แชร์

บทที่ 7

last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-07 12:30:38

ผ่านมาแล้ววันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า ไป๋เฟิ่งมี่ตัวน้อยบัดนี้อายุครบ 3 หนาว นางเติบโตขึ้นเป็นเด็กหญิงที่งดงามจนใครต่อใครในจวนต่างหลงรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

เฟิ่งมี่มีเส้นผมสีดำเงางามที่ถูกจัดแต่งเป็นมวยผมจุกสองข้าง ดูราวกับตุ๊กตาน้อย ผิวของนางขาวเนียนราวหิมะที่ปกคลุมภูเขาในฤดูหนาว แก้มทั้งสองข้างอมชมพูเหมือนกลีบดอกเหมยที่เพิ่งผลิบาน ดวงตากลมโตของนางเปล่งประกายราวกับลูกกวางน้อยที่มองโลกด้วยความใสซื่อและอยากรู้อยากเห็น

วันนี้เฟิ่งมี่สวมชุดผ้าไหมสีชมพูอ่อนประดับลวดลายดอกไม้เล็ก ๆ ดูเรียบง่ายแต่งดงามเหมือนเจ้าหญิงตัวน้อยในนิทาน ชุดคลุมผืนบางที่ปักลวดลายดอกเหมยสีขาวเพิ่มความอ่อนหวานให้กับรูปลักษณ์ของนางยิ่งขึ้น รองเท้าปักลายสีเดียวกันพอดีกับเท้าเล็ก ๆ ยิ่งขับความน่ารักให้กับร่างน้อย

เฟิ่งมี่กำลังนั่งอยู่กลางลานสวน เด็กน้อยหัวเราะคิกคักเสียงใส ขณะพยายามไล่จับผีเสื้อสีเหลืองที่บินวนไปมา ดวงตากลมโตของนางเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น ทุกก้าวย่างของนางเต็มไปด้วยพลังและความสดใสที่ทำให้ใครที่มองต้องยิ้มตาม

"มี่มี่! อย่าวิ่งเร็วไป!"

เสียงเจี้ยนหานในวัย 8 หนาว ตะโกนเรียกน้องสาว ขณะที่เฟิ่งมี่หันมายิ้มหวานให้เขาก่อนจะหันกลับไปวิ่งไล่ผีเสื้ออย่างมีความสุข

แสงแดดที่ส่องลอดผ่านกิ่งไม้ลงมากระทบกับผมดำเงางามและชุดสีชมพูอ่อนของเฟิ่งมี่ ดูราวกับนางเป็นดวงดาวเล็ก ๆ ที่เปล่งประกายท่ามกลางสวนกว้าง เด็กน้อยผู้มีรอยยิ้มสดใสจนสามารถละลายหัวใจของทุกคนที่ได้พบเห็น 

แต่ใครเล่าจะรู้ ว่าเด็กหญิงตัวน้อยที่วิ่งเล่นอยู่กลางสวนกลับไม่ได้เพียงแค่ไล่จับผีเสื้ออย่างที่ทุกคนเห็น หากแต่กำลังเจรจาอย่างเงียบ ๆ กับเจ้าผีเสื้ออสูรตัวหนึ่งแทน

ความสามารถเวทมนตร์ที่ซ่อนเร้นในตัวของเฟิ่งมี่เริ่มเผยออกมา นางสามารถใช้พลังเวทบางส่วนในโลกใหม่นี้ได้ แม้ไม่สมบูรณ์เช่นเดิม แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้นางมองเห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของเจ้าผีเสื้ออสูรตัวนี้

 ผีเสื้อที่ปรากฏในสายตาของคนทั่วไปเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเล็กจิ๋วสีเหลืองสดใส แต่ในดวงตาของเฟิ่งมี่กลับเห็นเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีปีกเปล่งประกายแสงจาง ๆของแสงจันทร์  รูปร่างลึกลับราวกับมีอำนาจเวทซ่อนอยู่

ดวงตากลมโตของเฟิ่งมี่จับจ้องไปยังผีเสื้อ พลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใส

"เจ้าผีเสื้อ เจ้าทำพันธะสัญญากับข้าดีหรือไม่?”

ผีเสื้อหยุดชะงักบินในอากาศ ดวงตาเล็ก ๆ ของมันจับจ้องเด็กน้อยด้วยท่าทีประหลาดใจ

 "หากข้าทำพันธะสัญญาแล้ว ข้าจะได้อะไร?”

