Partager

บทที่ 3

Auteur: ชาชา
บทที่ 3

พอพูดจบ เขาก็จับมือฉินจื่ออี้ลากกลับไปที่โต๊ะอาหารอีกครั้ง กดให้เธอนั่งลงบนเก้าอี้ดี ๆ ก่อนจะเดินกลับไปอยู่ข้างกายอวี้เยียนซู่

เธอเงยหน้าขึ้น มองเส้าสวินฉือแวบหนึ่ง ตอนนี้เขากำลังยุ่งอยู่กับการปลอบอวี้เยียนซู่ พอรับรู้ถึงสายตาของเธอ เขาก็หันกลับมามองเธอด้วยสายตาเตือนทันที

ฉินจื่ออี้กดกลืนความขมขื่นในใจไว้ ยกชามข้าวขึ้นมา ฝืนทนความเจ็บปวด ค่อย ๆ กินข้าวในชามจนหมดทีละคำ

เธอก้มหน้า น้ำตาหยดลงไปในชาม หยิบกับข้าวเข้าปากคำหนึ่ง ความรู้สึกราวกับไฟเผาไหลลงไปตามลำคอไม่หยุด ปะปนกับรสเค็มของน้ำตา จนชั่วขณะหนึ่งเธอแยกไม่ออกเลย ว่าที่เจ็บยิ่งกว่ากัน ระหว่างท้องหรือหัวใจ

มื้ออาหารจบลงท่ามกลางความเงียบของฉินจื่ออี้ และความใกล้ชิดสนิทสนมของเส้าสวินฉือกับอวี้เยียนซู่ พอเธอเพิ่งวางชามตะเกียบลง เสียงรถจากด้านนอกก็ดังเข้ามา

“น่าจะเป็นของฉันมาส่งแล้วล่ะ” พอได้ยินเสียงนั้น อวี้เยียนซู่ก็ยิ้มขึ้นทันที

เธอวิ่งออกไปทางประตู แต่เส้าสวินฉือกลับหันมามองฉินจื่ออี้ “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เยียนซู่จะย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน”

เขาจ้องสีหน้าของเธอเขม็ง ราวกับอยากจับพิรุธบางอย่างให้ได้ เหมือนกับว่าในวินาทีถัดไปเธอจะต้องโวยวายไม่ยอมให้อวี้เยียนซู่ย้ายเข้ามาอยู่ด้วย

แต่หลังจากร้องไห้ไปแล้ว ฉินจื่ออี้ก็จัดการอารมณ์ของตัวเองเรียบร้อย เธอพยักหน้าอย่างสงบ “รู้แล้ว”

เมื่อเห็นปฏิกิริยาที่สงบนิ่งของเธอ เส้าสวินฉือกลับรู้สึกไม่คุ้นเคยขึ้นมาชั่วขณะ ความรู้สึกประหลาดค่อย ๆ แผ่ขึ้นมาจากก้นบึ้งในใจ ขณะนั้นเองอวี้เยียนซู่ก็เดินเข้ามา ก่อนจะคล้องแขนเขาอย่างเป็นธรรมชาติ

“อาฉือ ฉันอยู่ห้องไหนเหรอ?”

พอเห็นเธอกลับมา เส้าสวินฉือก็เก็บความรู้สึกแปลก ๆ ในใจนั้นลง ก่อนจะยิ้มให้เธออย่างเอ็นดู “ฉันจะพาเธอไปดู อยากอยู่ห้องไหนก็เลือกได้ตามใจเลย”

ทั้งสามคนขึ้นไปชั้นบนด้วยกัน เพื่อไปช่วยอวี้เยียนซู่เลือกห้อง หลังจากถามว่า ห้องของเส้าสวินฉืออยู่ที่ไหน เธอก็เดินตรงไปยังห้องนอนที่อยู่ติดกับห้องของเขาทันที

มองตามทิศทางที่เธอเดินไป ฉินจื่ออี้พลันรู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่างในใจ รีบตามขึ้นไปทันที พอเดินเข้าไปในห้อง ก็เห็นอวี้เยียนซู่กวาดสายตามองไปรอบ ๆ หนึ่งรอบ ก่อนจะเดินตรงไปที่ตู้เสื้อผ้า

