Share

บทที่ 5

Penulis: อาอู๋
เฉียวชิงซุ่ยเซถอยหลัง โลกทั้งใบราวกับกำลังหมุนเคว้ง

เอวด้านหลังของเธอชนเข้ากับป้ายหลุมศพแข็ง ๆ หัวเข่ากระแทกกับขั้นบันไดหินอย่างจัง ความเจ็บปวดแหลมคมแล่นพล่านไปทั่วร่าง

แต่สิ่งเหล่านี้กลับเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดในใจ ความทรมานราวกับถูกฉีกทึ้งทั้งเป็นทำให้เธอแทบขาดใจ

ทว่าลู่อวี่เซินกลับไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอ เขาเพียงก้มหน้าลงแล้วใช้ปลายนิ้วเช็ดคราบน้ำฝนบนใบหน้าของซูเหนี่ยนหนิง “หายโกรธหรือยัง”

กระทั่งได้ยินเสียงตอบรับอู้อี้ปนเสียงสะอื้นของเด็กสาว เขาถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะถอดเสื้อคลุมสูทออกห่อหุ้มร่างของซูเหนี่ยนหนิงไว้ แล้วช้อนตัวอุ้มเธอขึ้นมา

ตอนที่หันหลังกลับ รองเท้าหนังของเขาเหยียบย่ำลงบนผงอัฐิที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้น ทิ้งรอยเท้าที่บาดตาบาดใจเอาไว้เป็นทาง

เฉียวชิงซุ่ยนั่งอยู่ท่ามกลางสายฝน รู้สึกเพียงว่าร่างกายทุกสัดส่วนกำลังสั่นเทาด้วยความเจ็บปวด

เธอสั่นเทิ้มขณะยื่นมือออกไป หวังจะกอบกุมผงอัฐิสีเทาขาวเหล่านั้นขึ้นมา แต่ทว่าน้ำฝนกลับชะล้างไปอย่างรวดเร็ว ก็เหมือนกับความรักหลายปีระหว่างเธอกับลู่อวี่เซิน ที่ไม่ว่าจะไขว่คว้าเท่าไหร่ก็ไม่อาจจับต้องได้เลย

“แม่คะ หนูผิดเอง...” น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ “หนูแต่งงานผิดคน หนูไม่น่าแต่งงานกับเขาเลย...”

หลังจากเก็บรวบรวมอัฐิที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดจนเสร็จเรียบร้อย เธอถึงได้ล้วงเอาจดหมายรักฉบับที่ 97 ออกมาจากกระเป๋า แล้วจุดไฟเผามันด้วยมือที่สั่นเทา

ขณะที่เปลวเพลิงกำลังกลืนกินหน้ากระดาษ เธอก็หวนนึกถึงคำสัญญาที่ลู่อวี่เซินเคยให้ไว้กับแม่ที่กำลังป่วยหนักในปีนั้นว่า “คุณแม่วางใจเถอะครับ ผมจะใช้ชีวิตของผมปกป้องซุ่ยซุ่ย จะไม่มีวันยอมให้ใครรังแกเธอเด็ดขาด”

ลู่อวี่เซิน ที่แท้การช่วยผู้หญิงคนอื่นตบตีฉันก็คือวิธีปกป้องฉันในแบบของนายสินะ

ฉันเสียใจจริง ๆ

ฉันเสียใจเหลือเกินที่ไปรักนาย

เฉียวชิงซุ่ยจับไข้สูงตลอดทั้งคืน

เธอฝันเห็นตัวเองจมดิ่งลงไปในน้ำทะเลที่หนาวเหน็บ อัฐิของแม่ปลิวว่อนอยู่รอบกายราวกับเกล็ดหิมะ เธออยากคว้าผงสีเทาขาวเหล่านั้นเอาไว้ แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็คว้าไว้ไม่ได้

“ซุ่ยซุ่ย... ซุ่ยซุ่ย...”

