ANMELDENหลังจากทั้งคู่กินข้าวเสร็จได้กลับมาที่บริษัทเหมือนปกติ แต่วันนี้พิเศษตรงที่เขามีนัดไปดื่มฉลองกับหุ้นส่วนหลังเลิกงาน
“ได้เวลาแล้วครับ” เลขาซูเดินเข้ามาพร้อมกับยกมือขวาขึ้นมาดูเวลา เหม่ยซินที่อยู่ในห้องด้วยถามขึ้นด้วยความอยากรู้ว่าทั้งคู่จะไปที่ไหน
“จะไปไหนกันเหรอคะ”
“มีธุระน่ะ คุณกลับไปก่อนเลย” ซูฉีตอบกลับทันควัน ทำให้ร่างบางรู้สึกไม่ค่อยพอใจที่ถูกไล่แบบซึ่งหน้า
“แต่ว่า”
“เหม่ยซิน ตอนนี้ได้เวลาเลิกงานแล้ว เธอบอกพี่ไม่ใช่เหรอว่ามีนัดกับครอบครัว”
“ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ” ว่าแล้วก็ถือโอกาสที่ร่างสูงเผลอหอมเข้าที่แก้มขวาอย่างรวดเร็วแล้วเดินยิ้มออกจากห้องไป
ด้วยความตกใจที่จู่ ๆ ก็ถูกหอมแก้มทำให้ล้วงมือลงไปหยิบผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในกางเกงออกมาเช็ดรอยลิปติกออกทันที
“มองอะไร” เขาถามเพื่อสนิทที่จ้องหน้าเขาเหมือนกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“ฉันไม่สนว่าแกกับผู้หญิงคนนั้นจะรักกันแค่ไหน แต่ตอนนี้แกไม่ใช่คนโสดแล้ว สวี่หยาง แกทำบ้าอะไรวะ อย่างน้อยก็ควรให้เกียรติเมียตัวเองด้วย ทางที่ดีแกควรหย่าก่อนที่จะทำแบบนี้” ซูฉีอดด่าเพื่อนตัวเองไม่ได้ ที่ยอมให้แฟนเก่ามาหอมแก้ม
“แกจะมาโมโหฉันทำไมวะ เมียฉันแท้ ๆ ยังไม่เห็นว่าอะไร”
“ถ้าอย่างนั้นแกจะให้ฉันบอกเรื่องนี้กับคุณลี่จวินไหมล่ะ ไม่สิ ทางที่ดีควรบอกคุณนายสวี่มากกว่า” เขาอดเอ่ยถึงมารดาของเพื่อนไม่ได้ แม้สวี่หยางจะมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารสูงสุด ทว่าจำนวนหุ้นที่ถืออยู่นั้นยังไม่ถึงครึ่งที่สือจิ่วเหรินถืออยู่ คนที่กุมบังเหียนของตระกูลสวี่ตัวจริงเป็นแม่ของหมอนี่ต่างหาก
“นี่แกก็จะบังคับฉันอีกคนด้วยรึไง แค่นี้ฉันก็อึดอัดจะแย่แล้ว”
“ก็แกทำไม่ถูกต้อง”
“เออ ฉันผิดเองแหละที่ไม่ระวังตัว คราวหลังฉันจะไม่ให้ผู้หญิงคนไหนมาแตะเนื้อต้องตัวได้อีก”
“ไม่ใช่แค่ผู้หญิงคนไหน แต่รวมถึงเหม่ยซินด้วย!”