“อาฉือ ฉันว่าห้องนี้ก็ดีมากเลย ฉันเอาห้องนี้แล้วกันนะ”

พอเห็นว่ามือของเธอกำลังจะจับบานตู้เสื้อผ้า ฉินจื่ออี้ก็ไม่สนอะไรทั้งนั้น รีบพุ่งเข้าไปขวางการกระทำนั้นไว้ทันที

“ไม่ได้! ห้องนี้เป็นห้องของฉัน ฉันไม่ยอม”

พอเห็นฉินจื่ออี้มีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนี้ เส้าสวินฉือก็ขมวดคิ้วโดยสัญชาตญาณ และเปิดปากตำหนิทันที “ทำตัวผลุนผลันแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน! เยียนซู่ชอบห้องนี้ เธอก็ยกห้องนี้ให้เยียนซู่ไปสิ เดี๋ยวฉันให้คนใช้จัดห้องใหม่ให้เธอสักห้องก็สิ้นเรื่อง”

ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไร ฉินจื่ออี้ก็ยังคงยืนขวางอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า ไม่ยอมถอยแม้แต่นิดเดียว

เห็นเธอดื้อดึงขนาดนี้ เส้าสวินฉือก็พยายามกดความโกรธในใจไว้ แล้วพูดว่า “ดูท่าฉันจะตามใจเธอจนเสียคนแล้วจริง ๆ!”

ทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันอย่างตึงเครียด สุดท้ายก็เป็นอวี้เยียนซู่ที่เอ่ยปากขึ้นมาไกล่เกลี่ย “พอเถอะอาฉือ ในเมื่อจื่ออี้ไม่อยากให้ ฉันเปลี่ยนไปห้องอื่นก็ได้”

เส้าสวินฉือมองฉินจื่ออี้ที่ยังคงดื้อดึงยืนเฝ้าตู้เสื้อผ้าอยู่ สุดท้ายก็หัวเราะออกมาด้วยความโมโห แล้วพูดประชดว่า “ได้ ในเมื่อจื่ออี้ไม่ยอม งั้นเธอก็มาอยู่ห้องเดียวกับฉันเลยแล้วกัน”

พอได้ยินเขาพูดแบบนั้น อวี้เยียนซู่ก็เขินจนซบเข้าไปในอ้อมอกของเขาทันที ส่วนเส้าสวินฉือพูดจบก็พาเธอออกจากห้องไปเลย

ตอนที่เดินออกจากห้อง ฉินจื่ออี้ยังพอมองเห็นราง ๆ ว่าอวี้เยียนซู่ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู แล้วเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัยเล็กน้อย

“แปลกจัง ทำไมมือฉันมีเลือดล่ะ? ฉันก็ไม่ได้บาดเจ็บนี่นา…”

พอออกจากห้องมา เส้าสวินฉือก็สั่งให้คนย้ายของอวี้เยียนซู่เข้าไปไว้ในห้องของเขาทันที

คนรับใช้เดินไปเดินมา ขนย้ายสัมภาระกันวุ่น แต่ฉินจื่ออี้กลับไม่สนใจสิ่งเหล่านั้นเลย สิ่งแรกที่เธอทำคือรีบยื่นมือที่สั่นเทาไปปิดบานตู้เสื้อผ้าทันที

มีเพียงฉินจื่ออี้เท่านั้นที่รู้ว่าเลือดบนมือของอวี้เยียนซู่มาจากไหน

เพราะเธอไปแตะตู้เสื้อผ้า และในตู้เสื้อผ้านั้น…คือศพของฉินจื่ออี้เอง

ฉินจื่ออี้เดินไปปิดประตูก่อน จากนั้นก็หาเทปกาวม้วนหนึ่งในห้อง แล้วนำมาปิดผนึกตู้เสื้อผ้าไว้อย่างแน่นหนา ยมบาลเคยบอกไว้ว่า หากศพของเธอถูกพบก่อนเวลา เธอก็จะต้องหายไปก่อนกำหนด

หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ฉินจื่ออี้ถึงค่อยโล่งใจ เดินออกไปห้องนั่งเล่นเพื่อรินน้ำดื่มหนึ่งแก้ว ระหว่างทางที่เดินผ่านห้องของเส้าสวินฉือ ผ่านช่องประตูที่ยังปิดไม่สนิท เธอก็พอดีเห็นเขากำลังกอดจูบอวี้เยียนซู่อยู่ในห้อง

