LOGINภูริดลตื่นตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเหมือนทุกวันด้วยความเคยชินทั้งที่เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบตีสามเข้าไปแล้ว ทว่าเช้านี้มีบางอย่างที่ต่างออกไป เขาไม่ได้นอนอยู่บนเตียงหลังใหญ่นี้เพียงลำพังเหมือนทุกวัน ทว่ามีหญิงสาวอีกคนที่ถูกยัดเยียดให้มาเป็น ‘เมีย’ ของเขานอนอยู่ด้วย
ฟ้าพราวนอนตะแคงหันหลังให้เขาอยู่ที่ขอบเตียงอีกด้าน ซึ่งเป็นท่าที่เธอนอนตั้งแต่เมื่อคืนนี้ ตอนที่เขาออกมาจากห้องน้ำ เธอไม่มองหน้าเขาเลย เขาเองก็หงุดหงิดเพราะอารมณ์ค้างจนไม่อยากสนใจเธอเหมือนกัน จึงต่างคนต่างนอนแล้วหลับไปเงียบๆ ทั้งคู่
หนุ่มชาวไร่เห็นไหล่เนียนที่โผล่พ้นผ้าห่มแล้วอดจินตนาการถึงร่างกายเปลือยเปล่าเต็มตึงที่บิดเร่าอยู่ใต้ร่างเขาเมื่อคืนนี้ไม่ได้ แค่คิด บางสิ่งที่หลับไหลก็เริ่มเหยียดขยาย
เขาขยับตัวเข้าไปแนบนาบเธอจากทางด้านหลังภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน วางมือลงบนเนินสะโพกกลมกลึงแล้วลูบไล้แผ่วเบา ก่อนจะเลื่อนไปวางบนหน้าท้องแบนราบแล้วออกแรงรั้งเบาๆ ให้ร่างบางขยับเข้ามาแนบชิดกันมากขึ้นแล้วบดเบียดความเป็นชายที่เริ่มเหยียดขยายเข้ากับบั้นท้ายนุ่มจากนั้นเลื่อนมือขึ้นมาเคล้นคลึงทรวงอกอวบ ในขณะเดียวกันริมฝีปากร้อนจัดก็ระบายจูบไปทั่วลาดไหล่เล็กและซอกคอ ทิ้งรอยคิสมาร์คประกาศความเป็นเจ้าของเรือนร่างหอมหวานนี้ไว้หลายรอย
“อื้อ” ฟ้าพราวครางเสียงแผ่วหวิวทั้งที่ยังหลับตาอยู่ ในความรู้สึกที่เลือนรางกึ่งฝันกึ่งตื่น เธอเพลิดเพลินกับสัมผัสอบอุ่นที่นัวเนียอยู่บนเรือนกายแต่ก็ยังอยากนอนต่อ “ที่รัก หญิงขอนอนต่ออีกนิดนะ อื้อ...อย่ากวนหญิงสิที่รัก” หญิงสาวบอกงึมงำพลางเอียงคอหนีหนวดเคราที่ปัดป่ายอยู่บนผิวเนื้อเปลือยเปล่าซึ่งก่อให้เกิดความจั๊กจี้ระคนวาบหวาม
คำว่า ‘ที่รัก’ ที่หลุดออกจากปากหญิงสาวที่ยังหลับตาพริ้มทำให้ภูริดลชะงักกึก กรามแกร่งบดเข้าหากันจนเป็นสันนูน เธอเป็นเมียเขา นอนอยู่บนเตียงของเขาแต่กลับละเมอถึงผู้ชายคนอื่น
เขาเกลียดที่สุดคือการคบชู้ การนอกใจ การไม่ซื่อสัตย์ ทำไมผู้หญิงทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเขาต้องเป็นแบบนี้ รวมถึงแม่แท้ๆ ที่ทิ้งรอยแผลลึกไว้ในใจของเขาด้วย
โลกเฮงซวย ทำไมไม่ให้เขาเจอผู้หญิงดีๆ บ้าง!
