Share

คำพูดแสนเย็นชา

last update Tanggal publikasi: 2026-05-24 17:34:59

ร่างสูงตื่นขึ้นมาในช่วงสายของอีกวันพร้อมกับอาการปวดหัว ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นหยดเสือดสีแดงสดบนเตียงนอนทำให้ความทรงจำเมื่อคืนผุดขึ้นมา เขาแทบจะตะโกนออกมาเพราะสิ่งที่ตัวเองตั้งใจเอาไว้ว่าจะไม่แตะต้องเธอแม้แต่ปลายนิ้วได้มลายหายไปในชั่วพริบตาเดียวเพียงเพราะน้ำเมา

          ลี่จวินที่ตื่นเช้าเหมือนทุกวัน แม้วันนี้จะเป็นวันหยุดก็ตามที เธอลงมาทำอาหารให้สามีทั้ง ๆ ที่ยังคงรู้สึกเจ็บที่กลางกายเพราะบทรักเมื่อคืน กว่าเธอจะได้นอนก็เกือบตีสาม ทำให้รู้สึกง่วงนอนอยู่บ้าง

          “ลงมาแล้วเหรอคะ ฉันทำซุปแก้เมาค้างไว้ให้แล้ว” แม้ปากจะพูดออกไปด้วยน้ำเสียงปกติ ทว่าเธอกลับไม่กล้ามองหน้าเขาเพราะยังรู้สึกเขินอายจากเรื่องเมื่อคืน

          “ขอบใจ” ว่าพร้อมกับนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิม ในขณะที่หญิงสาวเอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จาซึ่งผิดจากปกติทีมักเป็นฝ่ายชวนเขาพูดคุย

          “เป็นอะไร”

          “คะ”

          “ฉันถามว่าเธอเป็นอะไร ถึงได้เอาแต่ก้มหน้าก้มตากินข้าว”

          “เปล่านี่คะ ฉันแค่หิวเท่านั้นเอง”

          “ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดี”

          เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ทำให้ลี่จวินเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยความสงสัย

          “เรื่องเมื่อคืนฉันเมามากจนเผลอล่วงเกินเธอ เธอไม่ต้องเป็นห่วง ฉันจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นอีก”

          “อันที่จริงฉันรู้สึกดีใจมากด้วยซ้ำ แต่พี่พูดเหมือนกับว่าที่เรื่องทุกอย่างเกิดขึ้นเป็นเพราะเมา”

          “เธอเข้าใจไม่ผิดหรอก ถ้าหากฉันมีสติฉันคงไม่แตะต้องเธอ ไม่สิ อย่าว่าแต่แตะต้องเลย แค่เข้าใกล้เธอฉันยังไม่อยากจะทำ”

          “พี่รังเกียจฉันมากถึงขนาดนี้เลยเหรอคะ ทั้งที่พวกเราแต่งงานกันมาแล้วตั้งสามปี ความรู้สึกของพี่ที่มีต่อฉันไม่เปลี่ยนแปลงไปบ้างเลยเหรอ ขอแค่สักนิด” ท้ายประโยคเธอพูดด้วยนำเสียงเบาหวิวยิ่งกว่าเสียงแมลงบินผ่าน ทำให้คนฟังได้ยินไม่ค่อยถนัดนัก

          “ตั้งแต่วันนี้ไป ฉันจะย้ายไปนอนห้องอื่น” พูดจบได้เดินขึ้นห้องไปตามเดิม ทำให้ลี่จวินที่พยายามสะกดกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาเวลาอยู่ต่อหน้าเขากลั้นน้ำตาไม่ไหวอีกต่อไป หยาดน้ำตาได้ไหลอาบแก้มนวลทั้งสองข้างราวกับเขื่อนแตก เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำอะไรผิด หรือว่าเธอรักและเอาใจใส่เขาไม่มากพอ เขาถึงไม่เคยมองเธอเหมือนที่ผู้หญิงคนอื่น เธอก็แค่รักเขามากถึงได้ยอมแต่งงานกับเขา แม้จะรู้ดีว่าในอนาคตเขาอาจยังเป็นเขาคนเดิมเมื่อสามปีก่อนก็ตามที ถึงจะเตรียมใจไว้แล้วแต่ความรู้สึกเจ็บปวดที่อกข้างซ้ายไม่ได้ลดน้อยลงไปเลยสักนิดเดียว

