Masukมนสิชากำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ เมื่อเห็นรถกระบะของพ่อแล่นเข้ามาภายในบ้าน เธอรีบทิ้งทุกอย่างแล้ววิ่งไปหาพ่อทันที
“วันนี้พ่อมีอะไรมาฝากม่อนจ๊ะ” คำถามที่หญิงสาวถามทุกครั้ง เมื่อบิดาของเธอกลับมาจากทำงาน
ศรันย์เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง เดิมทีครอบครัวเล็กๆ ของมนสิชาจัดว่ามีเงิน แต่เมื่อมะลิจากไปเพราะโรคร้าย ศรันย์แต่งงานใหม่กับวิจิตรา ภรรยาคนปัจจุบันซึ่งชอบแอบเอาเงินไปเล่นไพ่ เมื่อศรันย์รู้ จึงพยายามปรามแต่กลับกลายเป็นว่าทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกัน จนเดี๋ยวนี้วิจิตราติดไพ่หนักเรียกได้ว่ากู่ไม่กลับแล้ว ศรันย์จึงเป็นคนเก็บเงินไว้เอง ให้ใช้จำกัดในแต่ละวัน แต่กระนั้นการเงินของบ้านก็ร่อยหรอลงมาก มากซะจนอดคิดไม่ได้ว่า ถ้ามีเรื่องฉุกเฉินหรือมีใครเจ็บป่วยขึ้นมา จะหาเงินที่ไหนเป็นค่าใช้จ่าย
“บะหมี่เกี๊ยวที่หนูชอบไง” ศรันย์ส่งถุงบะหมี่ให้มนสิชา
หญิงสาวรับมาและยกถุงขึ้นดู “อ้าวพ่อ.. ทำไมมีสองถุง”
“แม่เขาบอกว่าวันนี้มีธุระ ให้กินข้าวเย็นก่อนเลย ไม่ต้องรอ ไม่ต้องเผื่อ”
“อ๋อ..”
ตั้งภาณุเกียรติกรุป
วิจิตราเริ่มหงุดหงิด ด้วยว่ามานั่งรอประธานบริษัทที่คนในวงไพ่บอกว่าเป็นเศรษฐีใหญ่ชอบกินเด็กหลายชั่วโมงแล้ว แต่เขาไม่ยอมให้เข้าพบซะที ถามเลขาฯ หน้าห้อง คำตอบแต่ละครั้งก็เหมือนเดิม..
..ท่านประธานยังไม่สะดวกค่ะ ถ้าท่านประธานสะดวกแล้ว ดิฉันจะมาแจ้งนะคะ
แต่เหมือนกับการที่นางรอมานานจะไม่สูญเปล่า เพราะเลขา ฯ คนเดิมมาบอกนางว่า
“เชิญที่ห้องท่านประธานได้เลยค่ะ”
เมื่อวิจิตราได้ยินดังนั้น นางแทบจะวิ่งไปที่ห้องของท่านประธานทันที เงินก้อนโตที่ปรารถนาอยากจะได้ เหมือนกับมันใกล้เข้ามาเต็มทีแล้ว
ประตูบานใหญ่ที่มีป้ายหน้าห้องสลักชื่อ ‘ดนย์ ตั้งภาณุเกียรติ’ ถูกเปิดออก เผยให้เห็นภายในห้องตกแต่งไว้อย่างหรูหรา เฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ แต่ละชิ้นบอกยี่ห้อของมันทันทีว่าต้องเป็นของดีมีราคา
“นั่งก่อนสิ”
วิจิตรามองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ ทีแรกนางคิดว่าประธานบริษัทที่คนในวงไพ่ลือกันว่าชอบควงเด็กสาวหน้าตาดี จะเป็นตาแก่พุงพลุ้ย แต่นี่ไม่ใช่เลย เขายังหนุ่ม อายุอานามน่าจะอยู่ที่เลขสาม รูปร่างสูงโปร่งดูสมส่วน หน้าตาหล่อเหลาคมคาย ประกอบกับท่าทางที่สุขุมสมกับเป็นนักธุรกิจหมื่นล้าน ยิ่งเพิ่มความดูดีให้ชายหนุ่ม คิดถึงตรงนี้แล้วนางก็เสียดายเหลือเกินที่ เกิดไวไปหน่อย ไม่อย่างงั้นคงจะยอมพลีกายถวายตัวให้หนุ่มหล่อตรงหน้าแทนที่จะเอาลูกเลี้ยงมาเสนอขายเป็นแน่
