Share

บทที่ 4

Author: อาอู๋
เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เฉียวชิงซุ่ยพบว่าตัวเองนอนอยู่โรงพยาบาล

นอกประตูมีเสียงสะอื้นของซูเหนี่ยนหนิงดังแว่วมา “ทำยังไงดีคะ...ฉันไม่ได้ตั้งใจจะหยิบยาแก้อักเสบผิดเป็นยานอนหลับเลยนะคะ...”

“ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาจริง ๆ นี่ถือเป็นความผิดพลาดทางการแพทย์ครั้งใหญ่เลยนะคะ...”

จากนั้นก็เป็นเสียงปลอบอย่างอ่อนโยนของลู่อวี่เซิน “ไม่ต้องกลัว มีฉันอยู่ทั้งคน ฉันจะไม่ยอมให้เธอเป็นอะไรแน่นอน”

“ถึงจะมีการเอาเรื่องจริง ๆ ฉันก็เซ็นหนังสือยินยอมไกล่เกลี่ยในฐานะญาติผู้ป่วยได้”

เฉียวชิงซุ่ยขบเม้มริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ประตูห้องพักผู้ป่วยก็ถูกผลักออก ลู่อวี่เซินเดินเข้ามา

“ฉันเป็นอะไรไป” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเทา “ทำไมถึงสลบไปได้”

“น้ำตาลในเลือดต่ำน่ะ”

วินาทีที่ได้ยินเขาพูดคำสามคำนี้ออกมาจากปาก เฉียวชิงซุ่ยก็ได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองแตกสลายอย่างรุนแรง

ยังจำได้ว่าตอนที่เพิ่งแต่งงานกันใหม่ ๆ มีไฮโซสาวคนหนึ่งจงใจมอมเหล้าเธอในงานเลี้ยง วันต่อมาลู่อวี่เซินก็จัดการทำให้หุ้นบริษัทของอีกฝ่ายร่วงกราวรูดจนติดฟลอร์ทันที

ตอนคนคนนั้นคุกเข่าขอโทษอยู่ตรงหน้าเธอ เขาโอบเอวเธอไว้แล้วพูดว่า “ซุ่ยซุ่ย มีฉันอยู่ทั้งคน จะไม่มีใครแตะต้องเธอได้แม้แต่ปลายก้อย”

แต่ตอนนี้เธอแทบจะเอาชีวิตไม่รอดเพราะความสะเพร่าของซูเหนี่ยนหนิง เขากลับยังปกป้องตัวการอยู่อีก!

ลู่อวี่เซินหนอลู่อวี่เซิน นายทำร้ายฉันถึงขนาดนี้ได้ยังไง

เธอเจ็บปวดจนตัวสั่นเทา ทว่าลู่อวี่เซินกลับไม่สังเกตเห็นความผิดปกติของเธอเลยแม้แต่น้อย

เมื่อเห็นว่าเธอไม่เป็นอะไรแล้ว เขาก็รีบลุกขึ้นทันที “เหนี่ยนหนิงเป็นห่วงเธอจนตกใจกลัวมาทั้งคืน ฉันจะไปส่งเขากลับก่อน ดึก ๆ ค่อยมาอยู่เป็นเพื่อนเธอก็แล้วกัน”

แต่หลายวันหลังจากนั้น เฉียวชิงซุ่ยก็ไม่ได้เห็นหน้าเขาอีกเลย

เธอทำได้เพียงดูโซเชียล เห็นลู่อวี่เซินพาซูเหนี่ยนหนิงไปเที่ยวทะเล ไปดูคอนเสิร์ต และไปในทุก ๆ ที่ที่พวกเขาเคยสัญญาว่าจะไปด้วยกันแต่ก็ไม่ได้ไปเสียที