ฟ้าพราวตื่นขึ้นมาตอนสายมากแล้ว สิ่งแรกที่เธอมองหาคือ ‘สามีจอมเถื่อน’ เมื่อไม่เห็นเขาอยู่ในห้องก็โล่งอก ขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงแล้วหลับตาโคลงศีรษะไปมาเพราะรู้สึกปวดหัวตุบๆ ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากกอญักที่ถูกกรอกปากเมื่อคืนนี้
“ตื่นได้สักทีนะคุณหญิง”
หญิงสาวลืมตาขึ้นมาเมื่อเสียงห้าวดังขึ้นที่ข้างเตียง เธอเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขา เห็นว่าเขาจ้องมองมาที่บริเวณทรวงอกของเธอตาไม่กระพริบจึงก้มมองตัวเองแล้วกรีดร้องเสียงดังสนั่นพร้อมกับดึงผ้าห่มขึ้นมาพันร่างกายเปลือยเปล่าเอาไว้จนมิดถึงคอ
“กรี๊ด!!!”
“จะกรี๊ดทำไม เมื่อคืนนี้ผมเห็นหมดแล้ว จับ จูบ ลูบ คลำมาหมดแล้วด้วย” เขานั่งลงที่ขอบเตียง กระชากผ้าห่มออกจากร่างบาง แล้วก้มหน้าลงดูดกลืนทรวงอกข้างหนึ่งของเธออย่างหยาบคาย “อืม...นมค้างคืนก็ยังไม่บูดเนอะ ยังหวานอยู่เลย”
“ป่าเถื่อน! หยาบคาย!” ฟ้าพราวตวาดเสียงแหลมพร้อมกับตบหน้าเขาไปอย่างแรงสามครั้งติดกันอย่างเหลืออด เขาหยาบคาย และดูถูกเหยียดหยามเธอครั้งแล้วครั้งเล่าตั้งแต่เจอหน้ากันครั้งแรกจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ยอมหยุด “ทำไมต้องทำกับฉันแบบนี้ด้วย ถ้าเกลียดกันมากนักก็ไม่ต้องมายุ่งกับฉันสิ ไม่ต้องมาแตะต้องตัวฉัน ต่างคนต่างอยู่” ว่าแล้วน้ำตาก็ร่วงพรูด้วยความอัดอั้น
“ผมบอกแล้วไงว่าไม่ได้เสียเงินห้าสิบล้านเพื่อซื้อตัวคุณหญิงมาไว้ดูเล่น” หนุ่มชาวไร่ฟันกรอด ไม่คิดว่ามือเล็กๆ จะตบเจ็บขนาดนี้
“ตอนแรกฉันก็เตรียมใจมาแล้วว่าจะยอมเป็นของคุณให้คุ้มกับเงินที่คุณเสียให้ท่านพ่อ แต่ตอนนี้อย่าหวังเลยว่าจะได้แตะต้องตัวฉันอีก” พูดแล้วก็ยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากสองแก้มอย่างลวกๆ พยายามทำตัวให้เข้มแข็ง ถ้าจะต้องอยู่กับคนป่าเถื่อน เธอก็ต้องร้ายให้ได้มากกว่าเขา และที่สำคัญ เธอจะต้องเสียน้ำเตาเพราะเขาอีก
“เหอะ! ผู้หญิงที่ผ่านผู้ชายมาไม่รู้กี่คนต่อกี่คนอย่างคุณหญิง คิดว่าผมอยากแตะต้องนักหรือไง ผมก็แค่ไม่อยากขาดทุน”
ฟ้าพราวชะงักไปนิดหนึ่งอย่างอดสงสัยไม่ได้ อะไรที่ทำให้เขาคิดว่าเธอเคยผ่านผู้ชายมาแล้ว “งั้นฉันก็จะทำงานใช้แรงงานให้คุ้มกับเงินของคุณ ฉันจะยอมทำทุกอย่างตามคำสั่งคุณ ยกเว้นเรื่องเดียวคือ ฉันจะไม่นอนกับคุณเด็ดขาด”
“แค่ผมกระดิกนิ้ว ก็มีผู้หญิงพร้อมจะกระโดดขึ้นเตียงกับผมนับไม่ถ้วน ผมไม่จำเป็นต้องนอนกับผู้หญิงอย่างคุณหญิงหรอก”
“ผู้หญิงอย่างฉันมันเป็นยังไงไม่ทราบ” ราชนิกุลสาวปรี๊ดแตก คำพูดของเขาแต่ละคำช่างดูถูกเหยียดหยามกันเหลือเกิน
“ก็เป็นผู้หญิงที่นอนอยู่กับผัวแต่ละเมอหาผู้ชายคนอื่นไง”
“ฉันเนี่ยนะ ละเมอหาผู้ชาย...?”
