تسجيل الدخولสภาพของซื่ออินและอี้ซวนที่พากันเก็บเสื้อผ้าที่ถูกโยนออกมานอกบ้านช่างน่าเวทนายิ่งนัก จนชาวบ้านคนหนึ่งมาเก็บเสื้อผ้าช่วยสองแม่ลูกด้วยความสงสาร
“อาม่าใจร้าย” อี้ซวนเอ่ยปากตัดพ้อผู้เป็นย่า ซื่ออินที่ได้ยินแบบนั้นได้แต่ส่ายหน้า ยกมือลูบศีรษะเล็กไปมา “ไม่เป็นไรนะซวนซวน แม่จะหาที่อยู่ให้ได้ เราจะอยู่ด้วยกันสองคน ดีไหม จากนี้แม่จะดูแลหนูให้ดีนะครับ” ซื่ออินเอ่ยขึ้น ก่อนจ้องมองไปยังแม่สามีที่ยืนมองพวกเธอจากทางหน้าต่าง ในเมื่ออาศัยอยู่ในบ้านเขาแล้วไม่สุขสบาย เธอจะหาบ้านใหม่อยู่ “อาอินอาซวน ไปอยู่บ้านท้ายไร่ของฉันก่อนดีไหม” ซื่ออินไม่คุ้นหน้าเอาเสียเลย จู่ ๆ มีหญิงค่อนข้างวัยมาช่วยเธอกับลูก “ฉันชื่อหม่าหลง” หญิงอายุราว ๆ สี่สิบปีได้เอ่ยปากแนะนำตัว เธอนั้นเป็นแม่หม้ายสามีตาย “ขอบคุณค่ะคุณป้าหม่าหลง” “แล้วทำไมป้าหม่าหลงต้องยื่นมือมาช่วยฉันด้วย เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน” ซื่ออินก็ยังมีความเป็นโจวหมิงเยว่ที่โดนหักหลังเสียจนไม่คิดจะไว้ใจใครได้อีก “ฉันอยู่บ้านถัดออกไปจากบ้านเถ้าแก่เนี้ยไปไม่ถึงสามหลัง ฉันเห็นหนูทนอยู่ที่นี่มานาน สามีฉันเขาก็ทิ้งฉันไปเป็นทหาร แต่เสียดายเขาไม่กลับมาเป็นคนเป็น ๆ” น้ำเสียงอันเศร้าซื่ออินไม่จำเป็นต้องถามต่อว่าสามีของป้าหม่าหลงคงเสียชีวิตในสงคราม ช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจยิ่งนัก “ค่ะ หนูจะไปอยู่ท้ายไล่ แต่หนูไม่ขออยู่ฟรี ๆ นะคะ หนูขอจ่ายค่าเช่า” ซื่ออินเอ่ยขึ้น ถ้าอยู่เฉย ๆ โดยไม่จ่ายเงินค่าเช่าเธอคงรู้สึก จากนั้นสามคนก็พากันออกจากหน้าบ้านของอี้เหิงที่มองพวกเธอจนสุดทาง หมดสิ้นกันทีขวากหนามชีวิตของเธอ ถ้าปล่อยให้สองแม่ลูกอยู่ที่นี่ อี้เหิงคงอกแตกตายเข้าให้สักวัน แล้วทรัพย์สมบัติที่หามาด้วยความยากลำบากกับสามีคงถูกซื่ออินผลาญไปจนหมด อี้เหิงลงทุนเปลี่ยนชื่อและแซ่ตามสามีเพื่อสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่ ฉะนั้นเงินทองข้าวของเธอจะไม่ยอมปล่อยให้คนนอกที่ปล่อยให้ตนเองมาอยู่แล้วเอาไปได้อย่างง่ายดายซื่ออินอุ้มชายมายังบ้านท้ายไร่ของป้าหม่าหลง นับว่าเป็นบุญของเธอที่ถูกไล่ออกมาจากบ้านของแม่สามีแล้วยังมีที่นี่ สภาพไม่ต่างจากกระท่อมปลายไร่ ยามนี้ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว การมีที่ซุกหัวนอนก็ยังดีกว่าไปนอนข้างถนน ชีวิตคนเราไม่แน่นอนเสียจริง เมื่อหลายวันก่อนเธอยังนอนอยู่ในเพนท์เฮาส์สุดหรู มาวันนี้ต้องมาอยู่ในห้องพัง ๆ
