ログインกวิสรามองซองพลาสติกขนาดเล็ก บรรจุผงสีขาวอย่างลังเล แผนการของเธอและเงินอีกล้านหนึ่งที่เหลือ กำลังมีโอกาสมาถึงแล้ว เธออยากจะจบงานนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แผนยั่วยวนสารพัดไม่ได้ผลสำหรับป้องนทีเลยจริงๆ จนอดกลุ้มใจไม่ได้ วรปรัชญ์ก็เร่งรัดมาเหลือเกิน และปรมาจารย์ด้านการเผด็จศึกผู้ชายอย่างผลิดาก็ส่งซองนี้มาให้กับเธอพร้อมกับบอกเสียงใส
‘เสน่ห์ไม่ได้ผล ก็ต้องใช้คาถากันล่ะเตย คาถาของแม่มดเจ้าเสน่ห์อย่างพวกเราก็ต้องยานอนหลับ’
‘จะดีเหรอไอซ์’ ’ กวิสราขมวดคิ้ว ขณะที่ผลิดารีบพยักหน้าทันที แล้วยัดเยียดซองยาลงในมือเพื่อนรัก
‘ดีสิ งานจะได้จบเร็วๆ ไง เห็นเตยบอกว่าอึดอัด แค่หาโอกาสชวนหมอนั่นไปทานข้าว หยอดยานี่ใส่ปุ๊บ พาเข้าโรงแรม เรียบร้อยโรงเรียนเตย’
หญิงสาวกัดริมฝีปาก ก่อนจะมองซ้ายขวา ว่ามีใครกำลังสังเกตมองเธออยู่บ้างหรือเปล่า ผงสีขาวถูกเทลงในแก้วน้ำผลไม้ปั่นของป้องนทีอย่างรวดเร็ว กวิสราเอาหลอดคนๆ ให้ละลายนิดหน่อย ก่อนจะรีบทำท่าให้เป็นปรกติ
“ร้านนี้อาหารอร่อยมากเลยนะคะพี่ป้อง”
หญิงสาวเอ่ยเสียงหวาน เมื่อป้องนทีที่ขอตัวไปเข้าห้องน้ำมา เดินกลับมายังโต๊ะ ชายหนุ่มยิ้มพลางพยักหน้า ตอนนี้เขาเอ็นดูณัฐณิชาราวกับน้องสาวอีกคนหนึ่ง เพราะเธอช่างอ้อนและน่ารักนักหนา แม้จะเคยใจเตลิดไปไกลกับเสน่ห์อันเย้ายวนนั้นบ้างก็ตามที หากแต่ความที่เขารักภรรยามาก จึงทำให้รั้งตัวเองไว้ไม่หลงไปกับเสน่ห์นั้นได้ และนึกรักเธอในฐานะอื่นแทน
“น้องณัฐนี่ชอบทานอาหารไทยจริงๆ เลยนะครับ แบบนี้เวลาอยู่ที่ลอนดอนคงจะอึดอัดเอามากๆ พี่ชวนทานอาหารยุโรปที่ไร น้องณัฐส่ายหน้าตลอดเลย”
“แหม...ก็ณัฐคนไทยนี่คะ”
กวิสราแสร้งหัวเราะเสียงแหลม เธอไม่เคยชอบอาหารฝรั่งเลยสักนิด และกลัวว่าจะไปปล่อยไก่ต่อหน้าป้องนทีด้วย เธอเคยเป็นนักเรียนนอกกับเขาที่ไหนกัน เคยทานแต่สเตคข้างทางจานละไม่ถึงร้อย ร้านหรูๆ เธอไม่เคยเข้าไปสักที
“เสียดายนะครับ น้องษาไม่ว่างอีกแล้ว เลยไม่ได้รู้จักกับน้องณัฐสักที”
ป้องนทีบ่น พลางยกแก้วน้ำผลไม้ขึ้นดื่ม เขาดื่มหมดไปครึ่งแก้ว กวิสรากัดริมฝีปาก ก่อนจะนึกในใจว่า
‘เดี๋ยวก็คงจะได้รู้จักแน่ๆ ค่ะ แต่คงจะไม่ได้รู้จักแบบดีๆ แน่ๆ’
เธอชวนเขาสนทนาไปอีกสักพักใหญ่ สังเกตเห็นว่าป้องนทีเริ่มตาปรือ ๆ และปิดปากหาว หญิงสาวจึงชวนเขาชำระเงินและออกมาจากร้านอาหาร เมื่อถึงที่รถยนต์ของป้องนที ก็ดูเหมือนว่า ยาของผลิดาจะออกฤทธิ์เต็มที่แล้ว เพราะเขาถึงกับเดินเซ และลืมตาแทบไม่ขึ้น
