...”แต่คำตอบกลับเป็นความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาที่แทบจะไม่ได้ยิน ร่างของมี่มี่ยังคงสงบนิ่งราวกับหลับลึก อวิ๋นเทียนค่อยวางร่างของมี่มี่นอนลงบนเตียง เขาทรุดตัวลงข้างเตียง มือหนากำหมัดแน่น ราวกับกำลังต่อสู้กับความสิ้นหวังที่คืบคลานเข้ามาหนึ่งปีผ่านไป ทุกวันในช่วงเวลาที่มี่มี่หลับใหล อวิ๋นเทียนจะนั่งอยู่ข้า

  • ไป๋เฟิ่งมี่ข้าแค่บังเอิญหลอมโอสถได้นิดหน่อย   บทที่ 145

    “มีแรงแค่นี้หรือ?” มี่มี่พูดเสียงเข้ม ก่อนสะบัดแส้อักขระเวทในมือนับสิบครั้ง แส้พุ่งเข้าใส่ราชาอสูรด้วยความเร็วเหนือสายตา เสียงฟาดกระแทกเข้ากับเกราะหนังหนาของมันดังก้อง แต่ราชาอสูรกลับไม่หยุด มันยกขาหน้าขนาดมหึมาขึ้นสูงก่อนจะเหยียบลงพื้น แรงกระแทกทำให้ดินแตกกระจาย เศษหินพุ่งกระเด็นราวกับกระสุนมี่มี่กระโดดหลบอีกครั้งก่อนจะใช้แส้ของเธอฟาดกลับเข้าไปที่จุดอ่อนใต้คางของราชาอสูร ร่างของมันสะดุ้งเล็กน้อยจากความเจ็บปวด แต่กลับยิ่งเพิ่มความเกรี้ยวกราด เสียงคำรามของมันดังจนหูอื้อในตอนนั้นเอง อวิ๋นเทียนพุ่งเข้าหาขาของราชาอสูร แทงดาบลงไปในจุดเชื่อมระหว่างหนัง เลือดสีดำพุ่งกระจายเต็มพื้น ราชาอสูรสะบัดขาเหวี่ยงอวิ๋นเทียนออกไปไกล แต่เขากลับใช้พลังเวทพุ่งกลับมาประจันหน้าอีกครั้งในเสี้ยววินาทีมังกรทั้งสิบตัวบินวนรอบราชาอสูร เสียงคำรามของพวกมันก้องไปทั่ว เปลวไฟหลายสีพุ่งตรงเข้าสู่ร่างของมันจากทุกทิศทาง แม้ราชาอสูรจะพยายามสะบัดร่างป้องกันตัวเอง แต่พลังโจมตีที่ประสานกันนั้นทำให้ร่างของมันสั่นสะท้านทันทีที่มีโอกาส มี่มี่ลุกขึ้นยืนด้วยความแน่วแน่ ร่างกายของเธอสั่นเล็กน้อยจากแรงปะทะก่อนหน้านี้ แต่แววตาก

  • ไป๋เฟิ่งมี่ข้าแค่บังเอิญหลอมโอสถได้นิดหน่อย   บทที่ 144

    “เสี่ยวจื่อจังหวะนี้แหละ” หวงจื่ออ้าปากกว้างก่อนพ่นเปลวไฟมังกรสีแดงออกมา เปลวไฟนั้นลุกลามไปทั่วและเผาผลาญเหล่าปีศาจจนมอดไหม้ในพริบตาเหล่าทหารร้องเฮกันอย่าฮึกเหิม มังกรนับร้อยตัวไม่ได้บินวนอยู่แค่ในแคว้นฉิน แต่พวกมันกระจายตัวทั่วทั้งแผ่นดิน ทุกตัวต่างพ่นไฟมังกรออกมาเพื่อทำลายเหล่าปีศาจอสูรในทุกแคว้น เสียงคำรามของมังกรที่ก้องกังวานไปทั่วทำให้ปีศาจเงามืดเริ่มถอยร่น แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติการต่อสู้ซูเหยา ที่กำลังต่อสู้อยู่บนพื้นหันหน้าเงยขึ้นมองมังกรที่บินอยู่บนท้องฟ้า นางแทบไม่เชื่อสายตา เมื่อเห็นจำนวนมังกรที่ปกคลุมท้องฟ้าราวกับพายุหมุน ในจังหวะหนึ่งที่นางเสียสมาธิ อสูรเงามืดร่างหนึ่งกระโดดพุ่งเข้าใส่ เล็บแหลมคมของมันหมายจะฉีกกระชากร่างของซูเหยา นางเบิกตากว้างเมื่อรู้ว่าตนหลบไม่ทันแน่แล้วแต่ในเสี้ยววินาทีนั้น ปราการเวทสีขาว พลันกางล้อมร่างของนางก่อนที่มันจะระเบิดพลัง ทำลายปีศาจในระยะกว้างอย่างราบคาบ แสงสว่างจากเวททำให้พื้นที่โดยรอบสว่างราวกลางวัน และสงบลงชั่วขณะซูเหยาเหลียวมองขึ้นไปบนท้องฟ้าทันที หัวใจของนางพองโต เมื่อเห็น มี่มี่ในชุดเกราะสีดำบนหลังมังกร นางส่งยิ้มให้จากเบื้องบน

