Share

หลบหน้า

last update Tanggal publikasi: 2026-05-24 17:36:14

          “ก๊อก ก๊อก ก๊อก” ลี่จวินเคาะประตูเบา ๆ สามครั้ง ทว่ายังไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากคนที่อยู่ข้างใน เธอจึงถือวิสาสะเดินเข้าไป

          “พรุ่งนี้เช้าพี่สวี่หยางจะกินอะไรดีคะ ฉันจะได้ให้แม่บ้านเตรียมไว้ให้” เหม่ยซินถามขึ้น ขณะกำลังนวดไหล่ให้ชายหนุ่ม โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ว่าประตูห้องได้เปิดออกแล้ว พร้อมกับร่างบางเดินเข้ามาด้านใน

          “ไม่มีมารยาท ทำไมถึงไม่เคาะประตูก่อน” เหม่ยซินชักสีหน้าใส่ผู้มาใหม่ด้วยความไม่พอใจ

          “ฉันเคาะแล้วนะคะ แต่พวกคุณไม่ได้ยินเอง”

          “เธอมาที่นี่ทำไม” สวี่หยางถามขึ้นพร้อมกับบอกให้ผู้ช่วยเลขาหยุดนวดไหล่ เขาจำได้ว่าแผนกบัญชีทำงานอยู่คนละชั้นกับเขา แล้วเหตุใดเธอถึงได้โผล่หน้ามาที่ได้

          “ฉันเอาเอกสารมาให้เซ็นค่ะ” ว่าพลางวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ แล้วยืนเก็บมือด้วยท่าทางเรียบร้อย ผิดกับความรู้สึกข้างในที่รู้สึกเจ็บปวดจนแทบจะยืนไม่อยู่

           “คุณคงไม่ได้คิดว่าท่านประธานจะเซ็นเอกสารให้คุณทันทีหรอกใช่ไหมถึงได้ยืนรออยู่แบบนี้น่ะ” ลี่จวินไม่ได้ตอบ เธอทำเพียงก้มหน้ามองพื้นอย่างไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้รับหน้าที่นี้

           “คุณกลับไปก่อนเถอะ ถ้าผมเซ็นเสร็จแล้วจะให้เลขาซูนำไปให้แผนกบัญชีเอง” เขาพูดกับเธออย่างสุภาพราวกับคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทำให้เหม่ยซินยิ้มเยาะในใจ ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นภรรยาของพี่ สวี่หยาง ก็แค่อยากแกล้งให้เสียหน้าเล่นเท่านั้นเอง

          “ค่ะ” ตอบได้แค่นี้แล้วเดินออกจากห้องไป พอเห็นแบบนี้ก็พอเข้าใจขึ้นมาบ้างว่าทำไมเขาถึงได้รีบเดินทางออกจากบ้านนัก เดิมทีคิดว่าเป็นเพราะไม่อยากเห็นหน้าเธอ แต่ที่ไหนได้เป็นเพราะเขามีคนคอยดูแลแล้วนี่เอง

           ระหว่างเดินกลับไปที่แผนกของตัวเองเธอได้เดินสวนกันกับเลขาซูจึงได้ร้องทักขึ้น

          “เลขาซู”

          “ครับ เอ่อ คุณลี่จวิน” ตอนแรกเขามีท่าทีอึกอัก เพราะไม่รู้ว่าควรเรียกหญิงสาวว่าอย่างไรดี

          “วันนี้ถ้าเลิกงานแล้ว ช่วยโทรมาหาฉันทีนะคะ ฉันมีเรื่องอยากถามหน่อยน่ะค่ะ”

          “อ้อ ได้สิครับ”

          ซูฉีเดินกลับเข้าไปข้างในห้องของเจ้านายถึงได้รู้ว่าเรื่องที่ลี่จวินอยากถามเขาคือเรื่องอะไร เขาไม่คิดจะปิดบังเธออยู่แล้วว่าสองคนนั้นเคยเป็นแฟนกันมาก่อน ทำอะไรไว้ต้องรับผิดชอบเอง

