LOGIN
ณ...บ้านเปรมอนันต์ฤา
“ยัยหนูแต่งตัวเสร็จหรือยังลูก เดี๋ยวจะไม่ทันไปรับพี่เขานะลูก” เพียงตะวันสาวน้อยวัย ยี่สิบเอ็ดปี รีบเร่งวิ่งลงมาจากชั้นบนของบ้านหลังใหญ่ วันนี้เธอสวมเดรสสีชมพูอ่อน ช่างดูขับกับผิวขาวอมชมพูของเธอ ดูงดงามสมส่วนไปทั้งร่าง สวยสะดุดตาแก่ผู้พบเห็นยิ่งนัก แพทชยามองบุตรสาวตัวน้อยด้วยความชื่นชม
“ตะวันพร้อมแล้วค่ะคุณแม่ขา” สาวน้อยหน้าแฉล้มส่งยิ้มหวานให้มารดา และเดินเข้าไปสวมกอดอย่างออดอ้อน ราวกับเด็กหญิงตัวเล็กๆ เมื่อสิบก่อน
“ไปกันเถอะแพท เดี๋ยวรถจะติดเสียก่อน” ธีระวัฒน์ตะโกนเรียกภรรยากับบุตรสาวให้รีบขึ้นรถ
“ค่ะพี่ธี ไปเถอะยัยหนู” แพทชยาจูงมือบุตรสาวคนสวยขึ้นรถเบนซ์คันหรู รถจึงค่อยๆ เคลื่อนออกจากบ้านหลังใหญ่ มุ่งตรงไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อไปสมทบกับครอบครัวอัครภาค
ต้อนรับการกลับมาของอนาคิน อัครภาค บุตรชายคนเดียวของกานต์ธิดาและภาคี สิบสี่ปีเต็ม ที่ชายหนุ่มจากบ้านเกิด ไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ จนจบปริญญาเอก เขาได้ขออนุญาตบิดาสะสมประสบการณ์ ในเชิงธุรกิจ ที่ต่างประเทศต่อ เมื่อประสบผลสำเร็จเมื่อไหร่ เขาถึงยอมเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อรับช่วงดูแลธุรกิจต่อจากบิดา และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ชายหนุ่มรอให้เพียงตะวันเติบโตพอที่จะใช้ชีวิตร่วมกับเขาได้ ถ้าเขาขืนอยู่ใกล้ๆ เธอ กลัวจะห้ามใจตัวเองไม่ไหว เพราะน้องน้อยของเขาทั้งน่ารัก น่าทะนุถนอมเหลือเกิน จนเขาอยากรักแทบขาดใจ
“ธิดาเครื่องตาคินลงจอดกี่โมงล่ะ” แพทชยาหันไปถามเพื่อนรัก ที่ได้แต่จ้องมอง ช่องทางเดินของผู้โดยสารขาเข้า แทบจะไม่สนใจคนรอบๆ ข้างเลยด้วยซ้ำ
“สิบเอ็ดโมงครับคุณแพท ตอนนี้ธิดาเขาคงไม่สนใจใครมากกว่าลูกชายตัวดีเขาหรอกครับ” ภาคีอดแซวภรรยาสุดที่รักไม่ได้ แต่ใบหน้าของชายสูงวัยกลับมีรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุข รู้สึกปลาบปลื้มในความสำเร็จของบุตรชายที่เขาเลี้ยงมากับมือตั้งแต่แบเบาะ
“ก็ธิดาตื่นเต้นที่ได้เจอลูกนี่คะ หรือว่าพี่คีย์ไม่ดีใจที่ลูกของเรากลับมา” กานต์ธิดาสะบัดค้อนใส่สามีของเธอ คนกำลังอารมณ์ดีๆ อยู่ ชอบมาแหย่ทำให้เธออารมณ์เสียเป็นประจำ
“ดีใจสิครับ ลูกพี่ทั้งคน และเขาก็เป็นความภูมิใจของพี่เหมือนกัน” เมื่อเห็นภรรยากำลังชักสีหน้าไม่พอใจใส่ ภาคียิ้มเจื่อนๆ เข้าไปโอบไหล่เธออย่างเอาใจ
