เข้าสู่ระบบร่างน้อยสั่นคลอนไปตามแรงโยกของกายชาย เขาค้ำมือข้างเตียงทำให้สะโพกเธอยิ่งลอยขึ้น ขาโย้พาดกับบ่า ยิ่งทำให้กลีบสาวแยกกว้าง เธอครางเสียงหลงแทบไม่เป็นภาษา ก่อนที่เขาจะหยุดกึกมองคนใต้ร่างที่นอนเผยอปากร้องครางไม่หยุด
“พะ... พี่แม็ก” คนที่ด้อยกว่าทุกครั้งในเรื่องบทรักเรียกเขาเสียงสั่น หน้าแดงก่ำ
“ว่าไงครับ” เขาลูบไล้สะโพกของเธอเพื่อกระตุ้นไฟเสน่หา ใบหน้าของเขานิ่วและเกร็งกระตุกเล็กน้อยเพราะโดนตอดรัดจากกายสาว
“พี่แม็ก แกล้งกันทำไม” เธอร้องอย่างขัดใจเหมือนเด็ก
“ชอบไหม” เขาเอ่ยถาม ใบหน้าเกร็งมากขึ้น เธอตอดรัดหนักๆ กระตุ้นให้เขาขยับ จู่ๆ มาหยุดกลางทางแบบนี้ เขาก็แทบขาดใจตาย
“พี่แม็ก เร็วสิคะ ยังไม่เสร็จเลย”
“มีลูกอีกสักคนนะ” ความหมายของเขาทำเธอตาโต แล้วเขาก็เริ่มซอยเข้าออกในร่องสาวอีกครั้ง เธอส่ายหน้าไปมากับหมอนจนผมยุ่งเหยิงไปหมด มือบางจิกกับแขนล่ำ เพิ่งเข้าใจว่าเขาหมายความว่าอย่างไรก็ตอนที่ความอุ่นร้อนสาดซัดเข้ามาในกายสาว เขาไม่ได้ป้องกัน!
“คนบ้า! ทำไมไม่ป้องกัน” เธอผลักเขาออกห่าง เกริกพลหัวเราะ ทิ้งตัวลงนอนหงาย ตัวเบาที่ได้ฟัดเมียให้หายอยาก
“ป้องกันทำไม เราต้องมีลูกกันอีกสักคนสองคน”
“ใครจะไปอยากมีกับคนแบบคุณ” เธอลุกหนีจากเตียง ดึงผ้าห่มมาคลุมกาย หันมาจะด่าเขา แต่ชีเปลือยที่นอนหงายอยู่บนเตียงทำเธอต้องกรีดร้อง
“คนบ้า! มานอนแก้ผ้าอะไรตรงนี้” เผลอมองก่อนจะหันหลังหนี แหวใส่เขาหน้าแดงก่ำไปหมด
“ไปอาบน้ำกัน” เขาลุกจากเตียงอย่างรวดเร็ว สวมกอดร่างภรรยา หอมกรุ่นจากทางด้านหลัง
“ปล่อยนะ!” เธอดิ้นรน แต่เขาจับเธออุ้มขึ้นพาดบ่าได้เป็นผลสำเร็จ
“คนบ้า ป่าเถื่อน ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” เธอดีดดิ้นเลยโดนเขาฟาดก้นเข้าให้
“โอ๊ย! คนซาดิสม์ ป่าเถื่อน ปล่อยนะ” เธอร้องเสียงหลงเมื่อโดนฟาดก้น ก่อนจะกัดหูเขาเข้าเต็มเหนี่ยว คนไม่เคยมีแววต่อสู้ทำให้เกริกพลร้องเสียงลั่นห้อง
“เรน!” เขาวางเธอบนพื้นห้องน้ำแทบไม่ทัน
“สมน้ำหน้า ไอ้คนลามก เจ้าชู้ ต้องเจอแบบนี้”
“จะไปไหน มาอาบน้ำให้ผัวก่อน” เขาดึงแขนของเธอเอาไว้ ก่อนจะดันไปติดกับผนังห้องน้ำ
“ปล่อยนะ”
“ไม่ปล่อย เอาเมียอีกหลายๆ ทีดีไหม” คำพูดยียวนกวนประสาทของเขาทำให้เธอแทบกรีดร้อง รัวกำปั้นใส่เขาไม่ยั้ง
“เรน... เจ็บนะครับ ทำพี่เจ็บแบบนี้ มาฟาดก้นหน่อย” เขาจับเธอหันเข้าหาผนังห้องน้ำก่อนจะฟาดก้นเธอ แต่ไม่แรงนัก แล้วขยำด้วยความมันเขี้ยว เสียมากกว่า
“พี่แม็กจะทำอะไร ไอ้ตาแก่หื่นกาม” เธอร้องด่าเขาเสียงหลง เมื่อเขาแนบชิดมาทางเบื้องหลัง