ขณะที่กำลังแยกเสื้อกับกางเกงในตระกร้าออกจากกันเพื่อนำไปซัก ทำให้สายตาเหลือบไปเห็นผ้าเช็ดหน้าของสามีที่ยัดเอาไว้ในกระเป๋ากางเกง ลี่จวินคลี่ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นออกดูก็พบว่ามีลิปสติกของผู้หญิงติดอยู่ เจ้าของรอยลิปสติกนี้เป็นใครกันแน่ สามีของเธอนอกจากทำงานอยู่ที่บริษัทแล้ว เขาแทบไม่ได้ไปที่ไหนเลย สิ่งที่น่าจะเป็นไปได้ที่สุดคงมีเพียงผู้ช่วยเลขาคนนั้น ตอนนี้เธอทำได้เพียงเอาผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นไปทิ้งลงถังขยะ เพราะไม่มีหลักฐานว่าเขานอกใจ

          นับจากเกินเลยกันคืนนั้นเขาคอยหลบหน้าเธอทุกทาง แม้แต่อาหารเช้าที่เธอเตรียมไว้ให้ทุกวันเขาก็ไม่ยอมกินอีกแล้ว บทสนทนาตอนทานอาหารด้วยกันเพียงน้อยนิด ทว่า    ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว มีแค่เธอที่นั่งกินข้าวเช้าคนเดียวตามลำพัง

          “ลี่จวิน”

          “...”

          “ลี่จวิน!” เสี่ยวอี้เรียกชื่อเสียงดังขึ้น เมื่อเห็นว่าเพื่อนร่วมงานของเธอไม่ตอบ

          “มีอะไรเหรอ”

          “เธอนั่งเหม่ออะไรอยู่เนี่ย รู้ข่าวรึยังว่ารองหัวหน้าแผนกการตลาดจะกลับมาทำงานที่นี่เหมือนเดิมแล้ว”

          “ไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับพวกเราเลยนี่”

          “เกี่ยวสิ เธอไม่รู้อะไร รองหัวหน้าแผนกคนนี้นอกจากจะมีความสามารถแล้วยังหล่อเหลาจนพวกสาว ๆ ในออฟฟิศแอบกรี๊ดเขามากเลยล่ะ”

          “งั้นเหรอ” เธอไม่ได้สนใจสิ่งที่เสี่ยวอี้บอกมากนัก เพราะมัวแต่นั่งทำงานของตัวเอง อีกไม่กี่อาทิตย์จะถึงช่วงที่ต้องปิดงบของไตรมาสนี้แล้ว แต่งานที่เธอต้องรับผิดชอบยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลงไปแม้แต่นิดเดียว

          “ทำเป็นพูดดีไปเถอะ ถ้าเห็นหน้าเขาจริง ๆ อย่าให้ฉันเห็นว่าเธอทำหน้าเคลิบเคลิ้มก็แล้วกัน” เสี่ยวอี้บอก แล้วกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ช่วงนี้แผนกบัญชียุ่งเป็นพิเศษ แต่ถ้าผ่านช่วงนี้ไปก็จะสบายขึ้นและยังมีงานลี้ยงของบริษัทที่ใกล้จะมาถึงอีก