มีคนกำลังเรียกเธอ

เฉียวชิงซุ่ยฝืนลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ทว่ากลับพบว่าตัวเองไม่ได้นอนอยู่บนเตียง แต่กลับอยู่บนรถที่กำลังแล่นด้วยความเร็วสูง

ทิวทัศน์นอกหน้าต่างรถถอยร่นไปอย่างรวดเร็ว ลู่อวี่เซินกำพวงมาลัยแน่น สีหน้าของเขาดูมืดมนจนน่ากลัว

“ลู่อวี่เซิน...” น้ำเสียงของเธอแหบพร่าจนแทบไม่เป็นคำ “นายจะพาฉันไปไหน”

ลู่อวี่เซินไม่ได้หันมามองเธอ เขาเพียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เหนี่ยนหนิงถูกลักพาตัวไป”

เฉียวชิงซุ่ยชะงักไป สมองที่ยังคงสับสนเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราว “แล้วยังไง”

“อีกฝ่ายเจาะจงว่าต้องการตัวเธอ” ในที่สุดลู่อวี่เซินก็หันมาปรายตามองเธอ “เป็นฝีมือของโจวหลิน”

โจวหลิน

ชื่อนี้เปรียบเสมือนมีดแหลมคมที่กรีดลึกลงกลางใจของเฉียวชิงซุ่ย

คนบ้าที่เคยตามตื๊อเธออย่างไม่ลดละ จนสุดท้ายก็ถูกลู่อวี่เซินไล่ตะเพิดออกจากเมืองไป

“นาย...นายจะเอาตัวฉันไปแลกกับซูเหนี่ยนหนิงเหรอ” เฉียวชิงซุ่ยเสียงสั่น

มือที่กำพวงมาลัยของลู่อวี่เซินออกแรงแน่นขึ้น “โจวหลินเคยชอบเธอ เขาไม่ทำอะไรเธอหรอก”

เฉียวชิงซุ่ยรู้สึกหนาวเยือกไปถึงขั้วหัวใจ ราวกับตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง

เธอดิ้นรนพยายามจะเปิดประตูรถ แต่กลับพบว่าสองมือของตัวเองถูกมัดติดไว้ใต้เข็มขัดนิรภัย

“ลู่อวี่เซิน!” เธอแผดเสียงกรีดร้อง “นายบ้าไปแล้วหรือไง นายไม่รู้เหรอว่าโจวหลินเป็นคนยังไง”

“ซุ่ยซุ่ย ใจเย็น ๆ หน่อย” น้ำเสียงของลู่อวี่เซินราบเรียบจนน่าขนลุก “รอฉันส่งเหนี่ยนหนิงกลับไปได้เมื่อไหร่ ฉันจะรีบมาช่วยเธอทันที”

รถยนต์แล่นมาจอดที่หน้าโกดังร้างแห่งหนึ่ง

“ฉันพาคนมาแล้ว” ลู่อวี่เซินผลักร่างของเฉียวชิงซุ่ยไปด้านหน้า “เหนี่ยนหนิงล่ะ”

โจวหลินดีดนิ้วดังเป๊าะ ลูกน้องสองคนก็คุมตัวซูเหนี่ยนหนิงเดินออกมา

สภาพของเธอผมเผ้ายุ่งเหยิง บนใบหน้ามีคราบน้ำตาเกรอะกรัง ทันทีที่เห็นลู่อวี่เซิน นัยน์ตาของเธอก็พลันเป็นประกาย “คุณลู่คะ!”

ลู่อวี่เซินรีบปล่อยมือจากเฉียวชิงซุ่ย แล้วสาวเท้าเข้าไปรวบร่างของซูเหนี่ยนหนิงมากอดไว้แนบอก “ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่ต้องกลัว ฉันมาแล้ว”

เฉียวชิงซุ่ยยืนนิ่งขึงอยู่กับที่ ร่างกายหนาวเหน็บไปทุกอณู

เธอเฝ้ามองลู่อวี่เซินตรวจดูตามร่างกายว่าซูเหนี่ยนหนิงได้รับบาดเจ็บตรงไหนไหม มองเขาเช็ดน้ำตาให้อีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน โดยที่เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอเลยสักนิด

“ลู่อวี่เซิน!!!”

เธออดไม่ได้ที่จะแผดเสียงตะโกนออกมา

ลู่อวี่เซินถึงได้หันกลับมา เอ่ยซ้ำอีกครั้ง “ไม่ต้องกลัว ฉันจะรีบมารับเธอ”

พูดจบ เขาก็โอบประคองซูเหนี่ยนหนิงหันหลังเดินจากไป แผ่นหลังนั้นดูเด็ดเดี่ยวไร้เยื่อใย

เฉียวชิงซุ่ยอยากจะวิ่งตามไป แต่กลับถูกโจวหลินคว้าข้อมือเอาไว้เสียก่อน “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ คุณเฉียว”

ลมหายใจของเขารินรดอยู่ข้างใบหู ทำให้เธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว

โจวหลินยัดตัวเธอเข้าไปในรถ แล้วขับตรงดิ่งไปยังโรงแรมทันที

ชั่วอึดใจที่ประตูห้องปิดลง เขาก็ผลักเธอลงบนเตียง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 25

    วันนั้นซูเหนี่ยนหนิงเบลอ ๆ แทงเข็มพลาดติดกันหลายครั้ง จนหลังมือของเขาเขียวช้ำบวมเป่งไปหมดคราวก่อน เขาทำยังไงไปนะเขาดันไปคิดว่าท่าทางซุ่มซ่ามแบบนั้นมันดูน่ารักดี ถึงขนาดตอนที่ซูเหนี่ยนหนิงร้องไห้ขอโทษ เขากลับยิ้มอย่างไม่ใส่ใจแล้วบอกว่าไม่เป็นไร ค่อย ๆ ทำไปก็ได้นับแต่นั้นมา เขาก็จมดิ่งลงสู่วังวนของเธอ ถลำลึกจนกู่ไม่กลับแต่คราวนี้ เขากลับมองซูเหนี่ยนหนิงที่กำลังขอโทษด้วยสายตาเย็นชา แล้วตวาดลั่น “ไปเรียกหัวหน้าของคุณมา!”หลังจากนั้น โรงพยาบาลก็จ่ายเงินชดเชยให้ซูเหนี่ยนหนิงก้อนหนึ่งแล้วไล่เธอออก ซูเหนี่ยนหนิงจึงหายออกไปจากชีวิตของเขาอย่างถาวรและเมื่อเขาให้น้ำเกลือเสร็จ เงาร่างคุ้นตาก็เดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับยื่นมือให้“อวี่เซิน กลับบ้านกันเถอะ”ลู่อวี่เซินเงยหน้ามองเฉียวชิงซุ่ยที่มีแววตาเปี่ยมรักและรอยยิ้มประดับอยู่บนมุมปาก เขาก็ยิ้มตามออกมาเขายื่นมือไปจับมือเธอแล้วลุกขึ้นยืน “อืม กลับบ้านกัน...”ทั้งสองคนจับมือกันแน่น เดินเคียงคู่กันไปสู่แสงสว่างเบื้องหน้า จนกระทั่งร่างเลือนหายไป...ในขณะที่โลกแห่งความเป็นจริง ลู่อวี่เซินที่นอนจมกองเลือดอยู่ก็ค่อย ๆ หมดลมหายใจเสียงกรีดร้อ

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 24

    เสียงหอบหายใจจากปลายสายเริ่มถี่กระชั้นขึ้นเรื่อย ๆ น้ำเสียงเจือความปวดร้าวอย่างเห็นได้ชัดทว่าเฉียวชิงซุ่ยกลับทำเป็นไม่ได้ยิน“ตลอดเวลาที่เราคบกัน นายชอบถามหาเหตุผลจากฉันเสมอ ต่อให้ฉันจะเอาคำตอบไปวางไว้ตรงหน้านาย นายก็มองไม่เห็นอยู่ดี เพราะงั้นต้นตอของเรื่องทั้งหมดนี้ มันเป็นเพราะนายไม่ได้ใส่ใจฉันไงล่ะ”เพราะไม่ใส่ใจความรู้สึกของเธอ ถึงได้กล้านอกใจอย่างหน้าไม่อาย ปล่อยให้ซูเหนี่ยนหนิงมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอ ปล่อยให้เธอต้องเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย“ทีนี้นายรู้คำตอบแล้วใช่ไหมว่าทำไมเราถึงหย่ากัน”“ลู่อวี่เซิน ในเมื่อเราหย่ากันแล้ว เราก็ไม่ควรจะติดต่อกันอีก”พูดจบ เฉียวชิงซุ่ยก็เตรียมจะวางสาย แต่ลู่อวี่เซินกลับร้องขอความเมตตาอย่างลนลาน“ไม่ ไม่นะซุ่ยซุ่ย เธอจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ เรามาเจอกันหน่อยเถอะ ได้ไหม”ในความทรงจำของเฉียวชิงซุ่ย ลู่อวี่เซินแทบจะไม่เคยก้มหัวขนาดนี้มาก่อน มีแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่เขาทำแบบนี้เพื่อไม่ให้เธอหย่ากับเขา“ไม่ละ ยกเว้นว่าใครตาย ไม่งั้นเราอย่าเจอกันอีกเลย”“ตู๊ด ๆ ๆ —”ลู่อวี่เซินมองหน้าจอโทรศัพท์ที่มืดดับลง จู่ ๆ ความเจ็