“พี่ป้องเป็นอะไรไปคะ”
กวิสรารีบเข้าประคองชายหนุ่ม พร้อมกับเอ่ยถามอย่างห่วงใย ป้องนทีสะบัดหน้าอย่างจะไล่ความง่วงที่เข้าครอบงำ
“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ว่าง่วงจังเลย”
“ถ้าแบบนั้น ณัฐขับรถให้ไหมคะ ไปโรงพยาบาลไหมคะพี่ป้อง”
ชายหนุ่มส่ายหน้าปฏิเสธ หากแต่รู้สึเหมือนหมดเรี่ยวหมดแรง เขาแทบจะทรุดลงไปกองตรงพื้นอยู่แล้ว เหมือนสติของเขากำลังจะขาดหาย นี่เขาเป็นอะไรไปนะ
“มาค่ะณัฐช่วย”
กวิสราประคองร่างสูงใหญ่ที่เซจนเกือบจะล้มของป้องนที เธอแทบจะล้มเพราะน้ำหนักอันหนักอึ้ง กว่าจะประคองชายหนุ่มเข้าไปนั่งในรถยนต์ได้ กวิสราก็หอบแฮ่ก และเมื่อทันทีที่เขานั่ง ชายหนุ่มก็หลับผล็อยไปเลย
“พี่ป้องคะ พี่ป้อง”
มือเรียวจับแขนเขาไว้แล้วเขย่า ป้องนทีก็ไม่มีทีท่าว่าจะสนองตอบ กวิสราโบกมือตรงหน้าเขา ชายหนุ่มก็ยังคงหลับตาพริ้มและหายใจสม่ำเสมอ ยาของผลิดาได้ผลจริงๆ วันนี้แหละจะเป็นวันสุดท้ายที่เธอจะทำงานนี้ รับเงินแล้วก็หายไปเสียจากคนพวกนี้เสียที ปล่อยให้รบรากันไปเองก็แล้วกัน หญิงสาวเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ แล้วล้วงเอาโทรศัพท์มือถือออกมา ต่อสายไปถึงนายจ้างของเธอทันที เมื่อเขารับ เสียงใสจึงรีบเอ่ยรายงาน
“คุณวรปรัชญ์นะคะ เรียบร้อยแล้วค่ะ เดี๋ยวคุณไปที่โรงแรม...ได้เลย ดิฉันจองห้องไว้แล้ว ห้อง582”
“โอเค ดีมาก” วรปรัชญ์หัวเราะเสียงทุ้ม ที่กวิสราฟังแล้วอดหนาวเยือกไม่ได้สักที
“ทันทีที่ผมไปถึงพร้อมกับน้องษา คุณก็เล่นละครให้ดีล่ะ แล้วเงินอีกหนึ่งล้านบาทจะโอนให้คุณภายในหนึ่งอาทิตย์ อ้อ...ไปที่ไหนก็ได้ไกลๆ สักที่ อย่าอยู่ที่กรุงเทพฯ แล้วหวังว่าคุณคงจะไม่โผล่มาแบล็กเมล์ผมนะ” น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนเป็นจริงจัง และโหดเหี้ยม
“ผมไม่อยากเจอหน้าณัฐณิชา ฐานนันท์อีกต่อไป หวังว่าคุณคงจะเข้าใจ และปฏิบัติตามนะ ถ้าไม่อย่างนั้น กวิสรา ปองทิวา ก็คงต้องหายไปตลอดชีวิตด้วย”
เสียงผิวปากอย่างอารมณ์ดี ที่ดังมาจากคนร่างสูงใหญ่ ที่กำลังนอนเอนอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบ ด้วยท่าทางสบายอารมณ์สุดๆ ข้างๆ มีโต๊ะเล็ก พร้อมทั้งน้ำผลไม้ รวมถึงขนมขบเคี้ยววางอยู่ เขาทำราวกับว่านอนอยู่ริมทะเล ไม่ใช่นอนอยู่ริมไร่ชาที่ใหญ่โตกว้างขวางและสวยงาม ทำให้คนที่กำลังขะมักเขม้นทำงานอยู่มองแบบค้อนๆ ก่อนจะปาดเหงื่อ“โอ้เอ้อะไรกันน่ะแม่คุณ งานมีอีกเยอะแยะ รีบๆ ทำเข้าสิ!”