INICIAR SESIÓNเนื้อหาต่อไปนี้มีความรุนแรง ขัดขืน ฝืนใจ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
 ชายหนุ่มร่างสูงโอบรัดเรือนร่างของเทียนหอมเอาไว้แน่น ไม่เพียงเท่านั้น เขายังซุกใบหน้าอันหล่อเหลาลงที่ต้นคอของเทียนหอมอีกต่างหาก ริมฝีปากหยักทำหน้าที่กดจูบประพรมความร้อนไปทุกส่วนของต้นคอขาวๆ ส่วนคนที่ถูกกระทำเหมือนจะผลักอกเขาให้ถอย แต่ก็ไร้ผล ด้วยความที่มาร์คัสเป็นลูกครึ่งรูปร่างของเขาสูงใหญ่กว่าเธอมาก "ปล่อยหนูเดี๋ยวนี้นะ" "อย่าเล่นตัวให้มากนักได้ไหม เธอมันก็เด็กใจแตกคนหนึ่งเท่านั้น" ประโยคที่หลุดออกมาเป็นคำพูดทิ่มแทงใจของเด็กสาวมาก เทียนหอมเธอทั้งร้องห้าม ทั้งพยายามขัดขืนการกระทำที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ดูเหมือนมาร์คัสจะไม่สนใจความรู้สึกของเธอเลย เพราะปกติแล้ว เด็กที่เข้าหาเขาก็หวังแค่เงินทั้งนั้น ปึก! "ฮืออ" ร่างเล็กของเทียนหอมถูกเหวี่ยงไปที่เตียงนอน ในขณะที่ร่างของเธอยังคงแผ่หลา มาร์คัสก็รีบขึ้นคร่อมในทันที ดูเหมือนสิ่งที่เขาทำจะไม่ต่างจะเสือที่ตะปบเหยื่อตรงหน้า สองมือของเขาแหวกเสื้อคลุมสีขาวออกจนเห็นเนินอกของเทียนหอม ใบหน้าหล่อเผยรอยยิ้มออกมา ทว่าเด็กสาวที่ไร้หนทางต่อสู้กับร้องขอด้วยความเมตตา "หนูกลัว...อย่าทำแบบนี้เลยคุณ...หนูยังไม่พร้อม" แม้แต่ชื่อของเขา เทียนหอมก็ยังไม่รู้จัก หลังสิ้นเสียงของเธอชายหนุ่มร่างหนาก็พูดขึ้น "จำใส่หัวเธอไว้ ฉันชื่อ มาร์คัส ต่อไป เธอคือเด็กของฉัน...เทียนหอม!!" ใบหน้าหล่อซุกลงที่หน้าอกของเธอโดยไม่รอช้า จนสาวร่างเล็กต้องสะดุ้งด้วยความตกใจ พร้อมเสียงกรีดร้องขอความเมตตาจากเขา ยิ่งร้องดูเหมือนคนอย่างมาร์คัสจะดิบเถื่อนเข้าไปใหญ่ เขาเงยหน้าขึ้นมายิ้มก่อนจะใช้ริมฝีปากประชิดเรียวปากของเธอจนแนบสนิท แล้วดูดดุ้นกลีบปากของเธอจนร้อนผ่าวพลางแลบลิ้นลากเลีย สอดแทรกลิ้นชื้นเข้าไปในโพล่งปาก เด็กสาวที่นอนดิ้นพล่านต้องหยุดนิ่งหลับตารับความป่าเถื่อนที่กำลังจะเกิดขึ้น เธอจนมุมหมดหนทางที่จะต่อสู้ เสือร้ายในคราบเสี่ยใหญ่ไม่ได้เบามือกับเธอแม้แต่นิด แถมยังยกมือขึ้นมาเค้นคลึงหน้าอกสวยของเธอจนรู้สึกถึงความวาบหวามที่กำลังเกิดขึ้น เด็กสาวบิดเร้าร่างกายไปมาพลางถูกอีกฝ่ายจู่โจมอย่างหนัก มาร์คัส ไล่ฝ่ามือลงตามเนื้อผิวพร้อมกับเปลื้องผ้าของเทียมหอมให้พ้นจากร่าง วินาทีนั้นเด็กสาวคราวรุ่นที่พึ่งจะเบ่งบานถึงขั้นตัวสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว "อ๊ะ.." เสียงที่เปล่งออกมาจากปากเธอมันเป็นเสียงของความเจ็บปวด แน่นอนละว่าชายหนุ่มร่างสูงที่ทับร่างเธออยู่เขาไม่เพียงแค่กดจูบสัมผัส แต่เขากัดลงที่เนื้อสาวจนรู้สึกปวดแสบไปหมด "ฮึก...