Share

บทที่ 3

Author: อาอู๋
เฉียวชิงซุ่ยกำเศษจดหมายรักที่เผาเหลือไว้ในมือ ไออุ่นจากเปลวไฟลวกฝ่ามือเธอจนเจ็บแสบ

“ไม่มีอะไรหรอก แค่เผาของไร้สาระทิ้งน่ะ”

ลู่อวี่เซินขมวดคิ้วมองเศษกระดาษเหล่านั้น คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นที่ไหน ทว่ายังไม่ทันได้คิดทบทวน เสียงของซูเหนี่ยนหนิงก็ดังมาจากนอกประตู

“คุณลู่คะ ตกลงว่าคุณจะไปงานเลี้ยงไหมคะ ถ้ายังไม่ออกไปตอนนี้ฉันจะไม่ไปแล้วนะ”

เฉียวชิงซุ่ยเงยหน้าขึ้น “งานเลี้ยงอะไร”

“ฉันอยากพาเธอไปเปิดตัวให้คนในแวดวงรู้จักน่ะ” เขาทิ้งช่วงครู่หนึ่ง “แต่เขาบอกว่าตัวเองเป็นคนดูแลของเธอ ดังนั้นถ้าเธอไป เขาถึงจะยอมไป”

“ซุ่ยซุ่ย เธอไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยนะ”

หน้าอกของเฉียวชิงซุ่ยราวกับถูกค้อนทุบอย่างแรง เธอฝืนยิ้มขื่น “ลู่อวี่เซิน ในสายตานาย ฉันเป็นตัวอะไรกันแน่”

เขาชะงักไปเล็กน้อย ผ่านไปพักใหญ่กว่าจะเอ่ยปาก “ซุ่ยซุ่ย ฉันเคยอธิบายให้เธอฟังไปแล้วไงว่า ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยเจอผู้หญิงที่เอาชนะยากขนาดนี้มาก่อน ก็เลยสนใจมาก เธอไม่ต้องหึงหรอก รอฉันจีบติดจนเบื่อเมื่อไหร่ ฉันก็จะกลับมาใช้ชีวิตกับเธอดี ๆ เหมือนเดิม”

เฉียวชิงซุ่ยค่อย ๆ หลับตาลง บริเวณหัวใจเหมือนจะไม่ได้สัมผัสถึงความเจ็บปวดอีกต่อไป

สุดท้ายเธอก็ถูกลู่อวี่เซินบังคับพาไปงานเลี้ยงจนได้

บนรถ จู่ ๆ ซูเหนี่ยนหนิงก็ล้วงยาเม็ดสีขาวหลายเม็ดออกมาจากกระเป๋า

“คุณนายลู่ นี่ยาแก้อักเสบค่ะ กินแล้วจะได้หายไว ๆ”

เฉียวชิงซุ่ยจ้องยาพวกนั้นโดยไม่ยื่นมือไปรับ “แน่ใจเหรอว่านี่ยาแก้อักเสบ”

สีหน้าของซูเหนี่ยนหนิงพลันเปลี่ยนไป “ถ้าคุณไม่เชื่อใจฉันขนาดนี้ ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดค่ะ”

“ซุ่ยซุ่ย” ลู่อวี่เซินขมวดคิ้ว รีบออกรับแทนทันที “กินยาซะ”

ภายใต้สายตาเย็นชาของเขา เฉียวชิงซุ่ยรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างมาก

เธอหลับตาลง สุดท้ายก็ทำได้เพียงรับยามากลืนลงไปพร้อมกับน้ำ

ในห้องวีไอพีของคลับ บรรดาเพื่อน ๆ ของลู่อวี่เซินมารออยู่นานแล้ว พอเห็นพวกเขาเดินเข้ามา ทุกคนก็ส่งเสียงโห่ร้องแซวกันทันที

“ในที่สุดคุณชายลู่ก็ยอมพาคุณซูออกมาสักที!”

“นี่คุณซูที่ทำให้คุณชายลู่เฝ้าละเมอหาเหรอเนี่ย ไม่เหมือนคนอื่นจริง ๆ ด้วย!”

