Share

บทที่ 6

Author: อาอู๋
“ลู่อวี่เซินนี่ใจป้ำจริง ๆ” เขาปลดเนกไทออก “ถึงกับยอมส่งสาวสวยอย่างคุณมาให้ผมด้วยตัวเอง”

เฉียวชิงซุ่ยดิ้นรนสุดชีวิต แต่กลับถูกเขารวบตัวไว้อย่างง่ายดาย

เขาทาบทับลงบนร่างของเธอ ไล้นิ้วไปตามพวงแก้ม “คุณรู้ไหมว่าผมเฝ้าคิดถึงคุณมานานแค่ไหนแล้ว”

“ปล่อยฉันนะ...” เฉียวชิงซุ่ยเสียงสั่น “อย่ามาแตะต้องตัวฉัน...”

เมื่อเห็นเธอหวาดกลัวจนตัวสั่น โจวหลินก็พลันหัวเราะออกมา เขาใช้ปลายนิ้วปัดปอยผมบนใบหน้าเธอ “เอาแบบนี้แล้วกัน ผมจะให้โอกาสคุณ คุณโทรหาลู่อวี่เซิน ถ้าเขารับสาย ผมจะปล่อยคุณไป”

เฉียวชิงซุ่ยต่อสายหาลู่อวี่เซินด้วยมือที่สั่นเทา

ทว่า...

หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง...

สายที่โทรออกไปกว่าร้อยสาย กลับไม่มีคนรับเลยแม้แต่สายเดียว!

“เห็นหรือยัง เฉียวชิงซุ่ย ตอนนี้คุณไม่มีค่าอะไรเลยในสายตาเขา”

“มาอยู่กับผมเถอะ แล้วผมจะทำให้คุณมีความสุขเอง”

โจวหลินแสยะยิ้มพลางโน้มตัวลงมาทาบทับ แล้วออกแรงฉีกทึ้งเสื้อผ้าของเธอ

วินาทีที่เขากำลังจะรุกล้ำเข้ามา เฉียวชิงซุ่ยก็พลันได้สติ เธอคว้าแจกันบนโต๊ะข้างเตียง แล้วฟาดลงบนหัวของโจวหลินอย่างแรง

เขาส่งเสียงร้องฮึดฮัดในลำคอก่อนจะล้มฟุบลงไป เธอจึงอาศัยจังหวะนั้นวิ่งหนีออกมา

ท่ามกลางสายฝนยามค่ำคืนที่ตกกระหน่ำ เฉียวชิงซุ่ยวิ่งโซซัดโซเซกลับมาถึงบ้าน

ร่างของเธอเปียกชุ่มไปทั้งตัว แถมตามเนื้อตัวยังมีรอยฟกช้ำที่โจวหลินฝากเอาไว้

ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป เธอก็เห็นซูเหนี่ยนหนิงซุกตัวร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของลู่อวี่เซิน

“เพื่อฉันแล้ว คุณถึงกับไม่สนใจชีวิตของภรรยาตัวเองเลยเหรอคะ”

ลู่อวี่เซินเช็ดน้ำตาให้เธอ “ใช่ ในใจฉัน เธอสำคัญที่สุด”

ซูเหนี่ยนหนิงยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม เขาประคองใบหน้าของเธอขึ้นมาอย่างจนใจ “แม่คุณ ฉันก็ช่วยเธอออกมาแล้วนี่ไง ทำไมถึงยังกลัวขนาดนี้อีก”

“ใครโดนลักพาตัวก็ต้องกลัวทั้งนั้นแหละค่ะ...”

ลู่อวี่เซินยกยิ้มมุมปาก “ฉันมีวิธีที่จะทำให้เธอเลิกกลัวนะ”

“ฉันไม่เชื่อหรอก...”