เสียงห้วนห้าวตะโกนออกมาทันทีเมื่อเห็นว่าเธอหยุดนิ่ง“ค่ะ เจ้านาย!”เสียงใสตะโกนตอบ โดยปลายสายสะบัดเหมือนประชด หากแต่คนถูกประชดไม่รู้ร้อนรู้หนาว แถมตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะว่า“ดีมาก รู้จักไว้ก็ดีกว่าใครเป็นเจ้านาย ใครเป็นทาส ทำไปอย่างให้หยุดมือนะ อะไรกันไร่ชาแคบๆ นี่ฉันให้เธอทำงานแค่ห้าไร่ ทำเป็นชาติไม่เสร็จเสียที คุณกวิสรา เดี๋ยวอดข้าวเย็นไม่รู้ด้วยนะ”‘บ้านนายน่ะสิห้าไร่มันแคบ สาบานได้นะว่ามันแคบ ห้าไร่ให้ฉันเก็บคนเดียวนี่นะ อีตาบ้า!’ประโยคนั้นเธอเพียงแค่ได้ตะโกนต่อว่าเขาในใจ แต่ที่เธอทำได้ก็เพียงแต่ตะโกนตอบไปเป็นคำสั้นๆ ว่า“ค่ะเจ้านาย”มือเรียวค่อยๆ ทำงานต่อไปอย่างพยายามให้รวดเร็ว เดี๋ยวเจ้านายที่นอนกระดิกเท้าคุมเ
“พี่เมฆ เราจะทำยังไงกันดีคะ พี่เตยหายไปแบบนี้ ตองจะทำยังไงดี เราจะทำยังไงกันดี”เสียงหวานใสพร่ำซ้ำ ๆ กลับไปกลับมา เมื่อเจ้าตัวไม่มีสติเหลือนัก ด้วยความเป็นห่วงพี่สาว กณิกาไม่ได้นอนเลยทั้งคืน เหมือนกันกับเมธิชัย หากแต่คนหลังเขายังมีสติดีกว่าหญิงสาวนัก ชายหนุ่มมองนาฬิกา ก่อนจะถอนใจ พลางกัดริมฝีปาก แล้วจับมือนิ่มไว้เมื่อกณิกาเดินวนเวียนเหมือนหนูติดจั่นผ่านหน้าเขา ให้เลิกเดินเสียที“นั่งนิ่งๆ แล้วใจเย็นๆ ก่อนนะตอง”เสียงห้าวเอ่ยอย่างจะให้สติ หากแต่คนที่สติไม่อยู่กับตัวแล้วอย่างกณิกา กลับมาเขย่าแขนเขาอย่างร้อนอกร้อนใจ น้ำตาคลอทันทีเมื่อนึกถึงพี่สาว ที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย“พี่เมฆ ช่วยตองด้วยนะคะ ช่วยกันตามหาพี่เตย พี่เตยไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง ตองเป็นห่วงจนจะบ้าอยู่แล้วฮือๆ”“ใจเย็นๆ นะตอง”เมธิชัยโอบร่างน้อยเข้ามากอดอย่างปลอบโยน ทันทีที่ได้ไออุ่นจากคนที่เหมือนเป็นพี่ชายของเธอ กณิกาก็ร้องไห้โฮออกมาแล้วกอดร่างแข็งแรงของเขาแน่น มือใหญ่ลูบหลังไหล่ให้เป็นจังหวะ พลางเอ่ยเสียงทุ้ม“เดี๋ยวเราไปแจ้งตำรวจกันนะจ๊ะ พี่รอให้ครบ 24 ชั่วโมง ที่เตยหายตัวไป ตองใจเย็นๆ นะครับ ใจเย็นๆ พี่เองก็ห่วงเตยเขามาก