เฉียวชิงซุ่ยนั่งอยู่มุมห้อง มองคนกลุ่มนี้ที่อดีตก็เคยคอยเป็นพ่อสื่อแม่ชักให้เธอกับลู่อวี่เซินแบบนี้ หัวใจก็พลันปวดหนึบขึ้นมาระลอกแล้วระลอกเล่า

“คุณซู คุณชายลู่เขารักคุณจริงนะ” คุณชายคนหนึ่งเอ่ยกลั้วหัวเราะ “แค่คุณเอ่ยปาก ต่อให้เป็นดาวบนฟ้าเขาก็เด็ดมาให้!”

ซูเหนี่ยนหนิงไม่เชื่อ “จริงเหรอคะ”

เธอมีท่าทีครึ่งเชื่อครึ่งสงสัย พวกเขาจึงยุให้เธอลองดู

“งั้น...เอารถที่แพงที่สุดในโรงรถของคุณให้เขาได้ไหมคะ” เธอชี้ไปที่เพื่อนคนหนึ่ง

ลู่อวี่เซินไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาหัวเราะพลางโยนกุญแจรถไปให้ทันที

ทุกคนส่งเสียงโห่ร้องยินดี

เธอลองทดสอบอีกหลายครั้ง ทั้งขอนาฬิกา ขอบ้าน เขาก็ตามใจยอมให้ทุกอย่าง

บรรยากาศในห้องพลันพุ่งขึ้นถึงขีดสุดทันที “เห็นไหมล่ะ คุณชายลู่จริงจังกับคุณนะ ผมว่าคุณใจอ่อนยอมเป็นนกน้อยในกรงทองของคุณชายลู่เถอะ!”

สีหน้าของซูเหนี่ยนหนิงดื้อรั้น “ไม่มีทางค่ะ! ฉันจะไม่มีวันเป็นนกน้อยในกรงทองเด็ดขาด! ถ้าพวกคุณยังพูดแบบนี้อีก ฉันจะกลับแล้วนะคะ!”

ทุกคนกลัวว่าเธอจะกลับจริง ๆ จึงรีบเปลี่ยนเรื่อง แล้วชวนกันเล่นเกม

ในแต่ละรอบ พวกเขาจงใจให้ซูเหนี่ยนหนิงแพ้

บทลงโทษถ้าไม่ให้นั่งบนตักของลู่อวี่เซิน ก็ให้ประสานสิบนิ้วกับเขา

และเมื่อซูเหนี่ยนหนิงแพ้เป็นครั้งที่สิบ บทลงโทษคือให้จูบกับเพศตรงข้ามที่อยู่ทางซ้ายมือเป็นเวลาสามนาที

เสียงโห่ร้องดังลั่นห้อง ลู่อวี่เซินนั่งอยู่ทางซ้ายมือของซูเหนี่ยนหนิงพอดิบพอดี

สีหน้าของเธอแข็งทื่อไปในชั่วอึดใจ ก่อนจะลุกพรวดขึ้น “พวกคุณจงใจใช่ไหมคะ ถ้ายังทำแบบนี้ฉันไม่เล่นแล้วนะ”

“ก็แค่เล่นสนุกน่า อย่าจริงจังไปหน่อยเลย”

“นั่นสิ เราจะไปโกงได้ยังไง คุณชายลู่มีทรัพย์สินตั้งมากมาย เขาจะเป็นคนไร้สาระขนาดนั้นเชียวเหรอ”

เฉียวชิงซุ่ยกำแก้วไวน์แน่น มองลู่อวี่เซินที่มุมปากมีรอยยิ้มประดับอยู่

ทำไมจะไม่ใช่ล่ะ

เพื่อสร้างโอกาสใกล้ชิดกับซูเหนี่ยนหนิง เศรษฐีแสนล้านอย่างเขาถึงกับไม่เสียดายที่จะร่วมมือกับเพื่อนเล่นปาหี่ไร้สาระแบบนี้