“หนูตะวันล่ะลูก ตื่นเต้นหรือเปล่าจ๊ะ” กานต์ธิดาหันไปให้ความสนใจ ว่าที่ลูกสะใภ้ในอนาคต ที่เธอได้จับจองตัว ไว้ให้บุตรชายสุดที่รักของเธอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะมีใครคว้าตัดหน้าไปเสียก่อน
“ตื่นเต้นค่ะคุณป้า” หญิงสาวหันมายิ้มหวานจนตาหยี พร้อมตอบกลับเสียงใส รอยยิ้มยังคงกระจ่างไปทั่วใบหน้าเรียวสวย เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข การรอคอยที่แสนทรมานของเธอใกล้สิ้นสุดลง อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
“เรียกแม่สิจ๊ะ หนูตะวันนี่ แม่สอนกี่ครั้งก็ไม่รู้จักจำ น่าตีจริงๆ เชียวเด็กคนนี้” กานต์ธิดาอดที่จะตำหนิสาวน้อยตรงหน้าเธอไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไร น้ำเสียงแฝงด้วยความเอ็นดูเสียมากกว่า
“ค่ะคุณแม่” สองสาวต่างวัยกุมมือกัน จ้องมองช่องทางเดินของผู้โดยสารขาเข้าอย่างไม่ละสายตา
“นั่นตาคินใช่หรือเปล่าธิดา” แพทชยาชี้ไปที่ช่องทางเดินของผู้โดยสารขาเข้าด้วยความตื่นเต้นไม่แพ้กัน เพราะเธอก็รักและเอ็นดูอนาคินเหมือนลูกคนหนึ่ง
การปรากฏตัวของอนาคิน เรียกความสนใจจากกลุ่มบรรดาสาวๆ ที่ยืนบริเวณนั้น ได้เป็นอย่างดี แต่ในสายตาของเขา ไม่มีไว้มองใคร แม้แต่สาวสวยที่กำลังเดินข้างกายเขาอยู่ตอนนี้ก็ตาม
“ตาคินลูกแม่” อนาคินโผเข้ากอดมารดาไว้แน่น และหอมแก้มทั้งสองข้างของท่าน ด้วยความคิดถึง เขากับมารดามีโอกาสเจอกันเพียงแค่ปีละครั้งเท่านั้น เพราะบิดาของเขามีงานรัดตัวตลอดเวลา จนแทบไม่มีเวลาว่าง พามารดาบินมาหาเขาที่อังกฤษ เคยมีครั้งหนึ่งที่มารดาขอเดินทางมาเพียงลำพัง แต่บิดากลับยืนกรานปฏิเสธเสียงแข็งไม่ยอมท่าเดียว เหตุผลง่ายๆ ที่เขาได้ยินมาตั้งแต่เล็กจนโต นั้นคือขาดมารดาไม่ได้ จนเขากับมารดาต้องยอมจำนนต่อเหตุผล
และตัวเขาเองก็ใช่ว่าจะมีเวลาว่างบินกลับเมืองไทย เพราะต้องเอาเวลาทั้งหมดไปทุ่มเทศึกษางาน หวังจะกลับไปพัฒนาบริษัท สามารถนำพาบริษัทให้ทัดเทียมกับประเทศมหาอำนาจได้ เพื่อจะได้เปิดสาขาใหม่ที่ต่างประเทศ ให้เป็นที่ยอมรับของชาวต่างชาติ
ชายหนุ่มเริ่มต้นทำงานตั้งแต่พนักงานระดับล่างสุด จนก้าวมาสู่ระดับผู้บริหาร จนได้ตำแหน่งหนุ่มนักธุรกิจไฟแรงมาครอบครองเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
“พอแล้วตาคิน แกกอดเมียพ่อนานไปแล้ว” ภาคีเดินเข้าไปแทรกตรงกลางสองแม่ลูกที่กำลังแสดงความรักต่อกัน และหันไปสวมกอดบุตรชายบ้าง ด้วยความคิดถึง และตบลงบนบ่าของบุตรชายเบาๆ ก่อนขยับร่างถอยออกมาให้คนอื่นเข้ามาทักทายบ้าง
อนาคินหันไปทักทายทุกคนด้วยความคิดถึง และสะกดสายตาไว้ที่น้องน้อยเพียงตะวันแต่เพียงผู้เดียว อยากจะเข้าไปกอดร่างเล็กแทบขาดใจ แต่รู้สึกเกรงใจ บิดามารดาของหญิงสาวที่กำลังยืนจ้องมองอยู่