          ช่วงบ่ายลี่จวินต้องเอาเอกสารของแผนกบัญชีไปให้  สวี่หยางที่ชั้นของผู้บริหารระดับสูงซึ่งอยู่ที่ชั้นที่เก้า ทันทีที่ลิฟต์เปิดออกเธอเห็นสามีเดินออกจากลิฟต์มาพร้อมกับผู้ช่วยเลขาคนนั้น ทั้งคู่พูดจากันอย่างสนิทสนมซึ่งแตกต่างจากตอนที่เขาพูดกับเธอลิบลับ เวลาเขาพูดกับเธอมีเพียงสีหน้าเรียบเฉยหรือไม่ก็บึ้งตึงเท่านั้น ผิดกับผู้หญิงคนนี้ที่ใบหน้าของชายหนุ่มมักแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มเสมอ พอนึกย้อนกลับไป ครั้งล่าสุดที่ได้เห็นเขายิ้มคือเมื่อสามปีก่อน ที่เขาถูกบังคับให้ยิ้มตอนที่ถ่ายรูปคู่กับเธอ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   ตอนจบ

    ฤดูใบไม้ผลิย่างเข้ามาพร้อมกับดอกไม้ที่เริ่มออกดอกบานสะพรั่งไปทั่วทั้งสวน สวี่อี้เหรินที่กำลังยืนรอลูกชายอยู่ที่หน้าเรือนคนเดียวเหม่อมองทิวทัศน์โดยไม่รู้ตัวว่าแม่ทัพหนุ่มได้แอบมองนางอยู่ก่อนแล้ว “รองเท้าของเจ้าเริ่มเก่าแล้ว ข้าให้หลี่จื้อไปซื้อรองเท้าคู่ใหม่ให้เจ้า” “ท่านมาตั้งแต่เมื่อใด” เอ่ยด้วยเสียงตกใจ “ถ้าเจ้าไม่เอาแต่เหม่อคิดถึงผู้ใดอยู่คงเห็นข้านานแล้ว” บอกพร้อมกับเดินจับมือร่างบางไปนั่งที่ศาลาริมน้ำ แล้วบรรจงถอดรองเท้าคู่เก่าออกจากนั้นใส่คู่ใหม่ให้นาง “ท่านแม่ทัพรู้จักอ่อนโยนด้วยหรือเจ้าคะ” “แค่กับเจ้าและลูกเท่านั้น ส่วนคนอื่นก็ตามที่เจ้าเห็น” “ข้าแค่ยังไม่ชินเท่านั้นเอง” เอ่บอกไปตามตรง สองสามเดือนผ่านมานี้การกระทำของเขาต่างจากเมื่อก่อนสิ้นเชิงจนนางเองก็ตกใจจนบางครั้งอดคิดไม่ได้ว่าตนกำลังนอนฝันอยู่ “อีกหน่อยก็ชิน” “ท่านพ่อ ท่านแม่” “ลูกแม่ เจ้ามาแล้วหรือ” “ทำไมทำหน้าแบบนั้น เกิดอันใดขึ้นรึ” เฉียนหยางถามบุตรชาย เมื่อเห็นเขาเอาแต่ทำหน้าเศร้า “ท่านพ่อจำคนแซ่ตู้ได

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   หน้าที่ภรรยา

    “คงจะเป็นอย่างนั้น ข้าคิดว่าข้ากำลังเปิดใจ” หลังจากคิดถี่ถ้วนอยู่นานถึงได้เอ่ยขึ้น แม้ในอดีตเขากับนางไม่ค่อยลงรอยกันสักเท่าใดนัก ครั้นมองหน้าลูกชายที่ตั้งแต่มารดาแท้ ๆ ของตัวเองฟื้นคืนสติกับมา พ่ออย่างเขาค่อย ๆ เห็นรอยยิ้มที่ผุดขึ้นมาบนใบหน้าเล็ก เขาอยากเห็นลูกมีความสุขอีกอย่างสตรีตรงหน้านี้ได้เปลี่ยนไปจากในอดีตพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขาเองก็ควรให้โอกาสนางเช่นกัน เขาไม่รู้ว่าตัวเองเริ่มหวั่นไหวกับฮูหยินอย่างนางตั้งแต่เมื่อใด บางทีอาจเป็นตอนที่ไปงานเลี้ยงสกุลเจิ้งกระมัง “แล้วมาบอกเรื่องนี้กับข้าทำไม ข้าไม่ได้อยากรู้เสียหน่อย” แม้ปากจะพูดเช่นนี้ ทว่ากลับหน้าแดงสวนกับคำพูด “ไม่ให้บอกเจ้า แล้วจะให้ข้าบอกผู้ใด เจ้าเป็นมารดาของลูกชายข้า มิหนำซ้ำยังเป็นภรรยาของข้าด้วย” “ข้าขอตัวกลับก่อนนะเจ้าคะ” ในขณะทำกำลังเอี้ยวตัวกลับ ร่างของนางได้ลอยขึ้นจากพื้นเข้าสู่อ้อมอกของผู้เป็นสามี เฉียนหยางอุ้มภรรยามายังห้องอาบน้ำพร้อมกับวางตัวนางลงในอ่างทำให้ตัวเปียกด้วยกันทั้งคู่ “ช่วยอาบน้ำให้ข้าหน่อยได้หรือไม่” เอ่ยด้วยน้ำเสียงมีเลสนัยอย่างไม่ปิดบั

