เข้าสู่ระบบ“เรากินกันสองคนไม่สนุกนะครับ คุณพ่อจะไปตามคุณแม่มากินด้วยกัน แต่เดี๋ยวก่อน คุณพ่อมีของมาฝากหนูเดียด้วย”
“อะไรคะ”
“ต้องปิดตาก่อนครับ” เกริกพลอุ้มบุตรสาวออกไปที่รถ เปิดท้ายรถแล้วหยิบตุ๊กตาหมีออกมา
“เปิดตาครับ”
“ว้าว! คุณพ่อน่ารักที่สุดเลย” นาเดียโผเข้ากอดหอมบิดาอย่างรักใคร่
รมิดาเปิดม่านหน้าต่างออกดู เห็นเขากับลูกก็หน้างอ เขาเงยขึ้นมาพอดี เธอรีบปิดม่านหน้าต่างอย่างรวดเร็วเมื่อถูกจับได้ว่าแอบมอง
“หนูเดียนั่งรอคุณพ่ออยู่ด้านล่างก่อนนะครับ เล่นตุ๊กตาไปก่อน คุณพ่อขอไปอาบน้ำแล้วก็พาคุณแม่มากินขาหมูพะโล้ด้วยกัน” เขาหอมแก้มบุตรสาวฟอดๆ ก่อนจะกระซิบบอก
“ค่ะ คุณพ่อ”
“มะลิฝากนาเดียด้วยนะ” เขาบอกสาวใช้ ก่อนจะขึ้นห้องของตัวเอง
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้น แต่ยังไม่ได้รับคำเอ่ยอนุญาตจากคนในห้อง คนเคาะก็ไขกุญแจเข้ามาเรียบร้อยแล้ว
“พี่แม็กเข้ามาทำไม”
“เข้ามาอาบน้ำครับ” เขาหันไปกดล็อกประตู เธอมองอย่างระแวดระวัง
“หาคนถูหลังให้ด้วย” เขาปลดกระดุมเสื้อมองเธอด้วยสายตาวาวหวาน
“ไปหายายปากแดงหุ่นแซ่บของพี่แม็กสิคะ” เธอพูดอย่างมีแง่งอน เคยเห็นผู้หญิงปากแดงมาทอดสะพานให้เขาออกบ่อย
“ไม่ชอบปากแดง ชอบปากชมพู หุ่นอวบอัดของเมียมากกว่า” เขาไล้มองร่างของภรรยาที่แสนคิดถึง เธอไม่รู้หรือไงว่าเขารักเธอมากแค่ไหน ยอมทิ้งผู้หญิงทุกคนมาแต่งงานกับเธอ
เขาอยากเอาชนะพี่ชายของเธอน่ะใช่ แต่ไม่ทั้งหมด เพราะจีบไปจีบมา เขาชอบเธอจริงๆ นั่นแหละ
เขาพยายามเข้าใจยามเมื่อมีปัญหากัน เพราะหลายสิ่งหลายอย่างทำให้เธอเข้าใจผิดและหวาดระแวง
“ถอยไปเลยนะพี่แม็ก”
“อะไรกัน พี่จะไปหยิบเสื้อผ้าของตัวเองต่างหากล่ะ” ปากบอกว่าเลิกกับเขา แต่เขายังเห็นเสื้อผ้าของตัวเองอยู่ในตู้ รมิดาไม่ใช่คนก้าวร้าวหยาบคายขนาดที่จะโยนเสื้อผ้าข้าวของของเขาทิ้ง เธอเป็นหญิงสาวสดใสน่ารักในอดีตและปัจจุบันเขาก็ยังมองว่าเธอน่ารัก แต่อาจจะขี้งอนไปนิด
“ว้าย!” เพราะไม่ทันตั้งตัว คิดว่าเขาไม่สนใจ คงอยากไปเอาเสื้อผ้าอาบน้ำจริงๆ เลยเผลอ ร่างน้อยเลยโดนกดลงกับเตียงอย่างไม่น่าให้อภัย
“ปล่อยเลยนะพี่แม็ก” เธอตกใจหวีดร้องเสียงหลง เขายิ้มกริ่มทำหน้ามึนซุกเข้ามาตรงซอกคอของเธอ
“หอม...” กลิ่นหอมแบบนี้แหละที่เขาติดใจไปไหนไม่รอด รมิดาเป็นคนสะอาดสะอ้าน น่ารักเรียบร้อย กลิ่นตัวหอมจนเขาต้องซุกจมูกอยู่ตรงซอกคอเป็นเวลานานหลายนาที
“พี่แม็ก ปล่อยนะ ไปซุกคนอื่นเลย” คนพูดเสียงสั่นๆ หน้าแดงก่ำ สัมผัสคุ้นเคยทำให้เธอปั่นป่วนหัวใจไม่น้อย เขาทำเสียงดุๆ ตรงซอกคอของเธอเหมือนอยากซุกอยู่แบบนี้นานๆ