“นายรีบไปเถอะ ฉันกลับเองได้ เดี๋ยวไปช้านายกับคู่ขาของนายจะลงแดงตายไปเสียก่อน” ปริมพิตาอดที่จะพูดประชดทั้งคู่ไม่ได้ เสียงบีบแตรรถจากด้านหลัง ดังเข้ามาแทรก ก่อนที่ชายหนุ่มจะโต้แย้งอะไรขึ้นมา และเข้ามาจอดต่อท้ายรถของธนพลพอดี“จะกลับแล้วหรือครับคุณปริม” เควินรีบเดินลงจากรถ และเดินตรงเข้ามาถามหญิงสาวอย่างรีบร้อน หลังจากขับรถไปส่งแอนนิต้าที่บ้านเรียบร้อยแล้ว เขาก็รีบขับรถกลับมาที่บ้านอนาคินอีกครั้ง หวังว่าปริมพิตาจะยังไม่กลับไปเสียก่อน และก็เป็นความโชคดีของเขา ที่หญิงสาวยังไม่กลับ“ใช่ค่ะ ปริมรอแท็กซี่อยู่ได้สักพักแล้วค่ะ แต่ก็ไม่เห็นมีรถสักคัน หมู่บ้านเศรษฐีก็คงหารถแท็กซี่ยากสักหน่อย” หญิงสาวอดที่จะบ่นตามนิสัยตัวเองไม่ได้“งั้นเดี๋ยวผมไปส่งที่บ้านดีกว่าครับ” เควินไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป กว่าเขาจะเจอคนถูกใจ เมื่อโอกาสมาถึงก็ต้องรีบคว้าไว้ก่อน“คงไม่รบกวนคุณเควินหรอกครับ เดี๋ยวผมไปส่งปริมที่บ้านเขาเองครับ” ธนพลพูดจบพร้อมเดินเข้าไปโอบไหล่หญิงสาว แสดงความเป็นเจ้าของทันที“นายรีบไม่ใช่เหรอโจ
“เพียงตะวัน” ชายหนุ่มเน้นเรียกคู่หมั้นสาวเสียงเข้ม รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก ที่เห็นเธอให้ความสนิทสนมผู้ชายอื่น แบบถึงเนื้อถึงตัว ถึงแม้จะเป็นเพื่อนรักที่คบมานาน อย่างเควินก็ตาม ใครก็ห้ามแตะ แววตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความโกรธและหึงหวงผสมปนเปกันไปหมด“น้องตะวันหน้าซีดๆ เหมือนจะเป็นลม ฉันก็เลยเข้าไปประคองไว้เท่านั้น แกควรสนใจคู่หมั้นให้มากกว่านี้สิ” เควินอดที่จะตำหนิเพื่อนรักไม่ได้ และปรายตามองแอนนิต้าอดีตคู่ควงของอนาคินอย่างไม่ชอบใจยิ่งนัก“พี่ขอโทษนะครับตะวัน ที่ปล่อยให้ตะวันอยู่คนเดียวที่ห้อง แอนนี่เขาไม่รู้จักใครที่นี่ พี่ก็เลยต้องมาดูแลเทกแคร์เขา” อนาคินรีบอธิบายให้น้องน้อยเข้าใจทันที พร้อมกับลูบไล้ใบหน้าหญิงสาวอย่างอ่อนโยน เพราะกลัวเธอจะคิดมากและเก็บไปน้อยใจเพียงลำพัง“ตะวันเข้าใจค่ะ” หญิงสาวกล่าวเสียงแผ่ว แต่ก็อดน้อยใจเขาไม่ได้ และรีบเบือนหน้าหนี เพราะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ไม่อยากให้ใครมองเธอด้วยสายตาที่สมเพช“งานหมั้นใกล้เลิกแล้วไม่ใช่เหรอ แขกผู้ใหญ่เขาก็กลับกันไปหมดแล้ว เดี๋ยวทางนี้ฉันจัดการเอง” แอนนิต้าตวัดสายตามองเควินด้วยความไม่พอใจ ที่เขาเข้ามาข