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   วางแผนเลื่อนฐานะ

    “ท่านแม่ทัพ” “มีอะไร” “คุณชายตัวร้อนเจ้าค่ะ” “เจ้าเรียกท่านหมอมาแล้วรึยัง” ร่างสูงหรี่ตามองผู้มาใหม่ นี่ก็เริ่มดึกแล้วเหตุใดแต่สตรีตรงหน้ายังไม่เข้านอน อีกอย่างเขารู้อยู่ก่อนแล้วว่าเฉียนอี้ไปนอนที่เรือนฝั่งตะวันออก “ยังเจ้าค่ะ ข้าเห็นว่าดึกแล้วเลยไม่อยากรบกวนคนอื่น” “แต่กลับมารบกวนข้า” ลี่อิ่นก้มหน้ามองพื้นอย่างไม่รู้ว่าควรตอบอันใดกลับไป จนเขาพูดขึ้นอีกครั้งถึงทำให้นางยิ้มออกได้บ้าง “เดินนำทางสิ” ว่าพร้อมลุกขึ้นยืน ตอนนี้เขากับนางอยู่ด้วยกันตามลำพัง ส่วนหลี่จื้อเขาได้ให้กลับไปพักผ่อนแล้ว เมื่อเดินมาถึงนางรีบเปิดประตูห้องนอนของเฉียนอี้ทันทีประหนึ่งกลัวถูกคนจับได้ แม่ทัพหนุ่มเดินเข้ามาภายในห้องที่มืดสนิทขณะจมูกสูดกลิ่นกำยานเข้าเต็มปอด ที่เขายอมตามมาแต่โดยดีเหตุผลหนึ่งก็เพราะอยากรู้ว่านางคิดจะทำอะไรกันแน่ “ท่านแม่ทัพ” ลี่อิ่นเข้าสวมกอดบุรุษที่ตนรักจากด้านหลัง “เจ้าคิดว่าตัวเองกำลังทำอันใดอยู่” เขาถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “ลี่อิ่นรักท่าน รักมานานแล้ว ท่านเองก็คิดเช่