ม มันเจ็บ หนูเจ็บ!" น้ำตาของสาวน้อยรินไหลลงมา ไม่คิดเลยว่ารสสวาทที่กำลังจะเกิดขึ้นมันจะสร้างความทรงจำที่แสนโหดร้ายให้เธอ ระหว่างที่อีกคนน้ำตาตก แต่อีกคนเหมือนจะได้ใจเสื้อคลุมสีขาวหลุดออกจากร่าง ไม่นานเสื้อผ้าของชายหนุ่มก็หลุดออกมาด้วย ร่างกายที่กำยำของมาร์คัส มันบ่งบอกได้ถึงความแข็งแรงในด้านต่างๆ ไม่เพียงแค่นั้น ส่วนตรงกลางลำตัวก็แข็งขืนขนาดใหญ่ มันผงาดขึ้นมาจนได้ที่ เด็กสาวที่พยายามจะหนีต้องตาโตขึ้นเมื่อส่วนนั้นมันใหญ่จนเธอตาเบิกตากว้างเป็นครั้งแรกที่เห็นของผู้ชายชัดๆ "ไม่...หนู...กลัว...ไม่!!" "มานี่ เธอจะไปไหน!" ดูเหมือนคนที่เปลือยเปล่าจะพยายามพลิกตัวดิ้นหนี แต่คงไม่ทันเพราะฝ่ามือหนารีบคว้าไปที่ข้อขาของเธอแล้วกระชากดึงลงมาสุดแรง จนเทียนหอมเสียท่าโดนลากลงมาประชิดที่ขอบเตียง เป็นจังหวะที่มาคัสได้โอกาสจับสองขาเรียวของเธอแยกออกจนกว้าง "คุณ...หนูกลัวแล้ว หนูไม่อยากทำ!!" "ถึงจะร้องไห้ตายก็ไม่มีใครมาช่วยเธอได้หรอก สิ่งที่เธอควรทำคือหุบปาก แล้วเด้งเอวรับก็พอ!!" คำลามกพวกนั้นหลุดออกมาอย่างไม่อายปากแม้แต่น้อย แต่คงไม่ใช่กับเทียนหอม เธอไม่ใช่เด็กดื้อ เด็กใจแตก เรื่องพวกนี้เธอไม่เคยที่จะสัมผัสด้วยซ้ำ สองขาที่ถูกแยกออกเผยให้เห็นกลีบกุหลาบสีแดงสด ช่องทางอันคับแคบตรงหน้ายิ่งทำให้มาร์คัส เผยรอยยิ้มออกมาอย่างน่าแปลก "ฉันอยากให้มันเข้าไปในตัวเธอใจจะขาด" "ยะ อย่ามองแบบนั้นนะ!" "ฉันอยากรู้เหมือนกันว่า ที่พ่อเธอพูดมันเรื่องจริงหรือเปล่า" พูดจบก็ขยับร่างเข้ามาประชิดพร้อมแก่นกายที่แข็งขืน ลำเอ็นที่ร้อนระอุพร้อมจะดันเข้าไปในช่องทางที่คับแคบของเทียนหอม เด็กสาวบิดเร้าด้วยความตื่นกลัว ไม่นานนักก็ต้องร้องเสียงหลงขึ้น "อร้าย!! กรี๊ด!" แน่นอนว่ามันคับแน่นจนยากที่จะดันมันเข้าไปจนมิด อีกทั้งส่วนนั้นของมาร์คัสมันใหญ่ขนาดไซส์ที่มากกว่าชายไทย จนสาวร่างเล็กอย่างเทียนหอมต้องเบ้หน้าด้วยความจุกเสียด ร่างเล็กนอนสั่นระริกอยู่ใต้ร่างของมาเฟียหนุ่ม ที่ใคร ๆ ก็ต่างรู้จักในวงการนักธุรกิจอสังหาฯ มาร์คัส ไร้ความอ่อนโยนอย่างน่าแปลก ดูเหมือนคนที่หิวโหย ทำเหมือนคนที่นอนร้องไห้ตัวสั่นอยู่ตรงหน้าจะไม่มีจิตวิญญาณ ที่เขาต้องเห็นใจเมตตาแม้แต่น้อย แก่นกายที่แข็งขืนของชายหนุ่มพยายามแหวกทางรักที่มันคับแคบไปให้ได้ แต่เขาคงลืมคิดไปว่า ร่างเล็กที่ร้องไห้เพราะความเจ็บปวดมันรู้สึกแทบขาดใจแล้วตอนนี้ "แน่นชะมัด เธอนี่สมกับคำที่พ่อเธอเสนอมาจริงๆ ฮึก"หลังจากที่พบกันวันนั้น ยามเช้ามาร์คัสก็ยังไม่ได้เดินทางเข้ากรุงเทพ เพราะอยากทำความคุ้นเคยกับลูกสาวและได้อยู่ใกล้ชิดกับเทียนหอม ชายหนุ่มพยายามจะร้องขอให้เทียนหอมกลับไปกับเขา ขอโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทว่าเทียนหอมก็ยังไม่ได้กลับ เธอรับรู้ได้ว่าเขารักเธอจริงแต่อยากใช้โอกาสนี้เป็นเครื่องพิสูจน์มากกว่า วันเวลาเดินทางไปไม่ได้หยุดนิ่งเทียนหอมเธอยังคงอยู่ที่เดิม ส่วนมาร์คัสก็เทียวไปเทียวมาระหว่างกรุงเทพและขอนแก่น ทุกครั้งที่มาก็จะมีของเล่นขนมมาให้ลูกจนเต็มไปหมด คนแถวนั้นที่ไม่เคยเห็นพ่อของลูกของเทียนหอมก็พึ่งได้เห็น และเสียงที่เล่าลือกันไปคือ เขาเป็นคนรวย แถมยังหล่ออีก แต่สำหรับบางคนที่ชอบนินทา แน่นอนว่าคงมองเทียนหอมเป็นเด็กเที่ยวใจแตกพลาดท้องเลยหนีมาอยู่ที่นี่ มาร์คัสใช้เวลาอย่างมากเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้เทียนหอมได้เห็น หากจะนับเวลาตั้งแต่ที่เจอกันอีกครั้งจนวันนี้ก็ผ่านมาจนหนึ่งเดือนแล้ว ทว่าคนตัวเล็กหน้าสวยก็ยังไม่ตอบตกลงที่จะเข้ากรุงเทพพร้อมตนสักที "คุณน้าครับ หากวันหนึ่งผมพาเทียนหอมกับมิรินไปเยี่ยมคุณปู่คุณย่าเขาที่ต่างประเทศ คุณน้าจะว่าอะไรไหมครับ" ชายหนุ่มเอ่ยถามเด่นดวงด้วยถอยคำสุภาพน้ำ
มาร์คัสแทบกลืนน้ำลายไม่ลงเขาละสายตาจากคนพูดแล้วเพ่งมองที่ใบหน้าของเด็กน้อย ใบหน้าจิ้มลิ้มดวงตากลมโต นัยน์ตาประกายผิวขาวปากอมชมพูเล็กน้อยทว่าทุกสัดส่วนบนใบหน้าก็คล้ายเขาเมื่อตอนเด็ก และนั้นทำให้ชายหนุ่มต้องปล่อยโฮขึ้น "ฮึก เขาเป็นลูกของผมเหรอครับ เทียนหอมทำไมเธอใจร้ายแบบนี้" "แม่คะ" "เทียนเขาควรรู้ ไหนๆเรื่องมันก็นานแล้ว ดีกว่าเทียนจะโกหกลูกว่าพ่อเขาตายนะ" เจ็บยิ่งกว่าถูกมีดกรีดก็ว่าได้ เทียนหอมเล่นโกหกลูกสาวว่าพ่อเสีย จึงทำให้เด็กน้อยไม่เคยถามหาอีก มาร์คัสขยับเท้าเข้ามา สายตาที่มองมิรินมันอ่อนโยนจนหาที่เปรียบไม่ได้ แถมดวงตาคู่คมนั้นยังเปื้อนไปด้วยน้ำตาที่มันไหล "ผมขอจับเขาได้ไหม" เด่นดวงไม่ได้ใจร้าย ตนรู้ว่าลูกสาวก็ลืมมาร์คัสไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคงมีรักใหม่ไปนานแล้ว แต่นี่ครองโสดเลี้ยงลูกเพียงลำพังเพราะกลัวว่าจะเป็นเหมือนตนครั้งยังเด็ก "เทียน แม่ไม่อยากให้มิรินเป็นเหมือนเทียนนะลูก พ่อเขาอยู่ตรงนี้ อย่างน้อยๆเขาก็มีสายเลือดเดียวกัน" เทียนหอมร้องไห้สะอึกสะอื้น ส่วนเด่นดวงวางหลานตัวน้อยลงจากอ้อมแขน จากนั้นก็บอกหลานสาว "มิริน ผู้ชายตรงนี้เขาเป็นปะป๊าของหนู ไปหาเขาสิ" "ปะป๊านะยัยย