เฟิ่งมี่ยิ้มน้อย ๆ

 "อืม...เจ้าอยากได้อะไรล่ะ?”

เจ้าผีเสื้ออสูรบินวนไปมาเหมือนกำลังครุ่นคิด มันเอ่ยด้วยเสียงที่แฝงความขี้เล่น

"หากข้าจะทำพันธะสัญญา ข้าขอสิ่งหนึ่ง...ข้าต้องการสวนดอกไม้ที่เต็มไปด้วยดอกไม้เวทหลากสายพันธุ์ สวนที่มีอากาศเย็นสบาย แต่ไม่หนาวเกินไปตลอดทั้งปี ข้าเกลียดความหนาวเย็น แต่ก็ไม่ชอบความร้อนอบอ้าวเหมือนในทุ่งกว้าง"

เฟิ่งมี่เลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะยิ้มกว้าง

 "แค่นั้นเองหรือ? เจ้าช่างมีความต้องการที่น่ารักจริง ๆ"

เจ้าผีเสื้ออสูรตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 "สวนดอกไม้เวทนั้นสำคัญต่อข้ามาก ดอกไม้ที่สดใสและอากาศที่พอเหมาะคือสิ่งที่ข้าต้องการที่สุด หากเจ้าทำให้ข้าได้ ข้าก็จะตอบแทนเจ้าอย่างซื่อสัตย์"

เฟิ่งมี่พยักหน้าเบา ๆ มือเล็กยกขึ้นเบื้องหน้า ผีเสื้ออสูรพลันหายเข้าไปในมิติเวทของนาง

เฟิ่งมี่หัวเราะคิกคัก ก่อนหันกลับไปหาพี่ชาย

 "พี่ใหญ่ ข้าเหนื่อยแล้วเจ้าค่ะ อุ้มข้าหน่อย"

เจี้ยนหานยิ้มกว้าง รีบเดินเข้ามาอุ้มน้องสาวขึ้นแนบอก แก้มยุ้ยนั่นทำให้เขาอยากกอดและหอมนางทั้งวันทั้งคืน

 "ได้สิ มี่มี่ของพี่ใหญ่"

"พาข้ากลับห้องหน่อยเจ้าค่ะ ข้าอยากอาบน้ำ"

"ได้เลย พี่ใหญ่จะพาเจ้าไป"

เจี้ยนหานพาน้องสาวไปส่งที่ห้อง   บ่าวรับใช้อาเหมยรีบนำหน้าไปจัดเตรียมอ่างน้ำตามที่คุณหนูชอบ ดอกไม้หลากสีถูกโรยลงในอ่างที่เต็มไปด้วยน้ำอุ่นหอมกรุ่น

เมื่อถึงหน้าห้องนอนของนาง เฟิ่งมี่ตัวน้อยส่งยิ้มหวานจนเจี้ยนหานแทบละลาย

"ขอบคุณเจ้าค่ะ พี่ใหญ่ ข้ารักพี่ใหญ่ที่สุดเลย!"

เด็กน้อยโอบคอพี่ชายอย่างแน่น ก่อนจะจุ๊บแก้มเขาเบา ๆ ใบหน้าน้อย ๆ ของนางเปื้อนยิ้มอย่างไร้เดียงสา

เจี้ยนหานที่ไม่ทันตั้งตัวกับการแสดงความรักของน้องสาว ยืนนิ่งราวกับถูกแช่แข็ง ใบหน้าของเขาแดงก่ำตั้งแต่แก้มจนถึงปลายหู เสียงหัวเราะคิกคักของเฟิ่งมี่ดังขึ้นก่อนที่ร่างเล็ก ๆ จะไถตัวลงจากแขนพี่ชาย เดินเข้าเรือนไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้เจี้ยนหานยืนนิ่งเหมือนรูปสลัก

ดวงตาสีดำสนิทของเขาเบิกกว้างขณะมองตามน้องสาว แม้พยายามตั้งสติแต่ไม่อาจควบคุมหัวใจที่เต้นแรงจนรู้สึกได้

"น้องบอกว่ารักข้า...น้องบอกว่ารักข้า!"

เขาพึมพำกับตัวเองก่อนจะหมุนตัวกลับไปที่โถงใหญ่ ใบหน้าที่ยังคงแดงจัดเผยให้เห็นรอยยิ้มกว้าง เขาตัดสินใจทันที

"ข้าต้องบอกท่านพ่อ! ท่านพ่อจะต้องรู้ว่ามี่มี่ รักข้ามากกว่า!"

