Share

ไม่พอใจ

last update publish date: 2026-05-24 17:33:24

ตั้งแต่สามีของเธอกลับมาถึงก็ไม่พูดไม่จา ไม่ว่าเธอจะถามอะไรไปก็ไม่ยอมตอบ มีเพียงเรื่องเดียวที่ลี่จวินนึกออกคงเป็นเพราะเรื่องที่เธอจะไปทำงานล่ะมั้ง แต่ถึงอย่างไรเขาไม่ควรโกรธเธอมากถึงขนาดนี้

          “ทะเลาะกับคุณแม่มาเหรอคะ”

          “ในเมื่อรู้ดีอยู่แล้วจะถามทำไม”

          “ถ้าพี่สวี่หยางไม่อยากให้ฉันไปทำงานก็ควรบอกเหตุผลมาสิคะ ถ้ามีเหตุผลเพียงพอฉันอาจไม่ไปทำงานที่บริษัทก็ได้”

          “ทำอย่างกับว่าเธอจะกล้าปฏิเสธแม่ฉันอย่างนั้นแหละ”

          “ลองพูดมาก่อนสิคะ”

          “เธอจะไปทำงานทำไม อยู่บ้านคอยทำอาหารกับดูแลฉันแค่นี้ก็พอ ส่วนเรื่องบริษัทฉันจัดการเองได้”

          “ที่พี่พูดแบบนี้คิดจะดูถูกฉันที่เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เหรอคะ นอกจากงานบ้านกับดูแลสามีแล้ว เรื่องอื่นฉันก็ทำได้ไม่ต่างจากผู้ชาย” ลี่จวินโมโหเล็กน้อย เมื่อคิดว่าเขาดูถูกที่เธอเกิดมาเป็นผู้หญิง ยุคนี้ทุกอย่างล้วนเปิดโอกาสให้ผู้ชาย ส่วนผู้หญิงอย่างเธอน้อยนักที่จะมีโอกาสได้ทำงานในบริษัทขนาดใหญ่

        “ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” สวี่หยางแปลกใจ ถือว่าเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นหญิงสาวโกรธ เพราะตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาเป็นเขาเสียมากกว่าที่แสดงความเกรี้ยวกราดออกมา

         “ถ้าอย่างนั้นเรื่องนี้ก็จบแค่นี้เถอะค่ะ ถึงแม้พี่จะไม่พอใจแต่ฉันยืนยันคำเดิมว่าจะไปทำงานที่บริษัท” เธอถือโอกาสตัดบท ทำให้สวี่หยางได้แต่อ้าปากค้าง เมื่อกี้เขาเป็นฝ่ายไม่พอใจแท้ ๆ แต่ตอนไหงกลับกลายเป็นว่าหญิงสาวได้ในสิ่งที่ต้องการ โดยที่เขาไม่อาจโต้เถียงได้

          “ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ ถ้างานหนักก็อย่ามาบ่นให้ฉันได้ยินก็แล้วกัน” เขาทำทีไม่ใส่ใจ มีใครไม่รู้บ้างว่าทำงานตำแหน่งบัญชีนั้นหนักหนาแค่ไหน ยิ่งเป็นบริษัทใหญ่ด้วยแล้ว อย่าได้หวังว่าจะมีเวลามารบกวนเขาที่ห้องทำงานเลย

          ตอนเช้าเธอกับเขานั่งรถมาคนละคัน เขาให้เหตุผลว่าเจ้านายกับพนักงานไม่ควรนั่งรถคันเดียวกัน ลี่จวินเข้ามาทำงานตำแหน่งพนักงานบัญชี  งานที่เธอต้องรับผิดชอบเป็นทั่วไปที่เธอเคยไปฝึกงานเมื่อสามปีก่อน เธอมีโอกาสสามเดือนเพื่อแสดงให้เห็นว่าเหมาะสมกับตำแหน่งนี้หรือไม่ ถ้าหากภายในสามเดือนนี้เธอทำงานไม่เข้าตา เธอจะไม่มีสิทธิ์ทำงานที่นี่ต่อเพราะไม่ผ่านช่วงทดลองงาน

