Share

บทที่ 2

Penulis: อาอู๋
เฉียวชิงซุ่ยไม่คิดเลยว่าลู่อวี่เซินจะยอมทำเพื่อซูเหนี่ยนหนิงถึงขนาดนี้

เขาไม่ลังเลที่จะทำร้ายภรรยาของตัวเองเพียงเพื่อตามจีบเธอ

ท่ามกลางความเจ็บปวดแสนสาหัส เธอเพิ่งจะอ้าปากพูด ทว่าภาพตรงหน้าก็พลันมืดดับแล้วหมดสติไป

เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ความเจ็บแปลบก็แล่นริ้วมาจากท้ายทอย เธอพยายามลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก และเมื่อเห็นเพดานห้องที่ไม่คุ้นเคย ชั่วขณะหนึ่งก็ถึงกับสับสนว่าตอนนี้คือวันเวลาใด

“คุณนายลู่ ฟื้นแล้วเหรอคะ”

น้ำเสียงเรียบเย็นสายหนึ่งดังขึ้น

เฉียวชิงซุ่ยหันไปมองก็เห็นซูเหนี่ยนหนิงกำลังยืนอยู่ข้างเตียง ในมือหิ้วกล่องปฐมพยาบาล

เธอสวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์เรียบง่าย รวบผมหางม้าสูง ใบหน้าปราศจากเครื่องสำอาง ทว่ากลับแผ่กลิ่นอายความสดใสของวัยรุ่น

“ฉันคือคนดูแลของคุณ ซูเหนี่ยนหนิงค่ะ” หญิงสาวมีสีหน้าเรียบเฉย แต่น้ำเสียงกลับแฝงความห่างเหิน “ถึงฉันจะย้ายเข้ามาแล้ว แต่รบกวนคุณช่วยดูแลคุณลู่ให้ดีด้วยนะคะ ถ้าเขายังล้ำเส้นอีก ฉันจะไปจากที่นี่ทันที”

เฉียวชิงซุ่ยรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอก

ช่างน่าขำสิ้นดี เด็กสาวคนนี้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของเธอแท้ ๆ แต่กลับมาสั่งนายหญิงของบ้านอย่างเธอ “ดูแลสามีตัวเองให้ดี”

“ฉันจะเปลี่ยนคนดูแล” เฉียวชิงซุ่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

ซูเหนี่ยนหนิงทำราวกับไม่ได้ยิน เธอหยิบเข็มฉีดยาออกมาหน้าตาเฉย “ตอนนี้ฉันจะฉีดยาแก้อักเสบให้คุณนะคะ”

เข็มแรกแทงลงไป แต่หาเส้นเลือดไม่เจอ

เข็มที่สองแทงพลาด จนหลังมือปูดบวมเป็นก้อนขึ้นมาทันที

และเข็มที่สามยิ่งแล้วใหญ่ เพราะแทงจนเลือดออก

“ถ้าเธอทำไม่เป็นก็ให้คนอื่นมาทำเถอะ” เฉียวชิงซุ่ยเจ็บจนเสียงสั่น

พอได้ยินแบบนั้น ขอบตาของซูเหนี่ยนหนิงก็แดงก่ำขึ้นมาทันที เธอเถียงอย่างดื้อดึงว่า “คุณหมายความว่ายังไง ถ้าไม่ใช่เพราะคุณย่าของฉันป่วยหนัก คุณคิดว่าฉันอยากจะมางั้นเหรอ”

พูดจบเธอก็ทำท่าจะคว้ามือของเฉียวชิงซุ่ยอีกครั้ง ทว่าคราวนี้ปลายเข็มกลับกรีดลึกเข้าที่ผิวหนัง จนเลือดสีสดไหลรินลงมาตามข้อมือขาวผ่อง

เฉียวชิงซุ่ยเจ็บจนทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอผลักร่างอีกฝ่ายออกอย่างแรง “พอได้แล้ว! อย่ามาแตะต้องฉัน!”

