Mag-log in
เด่นดวงนั่งรอลูกสาวตั้งแต่เมื่อคืนจนกระทั่งรุ่งเช้า แต่ก็ไร้เงาของเทียนหอม แม้ว่าเหตุการณ์เมื่อคืนเธอจะขอให้คนอื่นช่วยตามตัวลูกสาวแต่เชื่อไหมว่าไม่มีใครอยากยุ่ง บางคนแนะนำให้เธอไปแจ้งความแต่เธอก็ไม่ทำ กลัวว่าเรื่องมันจะไปกันใหญ่ ส่วนทรงพลตั้งแต่พาตัวเทียนหอมไปเมื่อคืนเขาเองก็ยังไม่กลับ "ธูป...แกโทรหาพ่อแกหรือยัง" "ทำไมต้องโทรละแม่ เขาก็เป็นแบบนี้มานานแล้วนิ ทุกครั้งไม่เห็นว่าแม่จะโทร" ชายหนุ่มวัยเพียง16ตอบกลับมาด้วยท่าทีเฉยเมย ดูเหมือนกับว่าเหตุการณ์เมื่อคืนไม่ได้สร้างความห่วงใยให้กับพี่สาวแม้แต่นิด "แกไม่เห็นหรือไง พ่อแกพาพี่แกไป แกรู้จักเป็นห่วงคนอื่นบ้างหรือเปล่า" "โถ่แม่! พี่เทียนโตแล้ว เขาไม่ปล่อยตัวเองตายหรอก หากเป็นอะไรเขาก็คงโทรหาแม่แล้ว" ใช่! คงจะโทรหา ทว่ามือถือของลูกสาวมันหล่นอยู่ที่บ้านตั้งแต่พ่อของเขาฉุดกระชากลากถูไปขึ้นรถ เมื่อได้ยินคำพูดที่ไม่สนใจห่วงใยคนอื่น มันทำให้เด่นดวงถึงขั้นก้มหน้าร้องไห้อีกครั้ง ธูป นิสัยของเขาเหมือนพ่อไม่มีผิด ระหว่างที่นั่งเศร้า รถแท็กซี่ก็ขับมาจอดหน้าบ้าน บ้านไม้สองชั้นที่อาศัยอยู่4คน แต่คนที่ลงรถมาดันเป็นทรงพลแค่คนเดียว "พี่...ยัยเทียนละ พี่เอายัยเทียนไปไว้ไหน" ทันที ที่เท้าของทรงพลย่างกายเข้ามาในบ้าน เด่นดวงก็รีบโผร่างเข้าไปประชิดสามี คำถามพวกนั้นทำเอาคนที่พึ่งมาถึง ต้องตะเบ็งเสียงใส่ "อีดวง...อีเทียนมันสบายแล้ว มึงรู้ไหมเสี่ยเขาให้มันอยู่คอนโดสุขสบาย มึงไม่ต้องเป็นห่วงมันหรอก" "พี่เอาลูกไปไว้ที่ไหน ทำไมถึงทำกับเทียนขนาดนั้น ตั้งแต่เด็กมันก็ไม่เคยได้รับความรัก พอโตพี่ยังจะขายมันให้เสี่ยอีก" "มึงหุบปาก! ที่กูทำเพื่อครอบครัวทั้งนั้น" ไม่เพียงแค่ปากพูด ยังยกมือมาชี้หน้าเด่นดวงให้เงียบ จากนั้นก็หยิบซองสีน้ำตาลในกระเป๋าออกมา แล้วโยนให้ผู้เป็นภรรยาพร้อมคำพูด "เอ้า....มึงควรภูมิใจในตัวอีเทียนนะ มันช่วยหาเงินมาให้มึงได้มากขนาดนี้" ไม่รู้ว่าจำนวนเงินนั้นมันมากขนาดไหน เด่นดวงรีบเปิดขึ้นมาดู เพียงแค่เห็นเงินปึกนั้น เธอยิ่งร้องไห้หนัก แล้วยกกำปั้นไปทุบที่อกสามี "พี่เป็นคนอยู่หรือเปล่า พี่เอาลูกไปขาย แล้วอนาคตลูกจะเป็นยังไง เทียนอยู่ไหน ฉันจะไปเอาลูกกลับ" "เงินก็ได้แล้ว มึงเลิกบ้าสักที หากมึงไม่หยุด มึงจมตีนกูแน่!" แน่นอนว่าเด่นดวงต้องเงียบ เพราะเธอรู้ว่าหากฝืนต่อรองก็คงต้องเจ็บตัว แต่เงินจำนวนที่ทรงพลให้มันไม่ใช่หนึ่งล้าน