          ช่วงพักกลางวันลี่จวินได้มาทานข้าวกับเพื่อนร่วมงานอย่างเสี่ยวอี้ที่คอยช่วยสอนงานเธอ

          “นั่นท่านประธานนี่ ทำไมออกไปกินข้าวกับผู้ช่วยเลขาอีกแล้ว” เสี่ยวอี้ที่มองเห็นทั้งคู่เดินผ่านหน้าไปร้องทักเหมือนเป็นเรื่องปกติ ทำให้ลี่จวินเริ่มขมวดคิ้วยุ่ง

          “สองคนนั้นสนิทกันเหรอ”

          “เธอคงไม่รู้อะไร ที่ผู้หญิงคนนั้นได้ตำแหน่งผู้ช่วยเลขาไปทั้งที่ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลไม่ได้เปิดรับสมัครด้วยซ้ำ เห็นว่าท่านประธานเป็นคนรับเข้าทำงานด้วยตัวเองเลยนะ”

          “ทำไมเธอถึงรู้เรื่องนี้ได้ล่ะ”

          “ฉันมีเพื่อนทำงานอยู่ที่แผนกนั้นน่ะ ฉันได้ยินมาว่าท่านประธานแต่งงานแล้ว หรือว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นภรรยาของท่านประธาน ลี่จวิน เธอคิดว่ายังไง” เสี่ยวอี้ตั้งข้อสงสัย

          “เป็นไปไม่ได้” เธอตอบเสียงเรียบ ไม่แปลกใจที่พนักงานส่วนใหญ่จะไม่รู้จักเธอ เพราะงานแต่งงานจัดขึ้นแบบส่วนตัว แขกส่วนใหญ่ที่ถูกเชิญล้วนเป็นนักธุรกิจ และผู้บริหารระดับสูง

          “ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ”

          “ตระกูลสวี่รวยขนาดนั้น มีหรือจะปล่อยให้ภรรยาตัวเองมาทำงาน”

          “นั่นสินะ ถ้าอย่างนั้นหรือว่าท่านประธานจะมีกิ๊ก”

          ลี่จวินไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรอีก เรื่องนอกใจตัดออกไปได้เลย ตั้งแต่แต่งงานมาเขาไม่เคยข้องแวะกับผู้หญิงที่ไหนด้วยซ้ำ ส่วนผู้ช่วยเลขาคนนั้นบางทีทั้งคู่อาจรู้จักและสนิทสนมกันมาก่อนก็เป็นได้ เธอคิดแง่บวก สมัยนี้เริ่มเปิดกว้างผู้ชายกับผู้หญิงเป็นเพื่อนกันไม่เห็นจะแปลกตรงไหน เธอเองก็มีรุ่นพี่ผู้ชายที่สนิทกันช่วงเรียนมหาวิทยาลัยเช่นกัน

          สวี่หยางกับเหม่ยซินออกไปทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารกลางกรุงปักกิ่งบ้างเป็นครั้งคราว แม้เขากับเธอจะเคยเป็นแฟนกันแต่ต้องรักษาระยะห่างเอาไว้ ถึงอย่างไรเขาก็แต่งงานมีภรรยาแล้ว รอให้หย่าขาดเมื่อไหร่ค่อยคิดสานสัมพันธ์ก็ยังไม่สาย

          “จะไม่ตักอาหารให้ฉันหรือคะ” เหม่ยซินถาม เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเอาแต่ตักข้าวเข้าปากตัวเองเพียงอย่างเดียว ทั้งที่เมื่อก่อนเขาดูแลเธอเป็นอย่างดี

          “อ้อ กินนี่สิ” ว่าพลางตักอาหารให้ เป็นเพราะร้างราจากเรื่องพวกนี้มานานทำให้ไม่ค่อยชินนัก ใช่ว่าเขาจะเคยทำให้ภรรยาตัวเองเสียเมื่อไหร่

          “ขอบคุณค่ะ พี่สวี่หยางยังคงน่ารักเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด” สวี่หยางเพียงยิ้มตอบ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   ถูกใส่ความ