ซูเหนี่ยนหนิงเซถอยหลังไปชนถาดใส่ยาจนล้มคว่ำ ขวดแก้วแตกกระจายเกลื่อนพื้น

จังหวะนั้นเอง ประตูห้องก็ถูกผลักออกอย่างแรง ลู่อวี่เซินสาวเท้ายาว ๆ ก้าวเข้ามา

“เกิดอะไรขึ้น” สายตาของเขากวาดมองสลับไปมาระหว่างทั้งสองคน ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ซูเหนี่ยนหนิงซึ่งล้มพับอยู่บนพื้น สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนไปทันที

“ในเมื่อพวกคุณไม่ต้อนรับฉัน งั้นฉันไปเอง!” ซูเหนี่ยนหนิงที่ขอบตาแดงก่ำตะเกียกตะกายลุกขึ้น แล้วทำท่าจะวิ่งพุ่งออกไป

ลู่อวี่เซินรีบคว้าแขนเธอไว้ “ใครพูดแบบนั้น!”

ซูเหนี่ยนหนิงสะบัดมือเขาออกอย่างแรง “ภรรยาของคุณไง! ฉันอุตส่าห์หวังดีจะฉีดยาให้ แต่เธอกลับผลักฉัน! ฉันก็แค่ไม่ชำนาญ เรื่องนี้พวกคุณก็รู้อยู่แล้วตั้งแต่แรกไม่ใช่เหรอคะ”

ลู่อวี่เซินรีบหันไปมองหลังมือที่บวมแดงของเฉียวชิงซุ่ย แววตาของเขาปรากฏร่องรอยความปวดใจวูบหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด ทว่าเมื่อหันกลับมามองซูเหนี่ยนหนิง มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความยอมประนีประนอม

“ฉันต้องทำยังไง เธอถึงจะยอมอยู่ต่อ” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

ซูเหนี่ยนหนิงเชิดหน้าขึ้น “ฉันเกลียดท่าทีเย่อหยิ่งของคนรวยอย่างพวกคุณที่สุด ฉันต้องการให้เธอขอโทษฉัน”

“ซุ่ยซุ่ย” ลู่อวี่เซินหันไปหาเฉียวชิงซุ่ย น้ำเสียงเด็ดขาดจนไม่อาจโต้แย้ง “ขอโทษสิ”

เฉียวชิงซุ่ยมองเขาอยากไม่อยากจะเชื่อ “เด็กคนนั้นแทงเข็มใส่ฉันจนเยินขนาดนี้ นายยังจะให้ฉันขอโทษอีกเหรอ”

แววตาของลู่อวี่เซินหม่นลง “ถ้าเธอไม่ยอม ก็หัดนึกถึงบริษัทของพ่อแม่เธอซะบ้าง”

เฉียวชิงซุ่ยรู้สึกหนาวเยือกไปทั้งตัว “นายถึงขั้นขู่ฉัน...เพื่อเด็กคนนี้เหรอ”

“ซุ่ยซุ่ย มันก็แค่การขอโทษเองนะ” ลู่อวี่เซินขมวดคิ้วอย่างรำคาญใจ “ไม่ได้ทำให้เนื้อหลุดไปสักก้อนซะหน่อย หรือเธออยากทนดูบริษัทของพ่อแม่ล้มละลายไปต่อหน้าต่อตาจริง ๆ”

วินาทีนั้น เฉียวชิงซุ่ยรู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกธนูนับหมื่นดอกทิ่มแทงทะลุหัวใจ

เธอขบเม้มริมฝีปากล่างแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด

เมื่อเห็นสีหน้าของลู่อวี่เซินเย็นชาขึ้นเรื่อย ๆ เธอก็ตระหนักได้ว่าเขาเอาจริง จึงจำต้องฝืนลุกขึ้นจากเตียงอย่างยากลำบาก กล้ำกลืนความอัปยศอดสูเอาไว้ แล้วโค้งคำนับให้ซูเหนี่ยนหนิง “ฉันขอโทษ”