มันมีแค่แสนเดียว เพราะส่วนที่เหลือเขาเก็บไว้ต่อยอดของตัวเอง ภายในคอนโดหรู เด็กสาวรู้สึกเจ็บปวดตามร่างกายอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งบริเวณกึ่งกลางตัวมันยิ่งรู้สึกปวดหนึบแถมยังรู้สึกว่ามันแฉะอยู่ตลอดเวลา แถมช่องทางรักของเธอมันมีภาวะที่เรียกว่าฉีกขาดเล็กน้อยเพราะแรงกระแทกหนักในเมื่อคืน ตอนนี้เธอไม่รู้จะไปไหนอีกทั้งเธอถูกคุมเข้มอยู่ด้านนอกราวกับนักโทษ แถมเครื่องมือสื่อสารไม่มีสักชิ้น โทรศัพท์ในห้องก็เหมือนจะถูกตัดไม่ให้ติดต่อใคร หากเป็นแบบนี้เธอก็คงเหมือนพวกนางบำเรอ รอรับอารมณ์กามของเจ้าของห้องก็เท่านั้น "แม่....หนูรักแม่นะ หนูอยากกลับไปหาแม่" เธอบ่นขึ้นกับตัวเองด้วยอาการเหม่อลอย พร้อมรอยยิ้มที่จุดขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อคิดถึงอ้อมกอดของแม่ ระหว่างความคิดกำลังเกิดขึ้น เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นมา แอร็กก ชายร่างสูงคนหนึ่งถือถุงของมากมายมาให้ ชายคนนั้นหน้าตาดีสูงโปร่งผิวขาว เทียนหอมที่นั่งเหม่ออยู่บนเตียงหันหน้าไปทางหน้าต่างห้อง ต้องหันกลับมามอง ก่อนที่ชายคนนั้นจะพูดขึ้น "เสื้อผ้าเธอ ส่วนนี้ข้าวของที่จำเป็น เธออยากได้อะไรอีกหรือเปล่า" สิงห์เอ่ยถามเพราะของพวกนี้ เขาได้รับคำสั่งจากนายให้เอามาให้ "คือ....หนูอยากได้ยาแก้ปวด" "แล้วเอาอะไรอีกไหม" สิงห์ถามเสียงเรียบใบหน้าหล่อไม่มีท่าทีใด ๆ นอกจากเฉยชา ราวกับว่าเขาเป็นหุ่นยนต์เดินได้ "พี่คะ หนูอยากติดต่อแม่ มือถือหนูหาย พี่ช่วยหนูได้ไหม" ชายหนุ่มนิ่งอยู่ชั่วครู่ เพราะการขอสิ่งของแบบนั้นตนต้องรายงานนาย ทว่า วันนี้มาร์คัสจะแวะมาอีกรอบ เมื่อตัดสินใจอะไรให้ไม่ได้ สิงห์ก็พูดขึ้น "เอาไว้นายมา เธอค่อยบอก ส่วนยาฉันจะเอามาให้" พูดจบเขาก็เดินออกไปทันที เทียนหอมมองตามด้วยสายตาละห้อย ชายใจร้ายคนเมื่อคืนเขาจะกลับมาอีก สิ่งที่เธอคิดในหัวคือ ความเจ็บปวด ความน่ากลัว หากเขากลับมาทำเรื่องเหมือนเมื่อคืน มีหวังเธอได้ตายจากโลกนี้แน่นอน บ้านหรูใจกลางกรุง "ครับพิมพ์ เดี๋ยวผมจะรีบไปรับ" มาร์คัสยกมือถือขึ้นมาแนบที่หู ประโยคสนทนาที่แสนสั้น เมื่อบอกปลายสายไปแล้วก็รีบกดวาง จากนั้นเขาก็เก็บมือถือลงกระเป๋าเสื้อสูทตามเดิมหลังจากที่พบกันวันนั้น ยามเช้ามาร์คัสก็ยังไม่ได้เดินทางเข้ากรุงเทพ เพราะอยากทำความคุ้นเคยกับลูกสาวและได้อยู่ใกล้ชิดกับเทียนหอม ชายหนุ่มพยายามจะร้องขอให้เทียนหอมกลับไปกับเขา ขอโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทว่าเทียนหอมก็ยังไม่ได้กลับ เธอรับรู้ได้ว่าเขารักเธอจริงแต่อยากใช้โอกาสนี้เป็นเครื่องพิสูจน์มากกว่า วันเวลาเดินทางไปไม่ได้หยุดนิ่งเทียนหอมเธอยังคงอยู่ที่เดิม ส่วนมาร์คัสก็เทียวไปเทียวมาระหว่างกรุงเทพและขอนแก่น ทุกครั้งที่มาก็จะมีของเล่นขนมมาให้ลูกจนเต็มไปหมด คนแถวนั้นที่ไม่เคยเห็นพ่อของลูกของเทียนหอมก็พึ่งได้เห็น และเสียงที่เล่าลือกันไปคือ เขาเป็นคนรวย แถมยังหล่ออีก แต่สำหรับบางคนที่ชอบนินทา แน่นอนว่าคงมองเทียนหอมเป็นเด็กเที่ยวใจแตกพลาดท้องเลยหนีมาอยู่ที่นี่ มาร์คัสใช้เวลาอย่างมากเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้เทียนหอมได้เห็น หากจะนับเวลาตั้งแต่ที่เจอกันอีกครั้งจนวันนี้ก็ผ่านมาจนหนึ่งเดือนแล้ว ทว่าคนตัวเล็กหน้าสวยก็ยังไม่ตอบตกลงที่จะเข้ากรุงเทพพร้อมตนสักที "คุณน้าครับ หากวันหนึ่งผมพาเทียนหอมกับมิรินไปเยี่ยมคุณปู่คุณย่าเขาที่ต่างประเทศ คุณน้าจะว่าอะไรไหมครับ" ชายหนุ่มเอ่ยถามเด่นดวงด้วยถอยคำสุภาพน้ำ
มาร์คัสแทบกลืนน้ำลายไม่ลงเขาละสายตาจากคนพูดแล้วเพ่งมองที่ใบหน้าของเด็กน้อย ใบหน้าจิ้มลิ้มดวงตากลมโต นัยน์ตาประกายผิวขาวปากอมชมพูเล็กน้อยทว่าทุกสัดส่วนบนใบหน้าก็คล้ายเขาเมื่อตอนเด็ก และนั้นทำให้ชายหนุ่มต้องปล่อยโฮขึ้น "ฮึก เขาเป็นลูกของผมเหรอครับ เทียนหอมทำไมเธอใจร้ายแบบนี้" "แม่คะ" "เทียนเขาควรรู้ ไหนๆเรื่องมันก็นานแล้ว ดีกว่าเทียนจะโกหกลูกว่าพ่อเขาตายนะ" เจ็บยิ่งกว่าถูกมีดกรีดก็ว่าได้ เทียนหอมเล่นโกหกลูกสาวว่าพ่อเสีย จึงทำให้เด็กน้อยไม่เคยถามหาอีก มาร์คัสขยับเท้าเข้ามา สายตาที่มองมิรินมันอ่อนโยนจนหาที่เปรียบไม่ได้ แถมดวงตาคู่คมนั้นยังเปื้อนไปด้วยน้ำตาที่มันไหล "ผมขอจับเขาได้ไหม" เด่นดวงไม่ได้ใจร้าย ตนรู้ว่าลูกสาวก็ลืมมาร์คัสไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคงมีรักใหม่ไปนานแล้ว แต่นี่ครองโสดเลี้ยงลูกเพียงลำพังเพราะกลัวว่าจะเป็นเหมือนตนครั้งยังเด็ก "เทียน แม่ไม่อยากให้มิรินเป็นเหมือนเทียนนะลูก พ่อเขาอยู่ตรงนี้ อย่างน้อยๆเขาก็มีสายเลือดเดียวกัน" เทียนหอมร้องไห้สะอึกสะอื้น ส่วนเด่นดวงวางหลานตัวน้อยลงจากอ้อมแขน จากนั้นก็บอกหลานสาว "มิริน ผู้ชายตรงนี้เขาเป็นปะป๊าของหนู ไปหาเขาสิ" "ปะป๊านะยัยย