เธอหลับตาลงครู่หนึ่ง แล้วเบือนสายตาไปไม่มองอีก ก่อนจะเดินตรงไปยังจุดที่แขวนปฏิทินไว้ ฉีกหน้าปฏิทินนับถอยหลังทิ้งไปหนึ่งแผ่น

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ไม่จำเป็นต้องให้เธอกลับมา   บทที่ 24

    บทที่ 24สุดท้ายแล้วจี้สวินฉือก็จากไปแล้วหลังจากอวี๋จื่ออี้จัดการเรื่องออกจากโรงพยาบาลด้วยตัวเองเสร็จได้ไม่นาน เขาก็ได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลที่เธอโอนมาให้เดิมทีเขาไม่อยากรับเงินนั้นไว้ แต่คำพูดถัดมาของเธอกลับทำให้เขาไม่อาจปฏิเสธได้อีก“รุ่นน้อง ยังไงฐานะทางบ้านนายก็ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว อย่าฝืนตัวเองเกินไปเลย ค่ารักษาของฉันฉันจ่ายเองได้อยู่แล้ว ถ้าทำให้นายต้องไปทำงานพิเศษเพิ่มอีกเพราะฉัน ฉันก็รู้สึกไม่สบายใจเหมือนกัน”จี้สวินฉือก้มหน้าลงอย่างกระอักกระอ่วน บางทีอาจเป็นเพราะช่วงนี้เขาฝันมากขึ้นเรื่อย ๆ พฤติกรรมและวิธีจัดการเรื่องต่าง ๆ ของเขาก็ยิ่งเหมือนคนในความฝันคนนั้นมากขึ้นทุกทีแต่คนในความฝันคือทายาทของเส้าซื่อ กรุ๊ป เป็นดาวรุ่งในแวดวงธุรกิจที่แม้จะแตกหักกับตระกูลเส้า ก็ยังสามารถสร้างตัวขึ้นมาใหม่ได้ด้วยความสามารถของตัวเองแต่จี้สวินฉือ เป็นเพียงนักศึกษายากจนที่ไม่มีอะไรเลย แถมยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำพอกลับถึงหอพัก เขาก็ทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างหมดแรง ไม่เข้าใจเลยว่าทำไม ทั้งที่ทุกอย่างกำลังไปในทิศทางที่ดี แต่แค่คืนเดียวผ่านไป ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปหมดด้านนอกหอพักจู่ ๆ ก็เริ่มมีเสีย

  • ไม่จำเป็นต้องให้เธอกลับมา   บทที่ 23

    บทที่ 23 ไม่ใช่ว่าอวี๋จื่ออี้จะเสียใจทีหลัง คำพูดที่เธอพูดไว้ก่อนที่วิญญาณจะสลายไปในตอนนั้น ก็ยังคงใช้ได้อยู่แม้จะมีความเสียดายอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เคยเสียใจเลยแต่ตอนนั้น ยังมีอีกหนึ่งประโยคที่เธอยังไม่ได้พูด——เพียงแต่ถ้ามีชาติหน้า เธอไม่อยากรักเส้าสวินฉืออีกแล้ววันนั้น เธอคิดจริง ๆ ว่าตัวเองจะสลายหายไปแบบนั้นเลยแต่ในเมื่อครั้งนี้เธอได้โอกาสมีชีวิตอีกครั้ง เธอก็ไม่อยากพัวพันกับเขาอีก เธออยากมีชีวิตเพื่อตัวเองสักครั้งตอนที่อวี๋จื่ออี้ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ก็เป็นช่วงบ่ายของวันถัดมาแล้วกลิ่นยาฆ่าเชื้อที่ฉุนจมูกกับเพดานสีขาวล้วน ความเจ็บแปลบเล็ก ๆ จากเข็มที่หลังมือ และขวดน้ำเกลือที่ห้อยอยู่ด้านข้าง ทำให้เธอเข้าใจได้ทันทีว่าตัวเองอยู่ที่ไหนเธอหันศีรษะไป คนที่เฝ้าอยู่ข้างเตียงคือจี้สวินฉือเขาฟุบอยู่ข้างเตียง ดูเหมือนจะหลับไม่สนิทนัก แถมยังเห็นไรหนวดเคราจาง ๆ ขึ้นอยู่ที่คาง คงเป็นเพราะทั้งคืนที่ผ่านมาเขาแทบไม่ได้พักผ่อนอย่างจริงจังเลยถ้าเป็นเมื่อก่อน เธออาจจะรู้สึกสงสาร หรืออาจจะใจเต้นไปกับเขา แต่ในตอนนี้ เมื่อเธอมองเขา ความรู้สึกในใจก็ปะปนกันไปหมดตอนที่พญายมมาหาเธอ ยังได้พูด