ซูเหนี่ยนหนิงขมวดคิ้วพลางเอ่ย “คนรวยอย่างพวกคุณ เวลาขอโทษเสียงเบาแบบนี้กันทุกคนเลยเหรอ”

เฉียวชิงซุ่ยจิกเล็บลงบนฝ่ามือแน่น เธอโค้งตัวลงอีกครั้ง พร้อมกับเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้น “ฉันขอโทษ! ทีนี้เธอพอใจหรือยัง”

เมื่อเห็นซูเหนี่ยนหนิงฝืนพยักหน้ารับ ลู่อวี่เซินถึงได้มีสีหน้าที่อ่อนลง เขาประคบประหงมพาเธอไปทายาอย่างทะนุถนอม

ทันทีที่ประตูห้องปิดลง เฉียวชิงซุ่ยก็ไม่อาจทรงตัวอยู่ได้อีกต่อไป เธอทรุดตัวลงไปกองกับพื้น ปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาอย่างไร้สุ้มเสียง

เธอล้วงเอาจดหมายรักสีเหลืองซีดฉบับหนึ่งออกมาจากใต้หมอน ก่อนจะจุดไฟเผามันด้วยมือที่สั่นเทา

ขณะที่เปลวเพลิงกำลังกลืนกินกระดาษจดหมายรักฉบับที่ 96 เธอก็หวนนึกถึงท่าทีของลู่อวี่เซินในวัย 16 ปีตอนที่เขียนจดหมายฉบับนี้

ใต้ต้นซากุระในรั้วมหาวิทยาลัย เด็กหนุ่มยัดจดหมายใส่มือเธอด้วยใบหูที่แดงก่ำ พร้อมกับเอ่ยว่า “ซุ่ยซุ่ย คบกับฉันนะ ฉันจะดูแลเธอให้ดีไปตลอดชีวิตเลย”

จังหวะที่เปลวไฟกำลังจะมอดดับลง จู่ ๆ ประตูห้องก็ถูกผลักออก

“เธอกำลังเผาอะไรน่ะ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 25

    วันนั้นซูเหนี่ยนหนิงเบลอ ๆ แทงเข็มพลาดติดกันหลายครั้ง จนหลังมือของเขาเขียวช้ำบวมเป่งไปหมดคราวก่อน เขาทำยังไงไปนะเขาดันไปคิดว่าท่าทางซุ่มซ่ามแบบนั้นมันดูน่ารักดี ถึงขนาดตอนที่ซูเหนี่ยนหนิงร้องไห้ขอโทษ เขากลับยิ้มอย่างไม่ใส่ใจแล้วบอกว่าไม่เป็นไร ค่อย ๆ ทำไปก็ได้นับแต่นั้นมา เขาก็จมดิ่งลงสู่วังวนของเธอ ถลำลึกจนกู่ไม่กลับแต่คราวนี้ เขากลับมองซูเหนี่ยนหนิงที่กำลังขอโทษด้วยสายตาเย็นชา แล้วตวาดลั่น “ไปเรียกหัวหน้าของคุณมา!”หลังจากนั้น โรงพยาบาลก็จ่ายเงินชดเชยให้ซูเหนี่ยนหนิงก้อนหนึ่งแล้วไล่เธอออก ซูเหนี่ยนหนิงจึงหายออกไปจากชีวิตของเขาอย่างถาวรและเมื่อเขาให้น้ำเกลือเสร็จ เงาร่างคุ้นตาก็เดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับยื่นมือให้“อวี่เซิน กลับบ้านกันเถอะ”ลู่อวี่เซินเงยหน้ามองเฉียวชิงซุ่ยที่มีแววตาเปี่ยมรักและรอยยิ้มประดับอยู่บนมุมปาก เขาก็ยิ้มตามออกมาเขายื่นมือไปจับมือเธอแล้วลุกขึ้นยืน “อืม กลับบ้านกัน...”ทั้งสองคนจับมือกันแน่น เดินเคียงคู่กันไปสู่แสงสว่างเบื้องหน้า จนกระทั่งร่างเลือนหายไป...ในขณะที่โลกแห่งความเป็นจริง ลู่อวี่เซินที่นอนจมกองเลือดอยู่ก็ค่อย ๆ หมดลมหายใจเสียงกรีดร้อ

