تسجيل الدخولปริมพิตาเดินตามหาเพื่อนรักจนทั่วงานแล้วไม่เจอ หญิงสาวจึงถอยหลังกลับมาทางเดิม จนไม่ทันได้ระวัง ไปช
“นายรีบไปเถอะ ฉันกลับเองได้ เดี๋ยวไปช้านายกับคู่ขาของนายจะลงแดงตายไปเสียก่อน” ปริมพิตาอดที่จะพูดประชดทั้งคู่ไม่ได้ เสียงบีบแตรรถจากด้านหลัง ดังเข้ามาแทรก ก่อนที่ชายหนุ่มจะโต้แย้งอะไรขึ้นมา และเข้ามาจอดต่อท้ายรถของธนพลพอดี“จะกลับแล้วหรือครับคุณปริม” เควินรีบเดินลงจากรถ และเดินตรงเข้ามาถามหญิงสาวอย่างรีบร้อน หลังจากขับรถไปส่งแอนนิต้าที่บ้านเรียบร้อยแล้ว เขาก็รีบขับรถกลับมาที่บ้านอนาคินอีกครั้ง หวังว่าปริมพิตาจะยังไม่กลับไปเสียก่อน และก็เป็นความโชคดีของเขา ที่หญิงสาวยังไม่กลับ“ใช่ค่ะ ปริมรอแท็กซี่อยู่ได้สักพักแล้วค่ะ แต่ก็ไม่เห็นมีรถสักคัน หมู่บ้านเศรษฐีก็คงหารถแท็กซี่ยากสักหน่อย” หญิงสาวอดที่จะบ่นตามนิสัยตัวเองไม่ได้“งั้นเดี๋ยวผมไปส่งที่บ้านดีกว่าครับ” เควินไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป กว่าเขาจะเจอคนถูกใจ เมื่อโอกาสมาถึงก็ต้องรีบคว้าไว้ก่อน“คงไม่รบกวนคุณเควินหรอกครับ เดี๋ยวผมไปส่งปริมที่บ้านเขาเองครับ” ธนพลพูดจบพร้อมเดินเข้าไปโอบไหล่หญิงสาว แสดงความเป็นเจ้าของทันที“นายรีบไม่ใช่เหรอโจ
“เพียงตะวัน” ชายหนุ่มเน้นเรียกคู่หมั้นสาวเสียงเข้ม รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก ที่เห็นเธอให้ความสนิทสนมผู้ชายอื่น แบบถึงเนื้อถึงตัว ถึงแม้จะเป็นเพื่อนรักที่คบมานาน อย่างเควินก็ตาม ใครก็ห้ามแตะ แววตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความโกรธและหึงหวงผสมปนเปกันไปหมด“น้องตะวันหน้าซีดๆ เหมือนจะเป็นลม ฉันก็เลยเข้าไปประคองไว้เท่านั้น แกควรสนใจคู่หมั้นให้มากกว่านี้สิ” เควินอดที่จะตำหนิเพื่อนรักไม่ได้ และปรายตามองแอนนิต้าอดีตคู่ควงของอนาคินอย่างไม่ชอบใจยิ่งนัก“พี่ขอโทษนะครับตะวัน ที่ปล่อยให้ตะวันอยู่คนเดียวที่ห้อง แอนนี่เขาไม่รู้จักใครที่นี่ พี่ก็เลยต้องมาดูแลเทกแคร์เขา” อนาคินรีบอธิบายให้น้องน้อยเข้าใจทันที พร้อมกับลูบไล้ใบหน้าหญิงสาวอย่างอ่อนโยน เพราะกลัวเธอจะคิดมากและเก็บไปน้อยใจเพียงลำพัง“ตะวันเข้าใจค่ะ” หญิงสาวกล่าวเสียงแผ่ว แต่ก็อดน้อยใจเขาไม่ได้ และรีบเบือนหน้าหนี เพราะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ไม่อยากให้ใครมองเธอด้วยสายตาที่สมเพช“งานหมั้นใกล้เลิกแล้วไม่ใช่เหรอ แขกผู้ใหญ่เขาก็กลับกันไปหมดแล้ว เดี๋ยวทางนี้ฉันจัดการเอง” แอนนิต้าตวัดสายตามองเควินด้วยความไม่พอใจ ที่เขาเข้ามาข