เกริกพลเงยหน้ามองภรรยาด้วยสายตาอ่อนโยน เขาไล้แก้มเธอเบาๆ เธอไม่ทันตั้งตัวเพราะมัวแต่มึนเมากับการสบตากับเขา ริมฝีปากร้อนรุ่มก็ประทับจุมพิตลงมาอย่างหนักหน่วง
“อื้อ...” ครางได้แค่นั้นจริงๆ เพราะริมฝีปากหมดอิสรภาพเสียแล้ว
เธอจิกมือกับคอเสื้อเขาแน่น เกริกพลสอดลิ้นเข้าไปรุกเร้าต้อนดูดลิ้นเรียวหวานของเธอจนหญิงสาวพ่ายแพ้
รมิดาไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยว่าเธอถูกเขาจับลอกคราบตอนไหน รู้ตัวอีกทีเธอก็นอนครวญครางอยู่ใต้ร่างเขาเสียแล้ว
คนเจ้าเล่ห์! เธอได้แต่นอนสะท้านเพราะแรงกระแทกกระทั้นที่รุนแรงของเขา เตียงกว้างโยกคลอนจากแรงรัก เสียงเนื้อกายกระทบกระแทกกันกึกๆ
“อา...” หลุดเสียงครางออกไปแล้วต้องกัดปากตัวเอง
“ครางสิเรน พี่ไม่ว่าหรอกนะ” คนหน้ามึนที่กระแทกอยู่บนเรือนร่างของเธอกระซิบบอกเสียงแหบโหย เขาทำท่าหิวโซแนบชิดเร่งเร้าเหมือนจะกลืนกินเธอไปทั้งเนื้อทั้งตัว
“ไปหิวโหยมาจากไหนพี่แม็ก เรนไม่ใช่นางบำเรอของพี่แม็กนะ” เธอแหวใส่ ขณะที่เขาจับขาเธอขึ้นพาดบ่า
“อ๊ะ!” เธอร้องอุทานเมื่อสะโพกลอยไม่ติดพื้น มันโย้ขึ้นตามแรงรั้งของเขา เนื้อกายของเขาที่ฝังเข้ามามันล้ำลึกจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความเสียวซ่านจับใจ
“ก็ไม่ใช่น่ะสิ ใครบอกว่าเป็นนางบำเรอล่ะ เรนเป็นเมียพี่ต่างหาก”
“เราหย่ากันแล้ว”
“พี่ยังไม่ได้เซ็น อา...” เขาครางเมื่อคนใต้ร่างทำท่าขัดใจ โมโหเขาแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะโดนกักอยู่ใต้ร่าง เลยประท้วงด้วยการตอดรัดเขาถนัดถนี่
“รัดกันขนาดนี้สักสิบยกดีไหม” เขาพูดทีเล่นทีจริง แต่ถ้าเธอพร้อมเขาก็เอา... เอาจริงๆ นี่แหละ
“คนลามก”
“ซี้ด...” เขาครางเมื่อโดนเล็บเธอข่วน
“เดี๋ยวนี้เรนชอบซาดิสม์เหรอ เดี๋ยวพี่แม็กจะจัดให้ รับรองว่าซี้ดสะท้านทรวงเลยล่ะ”
“อ๊ะ! อา... พี่แม็ก อย่าขยับแรง”
“ทำไม”
“มัน...” เธอกัดปากตัวเอง จิกผ้าปูที่นอนแน่น
จะทำไมอีกล่ะ เธอเสียวซ่านจะขาดใจอยู่แล้ว ลีลารักของสามีไม่ใช่เหรอที่ทำให้เธอติดอกติดใจ หลงเขาจนโงหัวไม่ขึ้นตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย
คนบ้า! เจ้าชู้ เธอคิดว่าคนเจ้าชู้จะกลับเนื้อกลับตัวได้ พี่ชายเตือนแล้วไม่ฟัง น้ำตาเช็ดหัวเข่าเห็นไหมล่ะ
“มัน... มันเหรอ” เขาแหย่ คนขี้โมโหทำท่าขัดใจ แต่นั่นทำให้อารมณ์เธอพุ่งขึ้นสูง ตอบสนองเขาอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