ครั้งสุดท้ายที่เห็นเขาเป็นแบบนี้ ก็คือตอนที่ตามจีบเธอ

หัวใจราวกับถูกมีดทื่อค่อย ๆ กรีดเฉือนจนเลือดเนื้อเหวอะหวะเจ็บปวดทรมาน แต่สิ่งที่ทำให้เธอทรมานยิ่งกว่า คือการที่ลมหายใจเริ่มติดขัดมากขึ้นเรื่อย ๆ

เธอทรมานจนต้องกุมหน้าอก เพิ่งสังเกตเห็นว่าบนแขนมีผื่นแดงน่ากลัวขึ้นเต็มไปหมดตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

นี่มันอาการแพ้ชัด ๆ

แต่ปกติแล้วเวลาจะกินอะไรเธอก็ระมัดระวังเป็นอย่างดีเสมอ

เธอเริ่มหายใจไม่ออก ท่ามกลางสติที่เลือนรางก็พลันนึกถึงยาแก้แพ้ที่ซูเหนี่ยนหนิงให้กิน

ท่ามกลางเสียงเชียร์ของทุกคน ซูเหนี่ยนหนิงก็หอมแก้มลู่อวี่เซินอย่างรวดเร็ว

เห็นได้ชัดว่าเขาไม่พอใจ จู่ ๆ ก็ล็อกท้ายทอยของเธอเอาไว้ “แบบนี้จะเรียกว่าจูบได้ยังไง ฉันจะสอนเธอเองว่าการจูบที่แท้จริงมันเป็นยังไง”

วินาทีต่อมา เฉียวชิงซุ่ยทำได้เพียงเบิกตามองพวกเขาสอดประสานริมฝีปากนัวเนีย นิ้วมือของเขาสอดเข้าไปในเรือนผมยาวของเธอ

โดยไม่ทันสังเกตเห็นเลยสักนิดว่าผื่นแดงของภรรยาได้ลามขึ้นมาถึงลำคอแล้ว แถมเธอยังหอบหายใจถี่รัวขึ้นเรื่อย ๆ

“ลู่อวี่เซิน...” เฉียวชิงซุ่ยพยายามอย่างยากลำบากในการคว้าแขนของเขา “พาฉันไปโรงพยาบาลที...อาการแพ้กำเริบ...”

“อย่าโวยวายน่า” เขาผลักเธอออกโดยไม่แม้แต่จะหันไปมอง ส่วนมืออีกข้างยังคงจับท้ายทอยของซูเหนี่ยนหนิงเอาไว้

“ขอร้องละ...” เธอเอื้อมไปดึงชายเสื้อเขาอีกครั้ง น้ำเสียงแหบพร่าเต็มที

ครั้งนี้เขาสะบัดเธอทิ้งอย่างแรง แล้วกดซูเหนี่ยนหนิงลงบนโซฟาเพื่อสานต่อจูบให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

จูบหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งจูบก็ยิ่งหลงใหล ยิ่งพัวพันลึกซึ้ง

ขณะที่เขากำลังดื่มด่ำไปกับเกมนี้ การมองเห็นของเฉียวชิงซุ่ยก็เริ่มพร่ามัว เธอเดินเซถลาไปชนเข้ากับหอคอยแก้วแชมเปญ

ท่ามกลางเสียงแก้วแตกกระจาย ในที่สุดก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของซูเหนี่ยนหนิงดังขึ้น “เธอสลบไปแล้วค่ะ!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 25