ปริมพิตาเดินตามหาเพื่อนรักจนทั่วงานแล้วไม่เจอ หญิงสาวจึงถอยหลังกลับมาทางเดิม จนไม่ทันได้ระวัง ไปชนกับร่างสูงใหญ่ราวกับตึกของใครเข้าอย่างจัง จนเกือบถลาล้มลง แต่ลำแขนแกร่งเกี่ยวเอวบางไว้ทันท่วงที“อุ้ย! ปริมขอโทษค่ะ” หญิงสาวรีบยกมือไหว้ ขอโทษขอโพยทันที จนเป็นที่น่าเอ็นดูสำหรับชายหนุ่มแปลกหน้า“ไม่เป็นไรหรอกครับ แล้วคุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ” หญิงสาวเพียงแต่ส่ายหน้าปฏิเสธ ยิ้มแหยๆ ให้หนุ่มหล่อราวกับเทพบุตรตรงหน้า“ผมว่าเราไปนั่งที่ศาลาดีกว่าครับ จะได้ดูว่าคุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”“เอ่อ...คือว่าฉันไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ ค่ะ” ปริมพิตารู้สึกกลัวชายหนุ่มแปลกหน้าจับใจ จึงเริ่มมองหาธนพลไปรอบๆ งาน หวังให้เขามาช่วยเธอเหมือนเคย แต่ความหวังต้องพังสลายลง เมื่อเห็นเขากำลังหัวร่อต่อกระซิกกับสาวสวยคนหนึ่งในงานอย่างสนิทสนม“ค่ะ” หญิงสาวจำต้องเดินตามชายหนุ่มรูปงามไปที่ศาลานั่งเล่น ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เธอยืนอยู่สักเท่าไหร่ มีแขกในงานเดินผ่านไปผ่านมา เขาคงไม่มีอะไร น่ากลัวอย่างที่เธอคิด เพราะท่าทางเขาก็ดูดี คงไม่ใช่พวกหื่นกามเหมือนใครบางคนหรอก หญิงสาวมิวายแอบประชดคู่อริอย
ข่าวทอล์คออฟเดอะทาวน์เมื่อสองทายาทนักธุรกิจชื่อดัง เข้าพิธีหมั้นหมายกันแบบสายฟ้าแลบ ท่ามกลางความแปลกประหลาดใจของบรรดาเพื่อนฝูงและญาติสนิท โดยเฉพาะแอนนี่หรือแอนนิต้าอดีตคู่ควงของอนาคิน ครั้งแรกที่เธอได้เห็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ ทำให้เธอถึงกับช็อกไม่คาดคิดว่าสาวน้อยหน้าหวาน ที่ดูใสซื่อและไม่มีพิษสงอะไร จะมาเป็นคู่แข่งคนสำคัญ เธอคงประเมินสาวน้อยคนนี้ต่ำเกินไป และไม่คิดว่าอนาคินจะมีรสนิยมต่ำ ชื่นชอบผู้หญิงหน้าตาจืดชืดแบบนี้ ไม่เห็นจะมีอะไรเทียบเท่าเธอได้เลย นอกจากความร่ำรวยเท่านั้นเอง ก็แค่หมั้นหมายไม่ใช่งานแต่งงานสักหน่อย เธอไม่เห็นจะต้องแคร์ แต่ถึงอย่างไรเธอต้องยื้อแย่งเขากลับมาเป็นของเธอให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม เธอยอมทำได้ทั้งนั้น“แอนนี่ยินดีด้วยนะคะคิน” หญิงสาวฝืนยิ้ม เดินเข้าไปแสดงความยินดีกับชายหนุ่มด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆ หอมแก้มสากๆ ของชายหนุ่มหนึ่งฟอดใหญ่ อย่างไม่เกรงใจคู่หมั้นสาวและบรรดาญาติๆ ของชายหนุ่ม ที่ยืนอยู่บริเวณใกล้ๆ เลย เธอยิ้มเยาะที่มุมปากด้วยความสะใจ เมื่อเห็นศัตรูหัวใจ ยืนหน้าซีดอยู่ข้างๆ“ขอบคุณครับแอนนี่” คงเป็นเพราะความเคยชิ