“มีอะไร ผมให้เวลาคุณห้านาทีในการพูดธุระ”
เมื่อเห็นว่าเวลามีจำกัด วิจิตราจึงเข้าเรื่องโดยไม่อ้อมค้อม “ฉันมีเรื่องมาเสนอให้คุณ”
วิจิตรายื่นโทรศัพท์ที่เปิดหน้าจอโชว์รูปของหญิงสาวคนหนึ่ง ดนย์มองผ่านๆ ก็จำได้ทันทีว่าเป็นเด็กสาวที่ตนให้คำนิยามสั้นๆ ว่าใจแตกที่เขาเจอเมื่อบ่ายวันนี้
“เด็กคนนี้เป็นลูกเลี้ยงของฉันเอง พึ่งจบมัธยมปลาย ฉันกับพ่อของยัยม่อนไม่มีปัญญาที่จะส่งเสียเลี้ยงดูมันต่อ ถ้าคุณจะกรุณาเด็กมัน ฉันอยากจะขอร้องให้คุณช่วยอุปการะลูกเลี้ยงของฉัน”
ดนย์มองหน้าหญิงวัยกลางคนที่มาเสนอขาย ‘เนื้อสด’ ให้เขาถึงบริษัท “แล้วลูกเลี้ยงของคุณยอมเหรอ ดูๆ แล้วเขาน่าจะเด็กกว่าผมหลายปีเลยนะ”
“หนูม่อนไม่ทิ้งพี่ดนย์ไปไหนหรอกค่ะ หนูม่อนกับลูกจะเป็นกำลังใจให้พี่ดนย์เองนะคะ”“หนูม่อนไม่โกรธพี่แล้วเหรอ”“ตอนแรกก็โกรธ แต่หายนานแล้ว หลังๆ มานี่แค่อยากเอาคืน”“ยัยตัวแสบ” คนที่บอกว่าตัวเองป่วยหนักกำลังจะตายกระโดดลงจากเตียง ก่อนที่จะช้อนร่างหญิงสาวขึ้นมาอุ้ม ดนย์ดูแข็งแรงจนหญิงสาวเอะใจ“พี่ดนย์! หลอกหนูม่อนเหรอคะ”“เปล่าซะหน่อย พี่ป่วยจริง เป็นโรคกลัวเมียกับลูกทิ้ง แต่ตอนนี้พี่หายแล้วครับ”“พี่ดนย์รักหนูม่อนไหมคะ”“รักมาก รักแบบที่ไม่เคยรักใครมาก่อน หนูม่อนกลับมาอยู่กับพี่นะ พี่สัญญาชั่วชีวิตนี้จะมีแต่หนูม่อน เรามาสร้างครอบครัวด้วยกันนะครับ”“ค่ะ หนูม่อนขอโทษกับทุกสิ่งทุกอย่างนะคะ”“ครับ พี่ก็เหมือนกันนะ” ดนย์ก้มลงจูบที่กลางกระหม่อมของหญิงสาว ก่อนจะโอบกอดเธอไว้อย่างกลัวว่าเจ้าหล่อนจะหายไปไหนอีกมนสิชาเมื่อได้กลิ่นหอมๆ ของยาดมสมุนไพรก็ทำให้รู้สึกดีขึ้น หญิงสาวหันไปมองดนย์ที่กำลังจิ้มมะยมดองเข้าปากอย่างกับคนที่ตายอดตายอยากมาจากไหน เขากินชนิดที่ว่า กินได้ทั้งวันแบบไม่มีเบื่อ จนป้าหมอนกับมะลิแซวว่าเขาแพ้ท้องแทนเมีย“พี่ดนย์ไหวไหมคะ”ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะตอบ ป้าหมอนก็จูงแขนอวบป้อมของเด็ก
“ไม่หนูม่อน ครอบครัวเราจะมีทั้งพ่อและลูกพร้อมหน้าพร้อมตา ไม่ใช่พ่อไปทางแม่ไปทาง”“สมัยนี้มันไม่เหมือนแต่ก่อนแล้วนะคะ ไม่ต้องกลัวว่าลูกจะขาดความอบอุ่น”“แต่ตอนนี้พี่ต้องการความอบอุ่นจากหนูม่อนนะ สำหรับเรื่องที่ผ่านมาพี่ขอโทษ”มนสิชามองชายหนุ่มก่อนจะทอดถอนหายใจออกมาอย่างคร้านที่จะพูดกับเขา แต่พอเห็นสายตาละห้อยแล้วก็อดสงสารไม่ได้ อันที่จริงเธอหายโกรธเขาตั้งนานแล้วแหละ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเธอเองก็มีส่วนผิดไม่น้อย แต่แค่อยากจะลองแกล้งคนแก่เล่นเท่านั้นเอง“คุณมีผู้หญิงข้างกายตั้งเยอะ จะมาสนอะไรกับฉัน”“ไม่มีใครเหมือนหนูม่อน ตั้งแต่ที่หนูม่อนกลับมา ไม่ว่าพี่จะพยายามคบใครหรือนอนกับใคร พี่ก็ทำไม่ได้ เพราะหนูม่อนเหมือนผีที่ตามหลอกหลอนพี่ไปทุกที่”“คุณว่าฉันเป็นผีเหรอ!”