“หากฉันกับแกไม่ได้เป็นเพื่อนกันและแกชอบผู้หญิง ฉันคงคิดว่าแกแอบคิดอะไรกับฉันหรือเปล่า”
“พูดบ้าอะไร น่าขนลุกชะมัด!” พูดพร้อมกับใช้มือตีเข้าที่แผ่นหลังของเพื่อนสนิท ก่อนที่เสียงร้องโอดโอยจะดังตามหลังมา
“โอ๊ย”
ทั้งคู่ดื่มฉลองหลังจากปิดโครงการส่งออกสินค้ากับหุ้นส่วนที่ผับแห่งหนึ่งจนเวลาล่วงเลยไปเกือบห้าทุ่มถึงได้แยกย้ายกัน โดยที่ท่านประธานหนุ่มเมาแอ๋อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เห็นทีคงเครียดกับเรื่องงาน ไหนจะเรื่องส่วนตัวอีก
“ท่านประธาน พวกเรากลับกันเถอะ”
“ฉันไม่มาว”
“ฉันไม่ได้ถามว่าเมาไหม รีบขึ้นรถเถอะ หากกลับช้ากว่านี้มีหวังฉันได้โดนแม่แกบ่นแน่” พูดจบก็ลากเพื่อนสนิทไปที่นั่งด้านหลังคนขับ และขับไปส่งที่คฤหาสน์ตระกูลสวี่
แม้จะทำงานกลับมาเหนื่อย ๆ แต่ไม่วายมานั่งรอสามีที่ห้องรับแขก เพราะเห็นว่าวันนี้สามีของเธอกลับดึกต่างจากปกติ จนกระทั่งได้ยินเสียงรถยนต์วิ่งเข้ามาจึงได้ออกไปดู ก็พบเข้ากับร่างสูงของสามีที่ถูกเลขาคนสนิทหิ้วปีกลงจากรถ
“ทำไมพี่สวี่หยางถึงได้มีสภาพแบบนี้คะ” เธอถาม
“วันนี้ท่านประธานมีนัดดื่มฉลองกับหุ้นส่วนน่ะครับ”
“ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องนี้เลยคะ”
“เอ่อ” ซูฉีอึกอัก เขาไม่รู้ว่าตอบภรรยาของเจ้านายยังไงให้ทั้งคู่ไม่ต้องทะเลาะกัน
“เอาเถอะค่ะ ฉันจะไม่คาดคั้นคุณเลขา ช่วยพยุงเขาไปที่ห้องนอนทีนะคะ” ลี่จวินบอกกึ่งขอร้อง สามีเธอตัวใหญ่กว่าเธอมากนัก ลำพังแค่ตัวเองคงไม่สามารถพาเขาเดินขึ้นห้องนอนคนเดียวได้แน่ ๆ
เลขาหนุ่มต้องทำตามอย่างเสียมิได้ ส่วนลี่จวินเดินแยกไปอีกทางเพื่อเตรียมกะละมังกับผ้าชุบน้ำ เพื่อมาเช็ดตัวให้สามีที่ตอนนี้เมาหลับไปแล้ว
“แค่บอกว่าจะเลิกงานดึก มันยากมากรึไงคะ” บ่นพลางถอดกระดุมเสื้อร่างสูงออกเผยให้เห็นแผงอกแกร่ง ทันทีที่มือเล็กใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ มาเช็ดที่อกของเขาได้ถูกคนเมาจับเอาไว้พร้อมกับจ้องมองเธอเขม็งก่อนจะยิ้มออกมา ไวเท่าความคิดร่างของหญิงสาวถูกพลิกให้อยู่ใต้ร่างแทน