ภูริดลแค่นยิ้มแล้วทำเสียงเล็กเสียงน้อยน่าหมั่นไส้ “ที่รักคะ อย่ากวนหญิงสิ หญิงจะนอน ที่รักคะ ที่รักขา”
“ที่รักเหรอ...?”
“มีหลายคนจนจำไม่ได้สินะว่าเรียกใครว่าที่รักบ้าง”
ฟ้าพราวกระตุกยิ้มที่มุมปากนิดหนึ่งเมื่อนึกได้ว่า ‘ที่รัก’ ที่เธอเรียกหาก็คือแมวพันธุ์สก็อตติชท์ที่เธอเลี้ยงไว้ ซึ่งเป็นแมวตัวโปรดที่จะต้องนอนด้วยกันบนเตียงทุกคืน และทุกเช้า เจ้าแมวอ้วนก็ชอบมาเลียหน้ารบกวนการนอนของเธออยู่เสมอ แต่เธอจะไม่แก้ไขความเข้าใจผิดของเขา ปล่อยให้เขาคิดว่าเธอมีคนอื่นก็ดีแล้ว เขาจะได้ไม่อยากแตะต้องตัวเธอ “คุณพูดเองนะว่าจะไม่นอนกับฉัน อย่ากลืนน้ำลายตัวเองก็แล้วกัน”
“คนอย่างผมพูดคำไหนคำนั้นอยู่แล้ว” หนุ่มชาวไร่บอกท่าทางขึงขัง “ลุกขึ้นไปอาบน้ำได้แล้ว เสร็จแล้วผมจะบอกว่าอยู่ที่นี่คุณหญิงต้องทำอะไรบ้าง”
ฟ้าพราวยิ้มร้ายที่มุมปากแล้วลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขาทั้งที่ร่างกายเปลือยเปล่า เมื่อคืนเขาเห็นหมดทั้งเนื้อทั้งตัวของเธอแล้ว ไม่มีอะไรต้องอายอีกแล้ว และจากเหตุการณ์เมื่อคืน ประกอบกับสายตาเร่าร้อนที่เขาจ้องมองเธออยู่ตอนนี้ก็ทำให้เธอแน่ใจว่าเขากระสันใคร่อยากในตัวเธอมาก ถ้าอยากมากนักเธอก็จะแกล้งให้กระอักเลือดตายไปเลย
“ฉันหวังว่าคนเถื่อนอย่างคุณจะรักษาคำพูดนะ” หญิงสาวยิ้มหวานใส่นัยน์ตาเขา แล้วหมุนตัวเดินทิ้งสะโพกเข้าไปในห้องน้ำด้วยลีลายั่วยวนสุดฤทธิ์
ภูริดลร้อนวูบวาบไปทั้งตัว ไม่อาจละสายตาไปจากเรือนร่างขาวอมชมพูได้เลย ผู้หญิงคนนี้มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเขามาก แค่อยู่ใกล้ก็อยากกลืนกินเข้าไปทั้งตัว ยิ่งเห็นเธออยู่ในสภาพเปลือยเปล่าแบบนี้ก็ยิ่งอยากฝังกายแนบแน่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเสียให้ได้
ฉับพลัน ชายหนุ่มก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาบอกว่าจะไม่ ‘นอน’ กับเธอ แต่ถ้า ‘ยืน’ ก็ไม่ได้ผิดคำพูดนี่