“พี่อายุแค่สามสิบเจ็ดเองครับ ไม่เห็นแก่ซะหน่อย”
“เรนไม่น่าหลวมตัวแต่งงานกับพี่เลย คนบ้า ผีทะเล”
“แต่งไปแล้วเลิกไม่ได้”
“แม้ว่าพี่จะไปเจ้าชู้ที่ไหนก็เลิกไม่ได้เหรอคะ”
“เรนเข้าใจพี่ผิด ฟังพี่อธิบายก่อนสิ”
“ไม่ฟัง คนโกหกหลอกลวง กี่ครั้งแล้วที่หลอกเรน ไปนอนกับแม่พวกนั้น” ถึงจับไม่ได้คาหนังคาเขา แต่เธอก็เห็นผู้หญิงทอดสะพานให้เขาซึ่งๆ หน้า
“พูดเยอะแบบนี้ต้องหาอะไรยัดปาก” เขาหมุนเธอกลับมาเผชิญหน้า ก่อนจะบดจูบอย่างดุดัน
“พี่แม็ก ถอยไปนะ อ๊า...” เขาจับขาเธอยกขึ้นพาดกับแขนแกร่ง ก่อนจะสอดแทรกกายชายเข้าไปในร่องสวาทของเธอ
“อื้อ...” ร้องครางด้วยความเสียวซ่าน
“เรนเกลียดพี่แม็กที่สุด”
“เกลียดอะไรก็ได้อย่างนั้นแหละ” เขาแหย่ เธอพยายามจะดันร่างหนี แต่กลายเป็นดันร่างให้เขาอุ้มได้สำเร็จ มือบางผวากอดคอเขาเอาไว้เมื่อเขาช้อนสะโพกขึ้นในท่าที่ยังสวมสอดกันอยู่
“ท่านี้โอเคไปเลย” เขาอุ้มเธอกระแทกไปรอบห้องน้ำ รมิดากัดฟันกรอด อยากจะเกลียดเขาหรอกนะ แต่ความเสียวซ่านที่ได้รับทำให้เธอร้องครางไม่ได้ศัพท์
เกริกพลพาเธอไปวางที่อ่างล้างหน้า กดเธอเอาไว้ที่นั่น เขาแทรกมือเข้าไปใต้ข้อพับขาของเธอ ทำให้ขาเธอโย้ขึ้น แก่นกายที่วิ่งเข้าวิ่งออกในร่องสวาททำให้เธอเผลอก้มมองแล้วครวญครางไม่เป็นส่ำ
“คนบ้า!” เธอด่าเขา หลับตาหนีภาพชวนสยิว เกริกพลดุนดันริมฝีปากอิ่มสวยของภรรยา ขบเม้มบนล่างก่อนจะสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากร้อนรุ่ม บดจูบอย่างดูดดื่ม
“เรน พี่รักเรนนะครับ”
“เรนไม่เชื่อ”
“ฟังพี่อธิบายก่อน”
“ไม่ฟัง”
“ไม่ฟังแล้วจะเข้าใจได้ยังไงกัน”
“เรนฟังพี่มามากพอแล้ว อ๊ะ! อา...” เธอรัวกำปั้นใส่เขาไม่ยั้ง เขาก็กระแทกเข้ามาจนสุดลำกาย เธอกัดปากเสียดเสียว จิกมือกับบ่ากว้าง
“คนบ้าอำนาจ”
“ขอโทษที่รุนแรง แต่พี่คิดถึงเรนแทบขาดใจเลยรู้ไหม”
เขากระแทกกระทั้นเข้าหา เสียงเนื้อกายเสียดสีประสานกันเป็นจังหวะเร้าอารมณ์ รมิดากัดปากตัวเองแน่น เธอส่ายหน้าไปมา พ่ายแพ้ให้เขาอีกแล้ว
ร่างกายของเธอตอดรัดเขาทุกทิศทาง ในขณะที่เขาไม่ยอมปล่อย ร่างน้อยไปง่ายๆ
“พี่แม็กพอแล้ว” เธอประท้วงเมื่อเขาจับเธอให้หันหน้าเข้าหากระจก สะโพกผายกระดกขึ้นเพราะแรงดึงของเขา เธอส่ายหน้าปฏิเสธ ยื่นมือมาดันหน้าท้องแกร่งของเขา แต่มันไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากเขาแข็งแรงกว่า เพียงไม่นานเรือนกายหนุ่มก็สอดประสานเข้ามาอย่างล้ำลึก