วันที่ออกจากโรงพยาบาล ในที่สุดลู่อวี่เซินก็ปรากฏตัว

เขายืนพิงรถพลางอุ้มช่อดอกเบญจมาศเอาไว้ พอเห็นเธอเดินออกมา ก็ยื่นดอกไม้ให้

“ช่วงนี้ที่บริษัทมีธุระนิดหน่อย ฉันก็เลยไม่ได้มาอยู่เป็นเพื่อนเธอ วันนี้เป็นวันครบรอบวันตายของแม่ยาย ฉันจะไปเป็นเพื่อนเธอเอง”

เฉียวชิงซุ่ยรับดอกไม้มาเงียบ ๆ ถึงได้เพิ่งสังเกตเห็นว่าซูเหนี่ยนหนิงก็อยู่บนรถด้วย

เธอทำเป็นมองไม่เห็นแล้วเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง ทอดสายตามองทิวทัศน์ที่พาดผ่านไปนอกหน้าต่าง พลางนึกถึงคำพูดก่อนสิ้นใจของแม่

“ซุ่ยซุ่ย แม่แค่หวังให้ลูกเจอคนที่รักลูกด้วยใจจริง”

เธอลูบจดหมายรักสามฉบับสุดท้ายที่เหลืออยู่ในกระเป๋า แล้วคิดด้วยความขมขื่นว่า

แม่คะ หนูเหมือนจะเจอคนผิดซะแล้ว

เมื่อมาถึงสุสาน เฉียวชิงซุ่ยยังไม่ทันจะได้เข้าไปไหว้ ก็ได้รับฟังข่าวร้ายเสียก่อน

“ต้องขออภัยด้วยนะครับคุณเฉียว ช่วงนี้ฝนตกชุก ดินถล่มค่อนข้างรุนแรง หลุมศพบริเวณนี้เลยต้องย้ายออกไปทั้งหมด...”

เธอกำกระเป๋าในมือแน่นจนข้อขาวซีด

ตอนมีชีวิตอยู่แม่ชอบความสงบที่สุด แต่ตอนนี้แม้แต่ตายไปแล้วก็ยังไม่สงบสุขอีก

ลู่อวี่เซินมายืนอยู่ด้านหลังเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เขารับเอกสารจากเจ้าหน้าที่มา แล้วตวัดปากกาเซ็นชื่ออย่างรวดเร็ว

“ซุ่ยซุ่ย เธอขึ้นไปเอาอัฐิลงมาก่อนนะ ฉันจะไปจัดการเรื่องเอกสารย้ายสุสานให้”

เฉียวชิงซุ่ยพยักหน้า ก่อนจะหันหลังเดินขึ้นเขาไป

สายฝนสาดซัดจนบันไดเปียกชุ่ม เธอพยุงร่างกายที่อ่อนแอเดินขึ้นไป ทุกย่างก้าวราวกับกำลังเหยียบย่ำลงบนปลายมีด

บริเวณหน้าป้ายหินของแม่ เจ้าหน้าที่ได้ขุดเปิดหลุมฝังศพเอาไว้แล้ว

เฉียวชิงซุ่ยคุกเข่าลงบนพื้นดินที่เฉอะแฉะ ประคองอุ้มโกศอัฐิของแม่ออกมาด้วยมือของตัวเอง มันเป็นกล่องไม้จันทน์เรียบง่าย บนนั้นสลักชื่อของแม่เอาไว้...

เจียงหว่าน

“ตอนที่คุณน้ายังมีชีวิตอยู่ ต้องเป็นคนที่สวยมากแน่ ๆ เลยใช่ไหมคะ” จู่ ๆ ซูเหนี่ยนหนิงก็เอ่ยปากพูด พร้อมกับยื่นมือไปทำท่าจะช่วย “คุณนายลู่ ฉันช่วยถือให้นะคะ”

“ไม่ต้อง” เฉียวชิงซุ่ยเบี่ยงตัวหลบ แล้วโอบอุ้มโกศอัฐิเดินลงเขาไปอย่างระมัดระวัง

แต่ในวินาทีนั้นเอง ซูเหนี่ยนหนิงก็กรีดร้องขึ้นมาเสียงหลง “กรี๊ด! มีแมลง!”