น้ำมณีดีใจมากที่เห็นภูริดลและฟ้าพราวพาลูกๆ มาหา และยิ่งเห็นกระเป๋าเสื้อผ้าของเด็กๆ ก็ยิ่งดีใจมากขึ้นไปอีก “เจ้าสองชาจะมาอยู่กับย่าใช่มั้ยลูก” คุณย่าถามหลานสาวทั้งสองด้วยรอยยิ้มยินดีเป็นอย่างยิ่ง “ใช่ค่ะ” ใบชาตอบ “คุณหญิงแม่ฟ้าอนุญาตให้ใบชากับน้องน้ำชาอยู่บ้านคุณย่าสามวันค่ะ” “อ้าว อีกตั้งนานกว่าจะเปิดเทอม อยู่กับย่าจนกว่าจะเปิดเทอมไม่ได้เหรอลูก” ฟ้าพราวเห็นสีหน้าผิดหวังเล็กๆ ของผู้เป็นย่าแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ “แค่สามวันกำลังดีค่ะคุณแม่ ขืนอยู่นานกว่านี้มีหวังคุณแม่ไมเกรนขึ้นแน่ๆ เจ้าสองชาของคุณแม่แสบไม่น้อยเลยนะคะ” “โอ้ย จะสักแค่ไหนกันเชียว แม่เลี้ยงดินมาตั้งแต่เด็กจนแก่ป่านนี้ได้ก็ไม่มีอะไรยากแล้ว” น้ำมณีพูดพลางมองหน้าลูกชายสุดที่รักด้วยรอยยิ้มรักใคร่ ถึงแม้เขาจะเป็นแค่ลูกเลี้ยงแต่น้ำมณีก็รักเหมือนเป็นลูกในไส้ “ตอนเด็กๆ น่ะดินแสบแค่ไหนอย่าให้แม่เล่าเลย เดี๋ยวจะอายลูกอายเมียซะเปล่าๆ” “ไม่ต้องเล่าเลยครับคุณแม่” ภูริดลรีบห้าม “แล้วนี่คุณพ่ออยู่หรือเปล่าครับ ไม่เห็นออกมาหาหลานเลย”
ภูริดลพาลูกสาวสองคนที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดน่ารักๆ มานั่งที่โต๊ะอาหาร และเป็นเพราะเมื่อคืนนี้กลับจากบ้านต้นไม้ดึก เด็กหญิงทั้งสองคนจึงตื่นสายกว่าปกติ “ใบชากับน้ำชานั่งรอตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวคุณพ่อจะไปช่วยคุณแม่ยกอาหารเช้ามาให้” “ใบชาไปช่วยค่ะ” เด็กหญิงใบชาในวัยเจ็ดขวบอาสาอย่างแข็งขัน “ใบชาช่วยพ่อดูแลน้องน้ำชาอยู่ตรงนี้ดีกว่า เดี๋ยวน้องเล่นซนตกเก้าอี้” คุณพ่อพูดด้วยรอยยิ้มเอ็นดูลูกสาวคนโต ใบชาเป็นเด็กน่ารัก กล้าแสดงออก มีน้ำใจ มีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดี อีกทั้งยิ่งโตก็ยิ่งเหมือนฟ้าพราวผู้เป็นแม่ “ค่ะคุณพ่อ ใบชาจะดูแลน้องน้ำชาอย่างดี ไม่ให้ตกเก้าอี้แน่นอน” เด็กหญิงใบชารับปากอย่างแข็งขันแล้วหันไปมองน้องสาววัยสามขวบอย่างระแวดระวังกลัวน้องที่นั่งขยับตัวยุกยิกไปมาจะตกเก้าอี้ไปจริงๆ อย่างที่คุณพ่อบอก “ลูกสาวพ่อน่ารักจริงๆ เลย” คุณพ่อจุ๊บหน้าผากลูกสาวคนโตหนึ่งที แล้วหันไปจุ๊บลูกสาวคนเล็กที่นั่งมองตาแป๋วอีกหนึ่งทีอย่างเท่าเทียมกัน ภูริดลเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าจะต้องไม่ทำให้ลูกคนใดคนหนึ่งรู้สึกว่าได้