ค่ำคืนนี้ไม่มีดราม่า ไม่มีคำสัญญาใหญ่โต มีเพียงชายหญิงสองคนที่ผ่านทุกอย่างมาด้วยกัน และยังเลือกจะจับมือกันต่อไปในวันที่ทะเลเงียบและหัวใจ… ไม่ต้องระแวงอะไรอีกแล้วเสียงคลื่นยามค่ำดังสม่ำเสมอไม่ต่างจากคืนก่อน สุรเชษฐ์ยืนอยู่หน้าระเบียงบ้านพัก มือหนึ่งถือแก้วน้ำ อีกมือเท้าขอบราว มองเส้นขอบฟ้าที่มืดสนิท มีเพียงแสงดาวประปรายสะท้อนบนผิวน้ำเขาไม่ค่อยชินกับความเงียบแบบนี้นักไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดแต่เป็นความเงียบที่ทำให้ได้ยินเสียงตัวเองชัดขึ้น“ยืนเหม่ออะไรอีกล่ะ”เสียงผู้หญิงดังขึ้นจากด้านหลัง สุรเชษฐ์หันกลับไปมอง ร่างบางยืนอยู่ตรงประตู มือหนึ่งอุ้มลูก อีกมือจับกรอบประตูไว้เหมือนกลัวจะเสียสมดุล“ลูกหลับหรือยัง”“หลับแล้วค่ะ แต่เหมือนจะตื่นง่าย เลยอุ้มออกมาเดินเล่นนิดหน่อย”เขาวางแก้วลงบนโต๊ะเล็ก ๆ แล้วเดินเข้าไปใกล้ มองใบหน้าเล็กที่ซบอยู่กับอกแม่ ดวงตาปิดสนิท หายใจสม่ำเสมอ“เดี๋ยวผมอุ้มเอง”“ไม่เป็นไร อุ้มไหวค่ะ”สุรเชษฐ์ไม่ได้เถียง เขาแค่ยื่นมือไปประคองหลังลูกเบา ๆ อย่างเก้ ๆ กัง ๆ เหมือนกลัวแรงมือของตัวเองจะมากเกินไป“เมื่อก่อนคุณไม่เคยคิดจะจับเด็กด้วยซ้ำ” เธอพูดเบา ๆ แต่ไม่ได้มี
“กูไม่ได้ซนขนาดนั้น”“มึงลืมเรื่องปีนต้นมะพร้าวแล้วตกลงมาแขนหักหรือยัง”เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมกัน รมิดานั่งมองภาพนั้นอย่างรู้สึกอิ่มเอม เด็ก ๆ กำลังสร้างปราสาททราย ผู้ชายสามคนช่วยกันขุด ช่วยกันแบกน้ำทะเลมาเท เสียงสั่ง เสียงบ่น เสียงหัวเราะดังปะปนกันไปหมด“ตรงนี้สูงไป เดี๋ยวพัง”“ไม่พังหรอกน่า เดี๋ยวกูค้ำไว้”“อย่าค้ำแรง เดี๋ยวลูกล้ม”ภาพวุ่นวายเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยความสุขช่วงบ่าย ทุกคนกลับขึ้นบ้านพักเพราะแดดแรงเกินไป เด็ก ๆ นอนกลางวัน ผู้ใหญ่ได้เวลานั่งพักจริงจังเป็นครั้งแรก สุรเชษฐ์เปิดเพลงเบา ๆ จากโทรศัพท์ วางไว้บนโต๊ะ เสียงดนตรีคลอไปกับเสียงลมทะเล“คิดถึงเมื่อก่อนแล้วแปลกดีนะ” เขาเอ่ยขึ้น“ตรงไหน”“ตรงที่ตอนนั้นเราคิดว่าชีวิตมันจะพังหมดแล้ว”เกริกพลพยักหน้าเล็กน้อย“ใช่… แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้”“เพราะไม่ได้เดินคนเดียว” รมิดาพูดเสริมคำพูดนั้นทำให้ทุกคนเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเข้าใจเย็นวันนั้น พวกเขาช่วยกันทำอาหารอีกครั้ง คราวนี้เป็นเมนูง่าย ๆ เด็ก ๆ ช่วยหยิบของเล็ก ๆ น้อย ๆ บางคนช่วยจัดจาน บางคนช่วยถือช้อน ความวุ่นวายแบบครอบครัวใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้งหลังอาหารค่ำ โต๊ะถู