ท่ามกลางความตื่นตระหนก เธอพุ่งเข้าไปชนร่างของเฉียวชิงซุ่ยอย่างแรง

เฉียวชิงซุ่ยไม่ทันตั้งตัว ร่างทั้งร่างจึงกลิ้งตกลงมาจากบันได

เธอกอดโกศอัฐิเอาไว้แน่น แผ่นหลังกระแทกเข้ากับขั้นบันไดหินอย่างจัง เจ็บจนหน้ามืด

“ขอโทษค่ะ ขอโทษจริง ๆ นะคะ! ฉันไม่ได้ตั้งใจ!” ซูเหนี่ยนหนิงวิ่งกระหืดกระหอบลงมา “เดี๋ยวฉันช่วยเก็บนะคะ!”

เธอยื่นมือไปจับโกศอัฐิ เฉียวชิงซุ่ยยังไม่ทันจะได้ห้าม ก็เห็นซูเหนี่ยนหนิงลื่นล้ม...

“เพล้ง!”

โกศอัฐิหล่นกระแทกพื้นอย่างแรงจนแตกกระจาย

ผงอัฐิสีเทาขาวหกเกลื่อนกลาด ก่อนจะถูกน้ำฝนชะล้างจนเปียกชุ่มอย่างรวดเร็ว

“ขอโทษค่ะ! ฉะ...ฉันจะรีบเก็บเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!”

ซูเหนี่ยนหนิงลุกลี้ลุกลนพยายามจะกอบผงอัฐิเหล่านั้นขึ้นมา แต่กลับยิ่งทำยิ่งเละเทะ

ท่ามกลางสายฝนที่สาดซัด อัฐิของแม่ก็ค่อย ๆ เลือนหายปะปนไปกับผืนดิน

เฉียวชิงซุ่ยตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง เธอทนไม่ไหวอีกต่อไป ฟาดฝ่ามือตบหน้าอีกฝ่ายไปฉาดใหญ่

“พอได้แล้ว! เธอตั้งใจใช่ไหม”

ซูเหนี่ยนหนิงกุมหน้าไว้ น้ำตาพลันทะลักออกมาทันที “ฉันเปล่านะคะ! ฉันแค่อยากช่วย ถึงจะซุ่มซ่ามไปหน่อย แต่ฉันก็หวังดีนะ คุณมีสิทธิ์อะไรมาตบฉัน ถึงฉันจะไม่มีเงิน แต่ก็ใช่ว่าจะยอมให้พวกคุณมาย่ำยีศักดิ์ศรีกันแบบนี้นะ”

“คุณก็แค่เสียอัฐิของแม่ไป แต่สิ่งที่ฉันเสียไปคือศักดิ์ศรีนะคะ!”

ความสิ้นหวังพุ่งปรี้ดขึ้นสมองของเฉียวชิงซุ่ย เธอเงื้อมือขึ้นอีกครั้ง ทว่ากลับถูกแรงมหาศาลกระชากเอาไว้

ลู่อวี่เซินปรากฏตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น “เฉียวชิงซุ่ย! เธอจะทำอะไร”

ซูเหนี่ยนหนิงอดพูดออกมาไม่ได้ ร้องไห้น้ำตานองหน้า “ฉันก็แค่หวังดีจะช่วยถือโกศ...แล้วเผลอทำตก...เธอก็ตบฉัน...”

“ในเมื่อพวกคุณไม่ต้อนรับฉันขนาดนี้ งั้นฉันไปก็ได้ค่ะ”

เธอเพิ่งจะก้าวออกไปได้เพียงก้าวเดียว ก็ถูกลู่อวี่เซินดึงเข้าไปกอดไว้ในอ้อมอก

“ไม่อนุญาตให้ไป ฉันจะทวงความยุติธรรมให้เธอเอง”

พูดจบ เขาก็ตวัดสายตาเย็นชาไปมองเฉียวชิงซุ่ย “ขอโทษซะ!”