คำบอกเล่าของลูกน้อง ทำให้ชายหนุ่มร่างสูงต้องชะงัก ด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าคนที่ตนเห็นจะเป็นคนเดียวกันกับเด็กที่ตนตามหา "มึงเจอเธอที่ไหน" "ที่โรงแรมนี่ละครับ แต่..." "อะไร!" "นายครับ ผมไปส่งเธอที่บ้าน เห็นเด็กคนหนึ่งวิ่งมากอดเทียนหอม ผมเกรงว่าเธอน่าจะแต่งงานมีสามีไปแล้ว" คำบอกเล่านั่น มันทำให้มาร์คัสแทบจุกจนหายใจไม่ออก คำว่าแต่งงานมีครอบครัวอย่างนั้นนะเหรอ มันเป็นเรื่องที่เขาไม่อยากได้ยินด้วยซ้ำ "พากูไป กูอยากเห็นกับตาตัวเอง ว่าเธอมีครอบครัวจริงหรือเปล่า" "ครับ" สิงห์น้อมรับคำสั้นๆ จากนั้นก็พามาร์คัสไปที่บ้านที่เทียนหอมอาศัยอยู่กับแม่และลูกสาว ระหว่างที่รถแล่นตามถนนมานั้น ในหัวของชายหนุ่มก็ตั้งคำถามกับตัวเองไม่หยุด ตลอดระยะเวลาสามปีที่เขาตามหาทั่วกรุงเทพ แต่คนตัวเล็กแอบมาหลบอยู่ที่ภาคอีสาน แถมลูกน้องตนยังบอกว่ามีลูกเล็ก มันหมายความว่าอย่างไรกัน รถของมาร์คัสจอดอยู่ที่หน้าบ้านโดยที่สิงห์เป็นคนขับ ชายหนุ่มเปิดประตูลงมา แต่ตอนนี้เด่นดวงได้เก็บของที่ขายลงเรียบร้อย แต่บริเวณหน้าบ้านเงียบมาก ชายหนุ่มกวาดสายตามองดูโดยรอบ แหงนหน้าขึ้นไปมองที่ชั้นสอง พร้อมกับการถอนหายใจ "เธอหนีฉันมา มาอยู
สิงห์ตามมาร์คัส ออกมาข้างนอกห้องประชุมสัมมนาขนาดใหญ่ จากนั้นก็กวาดสายตามองหาคนที่ตนคิดว่าเป็นเทียนหอม แต่ก็ไร้เงา ไม่รู้ว่าจำคนผิดไปหรือเปล่า ส่วนเทียนหอมเธอขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำ ชั่งใจอยู่ว่าจะเอาอย่างไรดี หากอยู่ก็ต้องเจอกับเขาแน่ แต่ถ้าหนีกลับบ้านคงถูกหัวหน้าสายงานด่าแน่นอน "ระหว่างโดนด่า กับเจอผู้ชายคนนั้นเธอจะเอายังไงเทียนหอม" เธอถามตัวเอง แต่ดูเหมือนจะได้ข้อตลกแล้ว หากหนีกลับตอนนี้แม้จะโดนต่อว่าก็ไม่เท่ากับจะเจอเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นแน่ เทียนหอมตัดสินใจที่จะออกจากการอบรมกะทันหัน แถมยังส่งข้อความไปบอกเพื่อนอีกว่า มิรินไม่สบายขอกลับก่อน และให้บอกหัวหน้าสายงานด้วย โจอ่านและทำตามที่เพื่อนขอ อีกทั้งเขาก็เชื่อว่ามิรินไม่สบายจริงเลยไม่ได้ซักถามอะไรให้มากความ เทียนหอมเดินออกมาจากโรงแรมเธอมองหารถที่จะกลับบ้าน ทว่า สิงห์ดันเดินมาพอดี ดีหน่อยที่มาร์คัสเขากลับเข้าห้องประชุมไปแล้ว ทันทีที่สิงห์เห็นเทียนหอมยืนอยู่ เขาก็เพ่งมองอยู่สักพักแน่ใจแล้วว่าเธอคือคนที่เจ้านายตามหาก็เรียกทักทันที "เทียนหอม!!" เทียนหอมสะดุ้งเล็กน้อย จากนั้นก็หันกลับไปมองพอเห็นว่าเป็นสิงห์ ใบหน้าของเธอยิ่งเลิกลั