  • ไม่จำเป็นต้องให้เธอกลับมา   บทที่ 22

    บทที่ 22 อวี๋จื่ออี้ฝันยาวนานมากเธอมองเห็นใบหน้าของคนในความฝันไม่ชัด แต่กลับรู้สึกขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลว่า คนในความฝันนั้นก็คือพวกเขาในความฝัน มีชายคนหนึ่งที่ชื่อเหมือน “จี้สวินฉือ” แต่คนละนามสกุล เขาไม่ใช่นักเรียนยากจน หากแต่เป็นทายาทของเส้าซื่อ กรุ๊ป เขายอมย้ายออกจากตระกูล สละสถานะทายาท เพียงเพื่อเลี้ยงดูเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อเหมือนเธอแต่คนละนามสกุล เด็กคนนั้นร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เล็ก และยังเป็นหลานสาวที่เขารักที่สุดด้วยเขาเลี้ยงดูเธอจนเติบโต มอบความรักและความโปรดปรานให้เธอเพียงคนเดียว เอาใจใส่และตามใจเธอถึงขนาดว่า เธออยากได้ดวงดาว เขาก็จะไม่ยอมยื่นให้เพียงดวงจันทร์ตั้งแต่อายุแปดขวบจนถึงสิบแปดปี เขาเลี้ยงดูเธอมาตลอดสิบปีเต็ม แต่เธอกลับ “ไม่รู้จักละอาย” ไปตกหลุมรักผู้ใหญ่ที่เป็นญาติของตัวเองไม่มีใครเข้าใจเธอเลย แม้แต่คุณอาที่เคยรักและเอ็นดูเธอมากที่สุดก็ตามชายที่ชื่อ “เส้าสวินฉือ” คนนั้น ดึงความรักทั้งหมดที่เคยมอบให้เธอกลับคืนไปในพริบตา ก่อนจะเริ่มนัดดูตัวอย่างต่อเนื่องไม่หยุด จนกระทั่งพาคู่หมั้นที่เพียบพร้อมทุกด้านกลับมาเขาคิดว่าทำแบบนี้แล้วเธอคงจะยอมตัดใจแต่ภา

  • ไม่จำเป็นต้องให้เธอกลับมา   บทที่ 21

    บทที่ 21“วันนี้นายนัดฉันออกมา มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?” อวี๋จื่ออี้พยายามกดความรู้สึกแปลก ๆ ในใจเอาไว้ แล้วถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้เป็นปกติที่สุดส่วนใบหน้าของเขาที่ยังร้อนผ่าวไม่หาย พอได้ยินคำถามของเธอเข้า ก็ยิ่งแดงขึ้นไปอีกเขาหยิบถุงใบหนึ่งออกมาจากอ้อมแขนแล้วยื่นให้อวี๋จื่ออี้ ขณะพูดเสียงของเขาก็เผลอเบาลงโดยไม่รู้ตัว“รุ่นพี่ นี่ให้พี่ครับ”พอเห็นว่าเขาจะให้ของขวัญ อวี๋จื่ออี้ก็รีบผลักถุงนั้นกลับไป โบกมือปฏิเสธทันที แต่เขากลับเหมือนคาดเดาการกระทำและความคิดของเธอไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงหยิบของในถุงออกมาทันทีมันคือผ้าพันคอไหมพรมสีขาว เส้นไหมถักไม่สม่ำเสมอ บางช่วงถี่บางช่วงห่าง มองแวบเดียวก็รู้ว่าไม่ได้ซื้อมา และคำพูดถัดมาของจี้สวินฉือก็ยิ่งยืนยันความคิดนั้น“ตอนนี้ผมยังไม่มีเงินมากพอ เลยไม่สามารถให้ของขวัญแพง ๆ กับรุ่นพี่ได้ ผ้าพันคอนี้ผมถักเองกับมือ เป็นครั้งแรกด้วย ยังไม่ค่อยชำนาญ หวังว่ารุ่นพี่จะไม่รังเกียจนะครับ”ประโยคเดียวนั้นแฝงความเจ้าเล่ห์ไว้เต็มเปี่ยม พอประกอบกับใบหน้าที่แดงระเรื่อของจี้สวินฉือแล้ว ถ้าเป็นคนอื่นมาอยู่ตรงนี้ เห็นเขาที่แสดงความรู้สึกออกมาอย่างจริงใจ