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   คนรักเก่า

    นับว่าเป็นครั้งแรกที่ได้พบเจิ้งเผิงโหวตั้งแต่ที่นางมาอยู่ในร่างของสวี่อี้เหริน นางมองบุรุษตรงหน้าด้วยแววตาเรียบเฉยไร้ซึ่งความรู้สึกทำให้ฮูหยินที่ยืนอยู่ข้างชายหนุ่มอดรู้สึกแปลกใจไม่น้อย มีผู้ใดในเมืองไม่รู้บ้างว่าสวี่อี้เหรินชอบพอสามีนางมากเพียงไร แม้ตัวเองจะออกเรือนไปแล้วแต่ยังไม่วายมายุ่งวุ่นวายกับเขาจนตระกูลเจิ้งต้องรีบให้ท่านโหวแต่งงานกับนางเมื่อครึ่งปีก่อน “ยินดีกับท่านโหวและฮูหยิน” นางยิ้มบอก งานเลี้ยงวันนี้นางเดินทางมาพร้อมสามีที่ตอนนี้เอาแต่นิ่งเงียบไม่ยอมพูดจาสักคำ “ขอบคุณที่พวกท่านทั้งสองที่อุตส่าห์เดินทางมาร่วมงาน” “ข้าต้องมาอยู่แล้ว ฝ่าบาทพระราชทานจวนใหม่ให้พวกท่าน เรื่องน่ายินดีเช่นนี้มีหรือข้าจะพลาดโอกาส” “เชิญฮูหยินกับท่านแม่ทัพด้านใน ข้าจะให้สาวใช้นำทางพวกท่านไป” สิ้นคำพูดของฮูหยินเจิ้งทั้งคู่เดินตามหลังสาวใช้มาเงียบ ๆ จนกระทั่งได้อยู่ด้วยกันตามลำพังเขาถึงได้ปิดปากพูด “เจอคนรักเก่าทั้งที ทำไมไม่อยู่พูดจากับเขาให้นานขึ้นอีกหน่อย” “ท่านพูดถึงผู้ใดกัน” “หึ จะเป็นใครได้เล่าถ้าไม่ใช้เจ

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   ไม่ได้พิศวาส

    ลี่อิ่นหน้าเจื่อนลงถนัดตา ขณะในใจกำลังคิดยกเหตุผลขึ้นมาอ้าง “อีกอย่างงานในจวนข้าคุ้นชินกับมันแล้ว และยังมีพ่อบ้านเหมากับท่านป้าหลายคนคอยช่วย ตอนนี้ฮูหยินอย่างข้าก็แค่อยากทำหน้าที่มารดาดูบ้าง ข้าคิดว่าเจ้าที่เป็นแม่นมคงเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่อยู่บ้าง จริงหรือไม่” เอ่ยเสียงเศร้าเรียกร้องความเห็นใจจากลูกชาย “แม่นม เรื่องนี้ท่านไม่ต้องกังวล ข้ากับท่านพ่อพูดคุยกันแล้ว อีกอย่างนางเป็นแม่ของข้า” “นั่นสินะเจ้าคะ ข้าเป็นแค่แม่นมมีหรือจะกล้าคิดเทียบเคียงฮูหยิน” สาวใช้ในเรือนของบุตรชายคาบข่าวไปบอกแม่ทัพหนุ่มถึงที่ ทำให้คิ้วหนาขมวดเข้าหากัยยุ่งเมื่อคิดว่าแม่นมของลูกชายจุ้นจ้านไม่เข้าเรื่อง เห็นทีตำแหน่งแม่นมนี้คงต้องจบลงเพียงเท่านี้ หากปล่อยให้ลี่อิ่นทำแบบนี้ต่อไปแทนที่ครอบครัวจะกลับมาปรองดองกัน มีหวังจวนของเขาคงได้วุ่นวายไม่จบไม่สิ้น “ท่านแม่ทัพเรียกข้ามามีเรื่องใดหรือเจ้าคะ” “ตอนนี้เฉียนอี้โตพอที่จะไม่ต้องการแม่นม ข้าเห็นว่าตำแหน่งนี้คงต้องจบลงเพียงเท่านี้ เจ้าอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้วถึงเวลาที่ต้องให้อิสระแก่เจ้า ข้าจะให้เงินเจ้าต