“พอจะอยู่ได้ไหม”ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี....เธอและสามีมีทุกอย่างที่ต้องการการค้าขายเป็นไปอย่างราบรื่น เด็ก ๆ ดูรักกันดี ส่วนผู้มีพระคุณของเธออีกคนที่อดกล่าวไม่ได้เลยคือป้าหม่าหลงยังคงเป็นคนที่น่ารักกับครอบครัวของเธอเสมอมา แวะมาเยี่ยมตลอด บางครั้งซื่ออินก็พาหลานทั้งสองไปเยี่ยมป้าหม่าหลงบ้าง และไปเยี่ยมอี้เหิงผู้เป็นย่าบ้าง กล่าวถึงแม่สามีของเธอนั้นนับวันความแก่ชราก็ยิ่งกัดกินร่างกายของแม่สามีเธอลงเรื่อย ๆ อี้เหิงยังมีอุปนิสัยชอบนั่งเหม่อลอยออกนอกจากหน้าต่างกอดรูปอี้เมิงและผู้เป็นสามีอยู่แบบนั้น ปากก็พร่ำบอกว่าเรื่องราวทั้งหมดมาจากตัวของเธอเอง ซื่ออินได้แต่สลดใจ อี้เฉินพยายามหาหมอมารักษาแม่ของเขา แต่กลับไม่ได้ผล อาการที่แม่สามีของอี้เฉินนั้นเป็นล้วนเกิดมาจากใจทั้งนั้น อี้เฉินบอกกับซื่ออินไว้เขาได้แต่เตรียมใจสำหรับอนาคตเอาไว้ถ้าเกิดมารดาเขาต้องล่วงลับไปอีกคน กาลเวลาจะค่อยเยียวยาทุกสิ่ง เป็นสิ่งที่ซื่ออินบอกสามีเอาไว้ เมื่อหลายเดือนก่อนยายของอี้เทียนนั้นมาเยี่ยมหลานซึ่งก็คือมารดาของเหม่ยอิง เหม่ยฮั่วเล่าเรื่องที่เพิ่งไปเยี่ยมบุตรสาวใ
เด็กสองคนโตเร็วขึ้นมา อี้ซวนนั้นโตเร็วมาก ตอนนี้กลายเป็นว่าอี้ซวนนั้นสูงกว่าอี้เทียนผู้เป็นพี่หลายสองถึงสามชุ่น (ประมาณ 6.66-9.99 เซนติเมตร) เด็กสองคนมักแข็งความสูงกันเสมอ ช่วงแรก ๆ ที่อี้เทียนมาอยู่ด้วย อี้ซวนมักจะแพ้เสมอ เจ้าก้อนแป้งของเธอวิ่งมาขอคำแนะนำจากเธอว่าทำยังไงถึงจะสูงเท่าพี่ชาย ซื่ออินก็บอกบุตรชายไปว่ากินผัก และกินอาหารจำพวกบำรุงร่างกายเยอะ หลังจากนั้นอี้ซวนก็กินเก่งขึ้นเรื่อย ๆ จนสูงแซงหน้าพี่ชายไป อี้เทียนนั้นกินน้อยเป็นปกติ เด็กน้อยชอบออกมาช่วยเธอเก็บผัก กับไข่เป็ดทุกเช้า และไม่ค่อยชอบอาหารประเภทเนื้อสักเท่าไหร่ อี้เทียนอันชอบกินปลา ทำให้อี้เฉินซื้อพันธุ์ปลามาเพาะในสระเล็ก การเลี้ยงดูเด็กสองคนเหนื่อยมากทีเดียว เวลาไปโรงเรียนเด็กทั้งสองก็ปกติ ถึงแม้บางครั้งอี้เทียนมักจะมีอาการเหม่อลอยกว่าเด็กวัยเดียวกัน แต่นับว่าดีขึ้นกว่าช่วงแรก ๆ ที่มาอยู่กับเธอและสามี เขาเพิ่งเสียบิดาไป แถมเหม่ยอิงผู้เป็นแม่ยังกลายเป็นคนวิปริตไปอีก เด็กน้อยไม่กลายเป็นโรคซึมเศร้าไปก่อนก็ดีเท่าไหร่แล้ว “เย่ ๆ ซวนซวนสูงกว่าเฮียเทียนแล้ว” อี