          “ทำไมถึงเอาแต่มองหน้าฉันตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว”

          “เหม่ยซิน คุณออกไปก่อน”

          “แต่ว่า”

          “ไม่มีมารยาท” ซูฉีพูดใส่เหม่ยซินทันที โดนไล่ขนาดนี้ยังหน้าด้านอยู่ต่ออีก ถ้าหากไม่หน้าหนาจริงคงจะทำไม่ได้ สงสารก็แต่คุณนายที่ต้องมาเจอเรื่องพวกนี้ทั้งที่ตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิดด้วยซ้ำ

          ก่อนเดินออกไปเธอจ้องหน้าเลขาหนุ่มด้วยสายตาชิงชังอย่างไม่ปิดบัง ก้างชิ้นใหญ่ที่คอยกีดกันแผนของเธอก็คือซูฉีคนนี้!

          “ระหว่างทางฉันเจอคุณลี่จวิน”

          “แล้วยังไง”

          “เธอขอให้ฉันโทรหาตอนเลิกงาน แกรู้ไหมว่าทำไม” สวี่หยางไม่ได้ตอบคำถาม

          “เรื่องของแกกับเหม่ยซินคงปิดบังภรรยาแกไม่ได้แล้ว และฉันจะไม่โกหกเธอด้วย”

          “ถ้าอย่างนั้นแกจะบอกเธอว่าอะไร”

          “ก็แค่พูดความจริง เธอถามอะไรมาฉันก็จะตอบสิ่งที่ฉันรู้”

          “ก็ดี เธอจะได้รู้ตัวสักทีว่าต่อจากนี้ไปควรทำตัวแบบไหน”

          “แกรู้ดีใช่ไหมว่าที่นี่มีคนของแม่แกอยู่”

          ทำไมเขาจะไม่รู้ หูตาของแม่เขาไวยิ่งกว่าสับปะรดเสียอีก เรื่องที่ให้ลี่จวินมาทำงานที่นี่ก็เพราะว่าระแคะระคายเรื่องที่เขาให้แฟนเก่ามาเป็นผู้ช่วยเลขา

          “แล้วยังไง ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”

          “อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน”

          “ฉันไม่มีทางเสียใจ”

          ช่วงเวลาเกือบสองทุ่มลี่จวินถึงได้รับสายจากเลขาซูเพื่อถามเรื่องที่ตัวเองอยากรู้

          “ฉันกำลังรออยู่เลยค่ะ” เธอกรอกเสียงลงไปทันทีที่รับสาย

          “มีเรื่องอะไรอยากถามผมเหรอครับ”

          “ฉันอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงที่เป็นผู้ช่วยเลขาของคุณน่ะค่ะ”

          “เธอชื่อเหม่ยซิน เป็นรุ่นน้องสมัยเรียนมหาวิทยาของท่านประธาน อ้อ ผมลืมบอก เธออายุมากกว่าคุณนายหนึ่งปี”

          “ที่ฉันอยากรู้คือ ความสัมพันธ์ของพวกเขา คุณเลขาคงไม่รู้ว่าเขาไม่เคยยิ้มให้ใครด้วยซ้ำ แต่วันนี้ฉันกับเห็นเขาพูดไปยิ้มไปกับผู้ช่วยเลขาคนนั้น” ท้ายประโยคเธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พยายามไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมา

          “ผมจะไม่โกหกคุณหรอกนะครับ เป็นอย่างที่คุณสงสัย ทั้งคู่เคยคบกันมาก่อน ก่อนที่จะมาแต่งงานกับคุณนาย”

          “แค่นี้แหละค่ะ ที่ฉันอยากได้ยิน พวกเขาคงรักกันมากสินะ ถึงได้มาพลอดรักกันถึงที่ทำงานแบบนี้”

          “คุณลี่จวินอย่าเพิ่งเข้าใจผิด ถึงแม้ท่านประธานกับเหม่ยซินจะเคยเป็นแฟนกัน แต่พวกเขาไม่เคยมีอะไรเกินเลยกัน ผมยืนยันได้”