นัยน์ตาที่พริ้มหลับมายาวนาน ค่อยๆ ขยับนิดๆ เมื่อเจ้าของรู้ตัว เธอปรือตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก พลางครางอูย เมื่อรู้สึกหนักไปหมดทั้งศีรษะ และร่างกายราวกับว่ามีอะไรมาทับอยู่อย่างนั้นแหละ สมองยังมึนเบลอเพราะฤทธิ์ยาสลบอย่างแรงที่เธอสูดเข้าไป จนน็อกหลับยาวไม่รู้เรื่องจนถึงตอนนี้กวิสราย่นหัวคิ้ว พยายามคิดรวบรวมสติ ว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ เธอหลับตานิ่งอยู่ชั่วครู ทำไมตัวเธอมันหนักไปหมดแบบนี้นะ เหมือนกับว่าถูกอะไรทับอยู่ อะไรที่อุ่นๆ หนักๆ แล้วสายตาเธอก็ปะทะกับเข้าอกกว้างของใครบางคนที่เผลอซุกอยู่เพราะไออุ่นที่ต้องไขว่คว้าไว้ เนื่องจากอากาศหนาวเย็นของฤดูเหมันต์“กรี๊ด!”เสียงกรี๊ดร้องอย่างตกใจ ทำให้เปลวตะวันซึ่งกำลังนอนสบายๆ ถึงกับลุกพรวดขึ้นมาอย่างตกใจ พลางหันขวับไปมองทางต้นเสียง เมื่อเห็นหน้าเขาแล้ว เจ้าตัวก็ยิ่งร้องกรี๊ดๆ อย่างขวัญเสีย และยิ่งเมื่อเขาคว้าเอาเธอเข้ามาในวงแขน พลางตะปบปิดริมฝีปากอิ่ม เพื่อให้ระงับอาการกรีดเสียงชวนสยองนั่น เธอก็ทั้งกัดทั้งสู้เขา ยิ่งกว่านางแมวป่า หากแต่ร่างสูงและแข็งแรงกว่าเธอทุกอย่าง ก็เป็นฝ่ายเอาชนะได้ในที่สุด กวิสราถูกจับกดหลังลงกับเตียง สองมืออยู่ใ
เปลวตะวันยืนกอดอกมองหญิงสาวที่กำลังจมอยู่ในนินทารมย์ ในภาวะหลับลึกเพราะฤทธิ์ยาสลบ ด้วยสายตาวิเคราะห์ นัยน์ตาคมดุจเหยี่ยวมองกวาดไปทั่วเครื่องหน้าเนียนสวย แม้จะหลับใหลไม่ได้สติแบบนี้ แต่เขาก็ยอมรับว่าเธอสวยมาก อากาศที่เย็นจัดของฤดูหนาวบนยอดเขาแบบนี้ แม้แต่เขาเป็นผู้ชายยังต้องกอดอกไว้เพราะรู้สึกเย็นกระท่อมไม้ซุงของ รุ่งภพเพื่อนสนิทของเขาให้เปลวตะวันใช้ยืม เป็นที่ใช้คุมขังนักโทษชั่วคราว แม้จะมีเตาผิงไว้ด้านในห้องเล็กๆ อย่างเตรียมพร้อม แต่เขาก็ไม่ได้จุดเพื่อให้ความอบอุ่น ร่างบางที่มีเพียงเสื้อกันหนาวตัวไม่หนามากนัก และเสื้อยืดด้านใน ถึงกับขดตัวเข้าหากันเพราะความเย็นของอากาศยามค่อนดึก มันทำให้นัยน์ตาคมนั้นเปล่งประกายอาทรวาบหนึ่ง ก่อนจะจางหายไป เมื่อคิดกับสิ่งที่เธอร่วมมือกับวรปรัชญ์ทำร้ายทำลายน้องชายและครอบครัวของเขา“ผู้หญิงคนนี้หรือเปลว ที่นายบอกว่าเป็นเชลยของนาย คนที่ทำให้นายต้องสูญเสียทุกอย่าง และนายป้องป่วย”เสียงห้าวทุ้มดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงไล่เลี่ยกับเปลวตะวัน รุ่งภพ เจ้าของไร่ชาดุจเดือน ปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบๆ เมื่อทราบจากแม่บ้านว่า ‘แขก’ คนสำคัญของเขา มาที่กระท่อมไม้ซุง ที่มักจะ