เสียงหัวเราะของเจี้ยนหานดังก้องไปกับสายลม เขาวิ่งไปด้วยความตื่นเต้น รอยยิ้มแห่งความสุขเปี่ยมล้นบนใบหน้าของพี่ชายที่หลงรักน้องสาวคนเล็กอย่างหัวปักหัวปำ

 "พี่อาเหมย วันนี้มี่มี่อยากแช่ตัว ข้าแช่คนเดียวได้ พี่อาเหมยออกไปรอก่อนนะเจ้าค่ะ"

อาเหมยยิ้มกว้าง

 "เจ้าค่ะคุณหนู"

นางเดินออกไปอย่างว่าง่าย

เมื่อไม่มีใครอยู่แล้ว เฟิ่งมี่จึงเร่งเปิดมิติเวทของตนเอง

"เข้ามิติ"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ไป๋เฟิ่งมี่ข้าแค่บังเอิญหลอมโอสถได้นิดหน่อย   บทพิเศษ

    บนยอดเขาหลังตระกูลซู จวนเล็กๆ สร้างอย่างเรียบง่ายด้วยไม้เนื้อดีตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่งดงาม รอบด้านมีต้นไม้เขียวขจีรายล้อม ดอกไม้ป่าหลากสีบานสะพรั่งตามแนวทางเดิน เสียงน้ำไหลจากลำธารใกล้ๆ ให้ความรู้สึกสงบ เสียงนกที่ร้องเพลงแว่วมาเป็นระยะ ยิ่งเสริมบรรยากาศให้ดูราวกับสวรรค์บนดินในทุกๆ สามวัน หงเฟิ่งและเหอเฉิงเหยาจะลงจากจวนมาเยี่ยมเด็กทั้งสามคน เพื่อถ่ายทอดวิชาความรู้ ปรมาจารย์เหอเฉิงเหยาผู้เชี่ยวชาญด้านการหลอมโอสถจะสอนเด็กๆ ให้รู้จักสมุนไพรชนิดต่างๆ และวิธีหลอมโอสถอย่างละเอียดถี่ถ้วน ขณะที่หงเฟิ่ง มังกรสาวผู้สง่างาม จะสอนเด็กๆ เรื่องการทรงตัวบนหลังมังกร เพื่อให้พวกเขาเรียนรู้ถึงความกล้าหาญและความสง่างามวันนี้ เด็กทั้งสามคน อาหาว อาหมิง เยวี่ยเอ๋อร์ กำลังเลือกสมุนไพรตามรายการที่เหอเฉิงเหยามอบหมาย พวกเขาก้มหน้าก้มตาทำด้วยความตั้งใจ ท่ามกลางเสียงหัวเราะและเสียงสนทนาอย่างสดใสหงเฟิ่งยืนอยู่ไม่ไกล นางมองดูเด็กๆ ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน สายลมที่พัดเบาๆ ทำให้ผ้าคลุมสีแดงของนางพลิ้วไหว เหอเฉิงเหยาเดินเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลัง ก่อนจะยกมือโอบเอวนางอย่างแผ่วเบา“อยากมีสักคนหรือไม่?” เสียงทุ้มของเขาด