    ลี่ซือเห็นแสงไฟภายในเรือนนอนของคุณหนูของตนยังสว่างจ้ากลางดึกจึงได้เอ่ยถาม “คุณหนู พรุ่งนี้เป็นวันแต่งงานของท่าน หากไม่รีบเข้านอนล่ะก็” “ข้าจะนอนแล้ว เจ้าไปพักผ่อนเถิด” นางตอบสาวใช้ ก่อนเผาจดหมายของคุณชายเว่ยทิ้งทั้งน้ำตา นี่เป็นจดหมายฉบับที่สิบแล้วกระมังนับตั้งแต่ที่ข่าวการแต่งงานของนางกับสือจื่อหยวนแพร่ออกไป นางทำได้เพียงแอบอ่านจดหมายของบุรุษที่นางชอบพอ เพราะถ้าหากมีคนรู้เข้ามีหวังทั้งตัวนางและมารดาได้ถูกลงโทษแน่ เกิดเป็นสตรีเรื่องทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับบุรุษ ชีวิตของนางเองเช่นกันบิดาจะยกนางให้ใครล้วนมิอาจขัดขืน หนทางข้างหน้านี้ไม่รู้จะเป็นเช่นไร เดิมทีจวนสกุลสือจะจัดงานแต่งงานเรียบง่าย ด้วยสตรีแซ่หลิวนั้นมีฐานะตกต่ำลง แม้แต่คนที่เคยผูกมิตรด้วยยังไม่อยากเข้าใกล้ แต่พอมองหน้าบุตรชายคนเดียวอย่าง สือจื่อหยวนแล้วถึงอย่างไรเสียก็มิควรให้เขาขายหน้า แต่ง ฮูหยินทั้งทีดันได้แต่งกับสตรีที่ไม่สามารถส่งเสริมเขาได้ มารดาอย่างนางก็ไม่อาจขัดขวางอันใดได้อย่างมากคงทำได้เพียงยืนมองอยู่ห่าง ๆ เหตุเพราะมีสัญญาระหว่างสองตระกูลผูกมัดไว้ “คุณชายได้เวลา

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   ด้วยความจำใจ

    คำโปรยเบื้องบนเห็นใจถึงให้นางได้มีโอกาสเกิดใหม่อีกครั้ง ทว่าเหตุใดถึงได้มาอยู่ในร่างของสวี่อี้เหริน สตรีที่ถูกสามีเกลียดชัง ไหนจะเจ้าก้อนแป้งวัยสี่ขวบนั่นอีก ทำไมสองพ่อลูกคู่นี้ถึงได้รังเกียจรังงอนสตรีผู้นี้นัก พอถามไถ่จากคนรอบตัวถึงได้รู้ความเป็นมา แม้ตระกูลของนางและสามีจะเป็นปรปักษ์ต่อกัน ไม่เคยมีสักครั้งที่แม่ทัพหนุ่มจะรังแกนาง แต่เพราะการกระทำแสนน่ารังเกียจของ 'สวี่อี้เหริน' ทำให้คนในจวนต่างไม่อยากเข้าใกล้เป็นเพราะนางชั่วช้าเลวทราม ชอบใช้มารยาทำให้บุรุษลุ่มหลงแม้จะแต่งงานแล้ว ซ้ำร้ายกว่านั้นยังชิงชังลูกชายของตัวเองเพียงแค่เพราะมีเขาเป็นบิดา ทำให้เขาเกลียดชังนางเข้าไส้ ต่อให้นางล้มตายต่อหน้า เขาก็จะไม่สนใจนางอีก!***ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป จะเป็นนิยายเรื่อง ปรปักษ์รักฮูหยินแสนชัง นะคะ------------------------------------------นับตั้งแต่พระสนมหลิวเฟยสิ้นพระชนม์จวนสกุลหลิวเริ่มตกต่ำลง ด้วยเพราะผู้นำตระกูลอย่างหลิวฉางชุนผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่ชายของพระสนมหลิวนั้นไร้ความสามารถ ตำแหน่งในราชสำนักรวมถึงลาภยศสรรเสริญเหล่านี้ล้วนได้มาเพราะพระสนมหลิวทั้งสิ้น เมื่อต้นไม้ใหญ่ที่คอยพยุงตระกูล