ปริมพิตาเดินตามหาเพื่อนรักจนทั่วงานแล้วไม่เจอ หญิงสาวจึงถอยหลังกลับมาทางเดิม จนไม่ทันได้ระวัง ไปชนกับร่างสูงใหญ่ราวกับตึกของใครเข้าอย่างจัง จนเกือบถลาล้มลง แต่ลำแขนแกร่งเกี่ยวเอวบางไว้ทันท่วงที“อุ้ย! ปริมขอโทษค่ะ” หญิงสาวรีบยกมือไหว้ ขอโทษขอโพยทันที จนเป็นที่น่าเอ็นดูสำหรับชายหนุ่มแปลกหน้า“ไม่เป็นไรหรอกครับ แล้วคุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ” หญิงสาวเพียงแต่ส่ายหน้าปฏิเสธ ยิ้มแหยๆ ให้หนุ่มหล่อราวกับเทพบุตรตรงหน้า“ผมว่าเราไปนั่งที่ศาลาดีกว่าครับ จะได้ดูว่าคุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”“เอ่อ...คือว่าฉันไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ ค่ะ” ปริมพิตารู้สึกกลัวชายหนุ่มแปลกหน้าจับใจ จึงเริ่มมองหาธนพลไปรอบๆ งาน หวังให้เขามาช่วยเธอเหมือนเคย แต่ความหวังต้องพังสลายลง เมื่อเห็นเขากำลังหัวร่อต่อกระซิกกับสาวสวยคนหนึ่งในงานอย่างสนิทสนม“ค่ะ” หญิงสาวจำต้องเดินตามชายหนุ่มรูปงามไปที่ศาลานั่งเล่น ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เธอยืนอยู่สักเท่าไหร่ มีแขกในงานเดินผ่านไปผ่านมา เขาคงไม่มีอะไร น่ากลัวอย่างที่เธอคิด เพราะท่าทางเขาก็ดูดี คงไม่ใช่พวกหื่นกามเหมือนใครบางคนหรอก หญิงสาวมิวายแอบประชดคู่อริอย
ข่าวทอล์คออฟเดอะทาวน์เมื่อสองทายาทนักธุรกิจชื่อดัง เข้าพิธีหมั้นหมายกันแบบสายฟ้าแลบ ท่ามกลางความแปลกประหลาดใจของบรรดาเพื่อนฝูงและญาติสนิท โดยเฉพาะแอนนี่หรือแอนนิต้าอดีตคู่ควงของอนาคิน ครั้งแรกที่เธอได้เห็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ ทำให้เธอถึงกับช็อกไม่คาดคิดว่าสาวน้อยหน้าหวาน ที่ดูใสซื่อและไม่มีพิษสงอะไร จะมาเป็นคู่แข่งคนสำคัญ เธอคงประเมินสาวน้อยคนนี้ต่ำเกินไป และไม่คิดว่าอนาคินจะมีรสนิยมต่ำ ชื่นชอบผู้หญิงหน้าตาจืดชืดแบบนี้ ไม่เห็นจะมีอะไรเทียบเท่าเธอได้เลย นอกจากความร่ำรวยเท่านั้นเอง ก็แค่หมั้นหมายไม่ใช่งานแต่งงานสักหน่อย เธอไม่เห็นจะต้องแคร์ แต่ถึงอย่างไรเธอต้องยื้อแย่งเขากลับมาเป็นของเธอให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม เธอยอมทำได้ทั้งนั้น“แอนนี่ยินดีด้วยนะคะคิน” หญิงสาวฝืนยิ้ม เดินเข้าไปแสดงความยินดีกับชายหนุ่มด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆ หอมแก้มสากๆ ของชายหนุ่มหนึ่งฟอดใหญ่ อย่างไม่เกรงใจคู่หมั้นสาวและบรรดาญาติๆ ของชายหนุ่ม ที่ยืนอยู่บริเวณใกล้ๆ เลย เธอยิ้มเยาะที่มุมปากด้วยความสะใจ เมื่อเห็นศัตรูหัวใจ ยืนหน้าซีดอยู่ข้างๆ“ขอบคุณครับแอนนี่” คงเป็นเพราะความเคยชิ