คำบอกเล่าของลูกน้อง ทำให้ชายหนุ่มร่างสูงต้องชะงัก ด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าคนที่ตนเห็นจะเป็นคนเดียวกันกับเด็กที่ตนตามหา "มึงเจอเธอที่ไหน" "ที่โรงแรมนี่ละครับ แต่..." "อะไร!" "นายครับ ผมไปส่งเธอที่บ้าน เห็นเด็กคนหนึ่งวิ่งมากอดเทียนหอม ผมเกรงว่าเธอน่าจะแต่งงานมีสามีไปแล้ว" คำบอกเล่านั่น มันทำให้มาร์คัสแทบจุกจนหายใจไม่ออก คำว่าแต่งงานมีครอบครัวอย่างนั้นนะเหรอ มันเป็นเรื่องที่เขาไม่อยากได้ยินด้วยซ้ำ "พากูไป กูอยากเห็นกับตาตัวเอง ว่าเธอมีครอบครัวจริงหรือเปล่า" "ครับ" สิงห์น้อมรับคำสั้นๆ จากนั้นก็พามาร์คัสไปที่บ้านที่เทียนหอมอาศัยอยู่กับแม่และลูกสาว ระหว่างที่รถแล่นตามถนนมานั้น ในหัวของชายหนุ่มก็ตั้งคำถามกับตัวเองไม่หยุด ตลอดระยะเวลาสามปีที่เขาตามหาทั่วกรุงเทพ แต่คนตัวเล็กแอบมาหลบอยู่ที่ภาคอีสาน แถมลูกน้องตนยังบอกว่ามีลูกเล็ก มันหมายความว่าอย่างไรกัน รถของมาร์คัสจอดอยู่ที่หน้าบ้านโดยที่สิงห์เป็นคนขับ ชายหนุ่มเปิดประตูลงมา แต่ตอนนี้เด่นดวงได้เก็บของที่ขายลงเรียบร้อย แต่บริเวณหน้าบ้านเงียบมาก ชายหนุ่มกวาดสายตามองดูโดยรอบ แหงนหน้าขึ้นไปมองที่ชั้นสอง พร้อมกับการถอนหายใจ "เธอหนีฉันมา มาอยู
สิงห์ตามมาร์คัส ออกมาข้างนอกห้องประชุมสัมมนาขนาดใหญ่ จากนั้นก็กวาดสายตามองหาคนที่ตนคิดว่าเป็นเทียนหอม แต่ก็ไร้เงา ไม่รู้ว่าจำคนผิดไปหรือเปล่า ส่วนเทียนหอมเธอขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำ ชั่งใจอยู่ว่าจะเอาอย่างไรดี หากอยู่ก็ต้องเจอกับเขาแน่ แต่ถ้าหนีกลับบ้านคงถูกหัวหน้าสายงานด่าแน่นอน "ระหว่างโดนด่า กับเจอผู้ชายคนนั้นเธอจะเอายังไงเทียนหอม" เธอถามตัวเอง แต่ดูเหมือนจะได้ข้อตลกแล้ว หากหนีกลับตอนนี้แม้จะโดนต่อว่าก็ไม่เท่ากับจะเจอเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นแน่ เทียนหอมตัดสินใจที่จะออกจากการอบรมกะทันหัน แถมยังส่งข้อความไปบอกเพื่อนอีกว่า มิรินไม่สบายขอกลับก่อน และให้บอกหัวหน้าสายงานด้วย โจอ่านและทำตามที่เพื่อนขอ อีกทั้งเขาก็เชื่อว่ามิรินไม่สบายจริงเลยไม่ได้ซักถามอะไรให้มากความ เทียนหอมเดินออกมาจากโรงแรมเธอมองหารถที่จะกลับบ้าน ทว่า สิงห์ดันเดินมาพอดี ดีหน่อยที่มาร์คัสเขากลับเข้าห้องประชุมไปแล้ว ทันทีที่สิงห์เห็นเทียนหอมยืนอยู่ เขาก็เพ่งมองอยู่สักพักแน่ใจแล้วว่าเธอคือคนที่เจ้านายตามหาก็เรียกทักทันที "เทียนหอม!!" เทียนหอมสะดุ้งเล็กน้อย จากนั้นก็หันกลับไปมองพอเห็นว่าเป็นสิงห์ ใบหน้าของเธอยิ่งเลิกลั