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 24

    เสียงหอบหายใจจากปลายสายเริ่มถี่กระชั้นขึ้นเรื่อย ๆ น้ำเสียงเจือความปวดร้าวอย่างเห็นได้ชัดทว่าเฉียวชิงซุ่ยกลับทำเป็นไม่ได้ยิน“ตลอดเวลาที่เราคบกัน นายชอบถามหาเหตุผลจากฉันเสมอ ต่อให้ฉันจะเอาคำตอบไปวางไว้ตรงหน้านาย นายก็มองไม่เห็นอยู่ดี เพราะงั้นต้นตอของเรื่องทั้งหมดนี้ มันเป็นเพราะนายไม่ได้ใส่ใจฉันไงล่ะ”เพราะไม่ใส่ใจความรู้สึกของเธอ ถึงได้กล้านอกใจอย่างหน้าไม่อาย ปล่อยให้ซูเหนี่ยนหนิงมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอ ปล่อยให้เธอต้องเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย“ทีนี้นายรู้คำตอบแล้วใช่ไหมว่าทำไมเราถึงหย่ากัน”“ลู่อวี่เซิน ในเมื่อเราหย่ากันแล้ว เราก็ไม่ควรจะติดต่อกันอีก”พูดจบ เฉียวชิงซุ่ยก็เตรียมจะวางสาย แต่ลู่อวี่เซินกลับร้องขอความเมตตาอย่างลนลาน“ไม่ ไม่นะซุ่ยซุ่ย เธอจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ เรามาเจอกันหน่อยเถอะ ได้ไหม”ในความทรงจำของเฉียวชิงซุ่ย ลู่อวี่เซินแทบจะไม่เคยก้มหัวขนาดนี้มาก่อน มีแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่เขาทำแบบนี้เพื่อไม่ให้เธอหย่ากับเขา“ไม่ละ ยกเว้นว่าใครตาย ไม่งั้นเราอย่าเจอกันอีกเลย”“ตู๊ด ๆ ๆ —”ลู่อวี่เซินมองหน้าจอโทรศัพท์ที่มืดดับลง จู่ ๆ ความเจ็

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 23

    ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่คุณหลินก็ตื้นตันใจมากแล้ว หากเทียบกับท่าทีห่างเหินและเย็นชาของเฉียวชิงซุ่ยก่อนหน้านี้ นี่นับว่าเป็นพัฒนาการที่ก้าวกระโดดเลยทีเดียวทางฝั่งต่างประเทศ หลังจากเฉียวชิงซุ่ยอ่านข้อความจากคุณหลินที่ส่งมาขอบคุณและบอกว่าชอบของขวัญของเธอ เธอก็นั่งเหม่อลอยอยู่เนิ่นนาน ปล่อยให้ความรู้สึกอันซับซ้อนกลืนกินตัวเองไปทีละนิดความจริงแล้ว เธอให้อภัยคุณหลินมาตั้งนานแล้วท้ายที่สุดแล้วในเรื่องตอนนั้นคุณหลินเป็นเพียงเหยื่อ แต่เพราะเธอเอาแต่ยืนอยู่ในมุมของแม่ คิดว่าเขาทรยศแม่ เธอจึงตัดสินใจตัดขาดจากเขาอย่างเด็ดเดี่ยวจนกระทั่งได้เผชิญกับความล้มเหลวในชีวิตแต่งงานด้วยตัวเอง ได้พบเจอผู้คนและเรื่องราวมากมาย เธอถึงเริ่มเข้าใจความยากลำบากของคุณหลินขึ้นมาบ้างเพียงแต่ความเจ็บปวดได้ถูกสร้างขึ้นไปแล้ว ต่อให้เฉียวชิงซุ่ยอยากจะชดเชยให้ ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหนดีเธอจึงทำได้เพียงค่อยเป็นค่อยไป อย่างน้อยก็เหมือนที่พ่อบ้านบอก เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจในภายหลังขณะนั้นเอง โทรศัพท์ในมือก็สั่นครืด ทำเอาเฉียวชิงซุ่ยสะดุ้งหลุดจากภวังค์ ทันทีที่เห็นชื่อ "พ่อ" ปรากฏบนหน้าจอเฉียวชิงซุ่ยลั