    วันนั้นซูเหนี่ยนหนิงเบลอ ๆ แทงเข็มพลาดติดกันหลายครั้ง จนหลังมือของเขาเขียวช้ำบวมเป่งไปหมดคราวก่อน เขาทำยังไงไปนะเขาดันไปคิดว่าท่าทางซุ่มซ่ามแบบนั้นมันดูน่ารักดี ถึงขนาดตอนที่ซูเหนี่ยนหนิงร้องไห้ขอโทษ เขากลับยิ้มอย่างไม่ใส่ใจแล้วบอกว่าไม่เป็นไร ค่อย ๆ ทำไปก็ได้นับแต่นั้นมา เขาก็จมดิ่งลงสู่วังวนของเธอ ถลำลึกจนกู่ไม่กลับแต่คราวนี้ เขากลับมองซูเหนี่ยนหนิงที่กำลังขอโทษด้วยสายตาเย็นชา แล้วตวาดลั่น “ไปเรียกหัวหน้าของคุณมา!”หลังจากนั้น โรงพยาบาลก็จ่ายเงินชดเชยให้ซูเหนี่ยนหนิงก้อนหนึ่งแล้วไล่เธอออก ซูเหนี่ยนหนิงจึงหายออกไปจากชีวิตของเขาอย่างถาวรและเมื่อเขาให้น้ำเกลือเสร็จ เงาร่างคุ้นตาก็เดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับยื่นมือให้“อวี่เซิน กลับบ้านกันเถอะ”ลู่อวี่เซินเงยหน้ามองเฉียวชิงซุ่ยที่มีแววตาเปี่ยมรักและรอยยิ้มประดับอยู่บนมุมปาก เขาก็ยิ้มตามออกมาเขายื่นมือไปจับมือเธอแล้วลุกขึ้นยืน “อืม กลับบ้านกัน...”ทั้งสองคนจับมือกันแน่น เดินเคียงคู่กันไปสู่แสงสว่างเบื้องหน้า จนกระทั่งร่างเลือนหายไป...ในขณะที่โลกแห่งความเป็นจริง ลู่อวี่เซินที่นอนจมกองเลือดอยู่ก็ค่อย ๆ หมดลมหายใจเสียงกรีดร้อ

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 24

    เสียงหอบหายใจจากปลายสายเริ่มถี่กระชั้นขึ้นเรื่อย ๆ น้ำเสียงเจือความปวดร้าวอย่างเห็นได้ชัดทว่าเฉียวชิงซุ่ยกลับทำเป็นไม่ได้ยิน“ตลอดเวลาที่เราคบกัน นายชอบถามหาเหตุผลจากฉันเสมอ ต่อให้ฉันจะเอาคำตอบไปวางไว้ตรงหน้านาย นายก็มองไม่เห็นอยู่ดี เพราะงั้นต้นตอของเรื่องทั้งหมดนี้ มันเป็นเพราะนายไม่ได้ใส่ใจฉันไงล่ะ”เพราะไม่ใส่ใจความรู้สึกของเธอ ถึงได้กล้านอกใจอย่างหน้าไม่อาย ปล่อยให้ซูเหนี่ยนหนิงมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอ ปล่อยให้เธอต้องเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย“ทีนี้นายรู้คำตอบแล้วใช่ไหมว่าทำไมเราถึงหย่ากัน”“ลู่อวี่เซิน ในเมื่อเราหย่ากันแล้ว เราก็ไม่ควรจะติดต่อกันอีก”พูดจบ เฉียวชิงซุ่ยก็เตรียมจะวางสาย แต่ลู่อวี่เซินกลับร้องขอความเมตตาอย่างลนลาน“ไม่ ไม่นะซุ่ยซุ่ย เธอจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ เรามาเจอกันหน่อยเถอะ ได้ไหม”ในความทรงจำของเฉียวชิงซุ่ย ลู่อวี่เซินแทบจะไม่เคยก้มหัวขนาดนี้มาก่อน มีแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่เขาทำแบบนี้เพื่อไม่ให้เธอหย่ากับเขา“ไม่ละ ยกเว้นว่าใครตาย ไม่งั้นเราอย่าเจอกันอีกเลย”“ตู๊ด ๆ ๆ —”ลู่อวี่เซินมองหน้าจอโทรศัพท์ที่มืดดับลง จู่ ๆ ความเจ็