ดวงตาเรียวดุจเหยี่ยวเอาแต่จดจ้องไปที่ริมฝีปากอิ่มพร้อมกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ท้ายที่สุดเขาก็ทนไม่ไหวพลั้งเผลอลืมไปหมดสิ้นว่าที่ผ่านมาไม่ชอบหน้าหญิงสาวมากแค่ไหน พอรู้ตัวอีกทีก็ได้ฉกฉวยเข้าครอบครองริมฝีปากของร่างเล็กแล้วมอบจูบแสนหวานให้ ฝ่ายของลี่จวินตกใจจนไม่รู้จะทำอย่างไรได้แต่นอนนิ่งเป็นขอนไม้จนสุดท้ายเธอก็ตกเป็นผู้หญิงของเขาที่ไม่ใช่แค่ทางกฎหมายอีกต่อไป เธอไม่เสียใจสักนิดที่มอบให้ครั้งแรกให้สามีอย่างเขา เพราะพี่สวี่หยางเป็นผู้ชายที่เธอรัก...รักมาตลอด
ฤดูใบไม้ผลิย่างเข้ามาพร้อมกับดอกไม้ที่เริ่มออกดอกบานสะพรั่งไปทั่วทั้งสวน สวี่อี้เหรินที่กำลังยืนรอลูกชายอยู่ที่หน้าเรือนคนเดียวเหม่อมองทิวทัศน์โดยไม่รู้ตัวว่าแม่ทัพหนุ่มได้แอบมองนางอยู่ก่อนแล้ว “รองเท้าของเจ้าเริ่มเก่าแล้ว ข้าให้หลี่จื้อไปซื้อรองเท้าคู่ใหม่ให้เจ้า” “ท่านมาตั้งแต่เมื่อใด” เอ่ยด้วยเสียงตกใจ “ถ้าเจ้าไม่เอาแต่เหม่อคิดถึงผู้ใดอยู่คงเห็นข้านานแล้ว” บอกพร้อมกับเดินจับมือร่างบางไปนั่งที่ศาลาริมน้ำ แล้วบรรจงถอดรองเท้าคู่เก่าออกจากนั้นใส่คู่ใหม่ให้นาง “ท่านแม่ทัพรู้จักอ่อนโยนด้วยหรือเจ้าคะ” “แค่กับเจ้าและลูกเท่านั้น ส่วนคนอื่นก็ตามที่เจ้าเห็น” “ข้าแค่ยังไม่ชินเท่านั้นเอง” เอ่บอกไปตามตรง สองสามเดือนผ่านมานี้การกระทำของเขาต่างจากเมื่อก่อนสิ้นเชิงจนนางเองก็ตกใจจนบางครั้งอดคิดไม่ได้ว่าตนกำลังนอนฝันอยู่ “อีกหน่อยก็ชิน” “ท่านพ่อ ท่านแม่” “ลูกแม่ เจ้ามาแล้วหรือ” “ทำไมทำหน้าแบบนั้น เกิดอันใดขึ้นรึ” เฉียนหยางถามบุตรชาย เมื่อเห็นเขาเอาแต่ทำหน้าเศร้า “ท่านพ่อจำคนแซ่ตู้ได
“คงจะเป็นอย่างนั้น ข้าคิดว่าข้ากำลังเปิดใจ” หลังจากคิดถี่ถ้วนอยู่นานถึงได้เอ่ยขึ้น แม้ในอดีตเขากับนางไม่ค่อยลงรอยกันสักเท่าใดนัก ครั้นมองหน้าลูกชายที่ตั้งแต่มารดาแท้ ๆ ของตัวเองฟื้นคืนสติกับมา พ่ออย่างเขาค่อย ๆ เห็นรอยยิ้มที่ผุดขึ้นมาบนใบหน้าเล็ก เขาอยากเห็นลูกมีความสุขอีกอย่างสตรีตรงหน้านี้ได้เปลี่ยนไปจากในอดีตพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขาเองก็ควรให้โอกาสนางเช่นกัน เขาไม่รู้ว่าตัวเองเริ่มหวั่นไหวกับฮูหยินอย่างนางตั้งแต่เมื่อใด บางทีอาจเป็นตอนที่ไปงานเลี้ยงสกุลเจิ้งกระมัง “แล้วมาบอกเรื่องนี้กับข้าทำไม ข้าไม่ได้อยากรู้เสียหน่อย” แม้ปากจะพูดเช่นนี้ ทว่ากลับหน้าแดงสวนกับคำพูด “ไม่ให้บอกเจ้า แล้วจะให้ข้าบอกผู้ใด เจ้าเป็นมารดาของลูกชายข้า มิหนำซ้ำยังเป็นภรรยาของข้าด้วย” “ข้าขอตัวกลับก่อนนะเจ้าคะ” ในขณะทำกำลังเอี้ยวตัวกลับ ร่างของนางได้ลอยขึ้นจากพื้นเข้าสู่อ้อมอกของผู้เป็นสามี เฉียนหยางอุ้มภรรยามายังห้องอาบน้ำพร้อมกับวางตัวนางลงในอ่างทำให้ตัวเปียกด้วยกันทั้งคู่ “ช่วยอาบน้ำให้ข้าหน่อยได้หรือไม่” เอ่ยด้วยน้ำเสียงมีเลสนัยอย่างไม่ปิดบั