“ให้ฉันลองดูไหมล่ะ” เขาหัวเราะ

สิ้นคำพูด ลู่อวี่เซินก็ก้มลงจูบซูเหนี่ยนหนิง แล้วกดร่างของเธอลงบนโซฟา

เฉียวชิงซุ่ยทนมองภาพตรงหน้าด้วยตาตัวเอง หน้าอกเจ็บปวดราวกับถูกคนผ่าอกทั้งเป็น

เธอหันหลังเดินจากมา สายฝนสาดซัดจนร่างของเธอเปียกโชกทันที

เธอไม่รู้ว่าตัวเองวิ่งมาไกลแค่ไหน จนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่หน้าบ้านเก่าที่คุ้นเคย

นี่คือสถานที่ที่เธอกับลู่อวี่เซินเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ทั้งสองครอบครัวเคยสนิทสนมกันมานาน พวกเขาเป็นเพื่อนสมัยเด็กที่อาศัยอยู่ในคฤหาสน์สองหลังที่ตั้งอยู่ติดกัน

หยาดฝนไหลหยดลงมาจากปลายผม เฉียวชิงซุ่ยเดินไปใต้ต้นหวยแก่ที่สวนหลังบ้าน

เธอยังจำได้ว่า ตอนอายุสิบแปดปี เธอกับลู่อวี่เซินฝังไทม์แคปซูลไว้ที่นี่ และสัญญาว่าจะกลับมาขุดมันขึ้นมาด้วยกันในอีกสิบปีข้างหน้า

“ซุ่ยซุ่ย อีกสิบปีข้างหน้าพวกเราต้องแต่งงานกันแล้วแน่ ๆ” เด็กหนุ่มลู่อวี่เซินยิ้มกว้าง พลางหย่อนจดหมายฉบับหนึ่งลงในกล่องเหล็ก “ฉันเขียนจดหมายถึงตัวเองในอนาคต บอกให้เขาต้องรักเธอตลอดไป”

เฉียวชิงซุ่ยคุกเข่าลงบนพื้นดินที่เฉอะแฉะ ใช้มือเปล่าขุดดินข้างรากไม้ออก

เล็บฉีกขาดจนมีเลือดซึมออกมาจากปลายนิ้ว แต่เธอกลับไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย

กล่องเหล็กขึ้นสนิมไปแล้ว ทว่าจดหมายที่อยู่ข้างในยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์

เธอคลี่กระดาษจดหมายออกด้วยมือที่สั่นเทา ลายมืออันเป็นระเบียบของเด็กหนุ่มลู่อวี่เซินปรากฏชัดเจนบนหน้ากระดาษ

“ถึงลู่อวี่เซินในวัยยี่สิบแปดปี:

ถ้านายกล้าไม่รักซุ่ยซุ่ย ฉันในวัยสิบแปดปีจะไม่มีวันปล่อยนายไปแน่

จำไว้ว่าเธอคือชีวิตของนาย”

หยาดฝนร่วงหล่นกระทบหน้ากระดาษ จนรอยหมึกแตกซึม

เฉียวชิงซุ่ยแนบจดหมายไว้ที่หน้าอก ปล่อยโฮออกมาอย่างสุดจะกลั้น

เธอคิดถึงเด็กหนุ่มที่หน้าแดงก่ำตอนเขียนจดหมายรักให้เธอคนนั้น คิดถึงลู่อวี่เซินที่เคยสาบานว่าจะปกป้องเธอตลอดไป

“เขาผิดคำพูด...เขาผิดคำสัญญา...”

เธอร้องไห้พลางพึมพำกับความว่างเปล่า ราวกับว่าลู่อวี่เซินในวัยสิบแปดปีจะสามารถรับรู้ได้

เธอนั่งอยู่ใต้ต้นไม้อยู่นานแสนนาน จนกระทั่งฝนหยุดตก

เธอถึงได้ล้วงเอาจดหมายรักฉบับที่ 98 ออกมาจากกระเป๋า แล้วจุดไฟเผามัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 25