           “ขอบคุณที่ช่วยพูดปลอบใจฉันนะคะ” พูดจบจึงวางสาย ถึงแม้อยากจะเชื่อสิ่งที่เลขาซูเป็นคนบอก แต่ทว่ารอยลิปสติกที่ติดอยู่บนผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นเธอยังคงจำได้ขึ้นใจ

          ถ้าเขาไม่อยากกินอาหารที่เธอเป็นคนทำนัก เธอก็จะไม่ทำอีก ส่วนเรื่องเสื้อผ้าเองเช่นกัน จากนี้ไปเธอจะไม่เสียเวลามาซักมันให้เขาอีก สิ่งที่เธอเคยทำเธอจะยกให้เป็นหน้าที่ของแม่บ้านตามเดิม

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   ตอนจบ

    ฤดูใบไม้ผลิย่างเข้ามาพร้อมกับดอกไม้ที่เริ่มออกดอกบานสะพรั่งไปทั่วทั้งสวน สวี่อี้เหรินที่กำลังยืนรอลูกชายอยู่ที่หน้าเรือนคนเดียวเหม่อมองทิวทัศน์โดยไม่รู้ตัวว่าแม่ทัพหนุ่มได้แอบมองนางอยู่ก่อนแล้ว “รองเท้าของเจ้าเริ่มเก่าแล้ว ข้าให้หลี่จื้อไปซื้อรองเท้าคู่ใหม่ให้เจ้า” “ท่านมาตั้งแต่เมื่อใด” เอ่ยด้วยเสียงตกใจ “ถ้าเจ้าไม่เอาแต่เหม่อคิดถึงผู้ใดอยู่คงเห็นข้านานแล้ว” บอกพร้อมกับเดินจับมือร่างบางไปนั่งที่ศาลาริมน้ำ แล้วบรรจงถอดรองเท้าคู่เก่าออกจากนั้นใส่คู่ใหม่ให้นาง “ท่านแม่ทัพรู้จักอ่อนโยนด้วยหรือเจ้าคะ” “แค่กับเจ้าและลูกเท่านั้น ส่วนคนอื่นก็ตามที่เจ้าเห็น” “ข้าแค่ยังไม่ชินเท่านั้นเอง” เอ่บอกไปตามตรง สองสามเดือนผ่านมานี้การกระทำของเขาต่างจากเมื่อก่อนสิ้นเชิงจนนางเองก็ตกใจจนบางครั้งอดคิดไม่ได้ว่าตนกำลังนอนฝันอยู่ “อีกหน่อยก็ชิน” “ท่านพ่อ ท่านแม่” “ลูกแม่ เจ้ามาแล้วหรือ” “ทำไมทำหน้าแบบนั้น เกิดอันใดขึ้นรึ” เฉียนหยางถามบุตรชาย เมื่อเห็นเขาเอาแต่ทำหน้าเศร้า “ท่านพ่อจำคนแซ่ตู้ได

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   หน้าที่ภรรยา

    “คงจะเป็นอย่างนั้น ข้าคิดว่าข้ากำลังเปิดใจ” หลังจากคิดถี่ถ้วนอยู่นานถึงได้เอ่ยขึ้น แม้ในอดีตเขากับนางไม่ค่อยลงรอยกันสักเท่าใดนัก ครั้นมองหน้าลูกชายที่ตั้งแต่มารดาแท้ ๆ ของตัวเองฟื้นคืนสติกับมา พ่ออย่างเขาค่อย ๆ เห็นรอยยิ้มที่ผุดขึ้นมาบนใบหน้าเล็ก เขาอยากเห็นลูกมีความสุขอีกอย่างสตรีตรงหน้านี้ได้เปลี่ยนไปจากในอดีตพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขาเองก็ควรให้โอกาสนางเช่นกัน เขาไม่รู้ว่าตัวเองเริ่มหวั่นไหวกับฮูหยินอย่างนางตั้งแต่เมื่อใด บางทีอาจเป็นตอนที่ไปงานเลี้ยงสกุลเจิ้งกระมัง “แล้วมาบอกเรื่องนี้กับข้าทำไม ข้าไม่ได้อยากรู้เสียหน่อย” แม้ปากจะพูดเช่นนี้ ทว่ากลับหน้าแดงสวนกับคำพูด “ไม่ให้บอกเจ้า แล้วจะให้ข้าบอกผู้ใด เจ้าเป็นมารดาของลูกชายข้า มิหนำซ้ำยังเป็นภรรยาของข้าด้วย” “ข้าขอตัวกลับก่อนนะเจ้าคะ” ในขณะทำกำลังเอี้ยวตัวกลับ ร่างของนางได้ลอยขึ้นจากพื้นเข้าสู่อ้อมอกของผู้เป็นสามี เฉียนหยางอุ้มภรรยามายังห้องอาบน้ำพร้อมกับวางตัวนางลงในอ่างทำให้ตัวเปียกด้วยกันทั้งคู่ “ช่วยอาบน้ำให้ข้าหน่อยได้หรือไม่” เอ่ยด้วยน้ำเสียงมีเลสนัยอย่างไม่ปิดบั