  • ไป๋เฟิ่งมี่ข้าแค่บังเอิญหลอมโอสถได้นิดหน่อย   บทที่ 143

    คืนหนึ่งที่เงียบสงัดเกินกว่าปกติ ดวงจันทร์ถูกบดบังด้วยเมฆดำหนาทึบ สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านค่ายพักชั่วคราวราวกับกำลังเตือนถึงสิ่งเลวร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้น มี่มี่ ยืนอยู่กลางลานกว้างในชุดเกราะสีเงินเรืองรอง ร่างเล็กของนางแหงนมองดวงดาวบนท้องฟ้าด้วยสายตาครุ่นคิด ดาวคืนนี้ช่างแปลกประหลาดราวกับพยายามบอกอะไรบางอย่างแก่เธอ เหมือนกับความทรงจำในชาติที่แล้วที่ผุดขึ้นมาในจิตใจเสียงฝีเท้าดังกึกก้องบนพื้นดิน บุรุษและสตรีนับร้อยปรากฏตัวขึ้นในเสี้ยววินาที พวกเขายืนเรียงรายข้างกายนาง เหล่ามังกรในร่างมนุษย์ต่างแผ่รัศมีแห่งความสง่างามและทรงพลังจนทุกคนที่เห็นต้องหลบสายตาด้วยความนอบน้อมมี่มี่หันไปกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่หนักแน่น“ข้าต้องรบกวนพวกท่านให้ปกป้องทุกแคว้นแล้ว”หลงหยาง ราชามังกรผู้มีอายุนับพันปี ยกยิ้มเล็กน้อยก่อนตอบ“อย่ากังวลไป มี่เอ๋อร์ มันไม่ใช่ครั้งแรกที่โลกนี้ต้องเผชิญความมืด”คำพูดนั้นทำให้มี่มี่ชะงัก นางหันไปมองเขาด้วยความสงสัย ราชามังกรพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความหนักแน่น “มันเคยเกิดขึ้นมาก่อน… พวกเรามังกรไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นเพียงตำนานหลอกเด็ก เราทุกคนมีหน้าที่ของตัวเองบนโล