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 23

    ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่คุณหลินก็ตื้นตันใจมากแล้ว หากเทียบกับท่าทีห่างเหินและเย็นชาของเฉียวชิงซุ่ยก่อนหน้านี้ นี่นับว่าเป็นพัฒนาการที่ก้าวกระโดดเลยทีเดียวทางฝั่งต่างประเทศ หลังจากเฉียวชิงซุ่ยอ่านข้อความจากคุณหลินที่ส่งมาขอบคุณและบอกว่าชอบของขวัญของเธอ เธอก็นั่งเหม่อลอยอยู่เนิ่นนาน ปล่อยให้ความรู้สึกอันซับซ้อนกลืนกินตัวเองไปทีละนิดความจริงแล้ว เธอให้อภัยคุณหลินมาตั้งนานแล้วท้ายที่สุดแล้วในเรื่องตอนนั้นคุณหลินเป็นเพียงเหยื่อ แต่เพราะเธอเอาแต่ยืนอยู่ในมุมของแม่ คิดว่าเขาทรยศแม่ เธอจึงตัดสินใจตัดขาดจากเขาอย่างเด็ดเดี่ยวจนกระทั่งได้เผชิญกับความล้มเหลวในชีวิตแต่งงานด้วยตัวเอง ได้พบเจอผู้คนและเรื่องราวมากมาย เธอถึงเริ่มเข้าใจความยากลำบากของคุณหลินขึ้นมาบ้างเพียงแต่ความเจ็บปวดได้ถูกสร้างขึ้นไปแล้ว ต่อให้เฉียวชิงซุ่ยอยากจะชดเชยให้ ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหนดีเธอจึงทำได้เพียงค่อยเป็นค่อยไป อย่างน้อยก็เหมือนที่พ่อบ้านบอก เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจในภายหลังขณะนั้นเอง โทรศัพท์ในมือก็สั่นครืด ทำเอาเฉียวชิงซุ่ยสะดุ้งหลุดจากภวังค์ ทันทีที่เห็นชื่อ "พ่อ" ปรากฏบนหน้าจอเฉียวชิงซุ่ยลั

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 22

    ณ ตระกูลลู่ ลู่อวี่เซินไม่รู้เรื่องที่คุณหลินตั้งใจจะทำกับเขาเลยแม้แต่น้อย ในหัวของเขามีเพียงความคิดเดียว นั่นคือตามหาเฉียวชิงซุ่ยให้พบเขาคอยส่งคนนำของขวัญชดเชยสารพัดไปให้คุณหลิน ถึงขั้นสั่งให้คนไปบูรณะป้ายหลุมศพของแม่เฉียวชิงซุ่ยใหม่แต่สุดท้ายของทุกชิ้นก็ถูกโยนกลับออกมาในสภาพเดิมทั้งหมดลู่อวี่เซินไม่สนใจ ยังคงให้คนส่งของขวัญต่อไปในขณะเดียวกัน คนที่เขาส่งไปตามหาเธอที่ตระกูลหลินในต่างประเทศก็ถูกไล่ตะเพิดกลับมา ซ้ำยังออกนอกประเทศไม่ได้แล้วอีกด้วย“แกพูดว่าไงนะ”เมื่อลู่อวี่เซินได้ยินว่าคนของตัวเองถูกจำกัดไม่ให้ออกนอกประเทศอีกครั้ง เขาก็นั่งไม่ติดเก้าอี้อีกต่อไปตอนที่เขาถูกคุณหลินไล่ออกมา จู่ ๆ เขาก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้แม้เขาจะไม่รู้ว่าเฉียวชิงซุ่ยยกโทษให้หรือยัง แต่การที่คุณหลินบินกลับประเทศจะต้องได้รับการยินยอมจากเธออย่างแน่นอนไม่อย่างนั้นเฉียวชิงซุ่ยคงโวยวายไปนานแล้ว นั่นก็แสดงว่าเฉียวชิงซุ่ยยังอยู่ต่างประเทศ และมีเพียงสถานที่เดียวในต่างประเทศที่เขายังไม่ได้ไปตามหา เพราะคิดว่าเธอจะไม่มีวันกลับไป นั่นก็คือบ้านตระกูลหลินนั่นเองทีแรกลู่อวี่เซินยังไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่พอ