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   วางแผนเลื่อนฐานะ

    “ท่านแม่ทัพ” “มีอะไร” “คุณชายตัวร้อนเจ้าค่ะ” “เจ้าเรียกท่านหมอมาแล้วรึยัง” ร่างสูงหรี่ตามองผู้มาใหม่ นี่ก็เริ่มดึกแล้วเหตุใดแต่สตรีตรงหน้ายังไม่เข้านอน อีกอย่างเขารู้อยู่ก่อนแล้วว่าเฉียนอี้ไปนอนที่เรือนฝั่งตะวันออก “ยังเจ้าค่ะ ข้าเห็นว่าดึกแล้วเลยไม่อยากรบกวนคนอื่น” “แต่กลับมารบกวนข้า” ลี่อิ่นก้มหน้ามองพื้นอย่างไม่รู้ว่าควรตอบอันใดกลับไป จนเขาพูดขึ้นอีกครั้งถึงทำให้นางยิ้มออกได้บ้าง “เดินนำทางสิ” ว่าพร้อมลุกขึ้นยืน ตอนนี้เขากับนางอยู่ด้วยกันตามลำพัง ส่วนหลี่จื้อเขาได้ให้กลับไปพักผ่อนแล้ว เมื่อเดินมาถึงนางรีบเปิดประตูห้องนอนของเฉียนอี้ทันทีประหนึ่งกลัวถูกคนจับได้ แม่ทัพหนุ่มเดินเข้ามาภายในห้องที่มืดสนิทขณะจมูกสูดกลิ่นกำยานเข้าเต็มปอด ที่เขายอมตามมาแต่โดยดีเหตุผลหนึ่งก็เพราะอยากรู้ว่านางคิดจะทำอะไรกันแน่ “ท่านแม่ทัพ” ลี่อิ่นเข้าสวมกอดบุรุษที่ตนรักจากด้านหลัง “เจ้าคิดว่าตัวเองกำลังทำอันใดอยู่” เขาถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “ลี่อิ่นรักท่าน รักมานานแล้ว ท่านเองก็คิดเช่