ค่ำคืนนี้ไม่มีดราม่า ไม่มีคำสัญญาใหญ่โต มีเพียงชายหญิงสองคนที่ผ่านทุกอย่างมาด้วยกัน และยังเลือกจะจับมือกันต่อไปในวันที่ทะเลเงียบและหัวใจ… ไม่ต้องระแวงอะไรอีกแล้วเสียงคลื่นยามค่ำดังสม่ำเสมอไม่ต่างจากคืนก่อน สุรเชษฐ์ยืนอยู่หน้าระเบียงบ้านพัก มือหนึ่งถือแก้วน้ำ อีกมือเท้าขอบราว มองเส้นขอบฟ้าที่มืดสนิท มีเพียงแสงดาวประปรายสะท้อนบนผิวน้ำเขาไม่ค่อยชินกับความเงียบแบบนี้นักไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดแต่เป็นความเงียบที่ทำให้ได้ยินเสียงตัวเองชัดขึ้น“ยืนเหม่ออะไรอีกล่ะ”เสียงผู้หญิงดังขึ้นจากด้านหลัง สุรเชษฐ์หันกลับไปมอง ร่างบางยืนอยู่ตรงประตู มือหนึ่งอุ้มลูก อีกมือจับกรอบประตูไว้เหมือนกลัวจะเสียสมดุล“ลูกหลับหรือยัง”“หลับแล้วค่ะ แต่เหมือนจะตื่นง่าย เลยอุ้มออกมาเดินเล่นนิดหน่อย”เขาวางแก้วลงบนโต๊ะเล็ก ๆ แล้วเดินเข้าไปใกล้ มองใบหน้าเล็กที่ซบอยู่กับอกแม่ ดวงตาปิดสนิท หายใจสม่ำเสมอ“เดี๋ยวผมอุ้มเอง”“ไม่เป็นไร อุ้มไหวค่ะ”สุรเชษฐ์ไม่ได้เถียง เขาแค่ยื่นมือไปประคองหลังลูกเบา ๆ อย่างเก้ ๆ กัง ๆ เหมือนกลัวแรงมือของตัวเองจะมากเกินไป“เมื่อก่อนคุณไม่เคยคิดจะจับเด็กด้วยซ้ำ” เธอพูดเบา ๆ แต่ไม่ได้มี
“กูไม่ได้ซนขนาดนั้น”“มึงลืมเรื่องปีนต้นมะพร้าวแล้วตกลงมาแขนหักหรือยัง”เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมกัน รมิดานั่งมองภาพนั้นอย่างรู้สึกอิ่มเอม เด็ก ๆ กำลังสร้างปราสาททราย ผู้ชายสามคนช่วยกันขุด ช่วยกันแบกน้ำทะเลมาเท เสียงสั่ง เสียงบ่น เสียงหัวเราะดังปะปนกันไปหมด“ตรงนี้สูงไป เดี๋ยวพัง”“ไม่พังหรอกน่า เดี๋ยวกูค้ำไว้”“อย่าค้ำแรง เดี๋ยวลูกล้ม”ภาพวุ่นวายเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยความสุขช่วงบ่าย ทุกคนกลับขึ้นบ้านพักเพราะแดดแรงเกินไป เด็ก ๆ นอนกลางวัน ผู้ใหญ่ได้เวลานั่งพักจริงจังเป็นครั้งแรก สุรเชษฐ์เปิดเพลงเบา ๆ จากโทรศัพท์ วางไว้บนโต๊ะ เสียงดนตรีคลอไปกับเสียงลมทะเล“คิดถึงเมื่อก่อนแล้วแปลกดีนะ” เขาเอ่ยขึ้น“ตรงไหน”“ตรงที่ตอนนั้นเราคิดว่าชีวิตมันจะพังหมดแล้ว”เกริกพลพยักหน้าเล็กน้อย“ใช่… แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้”“เพราะไม่ได้เดินคนเดียว” รมิดาพูดเสริมคำพูดนั้นทำให้ทุกคนเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเข้าใจเย็นวันนั้น พวกเขาช่วยกันทำอาหารอีกครั้ง คราวนี้เป็นเมนูง่าย ๆ เด็ก ๆ ช่วยหยิบของเล็ก ๆ น้อย ๆ บางคนช่วยจัดจาน บางคนช่วยถือช้อน ความวุ่นวายแบบครอบครัวใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้งหลังอาหารค่ำ โต๊ะถู