3ปีผ่านไป ระยะเวลาพิสูจน์อะไรได้หลายอย่างแม้กระทั่งใจคน "นายครับ อาทิตย์หน้าที่จะถึงเราต้องไปฝึกอบรมพนักงานขายที่ต่างจังหวัดนะครับนาย" เสียงที่โพล่งบอกเป็นเสียงของสิงห์ แน่นอนว่าชายหนุ่มร่างสูงนี้ ยังอยู่กับมาร์คัสไม่ได้จากไปที่ไหน แถมยังช่วยงานผู้เป็นนายได้ดีไม่มีขาดตกบกพร่องเหมือนเดิม "อืม กูรู้แล้ว ว่าแต่ช่วงหลังมานี้ มึงได้ไปตามสืบข่าวจากเด็กน้ำหวานบ้างหรือเปล่า" "เอ่ออ คือ" สิงห์เงียบเพราะไม่ได้ไปตามสืบมาสักพักใหญ่ เพราะอะไรนะ เหรอ เพราะน้ำหวานเห็นหน้าสิงห์ทีไรก็ไล่ตะเพิดทุกที ก็หลังๆมานี้ไม่ใช่แค่ไปตามสืบ แต่กับก้าวล้ำเขาไปในชีวิตเขาจนทำให้น้ำหวานต้องเลิกกับแฟนเพราะสิงห์เป็นต้นเหตุ "หากมึงว่างก็แอบไปตามหน่อยแล้วกัน กูเชื่อว่าเด็กคนนั้นรู้ว่าเมียกูอยู่ไหนแต่ไม่บอก" "นายครับ แต่ ผ่านมาสามปีแล้ว ป่านนี้เทียนหอมคงมีแฟนใหม่ไปแล้วนะครับนาย" ปัง!! "กูไม่สน จะผัวใหม่กี่คน กูก็ต้องเอาเมียกูกลับมาให้ได้" ไม่เพียงแค่ปากพูด เขายังตบโต๊ะเสียงดังลั่นใส่สิงห์จนสิงห์ต้องก้มหน้าต่ำลง เพราะตกใจ บรรยากาศในห้องทำงานยังคงปกคลุมไปด้วยความเงียบ ตลอดสามปีที่ผ่านมาไม่มีวันไหนเลย
สิ่งที่มันเจ็บที่สุดก็น่าจะเป็นคำพูดของคนที่บอกว่ารักกัน แต่เขาในตอนนี้กับไม่แคร์ความรู้สึกเธอเลยแม้แต่น้อย วาจาที่พ่นออกมานั้นไม่รู้ว่าเขาคิดหรือเปล่า ทว่ามันดันทำให้อีกฝ่ายน้ำตานองหน้าขึ้นมาเสียดื้อๆ "มาร์คงรักเธอมากสินะ คุณถึงไม่แคร์ความรู้สึกพิมพ์สักนิด" "พิมพ์หากผมไม่แคร์ความรู้สึกคุณ ผมจะแต่งงานกับคุณทำไมกัน แต่คุณบอกเองว่าไม่สบายใจผมก็ไม่ฝืน แล้วจะให้ผมทำยังไง" "คุณรู้ตัวหรือเปล่า ว่าคุณเห็นแก่ตัวมากที่สุด คุณน่าจะสำนึกรู้สึกผิดกับพิมพ์บ้าง แต่นี่คุณกับไม่สนความรู้สึกพิมพ์เลย" เธอทั้งร้องไห้ทั้งยืนปาดน้ำตาอยู่อย่างนั้น ส่วนมาร์คัสไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ใบหน้าหล่อเสหลบสายตาแฟนสาว จากนั้นก็ค่อย ๆ สาวเท้าลงมาหาเธออย่างใจเย็น สองมือของเขาเอื้อมไปจับมือพิมพ์รดาไว้แน่น จากนั้นก็พูดเสียงเรียบ "ผมขอโทษ ขอโทษสำหรับทุกอย่าง คุณอยากจะด่าจะว่าจะประจานผมยังไงก็ได้ ผมยอมรับผมลืมเธอไม่ได้จริงๆ แต่เรื่องแต่งงานผมแล้วแต่คุณจะตัดสินใจ ผมขอโทษนะพิมพ์!" "ฮึกฮือ อืออ คุณรักเด็กนั่นขนาดนี้เลยเหรอ พิมพ์ไม่ดีตรงไหน ทำไมคุณไม่บอกพิมพ์ละคะ เราจะแต่งงานกันแล้วทำไมคุณถึงใจร้ายแบบนี้" "ผมขอโทษ ผมไม