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   คนรักเก่า

    นับว่าเป็นครั้งแรกที่ได้พบเจิ้งเผิงโหวตั้งแต่ที่นางมาอยู่ในร่างของสวี่อี้เหริน นางมองบุรุษตรงหน้าด้วยแววตาเรียบเฉยไร้ซึ่งความรู้สึกทำให้ฮูหยินที่ยืนอยู่ข้างชายหนุ่มอดรู้สึกแปลกใจไม่น้อย มีผู้ใดในเมืองไม่รู้บ้างว่าสวี่อี้เหรินชอบพอสามีนางมากเพียงไร แม้ตัวเองจะออกเรือนไปแล้วแต่ยังไม่วายมายุ่งวุ่นวายกับเขาจนตระกูลเจิ้งต้องรีบให้ท่านโหวแต่งงานกับนางเมื่อครึ่งปีก่อน “ยินดีกับท่านโหวและฮูหยิน” นางยิ้มบอก งานเลี้ยงวันนี้นางเดินทางมาพร้อมสามีที่ตอนนี้เอาแต่นิ่งเงียบไม่ยอมพูดจาสักคำ “ขอบคุณที่พวกท่านทั้งสองที่อุตส่าห์เดินทางมาร่วมงาน” “ข้าต้องมาอยู่แล้ว ฝ่าบาทพระราชทานจวนใหม่ให้พวกท่าน เรื่องน่ายินดีเช่นนี้มีหรือข้าจะพลาดโอกาส” “เชิญฮูหยินกับท่านแม่ทัพด้านใน ข้าจะให้สาวใช้นำทางพวกท่านไป” สิ้นคำพูดของฮูหยินเจิ้งทั้งคู่เดินตามหลังสาวใช้มาเงียบ ๆ จนกระทั่งได้อยู่ด้วยกันตามลำพังเขาถึงได้ปิดปากพูด “เจอคนรักเก่าทั้งที ทำไมไม่อยู่พูดจากับเขาให้นานขึ้นอีกหน่อย” “ท่านพูดถึงผู้ใดกัน” “หึ จะเป็นใครได้เล่าถ้าไม่ใช้เจ

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   ไม่ได้พิศวาส

    ลี่อิ่นหน้าเจื่อนลงถนัดตา ขณะในใจกำลังคิดยกเหตุผลขึ้นมาอ้าง “อีกอย่างงานในจวนข้าคุ้นชินกับมันแล้ว และยังมีพ่อบ้านเหมากับท่านป้าหลายคนคอยช่วย ตอนนี้ฮูหยินอย่างข้าก็แค่อยากทำหน้าที่มารดาดูบ้าง ข้าคิดว่าเจ้าที่เป็นแม่นมคงเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่อยู่บ้าง จริงหรือไม่” เอ่ยเสียงเศร้าเรียกร้องความเห็นใจจากลูกชาย “แม่นม เรื่องนี้ท่านไม่ต้องกังวล ข้ากับท่านพ่อพูดคุยกันแล้ว อีกอย่างนางเป็นแม่ของข้า” “นั่นสินะเจ้าคะ ข้าเป็นแค่แม่นมมีหรือจะกล้าคิดเทียบเคียงฮูหยิน” สาวใช้ในเรือนของบุตรชายคาบข่าวไปบอกแม่ทัพหนุ่มถึงที่ ทำให้คิ้วหนาขมวดเข้าหากัยยุ่งเมื่อคิดว่าแม่นมของลูกชายจุ้นจ้านไม่เข้าเรื่อง เห็นทีตำแหน่งแม่นมนี้คงต้องจบลงเพียงเท่านี้ หากปล่อยให้ลี่อิ่นทำแบบนี้ต่อไปแทนที่ครอบครัวจะกลับมาปรองดองกัน มีหวังจวนของเขาคงได้วุ่นวายไม่จบไม่สิ้น “ท่านแม่ทัพเรียกข้ามามีเรื่องใดหรือเจ้าคะ” “ตอนนี้เฉียนอี้โตพอที่จะไม่ต้องการแม่นม ข้าเห็นว่าตำแหน่งนี้คงต้องจบลงเพียงเท่านี้ เจ้าอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้วถึงเวลาที่ต้องให้อิสระแก่เจ้า ข้าจะให้เงินเจ้าต