“ท่านแม่ทัพ” “มีอะไร” “คุณชายตัวร้อนเจ้าค่ะ” “เจ้าเรียกท่านหมอมาแล้วรึยัง” ร่างสูงหรี่ตามองผู้มาใหม่ นี่ก็เริ่มดึกแล้วเหตุใดแต่สตรีตรงหน้ายังไม่เข้านอน อีกอย่างเขารู้อยู่ก่อนแล้วว่าเฉียนอี้ไปนอนที่เรือนฝั่งตะวันออก “ยังเจ้าค่ะ ข้าเห็นว่าดึกแล้วเลยไม่อยากรบกวนคนอื่น” “แต่กลับมารบกวนข้า” ลี่อิ่นก้มหน้ามองพื้นอย่างไม่รู้ว่าควรตอบอันใดกลับไป จนเขาพูดขึ้นอีกครั้งถึงทำให้นางยิ้มออกได้บ้าง “เดินนำทางสิ” ว่าพร้อมลุกขึ้นยืน ตอนนี้เขากับนางอยู่ด้วยกันตามลำพัง ส่วนหลี่จื้อเขาได้ให้กลับไปพักผ่อนแล้ว เมื่อเดินมาถึงนางรีบเปิดประตูห้องนอนของเฉียนอี้ทันทีประหนึ่งกลัวถูกคนจับได้ แม่ทัพหนุ่มเดินเข้ามาภายในห้องที่มืดสนิทขณะจมูกสูดกลิ่นกำยานเข้าเต็มปอด ที่เขายอมตามมาแต่โดยดีเหตุผลหนึ่งก็เพราะอยากรู้ว่านางคิดจะทำอะไรกันแน่ “ท่านแม่ทัพ” ลี่อิ่นเข้าสวมกอดบุรุษที่ตนรักจากด้านหลัง “เจ้าคิดว่าตัวเองกำลังทำอันใดอยู่” เขาถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “ลี่อิ่นรักท่าน รักมานานแล้ว ท่านเองก็คิดเช่
นับว่าเป็นครั้งแรกที่ได้พบเจิ้งเผิงโหวตั้งแต่ที่นางมาอยู่ในร่างของสวี่อี้เหริน นางมองบุรุษตรงหน้าด้วยแววตาเรียบเฉยไร้ซึ่งความรู้สึกทำให้ฮูหยินที่ยืนอยู่ข้างชายหนุ่มอดรู้สึกแปลกใจไม่น้อย มีผู้ใดในเมืองไม่รู้บ้างว่าสวี่อี้เหรินชอบพอสามีนางมากเพียงไร แม้ตัวเองจะออกเรือนไปแล้วแต่ยังไม่วายมายุ่งวุ่นวายกับเขาจนตระกูลเจิ้งต้องรีบให้ท่านโหวแต่งงานกับนางเมื่อครึ่งปีก่อน “ยินดีกับท่านโหวและฮูหยิน” นางยิ้มบอก งานเลี้ยงวันนี้นางเดินทางมาพร้อมสามีที่ตอนนี้เอาแต่นิ่งเงียบไม่ยอมพูดจาสักคำ “ขอบคุณที่พวกท่านทั้งสองที่อุตส่าห์เดินทางมาร่วมงาน” “ข้าต้องมาอยู่แล้ว ฝ่าบาทพระราชทานจวนใหม่ให้พวกท่าน เรื่องน่ายินดีเช่นนี้มีหรือข้าจะพลาดโอกาส” “เชิญฮูหยินกับท่านแม่ทัพด้านใน ข้าจะให้สาวใช้นำทางพวกท่านไป” สิ้นคำพูดของฮูหยินเจิ้งทั้งคู่เดินตามหลังสาวใช้มาเงียบ ๆ จนกระทั่งได้อยู่ด้วยกันตามลำพังเขาถึงได้ปิดปากพูด “เจอคนรักเก่าทั้งที ทำไมไม่อยู่พูดจากับเขาให้นานขึ้นอีกหน่อย” “ท่านพูดถึงผู้ใดกัน” “หึ จะเป็นใครได้เล่าถ้าไม่ใช้เจ