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   โอกาสครั้งสุดท้าย

    สวี่หยางบินไปกลับระหว่างปักกิ่งกับเซี่ยงไฮ้เป็นเวลาหนึ่งปีเศษ แม้เขาจะมีเวลาพักเพียงน้อยนิด แต่ก็อยากมาพบหน้าคนที่เขารักที่อยู่เซี่ยงไฮ้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไม่ว่าจะต้องใช้เวลาอีกกี่ปีเขารอได้เสมอ ขอแค่เธอเปิดใจให้เขาเหมือนทุกวันนี้ ขณะที่กำลังเดินไปห้องนอนของตัวเอง เขาทำงานหนักเสียจนหลงลืมไปว่าห้องนอนนั้นเปิดไฟอยู่ “กลับมาแล้วเหรอคะ” ทันทีที่ได้ยินเสียงหวาน ๆ ของลี่จวินเขาตบหน้าตัวเองหลายทีเพื่อเรียกสติ เมื่อคิดว่าตัวเองกำลังฝันอยู่ “ตบหน้าตัวเองทำไมคะ” ว่าพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ หญิงสาวเขย่งปลายเท้าแล้วใช้มือทั้งสองข้างโน้มใบหน้าของลงมา จนใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันจนแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียว “กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่” “เพิ่งมาถึงช่วงบ่ายค่ะ” “ทำไมถึงกลับมาล่ะครับ” “เพราะรักพี่ไงคะ ถ้าไม่รักคงไม่กลับมาหรอก” “แต่คราวก่อนพี่ขอร้องให้เธอกลับมาอยู่ที่นี่ เธอบอกว่ายังไม่อยากกลับไปไม่ใช่รึไง ทำไมถึงเปลี่ยนใจ” “มันเสียเวลา” “ฮะ อะไรนะ” เขาถามอย่างไม่เข้าใจ “พี่ไม่คิดว่าเราเส

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   พี่จะดูแลเธอเอง

    เมื่อเคลียร์ค่ารักษาต่าง ๆ เสร็จแล้ว เข้าถึงได้เข็นรถเข็นเพื่อพาเธอขึ้นรถกลับบ้าน ซึ่งเวลาปาเข้าไปเกือบตีสามแล้ว “ไม่ง่วงนอนเหรอ” เขาถาม เมื่อเห็นว่าเธอนั่งนิ่งอยู่ที่โซฟา “ง่วงสิคะ แต่จะทำยังไงได้ล่ะ เท้าดันเป็นแบบนี้” “ไม่เห็นยากตรงไหนเลยนี่” “นี่พี่จะทำอะไร!” ด้วยความตกใจทำให้ลี่จวินหลุดเรียกเขาว่าพี่ออกมา “เธอง่วงนอนไม่ใช่รึไง พี่แค่จะพาเธอไปนอนก็แค่นั้น” พูดขึ้นหลังจากอุ้มหญิงสาว แล้วพาเธอขึ้นไปนอนที่ชั้นสอง “ลงไปได้แล้วค่ะ” ลี่จวินเอ่ยไล่ทันที ที่เขาวางเธอลงบนเตียงนอน “ขอนอนด้วยได้ไหม” เอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน เขาจะใช้มารยาผู้ชายทำให้เธอใจอ่อนให้ได้ “ไม่ค่ะ คุณลงไปนอนที่เดิมเลย” “พี่นอนพื้นก็ได้ ขอแค่ได้นอนห้องเดียวกับเราก็พอ” พูดด้วยความเอาแต่ใจ เขาจะไม่ยอมลงไปนอนข้างล่างแน่ “ฉันอยากนอนคนเดียว” “ก็นอนไปสิ พี่ไม่ได้จะนอนบนเตียงกับเธอสักหน่อย เธอได้นอนคนเดียวสมใจแน่ ๆ” พูดพลางถือวิสาสะเดินอ้อมไปอีกฝั่งของเตียงแล้วหยิบหมอนมาหนึ่งใบ จากนั้นปิดไฟนอนที่พื้นห้อง โดยไม่