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 23

    ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่คุณหลินก็ตื้นตันใจมากแล้ว หากเทียบกับท่าทีห่างเหินและเย็นชาของเฉียวชิงซุ่ยก่อนหน้านี้ นี่นับว่าเป็นพัฒนาการที่ก้าวกระโดดเลยทีเดียวทางฝั่งต่างประเทศ หลังจากเฉียวชิงซุ่ยอ่านข้อความจากคุณหลินที่ส่งมาขอบคุณและบอกว่าชอบของขวัญของเธอ เธอก็นั่งเหม่อลอยอยู่เนิ่นนาน ปล่อยให้ความรู้สึกอันซับซ้อนกลืนกินตัวเองไปทีละนิดความจริงแล้ว เธอให้อภัยคุณหลินมาตั้งนานแล้วท้ายที่สุดแล้วในเรื่องตอนนั้นคุณหลินเป็นเพียงเหยื่อ แต่เพราะเธอเอาแต่ยืนอยู่ในมุมของแม่ คิดว่าเขาทรยศแม่ เธอจึงตัดสินใจตัดขาดจากเขาอย่างเด็ดเดี่ยวจนกระทั่งได้เผชิญกับความล้มเหลวในชีวิตแต่งงานด้วยตัวเอง ได้พบเจอผู้คนและเรื่องราวมากมาย เธอถึงเริ่มเข้าใจความยากลำบากของคุณหลินขึ้นมาบ้างเพียงแต่ความเจ็บปวดได้ถูกสร้างขึ้นไปแล้ว ต่อให้เฉียวชิงซุ่ยอยากจะชดเชยให้ ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหนดีเธอจึงทำได้เพียงค่อยเป็นค่อยไป อย่างน้อยก็เหมือนที่พ่อบ้านบอก เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจในภายหลังขณะนั้นเอง โทรศัพท์ในมือก็สั่นครืด ทำเอาเฉียวชิงซุ่ยสะดุ้งหลุดจากภวังค์ ทันทีที่เห็นชื่อ "พ่อ" ปรากฏบนหน้าจอเฉียวชิงซุ่ยลั

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 22

    ณ ตระกูลลู่ ลู่อวี่เซินไม่รู้เรื่องที่คุณหลินตั้งใจจะทำกับเขาเลยแม้แต่น้อย ในหัวของเขามีเพียงความคิดเดียว นั่นคือตามหาเฉียวชิงซุ่ยให้พบเขาคอยส่งคนนำของขวัญชดเชยสารพัดไปให้คุณหลิน ถึงขั้นสั่งให้คนไปบูรณะป้ายหลุมศพของแม่เฉียวชิงซุ่ยใหม่แต่สุดท้ายของทุกชิ้นก็ถูกโยนกลับออกมาในสภาพเดิมทั้งหมดลู่อวี่เซินไม่สนใจ ยังคงให้คนส่งของขวัญต่อไปในขณะเดียวกัน คนที่เขาส่งไปตามหาเธอที่ตระกูลหลินในต่างประเทศก็ถูกไล่ตะเพิดกลับมา ซ้ำยังออกนอกประเทศไม่ได้แล้วอีกด้วย“แกพูดว่าไงนะ”เมื่อลู่อวี่เซินได้ยินว่าคนของตัวเองถูกจำกัดไม่ให้ออกนอกประเทศอีกครั้ง เขาก็นั่งไม่ติดเก้าอี้อีกต่อไปตอนที่เขาถูกคุณหลินไล่ออกมา จู่ ๆ เขาก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้แม้เขาจะไม่รู้ว่าเฉียวชิงซุ่ยยกโทษให้หรือยัง แต่การที่คุณหลินบินกลับประเทศจะต้องได้รับการยินยอมจากเธออย่างแน่นอนไม่อย่างนั้นเฉียวชิงซุ่ยคงโวยวายไปนานแล้ว นั่นก็แสดงว่าเฉียวชิงซุ่ยยังอยู่ต่างประเทศ และมีเพียงสถานที่เดียวในต่างประเทศที่เขายังไม่ได้ไปตามหา เพราะคิดว่าเธอจะไม่มีวันกลับไป นั่นก็คือบ้านตระกูลหลินนั่นเองทีแรกลู่อวี่เซินยังไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่พอ