“ไม่ๆ พี่แค่เปรียบเทียบ”“ไม่! มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลยนะ ฉันจะทำงาน”หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปมนสิชานึกแปลกใจแล้วก็อดหวิวๆ ในใจไม่ได้ เพราะเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาเธอไม่เจอกับดนย์เลย ทั้งที่ก่อนหน้านั้นตัวติดกับเธอชนิดที่เอาอะไรมาแซะก็ไม่ออก แต่ดูสิ! ไม่ทันไรก็หายหัวไปซะแล้ว“คุณม่อนคะ”“อ้าว สวัสดีค่ะคุณศจี”“คือ ท่านประธานให้พี่มาคอย
“ผลตรวจ ท้อง..”“ใช่ครับ หลานผมให้มาช่วยตามพ่อของเขากลับไปหาแม่หน่อยนะ”“ม่อนท้องเหรอคุณวัฒน์ นี่ผมกำลังจะมีลูกเหรอเนี่ย” ดนย์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะตรงปรี่เข้าไปกอดศิวัฒน์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม“คุณดนย์! ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ”“ขอโทษๆ ขอบคุณนะคุณศิวัฒน์”ดนย์ผละจากศิวัฒน์ก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องทันที ชายหนุ่มที่เหลือเพียงคนเดียวในห้องยิ้มตามหลังให้สามีและพ่อของลูกของผู้หญิงที่ตนหลงรักมาหลายปี ถึงแม้จะเสียใจแต่ก็มีความรู้สึกยินดีที่ม่อนของเขาจะสมหวังและมีความสุขกับคนอื่นเสียที“คุณม่อนล่ะ”วิศวกรในแผนกมองมาที่ท่านประธานของพวกเขาที่หอบแทบจะหายใจไม่ทัน จึงรีบตอบคำถามพลางชี้ไปที่หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวที่กำลังปาร์ตี้ผลไม้ดองกับเหล่าวิศวกรรุ่นลุงอยู่“นู่นครับ”“ม่อน..”มะยมดองที่กำลังจะเข้าปากถูกขัดลาภโดยดนย์ที่มาดึงส้อมไว้เสียก่อน คนที่ฮอร์โมนของคนท้องกำลังพลุ่งพล่านถึงกับหันมาตาเขียวใส่“อะไรของคุณเนี่ย”“เออ..ผลไม้ดองมันจะดีต่อหนูม่อนเหรอ”‘หนูม่อน’ มาแล้ว วิศวกรหลายคนที่กำลังจิ้มของดองและขนมเข้าปากถึงกับหยุดชะงัก“เรื่องของฉันน่า”“แต่ในท้องหนูม่อนลูกพี่นะ”เพล้ง!ลุงวิศวกรรุ่นอาวุโสรีบก
มนสิชาพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะปล่อยโฮออกมา ไม่ใช่เพราะเสียใจที่มีเขา แต่เพราะยังสับสนเรื่องราวของชีวิตตัวเองที่ทุกอย่างดูจะเกิดรวดเร็วไปหมด“ไม่เป็นไรนะไม่เป็นไร แล้วม่อนจะบอกเขาไหม”“ไม่วัฒน์ บอกไปมีแต่จะทำให้เขาคิดว่าม่อนปล่อยท้องเพื่อจะจับเขา เขาเกลียดม่อน คุณดนย์กลับเข้ามาในชีวิตม่อนเพื่อแก้แค้นเรื่องเมื่อสี่ปีก่อน”ศิวัฒน์ได้แต่ฟังแล้วก็พยักหน้า ตอนนี้มนสิชาปักใจเชื่อไปแล้วว่าดนย์เกลียดเธอ ถึงแม้การกระทำที่เขาแสดงออกมาจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่สายตาที่เขามองมนสิชาเมื่อตอนกลางวัน มันไม่ใช่เลย..มันเป็นสายตาที่ทั้งรักทั้งหวงและ.. ห่วง“ท่านประธานเรียกฉันมาพบมีอะไรเหรอคะ”“เป็นยังไงบ้าง”ก้อนสะอึกแล่นมาจุกอยู่ลำคอ มนสิชาพยายามปรับน้ำเสียงให้ปกติที่สุดก่อนจะปั้นน้ำเป็นตัวพูดโกหกเขาออกไป “พักผ่อนน้อยน่ะค่ะ”“อืม..แค่นี้แหละ คุณกลับไปทำงานเถอะ”มนสิชาหมุนตัวแล้วเดินออกจากห้องของเขาทันที เจ้าหล่อนไม่อยากจะคิดว่าดนย์ห่วงใยเพราะรังแต่จะทำให้ตัวเองเจ็บเปล่าๆ“คุณม่อนจะลาออกไปแต่งงานกับคุณศิวัฒน์หรือเปล่าคะเนี่ย” ฝ่ายบุคคลที่รับหนังสือลาออกจากหญิงสาว ก่อนจะเอ่ยแซวเพราะนึกว่ามนสิชาคบหาดูใจอยู่กับศิวั
คำพูดคำจาถากถางที่พ่นออกมาจากปากของคนที่เธอยอมวางหัวใจไว้ในมือของเขา ตอนนี้เหมือนมีดผ่าตัดที่กำลังผ่าหัวใจเธอออกมาแล้วเหยียบมันเล่น น้ำตาที่ตั้งใจว่าจะไม่ให้มันไหล แต่ก็สุดความสามารถของเธอที่จะกลั้นไว้จริงๆ“คุณควรถามตัวเองมากกว่านะ ฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่คุณทำมาทั้งหมดคุณต้องการอะไร แต่ถ้าคุณต้องการแก้แค้น ฉันบอกได้เลยว่าคุณทำสำเร็จแล้ว ฉันเจ็บ! ทั้งตัว ทั้งหัวใจ”มือที่บีบอยู่ที่หัวไหล่มนทั้งสองข้างของหญิงสาว บัดนี้ตกกลับมาอยู่ข้างลำตัว ไม่ใช่ว่าที่ทำแบบนี้เขาไม่เจ็บ เขาเองก็ไม่ต่างจากเธอ เจ็บที่ต้องเห็นน้ำตา เห็นแววตาตัดพ้อ แววต่อว่าและแววเกลียดชังที่เธอมองมายังเขา“อย่ามายุ่งกับฉันอีก!”“แต่ฉันเป็นผัวเธอทำไมจะยุ่งไม่ได้ แล้วฉันห้ามเลยนะ ห้ามพาผู้ชายคนไหนขึ้นมาบนห้องนี้อีก!”“สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น ฉันถือว่าให้ทานหมามันกิน ออกไป!”“ไม่! ทำไมฉันจะอยู่ที่ไม่ได้ ไอ้ศิวัฒน์มันยังอยู่ยังมาที่นี่ได้เลย”ดนย์คาดไม่ถึงกับการกระทำของมนสิชา เจ้าหล่อนนั่งคุกเข่าแล้วก้มลงกราบเขาทั้งน้ำตา“ขอร้อง ฉันขอร้อง หัวใจดวงนี้มันเจ็บจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้วคุณดนย์ ฮือๆ”ใจอยากจะเข้าไปกอดไปปลอบ แต่สมองกลับสั