    วันนั้นซูเหนี่ยนหนิงเบลอ ๆ แทงเข็มพลาดติดกันหลายครั้ง จนหลังมือของเขาเขียวช้ำบวมเป่งไปหมดคราวก่อน เขาทำยังไงไปนะเขาดันไปคิดว่าท่าทางซุ่มซ่ามแบบนั้นมันดูน่ารักดี ถึงขนาดตอนที่ซูเหนี่ยนหนิงร้องไห้ขอโทษ เขากลับยิ้มอย่างไม่ใส่ใจแล้วบอกว่าไม่เป็นไร ค่อย ๆ ทำไปก็ได้นับแต่นั้นมา เขาก็จมดิ่งลงสู่วังวนของเธอ ถลำลึกจนกู่ไม่กลับแต่คราวนี้ เขากลับมองซูเหนี่ยนหนิงที่กำลังขอโทษด้วยสายตาเย็นชา แล้วตวาดลั่น “ไปเรียกหัวหน้าของคุณมา!”หลังจากนั้น โรงพยาบาลก็จ่ายเงินชดเชยให้ซูเหนี่ยนหนิงก้อนหนึ่งแล้วไล่เธอออก ซูเหนี่ยนหนิงจึงหายออกไปจากชีวิตของเขาอย่างถาวรและเมื่อเขาให้น้ำเกลือเสร็จ เงาร่างคุ้นตาก็เดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับยื่นมือให้“อวี่เซิน กลับบ้านกันเถอะ”ลู่อวี่เซินเงยหน้ามองเฉียวชิงซุ่ยที่มีแววตาเปี่ยมรักและรอยยิ้มประดับอยู่บนมุมปาก เขาก็ยิ้มตามออกมาเขายื่นมือไปจับมือเธอแล้วลุกขึ้นยืน “อืม กลับบ้านกัน...”ทั้งสองคนจับมือกันแน่น เดินเคียงคู่กันไปสู่แสงสว่างเบื้องหน้า จนกระทั่งร่างเลือนหายไป...ในขณะที่โลกแห่งความเป็นจริง ลู่อวี่เซินที่นอนจมกองเลือดอยู่ก็ค่อย ๆ หมดลมหายใจเสียงกรีดร้อ

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 24

    เสียงหอบหายใจจากปลายสายเริ่มถี่กระชั้นขึ้นเรื่อย ๆ น้ำเสียงเจือความปวดร้าวอย่างเห็นได้ชัดทว่าเฉียวชิงซุ่ยกลับทำเป็นไม่ได้ยิน“ตลอดเวลาที่เราคบกัน นายชอบถามหาเหตุผลจากฉันเสมอ ต่อให้ฉันจะเอาคำตอบไปวางไว้ตรงหน้านาย นายก็มองไม่เห็นอยู่ดี เพราะงั้นต้นตอของเรื่องทั้งหมดนี้ มันเป็นเพราะนายไม่ได้ใส่ใจฉันไงล่ะ”เพราะไม่ใส่ใจความรู้สึกของเธอ ถึงได้กล้านอกใจอย่างหน้าไม่อาย ปล่อยให้ซูเหนี่ยนหนิงมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอ ปล่อยให้เธอต้องเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย“ทีนี้นายรู้คำตอบแล้วใช่ไหมว่าทำไมเราถึงหย่ากัน”“ลู่อวี่เซิน ในเมื่อเราหย่ากันแล้ว เราก็ไม่ควรจะติดต่อกันอีก”พูดจบ เฉียวชิงซุ่ยก็เตรียมจะวางสาย แต่ลู่อวี่เซินกลับร้องขอความเมตตาอย่างลนลาน“ไม่ ไม่นะซุ่ยซุ่ย เธอจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ เรามาเจอกันหน่อยเถอะ ได้ไหม”ในความทรงจำของเฉียวชิงซุ่ย ลู่อวี่เซินแทบจะไม่เคยก้มหัวขนาดนี้มาก่อน มีแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่เขาทำแบบนี้เพื่อไม่ให้เธอหย่ากับเขา“ไม่ละ ยกเว้นว่าใครตาย ไม่งั้นเราอย่าเจอกันอีกเลย”“ตู๊ด ๆ ๆ —”ลู่อวี่เซินมองหน้าจอโทรศัพท์ที่มืดดับลง จู่ ๆ ความเจ็