  • ไป๋เฟิ่งมี่ข้าแค่บังเอิญหลอมโอสถได้นิดหน่อย   บทที่ 146

    อวิ๋นเทียนตอบด้วยความหนักแน่น ก่อนจะอุ้มร่างบางของมี่มี่ขึ้นอย่างทะนุถนอม เขามุ่งหน้ากลับจวนตระกูลซูทันที ขณะที่ในใจเต็มไปด้วยความหวังและความกังวลเมื่อมาถึงจวน เขาวางร่างของมี่มี่ลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ร่างของเธอยังคงนิ่งสนิท ใบหน้าขาวซีดไร้สีเลือด มือหนาของอวิ๋นเทียนค่อยๆ สัมผัสที่หัวใจของเธอ ก่อนจะส่งพลังเวทเข้าไปในร่างกาย ความอุ่นจากพลังของเขาไหลเวียนเข้าสู่เส้นชีพจร แต่ร่างของเธอกลับไร้การตอบสนองเขาส่งพลังต่อเนื่องนานนับสองชั่วยาม เหงื่อหยดลงจากใบหน้าของเขา แต่ก็ไม่มีวี่แววว่ามี่มี่จะฟื้นขึ้นมา สายตาของอวิ๋นเทียนเต็มไปด้วยความกังวลที่กลืนกินหัวใจ เขากระซิบเบาๆ ใกล้ใบหูของเธอ“มี่เอ๋อร์… เจ้าสัญญากับพี่ว่าจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป เจ้าจะไม่ทิ้งพี่ไปใช่หรือไม่...”แต่คำตอบกลับเป็นความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาที่แทบจะไม่ได้ยิน ร่างของมี่มี่ยังคงสงบนิ่งราวกับหลับลึก อวิ๋นเทียนค่อยวางร่างของมี่มี่นอนลงบนเตียง เขาทรุดตัวลงข้างเตียง มือหนากำหมัดแน่น ราวกับกำลังต่อสู้กับความสิ้นหวังที่คืบคลานเข้ามาหนึ่งปีผ่านไป ทุกวันในช่วงเวลาที่มี่มี่หลับใหล อวิ๋นเทียนจะนั่งอยู่ข้า

  • ไป๋เฟิ่งมี่ข้าแค่บังเอิญหลอมโอสถได้นิดหน่อย   บทที่ 145

    “มีแรงแค่นี้หรือ?” มี่มี่พูดเสียงเข้ม ก่อนสะบัดแส้อักขระเวทในมือนับสิบครั้ง แส้พุ่งเข้าใส่ราชาอสูรด้วยความเร็วเหนือสายตา เสียงฟาดกระแทกเข้ากับเกราะหนังหนาของมันดังก้อง แต่ราชาอสูรกลับไม่หยุด มันยกขาหน้าขนาดมหึมาขึ้นสูงก่อนจะเหยียบลงพื้น แรงกระแทกทำให้ดินแตกกระจาย เศษหินพุ่งกระเด็นราวกับกระสุนมี่มี่กระโดดหลบอีกครั้งก่อนจะใช้แส้ของเธอฟาดกลับเข้าไปที่จุดอ่อนใต้คางของราชาอสูร ร่างของมันสะดุ้งเล็กน้อยจากความเจ็บปวด แต่กลับยิ่งเพิ่มความเกรี้ยวกราด เสียงคำรามของมันดังจนหูอื้อในตอนนั้นเอง อวิ๋นเทียนพุ่งเข้าหาขาของราชาอสูร แทงดาบลงไปในจุดเชื่อมระหว่างหนัง เลือดสีดำพุ่งกระจายเต็มพื้น ราชาอสูรสะบัดขาเหวี่ยงอวิ๋นเทียนออกไปไกล แต่เขากลับใช้พลังเวทพุ่งกลับมาประจันหน้าอีกครั้งในเสี้ยววินาทีมังกรทั้งสิบตัวบินวนรอบราชาอสูร เสียงคำรามของพวกมันก้องไปทั่ว เปลวไฟหลายสีพุ่งตรงเข้าสู่ร่างของมันจากทุกทิศทาง แม้ราชาอสูรจะพยายามสะบัดร่างป้องกันตัวเอง แต่พลังโจมตีที่ประสานกันนั้นทำให้ร่างของมันสั่นสะท้านทันทีที่มีโอกาส มี่มี่ลุกขึ้นยืนด้วยความแน่วแน่ ร่างกายของเธอสั่นเล็กน้อยจากแรงปะทะก่อนหน้านี้ แต่แววตาก