  • ไม่จำเป็นต้องให้เธอกลับมา   บทที่ 20

    บทที่ 20กว่าจะกล่อมให้การถกเถียงจอแจของคนในห้องสงบลงได้ อวี๋จื่ออี้ก็เพิ่งจะตั้งใจจะพักสักหน่อย เสียงแจ้งเตือนข้อความจากมือถือก็ดังขึ้นทันทีเธอก้มลงมอง ก็พบว่าเป็นข้อความจากจี้สวินฉือ“รุ่นพี่ วันนี้ผมขอโทษจริง ๆ ที่ทำโจ๊กของพี่หก ถ้าอย่างนั้น วันหลังผมขอเลี้ยงข้าวชดเชยได้ไหมครับ?”มีศีรษะหนึ่งโผล่มาจากข้างไหล่ของเธอ มองเห็นข้อความบนหน้าจอโทรศัพท์ของอวี๋จื่ออี้ในแวบเดียว จากนั้นก็เป็นเสียงคุ้นเคยของมู่เหวินซา “เห็นไหมล่ะ เขายังบอกว่าจะเลี้ยงข้าวเธอด้วยนะ ได้ยินมาว่าฐานะทางบ้านเขาก็ไม่ค่อยดี แบบนี้ไม่เรียกว่าชอบแล้วจะเรียกว่าอะไรล่ะ!”พอได้ยินว่าฐานะทางบ้านของจี้สวินฉือไม่ค่อยดี อวี๋จื่ออี้ก็ขมวดคิ้วขึ้นโดยสัญชาตญาณไม่รู้เพราะอะไร พอได้ยินพวกเธอพูดถึงฐานะทางบ้านของเขา กลับมีความรู้สึกขึ้นมาว่า บ้านของเขาน่าจะมีฐานะดีมากแต่พอมู่เหวินซาพูดถึงฐานะทางบ้านของเขาขึ้นมา อวี๋จื่ออี้ก็พลันนึกขึ้นได้ว่า ชื่อจี้สวินฉือ เธอก็เคยได้ยินมาบ้างก็เพราะว่าเขาเป็นถึงผู้ทำคะแนนอันดับหนึ่งของสายวิทย์เมื่อปีที่แล้ว ทั้ง ๆ ที่มีตัวเลือกที่ดีกว่านี้ แต่กลับเลือกมหาวิทยาลัย A ในท้องถิ่นเพราะพ่อแม่