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   อุบัติเหตุ

    หลายเดือนผ่านมาทำให้เธอคิดได้หลายอย่าง ว่าไม่ควรยึดติดกับสิ่ง ๆ หนึ่งมากเกินไปจนทำให้ตัวเองไม่มีความสุข สามปีที่เธอเอาแต่ยึดตึดว่าต้องได้ใจจากผู้ชายที่เธอรัก โดยไม่รู้ตัวว่าทำให้อีกฝ่ายนั้นรู้สึกอึดอัดและไม่มีความสุขแค่ไหน ต่อจากนี้ไปเธอจะไม่ยึดติดกับอะไรแบบนั้นอีกแล้ว เธอแค่ต้องเรียนรู้ที่จะหันกลับมารักตัวเองและมีความสุขได้ด้วยตัวเอง วันนี้เขานึกครึ้มอะไรขึ้นมาไม่รู้ถึงได้คิดอยากลองเข้าครัวทำอาหารดูสักครั้ง สวี่หยางใช้เวลาทอดไข่ดาวอยู่นาน แต่ไข่ทุกใบที่เขาทอดล้วนมีสภาพไม่ต่างจากใบแรกคือไหม้จนเกรียม ทำให้กลิ่นคละคลุ้งไปทั่วบ้าน ลี่จวินที่เพิ่งมาถึงเธอได้กลิ่นไหม้จึงรีบลนลานวิ่งมาดู เพราะกลัวว่าจะบ้านไฟไหม้ แต่ดันกลายเป็นว่าเห็นเขากำลังยืนทำหน้าหมดอาลัยตายอยากอยู่ที่เคาน์เตอร์ครัว “คุณทำอะไรน่ะ” “คุณอยากลองกินดูไหม” ร่างสูงยิ้มแก้เก้อด้วยความอับอาย ก่อนก้มมองไข่ดาวไหม้ ๆ ไม่ได้ต่างจากใจของเขาสักนิด เพียงแค่คิดความรู้สึกหดหู่ก็เริ่มก่อตัวขึ้น “ถ้าฉันกินคงมีแต่รสชาติขม แถมไข่ยังไหม้แบบนั้นถ้ากินเข้าไปมีหวังได้เป็นโรคมะเร็งแน่” ต

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   แค่สามีเก่า

    ถึงแม้ว่าสวี่หยางจะมาอยู่ที่นี่ได้หลายวันแล้ว ทว่าคนที่เขาอยากคุยด้วย ไม่ยอมแม้แต่จะปริปากพูดกับเขาสักคำ “จะออกไปไหนเหรอ” เขาถาม เมื่อเห็นว่าร่างบางแต่งตัวดูดีต่างจากปกติลิบลับ “เรื่องส่วนตัวค่ะ” บอกเขาเสียงนิ่ง ทำเอาคนฟังไปแทบไม่เป็น บทเธอจะพูดจาห้วนก็ทำซะเขาถามต่อไม่ได้ แต่มีหรือที่เขาจะยอมอยู่บ้านให้เวลาอันมีค่าผ่านไปเฉย ๆ แบบนี้ เธอไม่ได้บอกว่าไม่ให้เขาตามเธอไปด้วยสักหน่อย เพราะฉะนั้นเขาจะตามเธอไป วันนี้ลี่จวินมีนัดเดตกับคุณห่าวอี้ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในใจกลางเมืองเซี่ยงไฮ้ เขาเป็นผู้ชายที่คุณนายสวี่แนะนำให้ เขาเป็นคนสุภาพและอ่อนโยน ต่างจากอดีตสามีเธอราวฟ้ากับเหว ไม่แปลกที่เธอจะนัดเจอเขาเป็นครั้งที่สอง สวี่หยางที่แอบตามมาเห็นว่าหญิงสาวมีนัดเดตกับผู้ชายที่ร้านกาแฟกันสองต่อสอง เขาอยากมาเห็นกับตาว่าเธอเลิกรักเขาได้จริงหรือไม่ ถ้าหากเธอไม่ได้รักเขาแล้ว เขาคงรู้สึกเสียใจ แต่จะไม่ยอมแพ้แน่นอน “มาถึงนานรึยังคะ” “ไม่นานครับ เชิญนั่งก่อน” ร่างสูงลุกขึ้นยืนแล้วลากเก้าอี้ออกมาเพื่อให้เธอนั่งด้วยความสุภาพอย่างที่ไม่เคยได้รับ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status