ลี่อิ่นหน้าเจื่อนลงถนัดตา ขณะในใจกำลังคิดยกเหตุผลขึ้นมาอ้าง “อีกอย่างงานในจวนข้าคุ้นชินกับมันแล้ว และยังมีพ่อบ้านเหมากับท่านป้าหลายคนคอยช่วย ตอนนี้ฮูหยินอย่างข้าก็แค่อยากทำหน้าที่มารดาดูบ้าง ข้าคิดว่าเจ้าที่เป็นแม่นมคงเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่อยู่บ้าง จริงหรือไม่” เอ่ยเสียงเศร้าเรียกร้องความเห็นใจจากลูกชาย “แม่นม เรื่องนี้ท่านไม่ต้องกังวล ข้ากับท่านพ่อพูดคุยกันแล้ว อีกอย่างนางเป็นแม่ของข้า” “นั่นสินะเจ้าคะ ข้าเป็นแค่แม่นมมีหรือจะกล้าคิดเทียบเคียงฮูหยิน” สาวใช้ในเรือนของบุตรชายคาบข่าวไปบอกแม่ทัพหนุ่มถึงที่ ทำให้คิ้วหนาขมวดเข้าหากัยยุ่งเมื่อคิดว่าแม่นมของลูกชายจุ้นจ้านไม่เข้าเรื่อง เห็นทีตำแหน่งแม่นมนี้คงต้องจบลงเพียงเท่านี้ หากปล่อยให้ลี่อิ่นทำแบบนี้ต่อไปแทนที่ครอบครัวจะกลับมาปรองดองกัน มีหวังจวนของเขาคงได้วุ่นวายไม่จบไม่สิ้น “ท่านแม่ทัพเรียกข้ามามีเรื่องใดหรือเจ้าคะ” “ตอนนี้เฉียนอี้โตพอที่จะไม่ต้องการแม่นม ข้าเห็นว่าตำแหน่งนี้คงต้องจบลงเพียงเท่านี้ เจ้าอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้วถึงเวลาที่ต้องให้อิสระแก่เจ้า ข้าจะให้เงินเจ้าต
ทันที่ได้ยินคำพูดเมื่อครู่ของนาง เฉียนหยางรีบสาวเท้าเดินไปยังอีกห้องซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก จนกระทั่งสวี่อี้เหรินกลับเรือนไปเขาถึงได้โผล่หน้าเข้าไปหาลูกชาย “ทำอะไรอยู่รึ” “ข้ากำลังจะพาคุณชายไปอาบน้ำเจ้าค่ะ” “ไม่จำเป็น วันนี้ข้ากับเขาจะอาบน้ำด้วยกันระหว่างนี้เจ้าก็ไปพักผ่อนเถิด” “แล้วมื้อเย็นล่ะเจ้าคะ” “ข้าสั่งให้พ่อครัวเตรียมไว้แล้ว เฉียนอี้ เจ้าอยากแช่น้ำกับพ่อหรือไม่” เขาถามบุตรชาย “ขอรับ” “ถ้าเช่นนั้นพวกเราไปกันเถอะ” ว่าพลางจูงมือลูกชายไป สองพ่อลูกแช่น้ำด้วยกันราวหนึ่งเค่อ พอเห็นสายตาของบิดาเอาแต่เพ่งเล็งมาที่เขา แต่กลับไม่ยอมพูดจาสักนิดทำให้อดถามมิได้ “ท่านพ่อ จ้องหน้าลูกทำไมหรือขอรับ” “เจ้าน่ะ ยอมให้โอกาสนางแล้วอย่างนั้นหรือ” “หมายถึงใครหรือขอรับ” “ก็...สตรีจากเรือนฝั่งตะวันออกอย่างไรเล่า” “เป็นเพราะท่านอาจารย์สอนไว้ว่าต้องกตัญญูต่อบิดามารดา อีกทั้งท่านอาจารย์ยังบอกว่าโจรชั่วยังสามารถกลับใจกลายเป็นคนดีได้ ลูกเลยคิดว่ากับนางก็เช่นกัน ควรให้โอกาสนางส