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 21

    คุณหลินแทบจะหัวเราะด้วยความโมโหเมื่อได้ยินคำพูดของลู่อวี่เซิน“ไอ้ที่แกบอกว่าจบกับนกน้อยในกรงทองแล้ว ก็เพราะแกเบื่อหล่อนไปเองไม่ใช่หรือไง แล้วถ้าเกิดแกไม่เบื่อเลยขึ้นมา ลูกสาวฉันไม่ต้องเป็นม่ายทั้งที่สามียังไม่ตายไปตลอดชีวิตเลยหรือไง”“อีกอย่าง แกแต่งงานกับลูกสาวฉันมานาน น่าจะรู้นิสัยของเธอดีว่าเธอเป็นคนที่ยอมหักไม่ยอมงอ ตอนนั้นฉันแค่เหงาเลยหาคนซื่อ ๆ มาแต่งงานด้วย ส่วนทรัพย์สินทุกอย่างฉันก็ยกให้ซุ่ยซุ่ยไปหมดแล้ว แต่ดูสิ หลายปีมานี้เธอไม่ยอมพูดกับฉันสักคำ ทั้งที่ฉันทำไปก็เพราะเพิ่งเสียภรรยานะ แกลองหันกลับมาดูตัวแกเองสิ แกเอาอะไรมามั่นใจว่าเธอยังรักแกอยู่ ถ้าเธอรักแกจริง เธอคงไม่ทิ้งแกไปหรอก”“ลู่อวี่เซิน เลิกหลอกตัวเองได้แล้ว แกลเลอรีนี่แกก็เลิกหวังไปได้เลย กลับไปซะ แล้วต่อไปก็อย่าหวังว่าจะหาตัวเธอเจออีก เธอไม่มีวันยอมมาเจอหน้าแกหรอก”พูดจบ คุณหลินก็ยกถ้วยชาขึ้นจิบเป็นเชิงไล่แขก ในขณะเดียวกันบอดี้การ์ดของคุณหลินก็เดินเข้ามาจากหน้าประตู พลางเอ่ย“คุณลู่ เชิญครับ!”“ปัง!”ประตูแกลเลอรีปิดสนิทลงต่อหน้าต่อตาลู่อวี่เซิน สายฝนที่เทกระหน่ำลงมาจากฟากฟ้าสาดซัดจนร่างของลู่อวี่เซินเปียกโชก

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 20

    วันที่ตกลงเข้าซื้อแกลเลอรีศิลปะของคุณนายหลิน ลู่อวี่เซินมาถึงแกลเลอรีตั้งแต่เช้าตรู่แม้พนักงานของแกลเลอรีจะบอกเขาแล้วว่าเฉียวชิงซุ่ยจะไม่มาปรากฏตัวในการเจรจาเข้าซื้อกิจการวันนี้ แต่เขาก็ยังคงแอบหวังอยู่ลึก ๆ ว่า เผื่อว่าล่ะ เผื่อเฉียวชิงซุ่ยจะโผล่มาล่ะยังไงนี่ก็เป็นหยาดเหงื่อแรงกายของแม่ตอนยังมีชีวิตอยู่ เธอรักแม่มากขนาดนั้น จะไม่มาได้ยังไงลู่อวี่เซินคิดเช่นนี้ และเฝ้ารอเฉียวชิงซุ่ยเช่นนี้ต่อไปในที่สุดเสียงฝีเท้าก็ดังแว่วใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ลู่อวี่เซินรีบยืดตัวตรง มองตรงไปยังประตูที่เปิดกว้างด้วยแววตาเปี่ยมความหวังและในที่สุด ท่ามกลางความเฝ้ารอของลู่อวี่เซิน ร่างในชุดสีขาวร่างหนึ่งก็ค่อย ๆ เดินเข้ามาเขารีบลุกขึ้นยืนมองผู้มาเยือน คำว่า “ซุ่ยซุ่ย” ยังไม่ทันหลุดพ้นริมฝีปาก ก็พลันจุกอยู่ที่คอ“คุณลุง ทำไมถึงเป็นคุณลุงล่ะครับ ซุ่ยซุ่ยล่ะ”คนที่มาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคุณพ่อของเฉียวชิงซุ่ยนั่นเองคุณหลินมองลู่อวี่เซินตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา พลางเอ่ยขึ้น“ฉันไม่มีความจำเป็นต้องบอกว่าเธออยู่ที่ไหน แต่แกจะมาซื้อแกลเลอรีของภรรยาฉัน ทำไมฉันถึงจะมาไม่ได้”ลู่อวี่เซินอ้าปากค้างเล็กน้อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status