ท้องฟ้ายามราตรีที่ไร่ภูสรวงคืนนี้ดำสนิท ทำให้มองเห็นดาวน้อยใหญ่ได้ชัดเจน เด็กหญิงใบชายืนเกาะขอบหน้าต่างบ้านต้นไม้ซึ่งสร้างอยู่บนต้นก้ามปูต้นใหญ่ท้ายไร่ โดยมีพ่อกับแม่ขนาบข้างคอยระวังความปลอดภัยให้ลูกภูริดลชี้ชวนให้ลูกดูกลุ่มดาวต่างๆ ในขณะที่ฟ้าพราวสาละวนอยู่กับการฉีดสเปรย์กันยุงและติดสติกเกอร์กันยุงให้ลูกสาวกับสามี “นั่นดาวลูกไก่ โน่นดาวหมีใหญ่ ตรงโน้นดาวจระเข้” เด็กหญิงใบชาฟังแล้วทำหน้าสงสัย “คูมพ่อขา...” “คะ?” “นี่ท้องฟ้านะคะ” “ใช่ค่ะ ท้องฟ้า” คุณพ่อตอบพลางมองหน้าลูกสาว สงสัยว่าลูกสงสัยอยู่ “แล้วทำไมท้องฟ้ามีแต่สัตว์ละคะ ไม่ใช่สวนสัตว์สักหน่อย” “ลองถามคุณแม่สิคะ” ภูริดลโบ้ยไปให้ภรรยาหน้าตาเฉย “คูมหญิงแม่ฟ้ารู้มั้ยคะ” เด็กหญิงถามเสียงใส แม้จะเลยเวลานอนตามปกติมามากแล้วก็ตาม “เพราะดาวแต่ละดวงเวลาเราลากเส้นจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่งจนครบทุกจุดแล้วมันจะมีรูปร่างคล้ายสัตว์ไงคะ”ฟ้าพราวอธิบายจริงจังตามหลักวิชาการ เด็กหญิงวัยสามขวบคิดตามไม่ทันจึงทำหน้างงยิ่งกว่า
ฟ้าพราวจัดโต๊ะอาหารเสร็จและนั่งรออยู่พักใหญ่ คุณสามีกับคุณลูกสาวก็ยังไม่มา เธอจึงเดินไปตามที่ห้องนอน เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องก็ได้ยินเจ้าตัวเล็กส่งเสียงแสดงความดีใจยกใหญ่ “ว้าววว คูมพ่อมีบ้านบนต้นไม้ด้วยเหรอคะ” “ไม่ใช่บ้านของคุณพ่อหรอกค่ะ” ภูริดลตอบพลางจับผมยาวสลวยของลูกสาวขึ้นม้วนเป็นทรงดังโงะที่กลางศีรษะอย่างคล่องแคล่ว ตั้งแต่มีลูกสาว เขาก็หาทรงผมน่ารักๆ จากอินเตอร์เน็ตมาทำให้ลูกแทบไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน เห็นแบบนี้ฟ้าพราวก็อดยิ้มอย่างสบายใจไม่ได้ ตอนแรกภูริดลตั้งความหวังไว้มาก ว่าอยากให้ลูกคนแรกเป็นผู้ชาย ตอนที่รู้ว่าท้องแรกเป็นผู้หญิง ฟ้าพราวกลัวมากว่าเขาจะผิดหวัง ทว่าเหตุการณ์กลับตรงกันข้าม เขาไม่มีอาการผิดหวังเลยสักนิด แถมยังเตรียมหาข้อมูลในการดูแลลูกสาวอย่างดีอีกต่างหาก “อ้าว แล้วของใครคะ” ใบชาทำหน้าจ๋อย เพราะถ้าไม่ใช่ของคุณพ่อ เธอก็อดไปเล่นที่บ้านต้นไม้น่ะสิ “ของใบชาไงคะ” คุณพ่อหน้าดุที่คนงานเห็นแล้วพากันขนหัวลุกบอกลูกสาวด้วยเสียงสอง “จริงเหรอค้า” “จริงสิคะ หนูบอกอยากได้ คุณพ่อก็เลยทำให้ไงคะ”