  • ไป๋เฟิ่งมี่ข้าแค่บังเอิญหลอมโอสถได้นิดหน่อย   บทที่ 142

    มี่มี่เดินสำรวจรอบบริเวณ เศษซากของบ้านเรือนที่เคยเต็มไปด้วยชีวิตชีวาถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน นางคุกเข่าลงหยิบดินขึ้นมาจับก่อนปล่อยให้มันร่วงผ่านมือ“มี่เอ๋อร์…”อวิ๋นเทียนเอ่ยเรียกนางเบาๆ ขณะจ้องมองไปยังบางสิ่งบนพื้นสายตาของมี่มี่หันตามไปยังจุดที่อวิ๋นเทียนจ้องมอง ดินใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาดูปกติดี แต่ทั้งคู่รู้ทันทีว่าอะไรซ่อนอยู่ “พวกมันอยู่ใต้ดิน!” มี่มี่เอ่ยเบาๆ ก่อนจะยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว นี่เป็นเหตุผลที่ผีเสื้อเวทของนางค้นหามันไม่เจอ!“หากมันอยู่ใต้ดิน แสดงว่ามันอาจโผล่ทุกแคว้น!”ทันทีที่ประโยคดังกล่าวดังขึ้น ผู้คนนับสิบต่างสูดหายใจเข้าลึก ๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อนว่า ภัยร้ายจะอยู่ใกล้ตาและพร้อมโจมตีได้จากใต้พื้นดินทุกหนแห่ง“ข้าว่าควรย้ายชาวเมืองไปยังพื้นที่ปลอดภัยก่อน” อวิ๋นเทียนเสนอขึ้น“หากมันโผล่มาทีละหลายแห่ง เราต้องกระจายกำลังคุ้มกันจุดต่าง ๆ มากเกินไป จนไม่มีทางปกป้องประชาชนได้ทั่วถึง!”“ข้าจะเร่งทำตาม…”ฮ่องเต้แห่งแคว้นเยี่ยนรับฟังแล้วเข้าใจสถานการณ์ ทรงสั่งทันทีให้คนออกประกาศเรียกระดมพลและหาพื้นที่อพยพชั่วคราวโดยเร่งด่วนกระนั้น มี่มี่ กลับพ

  • ไป๋เฟิ่งมี่ข้าแค่บังเอิญหลอมโอสถได้นิดหน่อย   บทที่ 141

    “รีบหนีเร็วเข้า!”แต่เสียงของเขาถูกกลบด้วยเสียงคำรามจากเงามืดที่พุ่งเข้าใส่ร่างของหญิงสาวจนล้มลงกับพื้นและถูกกลืนหายไปในความมืดชาวบ้านดิ้นรนอย่างไร้ผล กรงเล็บและเขี้ยวคมกริบของเงาเหล่านั้นฉีกกระชากเนื้อของพวกเขาอย่างโหดเหี้ยม เสียงฉีกขาดของเนื้อและเสียงครวญครางแห่งความเจ็บปวดก้องกังวานในอากาศบรรย

  • ไป๋เฟิ่งมี่ข้าแค่บังเอิญหลอมโอสถได้นิดหน่อย   บทที่ 115

    แต่ก่อนที่นางจะได้ลงมือ มือหนึ่งกลับคว้าข้อมือของเธอไว้ นางหันไปมอง เห็นว่าเป็นเสี่ยวจื่อ"เจ้าไปเถอะ ทางนี้ข้าจัดการเอง"เสี่ยวจื่อพูดเสียงเรียบ ก่อนเสริมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "แต่...จำไว้ ทุกคนทำเพื่อเจ้า"มี่มี่ร้องไห้ออกมา นางคุยกับเสี่ยวจื่อทางจิต "อย่าทำร้ายพวกเขาได้หรือไม่?" เสี่ยวจื่อพยักห

  • ไป๋เฟิ่งมี่ข้าแค่บังเอิญหลอมโอสถได้นิดหน่อย   บทที่ 87

    “ปกป้องฝ่าบาท! ปกป้องฮองเฮา!”เหล่าองครักษ์ชักอาวุธพุ่งเข้าไปล้อมเฉินตี้และฮองเฮาอย่างรวดเร็ว ขณะที่ผู้คนในงานต่างอยู่ในสภาวะตื่นตระหนกและงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น “ฝ่าบาท ทรงประสงค์จะยกเลิกการจัดงานหรือไม่พะย่ะค่ะ?”เสียงทหารองครักษ์เอ่ยขึ้น ด้วยน้ำเสียงที่แฝงความตึงเครียด ขณะที่สายตาของผู้คนในงานต

  • ไป๋เฟิ่งมี่ข้าแค่บังเอิญหลอมโอสถได้นิดหน่อย   บทที่ 58

    “เสี่ยวเฟิง เสี่ยวจื่อ ไปพักเถอะ มี่มีเรื่องที่ต้องจัดการ” เสียงเล็กของมี่มี่ดังขึ้น พร้อมรอยยิ้มที่ส่งไปให้ทั้งสอง เสี่ยวเฟิงและเสี่ยวจื่อมองหน้ากันครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าแล้วถอยออกไปอย่างว่าง่ายมี่มี่ตรงเข้าสู่จวนในมิติของตัวเองทันที มือเล็กเรียกคำสั่งซื้อทั้งหมดออกมาจากอากาศ ร่างน้อยกวาดตามอง

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status