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   เกินหน้าที่

    ทันที่ได้ยินคำพูดเมื่อครู่ของนาง เฉียนหยางรีบสาวเท้าเดินไปยังอีกห้องซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก จนกระทั่งสวี่อี้เหรินกลับเรือนไปเขาถึงได้โผล่หน้าเข้าไปหาลูกชาย “ทำอะไรอยู่รึ” “ข้ากำลังจะพาคุณชายไปอาบน้ำเจ้าค่ะ” “ไม่จำเป็น วันนี้ข้ากับเขาจะอาบน้ำด้วยกันระหว่างนี้เจ้าก็ไปพักผ่อนเถิด” “แล้วมื้อเย็นล่ะเจ้าคะ” “ข้าสั่งให้พ่อครัวเตรียมไว้แล้ว เฉียนอี้ เจ้าอยากแช่น้ำกับพ่อหรือไม่” เขาถามบุตรชาย “ขอรับ” “ถ้าเช่นนั้นพวกเราไปกันเถอะ” ว่าพลางจูงมือลูกชายไป สองพ่อลูกแช่น้ำด้วยกันราวหนึ่งเค่อ พอเห็นสายตาของบิดาเอาแต่เพ่งเล็งมาที่เขา แต่กลับไม่ยอมพูดจาสักนิดทำให้อดถามมิได้ “ท่านพ่อ จ้องหน้าลูกทำไมหรือขอรับ” “เจ้าน่ะ ยอมให้โอกาสนางแล้วอย่างนั้นหรือ” “หมายถึงใครหรือขอรับ” “ก็...สตรีจากเรือนฝั่งตะวันออกอย่างไรเล่า” “เป็นเพราะท่านอาจารย์สอนไว้ว่าต้องกตัญญูต่อบิดามารดา อีกทั้งท่านอาจารย์ยังบอกว่าโจรชั่วยังสามารถกลับใจกลายเป็นคนดีได้ ลูกเลยคิดว่ากับนางก็เช่นกัน ควรให้โอกาสนางส

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   ไม่ได้เจอกันนาน

    สองมือเล็กชูขึ้นเหนือหัวแล้วบิดขี้เกียจ วันนี้เป็นวันที่สามที่เธอไม่ต้องตั้งนาฬิกาปลุกตั้งแต่ตีห้าเพื่อลงไปทำอาหารให้สามี ลี่จวินตื่นนอนตอนหกโมงเช้าและลงมาข้างล่างตอนเจ็ดโมงเพื่อลงมากินแซนวิชกับกาแฟที่แม่บ้านเป็นคนเตรียมไว้ให้ “หน้าตาคุณนายดูสดใสขึ้นนะคะ” ป้าซือเอ่ยทั้งรอยยิ้ม เ

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   คำพูดแสนเย็นชา

    ร่างสูงตื่นขึ้นมาในช่วงสายของอีกวันพร้อมกับอาการปวดหัว ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นหยดเสือดสีแดงสดบนเตียงนอนทำให้ความทรงจำเมื่อคืนผุดขึ้นมา เขาแทบจะตะโกนออกมาเพราะสิ่งที่ตัวเองตั้งใจเอาไว้ว่าจะไม่แตะต้องเธอแม้แต่ปลายนิ้วได้มลายหายไปในชั่วพริบตาเดียวเพียงเพราะน้ำเมา ลี่จวินที่ตื่นเช้าเหมือนท

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   ทำไม่ถูก

    หลังจากทั้งคู่กินข้าวเสร็จได้กลับมาที่บริษัทเหมือนปกติ แต่วันนี้พิเศษตรงที่เขามีนัดไปดื่มฉลองกับหุ้นส่วนหลังเลิกงาน “ได้เวลาแล้วครับ” เลขาซูเดินเข้ามาพร้อมกับยกมือขวาขึ้นมาดูเวลา เหม่ยซินที่อยู่ในห้องด้วยถามขึ้นด้วยความอยากรู้ว่าทั้งคู่จะไปที่ไหน “จะไปไหนกันเหรอคะ”

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   ไม่พอใจ

    ตั้งแต่สามีของเธอกลับมาถึงก็ไม่พูดไม่จา ไม่ว่าเธอจะถามอะไรไปก็ไม่ยอมตอบ มีเพียงเรื่องเดียวที่ลี่จวินนึกออกคงเป็นเพราะเรื่องที่เธอจะไปทำงานล่ะมั้ง แต่ถึงอย่างไรเขาไม่ควรโกรธเธอมากถึงขนาดนี้ “ทะเลาะกับคุณแม่มาเหรอคะ” “ในเมื่อรู้ดีอยู่แล้วจะถามทำไม” “ถ้าพี่สวี่หยางไม่อยาก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status