มือใหญ่ที่กำลังจะเปิดประตูรถคันหรูชะงัก เมื่อมีเสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น ชายหนุ่มล้วงเอาโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงยีนด้านหลังมากดรับ หลังจากดูว่าเป็นใครโทรศัพท์มา พร้อมกับกรอกเสียงลงไปอย่างเป็นการเป็นงาน“ว่าไง ชวัล”“เรื่องที่นายให้ไปสืบข่าว เกี่ยวกับเรื่องของคุณณัฐณิชา ฐานนันท์ เอ่อ...เธอใช้ชื่อปลอมครับ”เสียงรายงานจากปลายสาย ทำให้เปลวตะวันย่นคิ้ว“อะไรนะ?”“ชื่อจริงของเธอคือกวิสรา ปองทิวาครับ เป็นสาวไซน์ไลน์ แล้วก็รับจ้างในการแบล็กเมล์ ค่อนข้างจะแสบมากเลยครับ คุณเปลวตะวัน ผู้หญิงคนนี้”ชวัล นักสืบมือดีที่เขาจ้างด้วยค่าเหนื่อยแพงลิบ เอ่ยรายงานฉะฉาน“หืม? คุณได้ข้อมูลอะไรมาบ้าง ส่งมาให้ผมทั้งหมดเลย ชวัล ถ้าข้อมูลที่ได้มาผมดูแล้วคุ้มค่ากับรางวัลที่จะให้เพิ่ม พรุ่งนี้คุณจะมีเงินโอนเข้าธนาคารไม่ต่ำกว่าสามแสนบาท”“โอ้ว เป็นพระคุณอย่างสูงเลยครับ ผมมีอีกเรื่องที่คุณเปลวตะวันอาจจะต้องตกใจ เพราะบังเอิญได้ภาพเด็ดๆ มา น่าขอบใจลูกค้าของผมที่ให้สืบเกี่ยวกับเรื่องนอกใจ เด็กของผมที่ไปสอดแนมเลยได้ข่าวของคนที่คุณกำลังให้ตามสืบมาโดยบังเอิญ ผมว่าเรื่องนี้ก็น่าสนใจมากนะครับ คุณเปลวตะวัน”“เรื่องอะ
“ขอบคุณมาก เดวิด ฝากน้องชายของผมด้วย เจสสิก้าเป็นจิตแพทย์ชั้นเยี่ยม เธอคงจะช่วยน้องชายของผมได้”เปลวตะวันเอ่ยเป็นภาษาเยอรมันกับปลายสาย เขากำลังเจรจากับเพื่อนสนิทต่างรุ่น เพื่อจัดการส่งตัวป้องนทีให้กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางจิตรักษาอาการให้กับน้องชาย นับวันป้องนทียิ่งน่าเป็นห่วง เขาซึมเศร้า และจมอยู่กับตัวเอง ตอนนี้ป้องนทีผ่ายผอมมากเพราะแทบจะไม่แตะต้องอาหาร เปลวตะวันต้องให้พวกคนทำงานบ้านผลัดเปลี่ยนกันมาคอยดูแลน้องชายไม่ยอมให้อยู่คนเดียว เขากลัวว่าป้องนทีจะคิดสั้น ตอนนี้เขานอนห้องเดียวกับป้องนทียามกลางคืน คอยชวนพูดคุย ทำกิจกรรมกันแบบพี่น้องบ้าง แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้ป้องนทีดีขึ้นเลย“ไม่มีปัญหา ทางเราจะเตรียมต้อนรับอย่างดี”“เรื่องเงินไม่ต้องห่วงนะเดวิด ผมจัดการให้ไม่อั้น ขอเพียงให้นายป้องเลิกเป็นแบบนี้เสียที”“อาการป่วยทางจิตไม่เหมือนกับป่วยทางกายหรอกนะเพื่อนรัก” ปลายสายเอ่ยเสียงทุ้ม“มันต้องใช้เวลา แล้วก็อยู่ที่ตัวของน้องชายของนายด้วย ว่าเขาจะเปิดใจรับการรักษามากแค่ไหน แต่รับรองไว้ว่าเจสสิก้าจะช่วยให้ป้องนทีผ่านพ้นและเปิดใจยอมรับความเป็นจริงได้”“ขอบคุณมากครับเดวิด”เปลวตะวันเอนหลังกับโซ