ภูริดลขับรถออกจากบ้านของหรรษามาได้นิดหนึ่ง ฟ้าพราวก็เห็นหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดกับกางเกงยีนสุดแสนจะธรรมดา ทว่าโดดเด่นด้วยวิกผมสีแดงที่ยาวถึงบั้นเอวเดินอยู่ข้างถนน ไหล่ข้างหนึ่งของเธอสะพายกระเป๋ากระสอบสีสายรุ้งใบใหญ่แบบที่แม่ค้าชอบใช้ มืออีกข้างถือถุงผ้าขนาดย่อมที่ใส่ของไว้เต็มอีกหนึ่งใบ “พี่ดิน นั่นน้องที่มาเล่านิทานในงานเอลล่าเมื่อกี้นี่นา” “ใช่เหรอ” ภูริดลผู้ไม่มีสายตาไว้มองผู้หญิงคนไหนนอกจากภรรยาตัวเองหรี่ตามองอย่างไม่แน่ใจ “ใช่ค่ะ ฟ้าจำน้องได้ ยิ่งใส่วิกผมสีแดงแบบนี้ใช่เลย พี่ดินจอดค่ะ จอดๆ” ภูริดลขับรถเลยสาวผมแดงไปนิดหนึ่งแล้วจอดรถเทียบข้างทาง ฟ้าพราวเปิดกระจกรถแล้วยื่นหน้าออกไปทักทาย“น้องเจ้าหญิงคะ”คนที่ถูกเรียกว่า ‘น้องเจ้าหญิง’ เดินเข้าหาช้าๆ อย่างระวังตัวแต่พอเห็นว่าเป็นฟ้าพราวก็จำได้ว่าเป็นญาติของเจ้าของงานวันเกิดเมื่อสักครู่จึงคลายความระแวง“พี่ที่อยู่ในงานเมื่อกี้ เรียกเพลินทำไมเหรอคะ”“จะไปปากซอยใช่มั้ยคะ” ฟ้าพราวถาม“ใช่ค่ะ”“ขึ้นรถเลยค่ะ ไปด้วยกัน”“ไม่เป็นไรค่ะ เดินอีกแค่นิดเดียวก็ถึงปา
ห้าโมงเย็น เป็นเวลาแดดร่มลมตก เพื่อนที่โรงเรียนของเอลล่ามาถึงงานกันครบทุกคนแล้ว งานนี้นอกจากเด็กๆ จะได้เล่นกันอย่างสนุกสนานแล้ว บรรดาแม่ๆ ก็ยังได้พบปะเมาท์มอยกันด้วย เพราะแต่ละคนก็คุ้นเคยกันดีจากที่ได้เจอกันบ่อยๆ ตอนไปรับส่งลูกที่โรงเรียนและจากการไปร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนของลูกๆ ฟ้าพราวเห็นบรรยากาศอบอุ่นแบบนี้ก็อดยิ้มไม่ได้ ตรงกันข้ามกับภูริดลที่ควันออกหูเมื่อเห็นเด็กชายวัยเดียวกับเอลล่าเดินเข้ามาจูงมือหลานสาวไปนั่งเก้าอี้หน้าเวทีเล็กๆ เพื่อฟังนิทานจาก ‘นักเล่านิทาน’ สาวสวยที่หรรษาจ้างมามอบความบันเทิงให้เด็กๆ ในวันนี้โดยเฉพาะ “เจ้หลิวสอนลูกยังไงเนี่ย ทำไมปล่อยให้ผู้ชายจูงมือเดินไปง่ายๆ อย่างนั้น” ภูริดลบ่นอุบอุบ “เด็กๆ เขาเป็นเพื่อนกัน ก็เล่นกันแบบนี้เป็นธรรมดาน่ะพี่ดิน” ฟ้าพราวบอกอย่างไม่คิดอะไรมาก “ไม่ได้ๆ สังคมทุกวันนี้มันน่ากลัว เราต้องสอนให้เอลล่าระวังตัวกับผู้ชายตั้งแต่เด็ก” ว่าแล้วภูริดลก็เดินตามเอลล่าไปแล้วสะกิดบอกเด็กชายให้ขยับไปนั่งที่เก้าอี้ว่างตัวถัดไป ส่วนเขาก็นั่งคั่นกลางระหว่างเด็กทั้งสองคน การกระทำของภูริดลไม่ได้ทำให้เด็กชายร