  • ไป๋เฟิ่งมี่ข้าแค่บังเอิญหลอมโอสถได้นิดหน่อย   บทที่ 144

    “เสี่ยวจื่อจังหวะนี้แหละ” หวงจื่ออ้าปากกว้างก่อนพ่นเปลวไฟมังกรสีแดงออกมา เปลวไฟนั้นลุกลามไปทั่วและเผาผลาญเหล่าปีศาจจนมอดไหม้ในพริบตาเหล่าทหารร้องเฮกันอย่าฮึกเหิม มังกรนับร้อยตัวไม่ได้บินวนอยู่แค่ในแคว้นฉิน แต่พวกมันกระจายตัวทั่วทั้งแผ่นดิน ทุกตัวต่างพ่นไฟมังกรออกมาเพื่อทำลายเหล่าปีศาจอสูรในทุกแคว้น เสียงคำรามของมังกรที่ก้องกังวานไปทั่วทำให้ปีศาจเงามืดเริ่มถอยร่น แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติการต่อสู้ซูเหยา ที่กำลังต่อสู้อยู่บนพื้นหันหน้าเงยขึ้นมองมังกรที่บินอยู่บนท้องฟ้า นางแทบไม่เชื่อสายตา เมื่อเห็นจำนวนมังกรที่ปกคลุมท้องฟ้าราวกับพายุหมุน ในจังหวะหนึ่งที่นางเสียสมาธิ อสูรเงามืดร่างหนึ่งกระโดดพุ่งเข้าใส่ เล็บแหลมคมของมันหมายจะฉีกกระชากร่างของซูเหยา นางเบิกตากว้างเมื่อรู้ว่าตนหลบไม่ทันแน่แล้วแต่ในเสี้ยววินาทีนั้น ปราการเวทสีขาว พลันกางล้อมร่างของนางก่อนที่มันจะระเบิดพลัง ทำลายปีศาจในระยะกว้างอย่างราบคาบ แสงสว่างจากเวททำให้พื้นที่โดยรอบสว่างราวกลางวัน และสงบลงชั่วขณะซูเหยาเหลียวมองขึ้นไปบนท้องฟ้าทันที หัวใจของนางพองโต เมื่อเห็น มี่มี่ในชุดเกราะสีดำบนหลังมังกร นางส่งยิ้มให้จากเบื้องบน

  • ไป๋เฟิ่งมี่ข้าแค่บังเอิญหลอมโอสถได้นิดหน่อย   บทที่ 143

    คืนหนึ่งที่เงียบสงัดเกินกว่าปกติ ดวงจันทร์ถูกบดบังด้วยเมฆดำหนาทึบ สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านค่ายพักชั่วคราวราวกับกำลังเตือนถึงสิ่งเลวร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้น มี่มี่ ยืนอยู่กลางลานกว้างในชุดเกราะสีเงินเรืองรอง ร่างเล็กของนางแหงนมองดวงดาวบนท้องฟ้าด้วยสายตาครุ่นคิด ดาวคืนนี้ช่างแปลกประหลาดราวกับพยายามบอกอะไรบางอย่างแก่เธอ เหมือนกับความทรงจำในชาติที่แล้วที่ผุดขึ้นมาในจิตใจเสียงฝีเท้าดังกึกก้องบนพื้นดิน บุรุษและสตรีนับร้อยปรากฏตัวขึ้นในเสี้ยววินาที พวกเขายืนเรียงรายข้างกายนาง เหล่ามังกรในร่างมนุษย์ต่างแผ่รัศมีแห่งความสง่างามและทรงพลังจนทุกคนที่เห็นต้องหลบสายตาด้วยความนอบน้อมมี่มี่หันไปกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่หนักแน่น“ข้าต้องรบกวนพวกท่านให้ปกป้องทุกแคว้นแล้ว”หลงหยาง ราชามังกรผู้มีอายุนับพันปี ยกยิ้มเล็กน้อยก่อนตอบ“อย่ากังวลไป มี่เอ๋อร์ มันไม่ใช่ครั้งแรกที่โลกนี้ต้องเผชิญความมืด”คำพูดนั้นทำให้มี่มี่ชะงัก นางหันไปมองเขาด้วยความสงสัย ราชามังกรพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความหนักแน่น “มันเคยเกิดขึ้นมาก่อน… พวกเรามังกรไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นเพียงตำนานหลอกเด็ก เราทุกคนมีหน้าที่ของตัวเองบนโล