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   เกินหน้าที่

    ทันที่ได้ยินคำพูดเมื่อครู่ของนาง เฉียนหยางรีบสาวเท้าเดินไปยังอีกห้องซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก จนกระทั่งสวี่อี้เหรินกลับเรือนไปเขาถึงได้โผล่หน้าเข้าไปหาลูกชาย “ทำอะไรอยู่รึ” “ข้ากำลังจะพาคุณชายไปอาบน้ำเจ้าค่ะ” “ไม่จำเป็น วันนี้ข้ากับเขาจะอาบน้ำด้วยกันระหว่างนี้เจ้าก็ไปพักผ่อนเถิด” “แล้วมื้อเย็นล่ะเจ้าคะ” “ข้าสั่งให้พ่อครัวเตรียมไว้แล้ว เฉียนอี้ เจ้าอยากแช่น้ำกับพ่อหรือไม่” เขาถามบุตรชาย “ขอรับ” “ถ้าเช่นนั้นพวกเราไปกันเถอะ” ว่าพลางจูงมือลูกชายไป สองพ่อลูกแช่น้ำด้วยกันราวหนึ่งเค่อ พอเห็นสายตาของบิดาเอาแต่เพ่งเล็งมาที่เขา แต่กลับไม่ยอมพูดจาสักนิดทำให้อดถามมิได้ “ท่านพ่อ จ้องหน้าลูกทำไมหรือขอรับ” “เจ้าน่ะ ยอมให้โอกาสนางแล้วอย่างนั้นหรือ” “หมายถึงใครหรือขอรับ” “ก็...สตรีจากเรือนฝั่งตะวันออกอย่างไรเล่า” “เป็นเพราะท่านอาจารย์สอนไว้ว่าต้องกตัญญูต่อบิดามารดา อีกทั้งท่านอาจารย์ยังบอกว่าโจรชั่วยังสามารถกลับใจกลายเป็นคนดีได้ ลูกเลยคิดว่ากับนางก็เช่นกัน ควรให้โอกาสนางส

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   ไม่ได้เจอกันนาน

    สองมือเล็กชูขึ้นเหนือหัวแล้วบิดขี้เกียจ วันนี้เป็นวันที่สามที่เธอไม่ต้องตั้งนาฬิกาปลุกตั้งแต่ตีห้าเพื่อลงไปทำอาหารให้สามี ลี่จวินตื่นนอนตอนหกโมงเช้าและลงมาข้างล่างตอนเจ็ดโมงเพื่อลงมากินแซนวิชกับกาแฟที่แม่บ้านเป็นคนเตรียมไว้ให้ “หน้าตาคุณนายดูสดใสขึ้นนะคะ” ป้าซือเอ่ยทั้งรอยยิ้ม เ

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   หลบหน้า

    “ก๊อก ก๊อก ก๊อก” ลี่จวินเคาะประตูเบา ๆ สามครั้ง ทว่ายังไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากคนที่อยู่ข้างใน เธอจึงถือวิสาสะเดินเข้าไป “พรุ่งนี้เช้าพี่สวี่หยางจะกินอะไรดีคะ ฉันจะได้ให้แม่บ้านเตรียมไว้ให้” เหม่ยซินถามขึ้น ขณะกำลังนวดไหล่ให้ชายหนุ่ม โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ว่าประตูห้องได้เปิดออกแล้ว

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   ทำไม่ถูก

    หลังจากทั้งคู่กินข้าวเสร็จได้กลับมาที่บริษัทเหมือนปกติ แต่วันนี้พิเศษตรงที่เขามีนัดไปดื่มฉลองกับหุ้นส่วนหลังเลิกงาน “ได้เวลาแล้วครับ” เลขาซูเดินเข้ามาพร้อมกับยกมือขวาขึ้นมาดูเวลา เหม่ยซินที่อยู่ในห้องด้วยถามขึ้นด้วยความอยากรู้ว่าทั้งคู่จะไปที่ไหน “จะไปไหนกันเหรอคะ”

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   ไม่พอใจ

    ตั้งแต่สามีของเธอกลับมาถึงก็ไม่พูดไม่จา ไม่ว่าเธอจะถามอะไรไปก็ไม่ยอมตอบ มีเพียงเรื่องเดียวที่ลี่จวินนึกออกคงเป็นเพราะเรื่องที่เธอจะไปทำงานล่ะมั้ง แต่ถึงอย่างไรเขาไม่ควรโกรธเธอมากถึงขนาดนี้ “ทะเลาะกับคุณแม่มาเหรอคะ” “ในเมื่อรู้ดีอยู่แล้วจะถามทำไม” “ถ้าพี่สวี่หยางไม่อยาก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status