“เธอมาแล้วอย่างนั้นหรือ” “ค่ะ คุณแม่เรียกหาฉันมีอะไรอย่างนั้นหรือคะ” ซื่ออินเอ่ยปากถามขึ้นทันที เธอไม่คิดว่าอี้เหิงเรียกเธอมาเพียงเพราะคิดถึงหรอกนะ แม่สามีใจร้ายของเธอไม่มีทางคิดถึงเธอได้ “ฉันแค่อยากคุยกับเธอเท่านั้น เธอยังคงโกรธฉันอยู่สินะ ฉันเป็นคนไม่ดีเท่าไหร่นัก ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันได้แต่เฝ้าคิดสาเหตุว่าทั้งหมด มันเป็นเพราะฉัน ฉันมันเป็นแม่สามีที่ไม่ดี เป็นสาเหตุที่ทำให้เหม่ยอิงต้องกลายเป็นบ้า ทำให้อี้เมิงต้องตาย...” ซื่ออินได้แต่ฟังเรื่องราวที่ออกมาจากปากของผู้เป็นแม่สามีอย่างตั้งใจ อี้เหิงตอนนี้นั้นยอมรับเลยว่าน่าเวทนามากขนาดไหน “ความรู้สึกของฉันตรงนี้เหมือนตายทั้งเป็น ซื่ออิน ฉันอยากจะขอโทษเธอ ฉันไม่คาดหรอกนะว่าเธอกับอี้ซวนจะอภัยฉันหรือเปล่า ฉันขอโทษ ฉันเองที่เป็นคนไม่ดี ฉันมัวแต่ห่วงในหน้าตาของตนเอง อยากให้ลูกมีครอบครัวที่ดี อยากให้มีภรรยาที่ดี สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ฉันคิดว่าดี มันไม่ได้ดีอย่างที่คิดเอาไว้ ฉันขอโทษเธอจริง ๆ นะซื่ออิน ขอโทษที่ไม่เคยเห็นความดีของเธอ ฉันร้ายกาจกับเธอมากขนาดนี้ เธอยังไม่เคยสอนอี้ซ
“เฮีย เมื่อไหร่ฉันจะได้ไปอยู่กับเฮียเสียที” อี้เหิงพึมพำเบา ๆ สายตาทั้งสองทอดมองนอกหน้าต่างด้วยอาการเลื่อนลอย เธอคิดถึงสามีผู้ล่วงลับไปเมื่อนานมาแล้ว คิดถึงเรื่องราวครั้นยังใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ความรู้สึกมากมายก่อเกิดขึ้นในใจของเธอ....เธอมีชีวิตอยู่ก็เหมือนตายทั้งเป็น ครอบครัวของซื่ออินและอี้เฉินนั้นใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จากสมาชิกในครอบครัวเพียงสามคนเท่านั้น ตอนนี้มี อี้เทียนเข้ามาด้วย และลูกน้องอีกสามคน ซื่ออินนั้นดูแลลูกน้องทั้งสามประหนึ่งในครอบครัว วันนี้ทั้งเจ็ดต่างก็พากันมาทำอาหารที่บ้านหลังใหญ่แสนเงียบเหงาของอี้เหิง ซื่ออินชวนสามีมาทำอาหารที่บ้านแม่สามี ค่ำคืนนี้จึงดูครึกครื้นเป็นพิเศษเนื่องจากเต็มไปด้วยการผู้คน “ทำอะไรอยู่ครับ” อี้เฉินเดินมาสวมกอดภรรยาจากทางด้านหลัง ฝ่ามือของเขาลูบไล้หน้าท้องของเธอเบา ๆ ไม่รู้พักนี้เขามักพูดอะไรแปลก ๆ อี้เฉินอยากให้ทั้งอี้ซวนและอี้เทียนมีน้องสาวสักคน หรือไม่ก็น้องชาย ซื่ออินยิ้มน้อย ๆ กับคำพูดแสนขบขันของเขา หลังจากสร้างครอบครัวสร้างฐานะ สร้างธุรกิจ สามีของเ