เสียงคลื่นซัดกระทบฝั่งดังสม่ำเสมอ ลมทะเลพัดเอื่อยพาไอเค็มอ่อน ๆ เข้ามาแตะปลายจมูก บ้านพักตากอากาศหลังใหญ่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากชายหาดมากนัก ประตูหน้าบ้านเปิดอ้าไว้รับลมยามเช้า เสียงหัวเราะของเด็กดังแทรกเข้ามาเป็นระยะ ทำให้บรรยากาศเงียบสงบดูมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด“อย่าวิ่งเร็วสิลูก เดี๋ยวล้ม”เสียงผู้หญิงดังตามหลังร่างเล็กที่วิ่งนำหน้าออกไปยังสนามหญ้าหน้าบ้าน เกริกพลหันไปมองภาพนั้นก่อนจะยิ้มบาง ๆ เขาพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นอย่างลวก ๆ แล้วหันกลับไปช่วยอีกสองคนยกของลงจากรถ“เอ้า ระวังหน่อย ไอ้เชษฐ์ ของแตกแล้วกูไม่รับผิดชอบนะเว้ย”“โธ่เอ๊ย แค่นี้เอง ทำเป็นหวง”สุรเชษฐ์บ่นเสียงขุ่น แต่ก็ยกกล่องโฟมใบใหญ่ลงอย่างระมัดระวังอยู่ดี ข้าง ๆ กันนั้นรัชชานนท์ยืนกอดอกพิงรถ มองภาพเพื่อนสองคนกับครอบครัวของพวกเขาด้วยสายตาที่ผ่อนคลายกว่าที่เคยเป็นมา“ไม่คิดเลยนะ ว่าพวกเราจะได้นัดมาเที่ยวพร้อมหน้ากันแบบนี้จริง ๆ”“ทำไมวะ คิดว่ากูตายไปแล้วเหรอ” เกริกพลย้อนยิ้ม ๆ“ไม่ใช่… แค่นึกไม่ถึงว่าชีวิตมันจะสงบขนาดนี้”คำพูดนั้นทำให้ทั้งสามคนเงียบไปครู่หนึ่ง เหมือนต่างคนต่างย้อนคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ก่อนจะหัวเราะออก
“ปล่อยมันไป ถ้ามันรักจริงก็ต้องพยายาม” เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นด้านนอก ก่อนที่ร่างของเกริกพลจะโผล่มาพร้อมกับรมิดา“ไอ้เชษฐ์ ไอ้เพื่อนเวรตะไล” เกริกพลไม่พูดพร่ำทำเพลงกระแทกหมัดใส่เพื่อนไม่ยั้ง“โอ๊ย!” สุรเชษฐ์ร้องเสียงหลง แต่ไม่หลบ ยอมโดนต่อยจนเลือดกบปาก“ไอ้เพื่อนเวร!”“ฉันยอมรับผิดทุกอย่าง จะรับผิดชอบทุกอย่าง”“รับผิดชอบโดยการปล่อยให้น้องฉันท้องนี่นะ” เกริกพลทำท่าจะปล่อยหมัดใส่สุรเชษฐ์อีก รัชชานนท์จึงเข้าไปห้ามเอาไว้“พอเถอะ ไอ้เชษฐ์มันอยากรับผิดชอบ แต่น้องแกไม่ยอมเอง” เกริกพลหันขวับมามอง เขามัวแต่ไปง้อรมิดา เลยไม่ได้รู้เรื่องของน้องเลย ตอนรู้ว่าท้องนี่เขาแทบช็อก“แกอยากรับผิดชอบ โดยการมาเมาเหล้าแบบนี้น่ะเหรอ ทำไมแกไม่แสดงความจริงใจมากกว่านี้”“ไอ้เชษฐ์ไปง้อทุกวัน น้องมึงไล่เอง มันเลยมาเมาแบบนี้ กูยืนยันได้”“รู้ดีจริงนะคุณพี่เมีย”“ไอ้เชษฐ์มันชอบน้องมึงนานแล้ว ยกให้มันไปเถอะวะ”“มึงพูดง่าย น้องกูทั้งคน”“อ้อ... เหรอ น้องมึงทั้งคน เมียมึงนี่น้องกูไหมวะ” รัชชานนท์สวนกลับ เกริกพลถึงกับสะอึก พูดไม่ออกเลยจริงๆ รมิดาเองก็มองสามีเหมือนปรามว่าพอแล้ว ต่อยสุรเชษฐ์จนปากแตกตายก็ไม่มีอะไรดีขึ้น“