“ฉันไม่มีวันเสียใจ ในสิ่งที่ฉันทำลงไปหรอก คุณอย่ายุ่งทางโลกดีกว่า คุณควรสนใจสวดมนต์ไหว้พระของคุณไปเถอะ เรื่องนี้ฉันจัดการเอง” คุณปู่ส่ายหน้ากับความเจ้ากี้เจ้าการของคู่ชีวิต ตั้งแต่รุ่นลูกจนถึงรุ่นหลานอนาคินยังแสดงอาการมึนตึงต่อเพียงตะวันยังไม่จางหาย จนถึงวันเดินทางกลับ ตลอดระยะเวลาที่นั่งรถมาด้วยกัน เขาไม่เอื้อนเอ่ยอะไรออกมา นอกจากความเงียบ และเสียงเครื่องปรับอากาศภายในรถเท่านั้น เพียงตะวันได้แต่แอบน้อยใจอยู่เงียบๆ คิดว่าเขาคงไม่เต็มใจในการหมั้นหมายในครั้งนี้ เขาคงกลัวผู้หญิงที่เขารักเข้าใจผิด และเสียใจสินะ“เอ่อ...พี่คินคะเรื่องหมั้นของเรา” เพียงตะวันทำลายความเงียบ หวังให้ชายหนุ่มจะหันมาพูดคุยกับเธอบ้าง เธอไม่อยากให้ชายหนุ่มแสดงท่าทีที่เย็นชาแบบนี้ ทำให้เจ็บไปทั่วหัวใจ“คิดอยากจะยกเลิกงานหมั้นอีกหรือไง” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหยันๆ ราวกับประชด แต่สีหน้ากลับเรียบเฉยจนเธออ่านใจเขาไม่ออก“ตะวันไม่ได้ความหมายอย่างนั้นค่ะ” หญิงสาวรีบปฏิเสธทันที กลัวชายหนุ่มจะเข้าใจในตัวเธอผิด เสียงโทรศัพท์มือถือชายหนุ่มดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน ทำให้ทั้งสองหยุดสนทนากันชั่วขณะ“ครับแอนนี่ ได้ผมจะรีบไปรับเดี๋
“ย่าไปสืบมาแล้ว ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนไม่ดี เขามีสามีอยู่แล้ว แต่ยังมายุ่งกับตาคินไม่ยอมปล่อย ให้ความหวังลมๆ แล้งๆ” คุณย่าส่งซิกให้คุณปู่ออกไปก่อน ท่านอยากคุยกับเด็กสาวเพียงลำพัง“จริงหรือคะ ทำไมคุณย่าถึงไม่บอกพี่คินไปตามตรงคะ” หญิงสาวรู้สึกสงสารชายหนุ่มจับขั้วหัวใจ“คนหัวดื้อแบบนั้น บอกก็ไม่ยอมเชื่อลูก คนกำลังหลงน่ะหนูตะวัน หนูตะวันต้องช่วยย่านะลูก” เพียงตะวันไม่รู้จะช่วยอย่างไรดี สับสนไปหมด ทำไมคนฉลาดอย่างอนาคิน ถึงถูกผู้หญิงหลอกได้ก็ไม่รู้“ว่ายังไงลูก ช่วยย่าหน่อยได้มั้ย” นัยน์ดวงตาคู่สวยมีความลังเลอยู่มากพอสมควร กำลังคิดหนัก เพราะนั่นหมายถึงอนาคตเธอด้วย“ตะวันขอไปปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ก่อนได้หรือเปล่าคะ” เพราะการหมั้นหมายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเธอและครอบครัว ที่กังวลที่สุดคือ กลัวอนาคินจะเกลียดชังในตัวเธอ แบบนั้นเธอคงทนไม่ได้ แต่ที่แน่ๆ เขาต้องปฏิเสธการหมั้นหมายครั้งนี้อย่างแน่นอน เหมือนครั้งหนึ่ง ที่เขาเคยปฏิเสธมาแล้ว“อย่านะหนูตะวัน เรื่องนี้ย่าไม่อยากให้ใครรับรู้ ย่าอายเขาเหลือเกิน ที่มีหลานกับเขาคนหนึ่ง กลับโง่ไปหลงรักผู้หญิงที่มีสามีแล้ว ย่าอยากจะตายให้มันรู้แล้วรู้รอดไป อยู่ไปก็อายชา