  • ไป๋เฟิ่งมี่ข้าแค่บังเอิญหลอมโอสถได้นิดหน่อย   บทที่ 142

    มี่มี่เดินสำรวจรอบบริเวณ เศษซากของบ้านเรือนที่เคยเต็มไปด้วยชีวิตชีวาถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน นางคุกเข่าลงหยิบดินขึ้นมาจับก่อนปล่อยให้มันร่วงผ่านมือ“มี่เอ๋อร์…”อวิ๋นเทียนเอ่ยเรียกนางเบาๆ ขณะจ้องมองไปยังบางสิ่งบนพื้นสายตาของมี่มี่หันตามไปยังจุดที่อวิ๋นเทียนจ้องมอง ดินใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาดูปกติดี แต่ทั้งคู่รู้ทันทีว่าอะไรซ่อนอยู่ “พวกมันอยู่ใต้ดิน!” มี่มี่เอ่ยเบาๆ ก่อนจะยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว นี่เป็นเหตุผลที่ผีเสื้อเวทของนางค้นหามันไม่เจอ!“หากมันอยู่ใต้ดิน แสดงว่ามันอาจโผล่ทุกแคว้น!”ทันทีที่ประโยคดังกล่าวดังขึ้น ผู้คนนับสิบต่างสูดหายใจเข้าลึก ๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อนว่า ภัยร้ายจะอยู่ใกล้ตาและพร้อมโจมตีได้จากใต้พื้นดินทุกหนแห่ง“ข้าว่าควรย้ายชาวเมืองไปยังพื้นที่ปลอดภัยก่อน” อวิ๋นเทียนเสนอขึ้น“หากมันโผล่มาทีละหลายแห่ง เราต้องกระจายกำลังคุ้มกันจุดต่าง ๆ มากเกินไป จนไม่มีทางปกป้องประชาชนได้ทั่วถึง!”“ข้าจะเร่งทำตาม…”ฮ่องเต้แห่งแคว้นเยี่ยนรับฟังแล้วเข้าใจสถานการณ์ ทรงสั่งทันทีให้คนออกประกาศเรียกระดมพลและหาพื้นที่อพยพชั่วคราวโดยเร่งด่วนกระนั้น มี่มี่ กลับพ

  • ไป๋เฟิ่งมี่ข้าแค่บังเอิญหลอมโอสถได้นิดหน่อย   บทที่ 141

    “รีบหนีเร็วเข้า!”แต่เสียงของเขาถูกกลบด้วยเสียงคำรามจากเงามืดที่พุ่งเข้าใส่ร่างของหญิงสาวจนล้มลงกับพื้นและถูกกลืนหายไปในความมืดชาวบ้านดิ้นรนอย่างไร้ผล กรงเล็บและเขี้ยวคมกริบของเงาเหล่านั้นฉีกกระชากเนื้อของพวกเขาอย่างโหดเหี้ยม เสียงฉีกขาดของเนื้อและเสียงครวญครางแห่งความเจ็บปวดก้องกังวานในอากาศบรรย

  • ไป๋เฟิ่งมี่ข้าแค่บังเอิญหลอมโอสถได้นิดหน่อย   บทที่ 115

    แต่ก่อนที่นางจะได้ลงมือ มือหนึ่งกลับคว้าข้อมือของเธอไว้ นางหันไปมอง เห็นว่าเป็นเสี่ยวจื่อ"เจ้าไปเถอะ ทางนี้ข้าจัดการเอง"เสี่ยวจื่อพูดเสียงเรียบ ก่อนเสริมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "แต่...จำไว้ ทุกคนทำเพื่อเจ้า"มี่มี่ร้องไห้ออกมา นางคุยกับเสี่ยวจื่อทางจิต "อย่าทำร้ายพวกเขาได้หรือไม่?" เสี่ยวจื่อพยักห

  • ไป๋เฟิ่งมี่ข้าแค่บังเอิญหลอมโอสถได้นิดหน่อย   บทที่ 87

    “ปกป้องฝ่าบาท! ปกป้องฮองเฮา!”เหล่าองครักษ์ชักอาวุธพุ่งเข้าไปล้อมเฉินตี้และฮองเฮาอย่างรวดเร็ว ขณะที่ผู้คนในงานต่างอยู่ในสภาวะตื่นตระหนกและงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น “ฝ่าบาท ทรงประสงค์จะยกเลิกการจัดงานหรือไม่พะย่ะค่ะ?”เสียงทหารองครักษ์เอ่ยขึ้น ด้วยน้ำเสียงที่แฝงความตึงเครียด ขณะที่สายตาของผู้คนในงานต

  • ไป๋เฟิ่งมี่ข้าแค่บังเอิญหลอมโอสถได้นิดหน่อย   บทที่ 58

    “เสี่ยวเฟิง เสี่ยวจื่อ ไปพักเถอะ มี่มีเรื่องที่ต้องจัดการ” เสียงเล็กของมี่มี่ดังขึ้น พร้อมรอยยิ้มที่ส่งไปให้ทั้งสอง เสี่ยวเฟิงและเสี่ยวจื่อมองหน้ากันครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าแล้วถอยออกไปอย่างว่าง่ายมี่มี่ตรงเข้าสู่จวนในมิติของตัวเองทันที มือเล็กเรียกคำสั่งซื้อทั้งหมดออกมาจากอากาศ ร่างน้อยกวาดตามอง

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status