3ปีผ่านไป ระยะเวลาพิสูจน์อะไรได้หลายอย่างแม้กระทั่งใจคน "นายครับ อาทิตย์หน้าที่จะถึงเราต้องไปฝึกอบรมพนักงานขายที่ต่างจังหวัดนะครับนาย" เสียงที่โพล่งบอกเป็นเสียงของสิงห์ แน่นอนว่าชายหนุ่มร่างสูงนี้ ยังอยู่กับมาร์คัสไม่ได้จากไปที่ไหน แถมยังช่วยงานผู้เป็นนายได้ดีไม่มีขาดตกบกพร่องเหมือนเดิม "อืม กูรู้แล้ว ว่าแต่ช่วงหลังมานี้ มึงได้ไปตามสืบข่าวจากเด็กน้ำหวานบ้างหรือเปล่า" "เอ่ออ คือ" สิงห์เงียบเพราะไม่ได้ไปตามสืบมาสักพักใหญ่ เพราะอะไรนะ เหรอ เพราะน้ำหวานเห็นหน้าสิงห์ทีไรก็ไล่ตะเพิดทุกที ก็หลังๆมานี้ไม่ใช่แค่ไปตามสืบ แต่กับก้าวล้ำเขาไปในชีวิตเขาจนทำให้น้ำหวานต้องเลิกกับแฟนเพราะสิงห์เป็นต้นเหตุ "หากมึงว่างก็แอบไปตามหน่อยแล้วกัน กูเชื่อว่าเด็กคนนั้นรู้ว่าเมียกูอยู่ไหนแต่ไม่บอก" "นายครับ แต่ ผ่านมาสามปีแล้ว ป่านนี้เทียนหอมคงมีแฟนใหม่ไปแล้วนะครับนาย" ปัง!! "กูไม่สน จะผัวใหม่กี่คน กูก็ต้องเอาเมียกูกลับมาให้ได้" ไม่เพียงแค่ปากพูด เขายังตบโต๊ะเสียงดังลั่นใส่สิงห์จนสิงห์ต้องก้มหน้าต่ำลง เพราะตกใจ บรรยากาศในห้องทำงานยังคงปกคลุมไปด้วยความเงียบ ตลอดสามปีที่ผ่านมาไม่มีวันไหนเลย
สิ่งที่มันเจ็บที่สุดก็น่าจะเป็นคำพูดของคนที่บอกว่ารักกัน แต่เขาในตอนนี้กับไม่แคร์ความรู้สึกเธอเลยแม้แต่น้อย วาจาที่พ่นออกมานั้นไม่รู้ว่าเขาคิดหรือเปล่า ทว่ามันดันทำให้อีกฝ่ายน้ำตานองหน้าขึ้นมาเสียดื้อๆ "มาร์คงรักเธอมากสินะ คุณถึงไม่แคร์ความรู้สึกพิมพ์สักนิด" "พิมพ์หากผมไม่แคร์ความรู้สึกคุณ ผมจะแต่งงานกับคุณทำไมกัน แต่คุณบอกเองว่าไม่สบายใจผมก็ไม่ฝืน แล้วจะให้ผมทำยังไง" "คุณรู้ตัวหรือเปล่า ว่าคุณเห็นแก่ตัวมากที่สุด คุณน่าจะสำนึกรู้สึกผิดกับพิมพ์บ้าง แต่นี่คุณกับไม่สนความรู้สึกพิมพ์เลย" เธอทั้งร้องไห้ทั้งยืนปาดน้ำตาอยู่อย่างนั้น ส่วนมาร์คัสไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ใบหน้าหล่อเสหลบสายตาแฟนสาว จากนั้นก็ค่อย ๆ สาวเท้าลงมาหาเธออย่างใจเย็น สองมือของเขาเอื้อมไปจับมือพิมพ์รดาไว้แน่น จากนั้นก็พูดเสียงเรียบ "ผมขอโทษ ขอโทษสำหรับทุกอย่าง คุณอยากจะด่าจะว่าจะประจานผมยังไงก็ได้ ผมยอมรับผมลืมเธอไม่ได้จริงๆ แต่เรื่องแต่งงานผมแล้วแต่คุณจะตัดสินใจ ผมขอโทษนะพิมพ์!" "ฮึกฮือ อืออ คุณรักเด็กนั่นขนาดนี้เลยเหรอ พิมพ์ไม่ดีตรงไหน ทำไมคุณไม่บอกพิมพ์ละคะ เราจะแต่งงานกันแล้วทำไมคุณถึงใจร้ายแบบนี้" "ผมขอโทษ ผมไม