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 21

    คุณหลินแทบจะหัวเราะด้วยความโมโหเมื่อได้ยินคำพูดของลู่อวี่เซิน“ไอ้ที่แกบอกว่าจบกับนกน้อยในกรงทองแล้ว ก็เพราะแกเบื่อหล่อนไปเองไม่ใช่หรือไง แล้วถ้าเกิดแกไม่เบื่อเลยขึ้นมา ลูกสาวฉันไม่ต้องเป็นม่ายทั้งที่สามียังไม่ตายไปตลอดชีวิตเลยหรือไง”“อีกอย่าง แกแต่งงานกับลูกสาวฉันมานาน น่าจะรู้นิสัยของเธอดีว่าเธอเป็นคนที่ยอมหักไม่ยอมงอ ตอนนั้นฉันแค่เหงาเลยหาคนซื่อ ๆ มาแต่งงานด้วย ส่วนทรัพย์สินทุกอย่างฉันก็ยกให้ซุ่ยซุ่ยไปหมดแล้ว แต่ดูสิ หลายปีมานี้เธอไม่ยอมพูดกับฉันสักคำ ทั้งที่ฉันทำไปก็เพราะเพิ่งเสียภรรยานะ แกลองหันกลับมาดูตัวแกเองสิ แกเอาอะไรมามั่นใจว่าเธอยังรักแกอยู่ ถ้าเธอรักแกจริง เธอคงไม่ทิ้งแกไปหรอก”“ลู่อวี่เซิน เลิกหลอกตัวเองได้แล้ว แกลเลอรีนี่แกก็เลิกหวังไปได้เลย กลับไปซะ แล้วต่อไปก็อย่าหวังว่าจะหาตัวเธอเจออีก เธอไม่มีวันยอมมาเจอหน้าแกหรอก”พูดจบ คุณหลินก็ยกถ้วยชาขึ้นจิบเป็นเชิงไล่แขก ในขณะเดียวกันบอดี้การ์ดของคุณหลินก็เดินเข้ามาจากหน้าประตู พลางเอ่ย“คุณลู่ เชิญครับ!”“ปัง!”ประตูแกลเลอรีปิดสนิทลงต่อหน้าต่อตาลู่อวี่เซิน สายฝนที่เทกระหน่ำลงมาจากฟากฟ้าสาดซัดจนร่างของลู่อวี่เซินเปียกโชก

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 20

    วันที่ตกลงเข้าซื้อแกลเลอรีศิลปะของคุณนายหลิน ลู่อวี่เซินมาถึงแกลเลอรีตั้งแต่เช้าตรู่แม้พนักงานของแกลเลอรีจะบอกเขาแล้วว่าเฉียวชิงซุ่ยจะไม่มาปรากฏตัวในการเจรจาเข้าซื้อกิจการวันนี้ แต่เขาก็ยังคงแอบหวังอยู่ลึก ๆ ว่า เผื่อว่าล่ะ เผื่อเฉียวชิงซุ่ยจะโผล่มาล่ะยังไงนี่ก็เป็นหยาดเหงื่อแรงกายของแม่ตอนยังมีชีวิตอยู่ เธอรักแม่มากขนาดนั้น จะไม่มาได้ยังไงลู่อวี่เซินคิดเช่นนี้ และเฝ้ารอเฉียวชิงซุ่ยเช่นนี้ต่อไปในที่สุดเสียงฝีเท้าก็ดังแว่วใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ลู่อวี่เซินรีบยืดตัวตรง มองตรงไปยังประตูที่เปิดกว้างด้วยแววตาเปี่ยมความหวังและในที่สุด ท่ามกลางความเฝ้ารอของลู่อวี่เซิน ร่างในชุดสีขาวร่างหนึ่งก็ค่อย ๆ เดินเข้ามาเขารีบลุกขึ้นยืนมองผู้มาเยือน คำว่า “ซุ่ยซุ่ย” ยังไม่ทันหลุดพ้นริมฝีปาก ก็พลันจุกอยู่ที่คอ“คุณลุง ทำไมถึงเป็นคุณลุงล่ะครับ ซุ่ยซุ่ยล่ะ”คนที่มาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคุณพ่อของเฉียวชิงซุ่ยนั่นเองคุณหลินมองลู่อวี่เซินตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา พลางเอ่ยขึ้น“ฉันไม่มีความจำเป็นต้องบอกว่าเธออยู่ที่ไหน แต่แกจะมาซื้อแกลเลอรีของภรรยาฉัน ทำไมฉันถึงจะมาไม่ได้”ลู่อวี่เซินอ้าปากค้างเล็กน้อ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status