เสียงคลื่นซัดกระทบฝั่งดังสม่ำเสมอ ลมทะเลพัดเอื่อยพาไอเค็มอ่อน ๆ เข้ามาแตะปลายจมูก บ้านพักตากอากาศหลังใหญ่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากชายหาดมากนัก ประตูหน้าบ้านเปิดอ้าไว้รับลมยามเช้า เสียงหัวเราะของเด็กดังแทรกเข้ามาเป็นระยะ ทำให้บรรยากาศเงียบสงบดูมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด“อย่าวิ่งเร็วสิลูก เดี๋ยวล้ม”เสียงผู้หญิงดังตามหลังร่างเล็กที่วิ่งนำหน้าออกไปยังสนามหญ้าหน้าบ้าน เกริกพลหันไปมองภาพนั้นก่อนจะยิ้มบาง ๆ เขาพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นอย่างลวก ๆ แล้วหันกลับไปช่วยอีกสองคนยกของลงจากรถ“เอ้า ระวังหน่อย ไอ้เชษฐ์ ของแตกแล้วกูไม่รับผิดชอบนะเว้ย”“โธ่เอ๊ย แค่นี้เอง ทำเป็นหวง”สุรเชษฐ์บ่นเสียงขุ่น แต่ก็ยกกล่องโฟมใบใหญ่ลงอย่างระมัดระวังอยู่ดี ข้าง ๆ กันนั้นรัชชานนท์ยืนกอดอกพิงรถ มองภาพเพื่อนสองคนกับครอบครัวของพวกเขาด้วยสายตาที่ผ่อนคลายกว่าที่เคยเป็นมา“ไม่คิดเลยนะ ว่าพวกเราจะได้นัดมาเที่ยวพร้อมหน้ากันแบบนี้จริง ๆ”“ทำไมวะ คิดว่ากูตายไปแล้วเหรอ” เกริกพลย้อนยิ้ม ๆ“ไม่ใช่… แค่นึกไม่ถึงว่าชีวิตมันจะสงบขนาดนี้”คำพูดนั้นทำให้ทั้งสามคนเงียบไปครู่หนึ่ง เหมือนต่างคนต่างย้อนคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ก่อนจะหัวเราะออก
“ปล่อยมันไป ถ้ามันรักจริงก็ต้องพยายาม” เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นด้านนอก ก่อนที่ร่างของเกริกพลจะโผล่มาพร้อมกับรมิดา“ไอ้เชษฐ์ ไอ้เพื่อนเวรตะไล” เกริกพลไม่พูดพร่ำทำเพลงกระแทกหมัดใส่เพื่อนไม่ยั้ง“โอ๊ย!” สุรเชษฐ์ร้องเสียงหลง แต่ไม่หลบ ยอมโดนต่อยจนเลือดกบปาก“ไอ้เพื่อนเวร!”“ฉันยอมรับผิดทุกอย่าง จะรับผิดชอบทุกอย่าง”“รับผิดชอบโดยการปล่อยให้น้องฉันท้องนี่นะ” เกริกพลทำท่าจะปล่อยหมัดใส่สุรเชษฐ์อีก รัชชานนท์จึงเข้าไปห้ามเอาไว้“พอเถอะ ไอ้เชษฐ์มันอยากรับผิดชอบ แต่น้องแกไม่ยอมเอง” เกริกพลหันขวับมามอง เขามัวแต่ไปง้อรมิดา เลยไม่ได้รู้เรื่องของน้องเลย ตอนรู้ว่าท้องนี่เขาแทบช็อก“แกอยากรับผิดชอบ โดยการมาเมาเหล้าแบบนี้น่ะเหรอ ทำไมแกไม่แสดงความจริงใจมากกว่านี้”“ไอ้เชษฐ์ไปง้อทุกวัน น้องมึงไล่เอง มันเลยมาเมาแบบนี้ กูยืนยันได้”“รู้ดีจริงนะคุณพี่เมีย”“ไอ้เชษฐ์มันชอบน้องมึงนานแล้ว ยกให้มันไปเถอะวะ”“มึงพูดง่าย น้องกูทั้งคน”“อ้อ... เหรอ น้องมึงทั้งคน เมียมึงนี่น้องกูไหมวะ” รัชชานนท์สวนกลับ เกริกพลถึงกับสะอึก พูดไม่ออกเลยจริงๆ รมิดาเองก็มองสามีเหมือนปรามว่าพอแล้ว ต่อยสุรเชษฐ์จนปากแตกตายก็ไม่มีอะไรดีขึ้น“