  • ไม่จำเป็นต้องให้เธอกลับมา   บทที่ 19

    ชามโจ๊กเสียการควบคุมทันทีเอียงเทลง โจ๊กส่วนใหญ่กระเด็นไปอีกด้าน อีกส่วนหนึ่งก็สาดใส่ตัวนักศึกษาชายที่เดินผ่านมาพอดีสิ่งเดียวที่ยังนับว่าโชคดีคือ อวี๋จื่ออี้ไม่ได้ถูกลวกจากความร้อน“ซี้ด!”ไม่คิดว่าโจ๊กจะร้อนขนาดนี้ เมื่อรู้สึกถึงความแสบที่ลามไปทั่วหน้าอกกับท้อง จี้สวินฉือก็อดสูดปากเข้าหนึ่งเฮือกไม่ได้พอได้ยินเสียงร้องเจ็บ อวี๋จื่ออี้ก็ตกใจ รีบเอ่ยถามทันทีว่า “นายไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”จี้สวินฉือสูดหายใจลึก ๆ อยู่หลายครั้ง กว่าจะค่อย ๆ ดีขึ้น เขาโบกมือให้อวี๋จื่ออี้ก่อนจะพูดว่า “ฉันไม่เป็นไร ขอโทษนะครับ เป็นความผิดฉันเองที่ทำให้โจ๊กของเธอหก เดี๋ยวฉันซื้อให้ใหม่แล้วกัน!”เขาขอโทษออกมาแทบจะทันที จนทำให้อวี๋จื่ออี้ตั้งตัวไม่ทันไปชั่วขณะจะมีใครกันที่ตัวเองเจ็บตัว แต่สิ่งแรกที่ทำกลับเป็นการขอโทษแล้วก็ขอชดใช้แบบนี้?ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องนี้ก็โทษเขาฝ่ายเดียวไม่ได้ด้วย“ไม่เป็นไร ฉันซื้อใหม่เองก็ได้” เธอมองโจ๊กที่หกเลอะพื้นด้วยความเสียดายนิดหน่อย แต่ก็ยังส่ายหน้า ก่อนจะล้วงทิชชู่ออกจากกระเป๋าส่งให้เขา ชี้ไปที่โจ๊กที่เปื้อนอยู่บนเสื้อของเขา แววตามีความเป็นห่วง “โจ๊กก็ไม่ได้แพงอะไร แต่น

  • ไม่จำเป็นต้องให้เธอกลับมา   บทที่ 9

    บทที่ 9วันสุดท้ายของการนับถอยหลัง ขณะที่ฉินจื่ออี้ลงมาชั้นล่าง เส้าสวินฉือกำลังจะออกไปข้างนอกพร้อมกับอวี้เยียนซู่ พอเธอเดินมาถึงหน้าประตู ก็เอ่ยปากเรียกเขาไว้ทันที“คุณอา ฉันรู้ว่าคุณยุ่ง แต่วันนี้คุณพอจะกลับมากินข้าวกับฉันสักมื้อได้ไหม แค่มื้อเดียว แค่เราสองคน”ฉันอยาก…บอกลาคุณให้ดี ๆ สักครั้ง

  • ไม่จำเป็นต้องให้เธอกลับมา   บทที่ 8

    บทที่ 8 เธอกำลังจะอ้าปากพูด แต่จู่ ๆ ก็เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น เด็กสองคนกำลังเล่นสเก็ตบอร์ดไล่หยอกล้อกัน พุ่งตรงมาทางสระว่ายน้ำ ทั้งคู่ไม่เห็นว่ามีคนยืนอยู่ข้างหน้า พอรู้ตัวก็เบรกไม่ทัน จึงพุ่งชนจนทำให้อวี้เยียนซู่ที่ยืนอยู่ข้างสระตกลงไปในสระน้ำทันทีได้ยินเพียงเสียง “ตู้ม” ดังขึ้น น้ำในสระกระเซ็นเ

  • ไม่จำเป็นต้องให้เธอกลับมา   บทที่ 7

    บทที่ 7 เส้าสวินฉือมองเธอ ก่อนจะรับของขวัญที่เธอยื่นให้ สีหน้าของเขาดูลึกลับอ่านไม่ออก“ไว้ค่อยมาร่วมอวยพรในพิธีหมั้นก็ยังไม่สาย”งานหมั้นเหรอ?แต่เธอคงอยู่ไม่ถึงวันที่เขาหมั้นแล้วฉินจื่ออี้ก้มหน้าลง เงียบไม่พูดอะไร ไม่อธิบายและไม่โต้แย้ง หลังจากยื่นของขวัญออกไปแล้วก็เดินจากมา ก่อนจะไปหามุมหน

  • ไม่จำเป็นต้องให้เธอกลับมา   บทที่ 6

    บทที่ 6เมื่อได้ยินเสียงคาดคั้นของเส้าสวินฉือ ฉินจื่ออี้ก็ได้สติกลับมาเสียที พอเห็นจดหมายรักในมือของตัวเอง เธอก็รีบวางซองจดหมายกลับคืนลงในลิ้นชักอย่างลนลาน ก่อนจะอ้ำอึ้งเอ่ยอธิบายว่า “ฉันแค่อยากช่วยคุณทำความสะอาดนิดหน่อย…”แต่คำอธิบายของเธอกลับไม่ได้รับความเข้าใจจากเขา ตรงกันข้าม น้ำเสียงของเขายิ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status