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 23

    ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่คุณหลินก็ตื้นตันใจมากแล้ว หากเทียบกับท่าทีห่างเหินและเย็นชาของเฉียวชิงซุ่ยก่อนหน้านี้ นี่นับว่าเป็นพัฒนาการที่ก้าวกระโดดเลยทีเดียวทางฝั่งต่างประเทศ หลังจากเฉียวชิงซุ่ยอ่านข้อความจากคุณหลินที่ส่งมาขอบคุณและบอกว่าชอบของขวัญของเธอ เธอก็นั่งเหม่อลอยอยู่เนิ่นนาน ปล่อยให้ความรู้สึกอันซับซ้อนกลืนกินตัวเองไปทีละนิดความจริงแล้ว เธอให้อภัยคุณหลินมาตั้งนานแล้วท้ายที่สุดแล้วในเรื่องตอนนั้นคุณหลินเป็นเพียงเหยื่อ แต่เพราะเธอเอาแต่ยืนอยู่ในมุมของแม่ คิดว่าเขาทรยศแม่ เธอจึงตัดสินใจตัดขาดจากเขาอย่างเด็ดเดี่ยวจนกระทั่งได้เผชิญกับความล้มเหลวในชีวิตแต่งงานด้วยตัวเอง ได้พบเจอผู้คนและเรื่องราวมากมาย เธอถึงเริ่มเข้าใจความยากลำบากของคุณหลินขึ้นมาบ้างเพียงแต่ความเจ็บปวดได้ถูกสร้างขึ้นไปแล้ว ต่อให้เฉียวชิงซุ่ยอยากจะชดเชยให้ ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหนดีเธอจึงทำได้เพียงค่อยเป็นค่อยไป อย่างน้อยก็เหมือนที่พ่อบ้านบอก เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจในภายหลังขณะนั้นเอง โทรศัพท์ในมือก็สั่นครืด ทำเอาเฉียวชิงซุ่ยสะดุ้งหลุดจากภวังค์ ทันทีที่เห็นชื่อ "พ่อ" ปรากฏบนหน้าจอเฉียวชิงซุ่ยลั

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 22

    ณ ตระกูลลู่ ลู่อวี่เซินไม่รู้เรื่องที่คุณหลินตั้งใจจะทำกับเขาเลยแม้แต่น้อย ในหัวของเขามีเพียงความคิดเดียว นั่นคือตามหาเฉียวชิงซุ่ยให้พบเขาคอยส่งคนนำของขวัญชดเชยสารพัดไปให้คุณหลิน ถึงขั้นสั่งให้คนไปบูรณะป้ายหลุมศพของแม่เฉียวชิงซุ่ยใหม่แต่สุดท้ายของทุกชิ้นก็ถูกโยนกลับออกมาในสภาพเดิมทั้งหมดลู่อวี่เซินไม่สนใจ ยังคงให้คนส่งของขวัญต่อไปในขณะเดียวกัน คนที่เขาส่งไปตามหาเธอที่ตระกูลหลินในต่างประเทศก็ถูกไล่ตะเพิดกลับมา ซ้ำยังออกนอกประเทศไม่ได้แล้วอีกด้วย“แกพูดว่าไงนะ”เมื่อลู่อวี่เซินได้ยินว่าคนของตัวเองถูกจำกัดไม่ให้ออกนอกประเทศอีกครั้ง เขาก็นั่งไม่ติดเก้าอี้อีกต่อไปตอนที่เขาถูกคุณหลินไล่ออกมา จู่ ๆ เขาก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้แม้เขาจะไม่รู้ว่าเฉียวชิงซุ่ยยกโทษให้หรือยัง แต่การที่คุณหลินบินกลับประเทศจะต้องได้รับการยินยอมจากเธออย่างแน่นอนไม่อย่างนั้นเฉียวชิงซุ่ยคงโวยวายไปนานแล้ว นั่นก็แสดงว่าเฉียวชิงซุ่ยยังอยู่ต่างประเทศ และมีเพียงสถานที่เดียวในต่างประเทศที่เขายังไม่ได้ไปตามหา เพราะคิดว่าเธอจะไม่มีวันกลับไป นั่นก็คือบ้านตระกูลหลินนั่นเองทีแรกลู่อวี่เซินยังไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่พอ