เขาบดเบียดเรือนกายเข้าหา เสื้อผ้าอาภรณ์หลุดลุ่ยแทบจะถอดไม่ทันด้วยซ้ำ เสียงครางระงมพร้อมกับเสียงกระแทกกายเข้าหากัน เขาว่าจะเบามือ แต่มันทนไม่ไหวสุรเชษฐ์แค่บอกในใจ แต่ร่างกายที่บดเบียดเข้าหากันล้ำลึกเสียดสีกันจนต้องอ้าปากค้าง ครางไม่เป็นภาษาเธอเสียดสีหนักหน่วง หยัดสะโพกรับอย่างรัญจวนใจ สมองของเขาอื้ออึง ยามนี้รับรู้แค่ความสุขเสียวซ่านเท่านั้น กว่าจะหมดฤทธิ์ยาทำเอาสองร่างแทบไม่ไหวเขาพลิกร่างลงจากร่างของเด็กสาว ในขณะที่เธออยู่ในท่านอนคว่ำ หอบหายใจระรวยก่อนจะหลับไปสุรเชษฐ์ดึงร่างน้อยมากอด สำนึกสุดท้ายของเขาคือ ต้องรับผิดชอบ เด็กสาว แต่ตื่นมาเขาจะโดนเธอด่าอะไรบ้างยังไม่รู้เลย“พี่ขอโทษครับ”เพียะ!!! ฝ่ามือของเธอฟาดบนซีกแก้มของเขาเต็มๆ บอกได้คำเดียวว่าชาไปทั้งแถบ“พี่เชษฐ์ทำแบบนี้ได้ยังไงคะ”“คือพี่... พี่ไม่ได้ทำ”“ไม่ต้องมาแก้ตัวเลยค่ะ” เธอผลักเขาออกห่าง สุรเชษฐ์หันรีหันขวาง หน้าตาเหลอหลา ในขณะที่เธอตื่นขึ้นมาก็สวมเสื้อผ้าด้วยมืออันสั่นเทา “นิตาฟังพี่ก่อนครับ”“ไปให้ไกลเลย คนลามก ผีทะเล” เธอปั่นจักรยานหนี สุรเชษฐ์สบถ ไม่ใช่ว่าโกรธเด็กสาว แต่เขาต้องเดินกลับ พอๆ กับโมโหไอ้น้องเขยเวรตะไ
เขายอมรับว่าเมื่อหลายปีก่อนอยากเอาชนะรัชชานนท์จริงๆ เอาน้องมันมาทำเมียนี่แหละสะใจดี แต่พออยู่ด้วยกันแล้วเขากลับรักรมิดาจริงๆ เธอเป็นคนน่ารัก ใจดี เป็นแม่บ้านแม่เรือน เมื่อก่อนเธอก็หนักแน่นกว่านี้มาก หลังๆ นี่แหละเธอเริ่มไขว้เขว แต่ยังไงเขาก็รักเธอ“จริงเหรอคะ” เธอเอ่ยถามสีหน้าตกใจไม่น้อย“จริงครับ หลักฐานจริง ไปตรวจสอบได้เลยว่าเด็กคนนี้ใครเป็นพ่อแม่ ไม่เชื่อพี่จะพาไปหานายทะเบียนอำเภอเลยครับ”“ไม่ต้องหรอกค่ะ” เธอรีบพูด ส่ายหน้าไปมา หน้าม้านทันที พี่ชายมาบอกมาเล่า ตอนแรกเธอก็ไม่เชื่อ แต่พอติดตามพฤติกรรมสามีเงียบๆ ก็ระแวง เลยกลายเป็นทะเลาะกัน สุดท้ายเลิกกัน เธอเลยหนีมาอยู่บ้านหลังนี้ ซึ่งเป็นบ้านอีกหลังในเมืองที่เกริกพลซื้อไว้ตอนพาลูกมาเรียนในเมือง ไม่ใช่บ้านในไร่ที่เขาอาศัยอยู่ “เข้าใจผิดแบบนี้จะทำโทษยังไงดี”“เอ่อ...” รมิดาขยับเข้าไปใกล้ ก่อนจะซบที่อกกว้าง ลูบไล้แผ่นอกเขา ไปมาอย่างอ้อนๆ“พี่แม็ก เรนขอโทษ”“พี่ยกโทษให้ภรรยาเสมอครับ แต่คราวหลังคุยกันก่อน อย่าใช้อารมณ์”“ค่ะ”“หมู่นี้เรนหงุดหงิดง่ายไปนะครับ”“ค่ะ” เธอตอบรับเสียงเบาหวิวอีก ท่าทีออดอ้อน“เป็นอะไรครับ ไม่สบายอะไรหรือเปล่