บ้านหลังใหญ่....แม้หญิงชราไม่ได้อาศัยอยู่เพียงลำพัง ลูกน้องคนสนิททั้งสองยังไม่ทิ้งหญิงชราไปไหน อี้เหิงในยามนี้ช่างน่าเวทนานัก....หลังจากสูญเสียลูกชายคนเล็กไปหัวใจคนเป็นแม่แทบสลายแล้ว เรื่องราวทั้งหมดมันยังไม่มากพอเท่ากับเรื่องราวโศกนาฏกรรมทั้งหมดมาจากการกระทำของเธอ.... มาจากความเกลียดชังของเธอ มาจากทิฐิของเธอ อี้เหิงเฝ้าโทษตัวเองมาตลอดว่าทั้งหมดก็เพราะเธอ เหม่ยอิงกลายเป็นคนเสียสติไปแล้ว.... หลังจากเธอไปเยี่ยมสะใภ้รองครั้งล่าสุด เธอปวดใจเหลือเกิน.... เธอนั้นไม่ยอมยึดติดในทรัพย์สินซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นของนอกกายทั้งนั้น ถ้าเธอยอมฟังความต้องการของลูกชายทั้งสองสักนิด อี้เมิงก็ไม่ต้องมาตาย เหม่ยอิงก็ไม่ต้องมาเป็นบ้า อี้เทียนก็คงไม่กำพร้า...... อี้เมิงนั้นเป็นเด็กที่เอาแต่ใจมาตั้งแต่ยังเล็ก ทว่าเธอไม่เคยปฏิเสธความต้องการของลูกชายเลยสักนิด ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านิสัยเบื้องหลังจากชีวิตแต่งงานที่ผู้เป็นแม่หาหญิงสาวมาให้ ลูกชายของเธอนั้นทั้งทุบตีภรรยา เมามาย อี้เหิงรับรู้เพียงลูกชายตนเองนั้นขี้เมาเท่านั้น ก็เพราะว่าหน้ามืดตามัวไม่ยอมฟังใครเลยสักครั้ง ความแค้น
อี้เฉินเอื้อมมือไปรั้งใบหน้างดงามของภรรยาของเขาเอาไว้ อี้เฉินฉกริมฝีปากบางก่อนบดขยี้ด้วยความรุนแรง ซื่ออินหอบหายใจเข้าปอด เธอไม่เคยถูกจู่โจมหนักขนาดนี้มาก่อน เธอไม่รู้มาก่อนว่าอี้เฉินมีความต้องการมากน้อยเพียงใด ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วเขานั้นเต็มไปด้วยความต้องการมาโดยตลอด ซื่ออินเองก็ไม่ปฏิเสธความต้องการของตนเองเช่นนั้น มือของเขาสอดใส่เข้าไปในตามเสื้อผ้าของหญิงสาวก่อนเริ่มนวดทรวงอกของซื่ออิน หญิงสาวเริ่มหายใจติดขัดเมื่อความรู้สึกกำหนัดบางอย่างได้ก่อเกิดขึ้น ร่างกายของหญิงสาวเริ่มสั่นไหว ความรู้สึกเย็นยะเยือกยามลมพัดอ่อนกระทบร่างกาย มารู้ตัวอีกทีเสื้อผ้าของหญิงสาวนั้นหลุดร่วงออกมาจากร่างกายเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว ร่างบางถูกดันให้เอนตัวลงนอนลงบนเตียง ใบหน้าของซื่ออินแดงระเรื่อ สายตาคู่งามไม่กล้ามองจ้องไปยังชายหนุ่มที่กำลังปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนเองอย่างช้า ๆ ก่อนร่างกายกำยำของผู้เป็นสามีจะเปิดเผยต่อสายตาคู่งาม ซื่ออินไม่กล้าสบตาแสนเร่าร้อนของเขา อี้เฉินเหมือนหยั่งรู้จิตใจของเธอได้ทีเดียว เขาก้มลงสูดกลิ่นหอมจากซอกคอระหง ฝ่าม