อ้อ! คำพูดของพนักงานกอปรกับข่าวที่ลงเด่นหราอยู่ในเพจเมาส์ดาราเซเลบของเมืองไทย บอกว่าตอนนี้เขากำลังคั่วอยู่กับ ‘ซินดี้’ ดาราลูกครึ่งคนนั้น แล้วจะมาสนใจอะไรกับเธอแม้ว่าจะเตรียมมาพร้อมแล้วสำหรับการประชุมที่ต้องเจอหน้าดนย์ในวันนี้ แต่ทว่าเมื่อใกล้ถึงเวลาจริงๆ เธอกลับรู้สึกว่าความพร้อมที่มีเกือบเต็มร้อยเมื่อกี้ดิ่งลงมาจนเกือบจะเป็นศูนย์ ประตูที่เปิดออกพร้อมกับร่างสูงที่เดินนำหน้าเลขาฯ เข้ามาทำให้หัวใจของมนสิชาเต้นไม่เป็นส่ำ เธอพยายามไม่สบตาหรือมองหน้าเขา แต่กระนั้นก็อดไม่ได้อยู่ดีที่จะเผลอหันไปมองบ้าง“วันนี้หัวข้อในการประชุมคือการก่อสร้างโครงการห้างสรรพสินค้าของท่านเจ้าสัววิสัย ซึ่งเป็นเมกะโปรเจกต์ แล้ววันนี้รองประธานของห้างฯ จะเข้าร่วมประชุมด้วย”สิ้นเสียงของดนย์ประตูไม้บานใหญ่ก็เปิดออก แล้วคนที่เดินเข้ามาก็ทำให้ทั้งดนย์และมนสิชาตกใจไม่แพ้กัน“วัฒน์!”ศิวัฒน์กวาดตามองไปรอบๆ ห้องประชุมก่อนจะมาสะดุดเข้ากับเจ้าของใบหน้าที่คุ้นเคย“เชิญทางนี้ค่ะคุณศิวัฒน์”ศจีที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยจึงปฏิบัติไปตามหน้าที่ของตน หารู้ไหมว่าตอนนี้อุณหภูมิในใจของผู้เป็นนายอย่างดนย์กำลังพุ่งสูงขึ้นจนสามารถทำให
“ม่อนเป็นผู้หญิงของกู”“เหอะ! ของแบบนี้มันผลัดกันชมได้โว้ย”จบประโยคร่างที่ยืนโงนเงนเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์และอะไรหลายๆ อย่างก็ร่วงลงไปนอนกองกับพื้นอีกครั้ง ก่อนที่เสียงปืนจะดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว แล้วตามมาด้วยเสียงร้องโอดครวญของคนที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคือปองภพ“มึงจำเอาไว้นะ ม่อนเป็นผู้หญิงของกู ถ้ามึง
“พวกแกเฝ้าผู้หญิงที่ฉันส่งรูปให้ไว้ให้ดีนะ ถ้าเธอเป็นอะไรพวกแกรู้ใช่ไหมว่าจะเจอกับอะไร” หลังจากที่ต่อสายสั่งลูกน้องที่ให้ตามมาช่วยดูแลมนสิชาบนเกาะเสร็จ เพราะว่าเขาคงจะมาไม่ได้ทุกวัน ชายหนุ่มก็เดินชมโรงแรมที่ตอนนี้ถึงแม้จะไม่ใช่คู่แข่งรายใหญ่แต่ในอนาคตก็ไม่แน่ไม่นอนเสียงเคาะประตูที่ดังอยู่หน้าห้องท
ดนย์เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปากถาม ‘เขามาจีบหรือเปล่า’‘เปล่าซะหน่อย’‘อืม.. งั้นคุณไปทำงานต่อเถอะ ผมไม่กวนแล้ว เย็นๆ จะโทรหาใหม่นะ’ตั้งแต่ที่ (เหมือนจะ) ปรับความเข้าใจกันที่วัดในวันนั้น ดนย์ก็คอยเข้ามาวนเวียนในชีวิตของเธอ ทั้งยังแสดงท่าทีหวงและก็ห่วงอีกด้วย หญิงสาวพยายามแล้วที่จะไม่หวั่นไหวไปกั
มนสิชาหันไปมองผู้ชายข้างกายที่หันมามองเจ้าหล่อนพอดี ทำให้ตาสองคู่ประสานกัน ดวงตาคมที่แต่ก่อนทอแววอบอุ่นและอาทรหล่อนเสมอ แม้ว่าตอนนี้มันจะไม่ได้เหมือนเดิมแต่ก็ยังดีกว่าแววตาเกลียดชังที่หล่อนเห็นที่ผับวันนั้น “ค่ะ” เธอตอบสั้นๆ ก่อนจะตัดสินใจพูดอะไรบางอย่างออกมา “คุณดนย์เออคือ..เรื่องเมื่อสี่ปีก่อนฉัน