“ฉันไม่มีวันเสียใจ ในสิ่งที่ฉันทำลงไปหรอก คุณอย่ายุ่งทางโลกดีกว่า คุณควรสนใจสวดมนต์ไหว้พระของคุณไปเถอะ เรื่องนี้ฉันจัดการเอง” คุณปู่ส่ายหน้ากับความเจ้ากี้เจ้าการของคู่ชีวิต ตั้งแต่รุ่นลูกจนถึงรุ่นหลานอนาคินยังแสดงอาการมึนตึงต่อเพียงตะวันยังไม่จางหาย จนถึงวันเดินทางกลับ ตลอดระยะเวลาที่นั่งรถมาด้วยกัน เขาไม่เอื้อนเอ่ยอะไรออกมา นอกจากความเงียบ และเสียงเครื่องปรับอากาศภายในรถเท่านั้น เพียงตะวันได้แต่แอบน้อยใจอยู่เงียบๆ คิดว่าเขาคงไม่เต็มใจในการหมั้นหมายในครั้งนี้ เขาคงกลัวผู้หญิงที่เขารักเข้าใจผิด และเสียใจสินะ“เอ่อ...พี่คินคะเรื่องหมั้นของเรา” เพียงตะวันทำลายความเงียบ หวังให้ชายหนุ่มจะหันมาพูดคุยกับเธอบ้าง เธอไม่อยากให้ชายหนุ่มแสดงท่าทีที่เย็นชาแบบนี้ ทำให้เจ็บไปทั่วหัวใจ“คิดอยากจะยกเลิกงานหมั้นอีกหรือไง” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหยันๆ ราวกับประชด แต่สีหน้ากลับเรียบเฉยจนเธออ่านใจเขาไม่ออก“ตะวันไม่ได้ความหมายอย่างนั้นค่ะ” หญิงสาวรีบปฏิเสธทันที กลัวชายหนุ่มจะเข้าใจในตัวเธอผิด เสียงโทรศัพท์มือถือชายหนุ่มดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน ทำให้ทั้งสองหยุดสนทนากันชั่วขณะ“ครับแอนนี่ ได้ผมจะรีบไปรับเดี๋
“ย่าไปสืบมาแล้ว ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนไม่ดี เขามีสามีอยู่แล้ว แต่ยังมายุ่งกับตาคินไม่ยอมปล่อย ให้ความหวังลมๆ แล้งๆ” คุณย่าส่งซิกให้คุณปู่ออกไปก่อน ท่านอยากคุยกับเด็กสาวเพียงลำพัง“จริงหรือคะ ทำไมคุณย่าถึงไม่บอกพี่คินไปตามตรงคะ” หญิงสาวรู้สึกสงสารชายหนุ่มจับขั้วหัวใจ“คนหัวดื้อแบบนั้น บอกก็ไม่ยอมเชื่อลูก คนกำลังหลงน่ะหนูตะวัน หนูตะวันต้องช่วยย่านะลูก” เพียงตะวันไม่รู้จะช่วยอย่างไรดี สับสนไปหมด ทำไมคนฉลาดอย่างอนาคิน ถึงถูกผู้หญิงหลอกได้ก็ไม่รู้“ว่ายังไงลูก ช่วยย่าหน่อยได้มั้ย” นัยน์ดวงตาคู่สวยมีความลังเลอยู่มากพอสมควร กำลังคิดหนัก เพราะนั่นหมายถึงอนาคตเธอด้วย“ตะวันขอไปปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ก่อนได้หรือเปล่าคะ” เพราะการหมั้นหมายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเธอและครอบครัว ที่กังวลที่สุดคือ กลัวอนาคินจะเกลียดชังในตัวเธอ แบบนั้นเธอคงทนไม่ได้ แต่ที่แน่ๆ เขาต้องปฏิเสธการหมั้นหมายครั้งนี้อย่างแน่นอน เหมือนครั้งหนึ่ง ที่เขาเคยปฏิเสธมาแล้ว“อย่านะหนูตะวัน เรื่องนี้ย่าไม่อยากให้ใครรับรู้ ย่าอายเขาเหลือเกิน ที่มีหลานกับเขาคนหนึ่ง กลับโง่ไปหลงรักผู้หญิงที่มีสามีแล้ว ย่าอยากจะตายให้มันรู้แล้วรู้รอดไป อยู่ไปก็อายชา