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 21

    คุณหลินแทบจะหัวเราะด้วยความโมโหเมื่อได้ยินคำพูดของลู่อวี่เซิน“ไอ้ที่แกบอกว่าจบกับนกน้อยในกรงทองแล้ว ก็เพราะแกเบื่อหล่อนไปเองไม่ใช่หรือไง แล้วถ้าเกิดแกไม่เบื่อเลยขึ้นมา ลูกสาวฉันไม่ต้องเป็นม่ายทั้งที่สามียังไม่ตายไปตลอดชีวิตเลยหรือไง”“อีกอย่าง แกแต่งงานกับลูกสาวฉันมานาน น่าจะรู้นิสัยของเธอดีว่าเธอเป็นคนที่ยอมหักไม่ยอมงอ ตอนนั้นฉันแค่เหงาเลยหาคนซื่อ ๆ มาแต่งงานด้วย ส่วนทรัพย์สินทุกอย่างฉันก็ยกให้ซุ่ยซุ่ยไปหมดแล้ว แต่ดูสิ หลายปีมานี้เธอไม่ยอมพูดกับฉันสักคำ ทั้งที่ฉันทำไปก็เพราะเพิ่งเสียภรรยานะ แกลองหันกลับมาดูตัวแกเองสิ แกเอาอะไรมามั่นใจว่าเธอยังรักแกอยู่ ถ้าเธอรักแกจริง เธอคงไม่ทิ้งแกไปหรอก”“ลู่อวี่เซิน เลิกหลอกตัวเองได้แล้ว แกลเลอรีนี่แกก็เลิกหวังไปได้เลย กลับไปซะ แล้วต่อไปก็อย่าหวังว่าจะหาตัวเธอเจออีก เธอไม่มีวันยอมมาเจอหน้าแกหรอก”พูดจบ คุณหลินก็ยกถ้วยชาขึ้นจิบเป็นเชิงไล่แขก ในขณะเดียวกันบอดี้การ์ดของคุณหลินก็เดินเข้ามาจากหน้าประตู พลางเอ่ย“คุณลู่ เชิญครับ!”“ปัง!”ประตูแกลเลอรีปิดสนิทลงต่อหน้าต่อตาลู่อวี่เซิน สายฝนที่เทกระหน่ำลงมาจากฟากฟ้าสาดซัดจนร่างของลู่อวี่เซินเปียกโชก

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 20

    วันที่ตกลงเข้าซื้อแกลเลอรีศิลปะของคุณนายหลิน ลู่อวี่เซินมาถึงแกลเลอรีตั้งแต่เช้าตรู่แม้พนักงานของแกลเลอรีจะบอกเขาแล้วว่าเฉียวชิงซุ่ยจะไม่มาปรากฏตัวในการเจรจาเข้าซื้อกิจการวันนี้ แต่เขาก็ยังคงแอบหวังอยู่ลึก ๆ ว่า เผื่อว่าล่ะ เผื่อเฉียวชิงซุ่ยจะโผล่มาล่ะยังไงนี่ก็เป็นหยาดเหงื่อแรงกายของแม่ตอนยังมีชีวิตอยู่ เธอรักแม่มากขนาดนั้น จะไม่มาได้ยังไงลู่อวี่เซินคิดเช่นนี้ และเฝ้ารอเฉียวชิงซุ่ยเช่นนี้ต่อไปในที่สุดเสียงฝีเท้าก็ดังแว่วใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ลู่อวี่เซินรีบยืดตัวตรง มองตรงไปยังประตูที่เปิดกว้างด้วยแววตาเปี่ยมความหวังและในที่สุด ท่ามกลางความเฝ้ารอของลู่อวี่เซิน ร่างในชุดสีขาวร่างหนึ่งก็ค่อย ๆ เดินเข้ามาเขารีบลุกขึ้นยืนมองผู้มาเยือน คำว่า “ซุ่ยซุ่ย” ยังไม่ทันหลุดพ้นริมฝีปาก ก็พลันจุกอยู่ที่คอ“คุณลุง ทำไมถึงเป็นคุณลุงล่ะครับ ซุ่ยซุ่ยล่ะ”คนที่มาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคุณพ่อของเฉียวชิงซุ่ยนั่นเองคุณหลินมองลู่อวี่เซินตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา พลางเอ่ยขึ้น“ฉันไม่มีความจำเป็นต้องบอกว่าเธออยู่ที่ไหน แต่แกจะมาซื้อแกลเลอรีของภรรยาฉัน ทำไมฉันถึงจะมาไม่ได้”ลู่อวี่เซินอ้าปากค้างเล็กน้อ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status