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 22

    ณ ตระกูลลู่ ลู่อวี่เซินไม่รู้เรื่องที่คุณหลินตั้งใจจะทำกับเขาเลยแม้แต่น้อย ในหัวของเขามีเพียงความคิดเดียว นั่นคือตามหาเฉียวชิงซุ่ยให้พบเขาคอยส่งคนนำของขวัญชดเชยสารพัดไปให้คุณหลิน ถึงขั้นสั่งให้คนไปบูรณะป้ายหลุมศพของแม่เฉียวชิงซุ่ยใหม่แต่สุดท้ายของทุกชิ้นก็ถูกโยนกลับออกมาในสภาพเดิมทั้งหมดลู่อวี่เซินไม่สนใจ ยังคงให้คนส่งของขวัญต่อไปในขณะเดียวกัน คนที่เขาส่งไปตามหาเธอที่ตระกูลหลินในต่างประเทศก็ถูกไล่ตะเพิดกลับมา ซ้ำยังออกนอกประเทศไม่ได้แล้วอีกด้วย“แกพูดว่าไงนะ”เมื่อลู่อวี่เซินได้ยินว่าคนของตัวเองถูกจำกัดไม่ให้ออกนอกประเทศอีกครั้ง เขาก็นั่งไม่ติดเก้าอี้อีกต่อไปตอนที่เขาถูกคุณหลินไล่ออกมา จู่ ๆ เขาก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้แม้เขาจะไม่รู้ว่าเฉียวชิงซุ่ยยกโทษให้หรือยัง แต่การที่คุณหลินบินกลับประเทศจะต้องได้รับการยินยอมจากเธออย่างแน่นอนไม่อย่างนั้นเฉียวชิงซุ่ยคงโวยวายไปนานแล้ว นั่นก็แสดงว่าเฉียวชิงซุ่ยยังอยู่ต่างประเทศ และมีเพียงสถานที่เดียวในต่างประเทศที่เขายังไม่ได้ไปตามหา เพราะคิดว่าเธอจะไม่มีวันกลับไป นั่นก็คือบ้านตระกูลหลินนั่นเองทีแรกลู่อวี่เซินยังไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่พอ