เขาบดเบียดเรือนกายเข้าหา เสื้อผ้าอาภรณ์หลุดลุ่ยแทบจะถอดไม่ทันด้วยซ้ำ เสียงครางระงมพร้อมกับเสียงกระแทกกายเข้าหากัน เขาว่าจะเบามือ แต่มันทนไม่ไหวสุรเชษฐ์แค่บอกในใจ แต่ร่างกายที่บดเบียดเข้าหากันล้ำลึกเสียดสีกันจนต้องอ้าปากค้าง ครางไม่เป็นภาษาเธอเสียดสีหนักหน่วง หยัดสะโพกรับอย่างรัญจวนใจ สมองของเขาอื้ออึง ยามนี้รับรู้แค่ความสุขเสียวซ่านเท่านั้น กว่าจะหมดฤทธิ์ยาทำเอาสองร่างแทบไม่ไหวเขาพลิกร่างลงจากร่างของเด็กสาว ในขณะที่เธออยู่ในท่านอนคว่ำ หอบหายใจระรวยก่อนจะหลับไปสุรเชษฐ์ดึงร่างน้อยมากอด สำนึกสุดท้ายของเขาคือ ต้องรับผิดชอบ เด็กสาว แต่ตื่นมาเขาจะโดนเธอด่าอะไรบ้างยังไม่รู้เลย“พี่ขอโทษครับ”เพียะ!!! ฝ่ามือของเธอฟาดบนซีกแก้มของเขาเต็มๆ บอกได้คำเดียวว่าชาไปทั้งแถบ“พี่เชษฐ์ทำแบบนี้ได้ยังไงคะ”“คือพี่... พี่ไม่ได้ทำ”“ไม่ต้องมาแก้ตัวเลยค่ะ” เธอผลักเขาออกห่าง สุรเชษฐ์หันรีหันขวาง หน้าตาเหลอหลา ในขณะที่เธอตื่นขึ้นมาก็สวมเสื้อผ้าด้วยมืออันสั่นเทา “นิตาฟังพี่ก่อนครับ”“ไปให้ไกลเลย คนลามก ผีทะเล” เธอปั่นจักรยานหนี สุรเชษฐ์สบถ ไม่ใช่ว่าโกรธเด็กสาว แต่เขาต้องเดินกลับ พอๆ กับโมโหไอ้น้องเขยเวรตะไ
เขายอมรับว่าเมื่อหลายปีก่อนอยากเอาชนะรัชชานนท์จริงๆ เอาน้องมันมาทำเมียนี่แหละสะใจดี แต่พออยู่ด้วยกันแล้วเขากลับรักรมิดาจริงๆ เธอเป็นคนน่ารัก ใจดี เป็นแม่บ้านแม่เรือน เมื่อก่อนเธอก็หนักแน่นกว่านี้มาก หลังๆ นี่แหละเธอเริ่มไขว้เขว แต่ยังไงเขาก็รักเธอ“จริงเหรอคะ” เธอเอ่ยถามสีหน้าตกใจไม่น้อย“จริงครับ หลักฐานจริง ไปตรวจสอบได้เลยว่าเด็กคนนี้ใครเป็นพ่อแม่ ไม่เชื่อพี่จะพาไปหานายทะเบียนอำเภอเลยครับ”“ไม่ต้องหรอกค่ะ” เธอรีบพูด ส่ายหน้าไปมา หน้าม้านทันที พี่ชายมาบอกมาเล่า ตอนแรกเธอก็ไม่เชื่อ แต่พอติดตามพฤติกรรมสามีเงียบๆ ก็ระแวง เลยกลายเป็นทะเลาะกัน สุดท้ายเลิกกัน เธอเลยหนีมาอยู่บ้านหลังนี้ ซึ่งเป็นบ้านอีกหลังในเมืองที่เกริกพลซื้อไว้ตอนพาลูกมาเรียนในเมือง ไม่ใช่บ้านในไร่ที่เขาอาศัยอยู่ “เข้าใจผิดแบบนี้จะทำโทษยังไงดี”“เอ่อ...” รมิดาขยับเข้าไปใกล้ ก่อนจะซบที่อกกว้าง ลูบไล้แผ่นอกเขา ไปมาอย่างอ้อนๆ“พี่แม็ก เรนขอโทษ”“พี่ยกโทษให้ภรรยาเสมอครับ แต่คราวหลังคุยกันก่อน อย่าใช้อารมณ์”“ค่ะ”“หมู่นี้เรนหงุดหงิดง่ายไปนะครับ”“ค่ะ” เธอตอบรับเสียงเบาหวิวอีก ท่าทีออดอ้อน“เป็นอะไรครับ ไม่สบายอะไรหรือเปล่