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 21

    คุณหลินแทบจะหัวเราะด้วยความโมโหเมื่อได้ยินคำพูดของลู่อวี่เซิน“ไอ้ที่แกบอกว่าจบกับนกน้อยในกรงทองแล้ว ก็เพราะแกเบื่อหล่อนไปเองไม่ใช่หรือไง แล้วถ้าเกิดแกไม่เบื่อเลยขึ้นมา ลูกสาวฉันไม่ต้องเป็นม่ายทั้งที่สามียังไม่ตายไปตลอดชีวิตเลยหรือไง”“อีกอย่าง แกแต่งงานกับลูกสาวฉันมานาน น่าจะรู้นิสัยของเธอดีว่าเธอเป็นคนที่ยอมหักไม่ยอมงอ ตอนนั้นฉันแค่เหงาเลยหาคนซื่อ ๆ มาแต่งงานด้วย ส่วนทรัพย์สินทุกอย่างฉันก็ยกให้ซุ่ยซุ่ยไปหมดแล้ว แต่ดูสิ หลายปีมานี้เธอไม่ยอมพูดกับฉันสักคำ ทั้งที่ฉันทำไปก็เพราะเพิ่งเสียภรรยานะ แกลองหันกลับมาดูตัวแกเองสิ แกเอาอะไรมามั่นใจว่าเธอยังรักแกอยู่ ถ้าเธอรักแกจริง เธอคงไม่ทิ้งแกไปหรอก”“ลู่อวี่เซิน เลิกหลอกตัวเองได้แล้ว แกลเลอรีนี่แกก็เลิกหวังไปได้เลย กลับไปซะ แล้วต่อไปก็อย่าหวังว่าจะหาตัวเธอเจออีก เธอไม่มีวันยอมมาเจอหน้าแกหรอก”พูดจบ คุณหลินก็ยกถ้วยชาขึ้นจิบเป็นเชิงไล่แขก ในขณะเดียวกันบอดี้การ์ดของคุณหลินก็เดินเข้ามาจากหน้าประตู พลางเอ่ย“คุณลู่ เชิญครับ!”“ปัง!”ประตูแกลเลอรีปิดสนิทลงต่อหน้าต่อตาลู่อวี่เซิน สายฝนที่เทกระหน่ำลงมาจากฟากฟ้าสาดซัดจนร่างของลู่อวี่เซินเปียกโชก

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 20

    วันที่ตกลงเข้าซื้อแกลเลอรีศิลปะของคุณนายหลิน ลู่อวี่เซินมาถึงแกลเลอรีตั้งแต่เช้าตรู่แม้พนักงานของแกลเลอรีจะบอกเขาแล้วว่าเฉียวชิงซุ่ยจะไม่มาปรากฏตัวในการเจรจาเข้าซื้อกิจการวันนี้ แต่เขาก็ยังคงแอบหวังอยู่ลึก ๆ ว่า เผื่อว่าล่ะ เผื่อเฉียวชิงซุ่ยจะโผล่มาล่ะยังไงนี่ก็เป็นหยาดเหงื่อแรงกายของแม่ตอนยังมีชีวิตอยู่ เธอรักแม่มากขนาดนั้น จะไม่มาได้ยังไงลู่อวี่เซินคิดเช่นนี้ และเฝ้ารอเฉียวชิงซุ่ยเช่นนี้ต่อไปในที่สุดเสียงฝีเท้าก็ดังแว่วใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ลู่อวี่เซินรีบยืดตัวตรง มองตรงไปยังประตูที่เปิดกว้างด้วยแววตาเปี่ยมความหวังและในที่สุด ท่ามกลางความเฝ้ารอของลู่อวี่เซิน ร่างในชุดสีขาวร่างหนึ่งก็ค่อย ๆ เดินเข้ามาเขารีบลุกขึ้นยืนมองผู้มาเยือน คำว่า “ซุ่ยซุ่ย” ยังไม่ทันหลุดพ้นริมฝีปาก ก็พลันจุกอยู่ที่คอ“คุณลุง ทำไมถึงเป็นคุณลุงล่ะครับ ซุ่ยซุ่ยล่ะ”คนที่มาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคุณพ่อของเฉียวชิงซุ่ยนั่นเองคุณหลินมองลู่อวี่เซินตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา พลางเอ่ยขึ้น“ฉันไม่มีความจำเป็นต้องบอกว่าเธออยู่ที่ไหน แต่แกจะมาซื้อแกลเลอรีของภรรยาฉัน ทำไมฉันถึงจะมาไม่ได้”ลู่อวี่เซินอ้าปากค้างเล็กน้อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status