หยาดฝนไหลรินลงมาตามพวงแก้มของเฉียวชิงซุ่ย ปะปนไปกับหยาดน้ำตา

เธอมองลู่อวี่เซินที่เช็ดน้ำตาให้ซูเหนี่ยนหนิงด้วยความปวดใจ พลางตะคอกสั่งให้เธอขอโทษ หัวใจของเธอราวกับถูกคนควักออกไปทั้งเป็น

เธอจ้องเขาเขม็ง ริมฝีปากสั่นระริก “ลู่อวี่เซิน เมื่อกี้นายได้ยินชัดไหม เด็กคนนี้ทำอัฐิแม่ฉันแตกนะ!”

“นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่เธอจะลงไม้ลงมือได้!”

น้ำเสียงของลู่อวี่เซินเยือกเย็นยิ่งกว่าสายฝนที่หนาวเหน็บ เขาคว้าข้อมือของซูเหนี่ยนหนิงเอาไว้ “ไม่ต้องกลัว ในเมื่อเขาไม่ยอมขอโทษ แถมยังตบเธอ งั้นเธอก็ตบกลับไปเลย”

รูม่านตาของเฉียวชิงซุ่ยหดเกร็งอย่างแรง เธอยังไม่ทันจะได้ตอบสนอง ก็เห็นนิ้วมือเรียวยาวของลู่อวี่เซินกอบกุมมือของซูเหนี่ยนหนิงเอาไว้ แล้วตบฉาดลงมาที่เธอด้วยแรงมหาศาล

“เพียะ...”

ฝ่ามือนี้รุนแรงกว่าที่เธอตบไปถึงสิบเท่า!

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 25

    วันนั้นซูเหนี่ยนหนิงเบลอ ๆ แทงเข็มพลาดติดกันหลายครั้ง จนหลังมือของเขาเขียวช้ำบวมเป่งไปหมดคราวก่อน เขาทำยังไงไปนะเขาดันไปคิดว่าท่าทางซุ่มซ่ามแบบนั้นมันดูน่ารักดี ถึงขนาดตอนที่ซูเหนี่ยนหนิงร้องไห้ขอโทษ เขากลับยิ้มอย่างไม่ใส่ใจแล้วบอกว่าไม่เป็นไร ค่อย ๆ ทำไปก็ได้นับแต่นั้นมา เขาก็จมดิ่งลงสู่วังวนของเธอ ถลำลึกจนกู่ไม่กลับแต่คราวนี้ เขากลับมองซูเหนี่ยนหนิงที่กำลังขอโทษด้วยสายตาเย็นชา แล้วตวาดลั่น “ไปเรียกหัวหน้าของคุณมา!”หลังจากนั้น โรงพยาบาลก็จ่ายเงินชดเชยให้ซูเหนี่ยนหนิงก้อนหนึ่งแล้วไล่เธอออก ซูเหนี่ยนหนิงจึงหายออกไปจากชีวิตของเขาอย่างถาวรและเมื่อเขาให้น้ำเกลือเสร็จ เงาร่างคุ้นตาก็เดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับยื่นมือให้“อวี่เซิน กลับบ้านกันเถอะ”ลู่อวี่เซินเงยหน้ามองเฉียวชิงซุ่ยที่มีแววตาเปี่ยมรักและรอยยิ้มประดับอยู่บนมุมปาก เขาก็ยิ้มตามออกมาเขายื่นมือไปจับมือเธอแล้วลุกขึ้นยืน “อืม กลับบ้านกัน...”ทั้งสองคนจับมือกันแน่น เดินเคียงคู่กันไปสู่แสงสว่างเบื้องหน้า จนกระทั่งร่างเลือนหายไป...ในขณะที่โลกแห่งความเป็นจริง ลู่อวี่เซินที่นอนจมกองเลือดอยู่ก็ค่อย ๆ หมดลมหายใจเสียงกรีดร้อ

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 24

    เสียงหอบหายใจจากปลายสายเริ่มถี่กระชั้นขึ้นเรื่อย ๆ น้ำเสียงเจือความปวดร้าวอย่างเห็นได้ชัดทว่าเฉียวชิงซุ่ยกลับทำเป็นไม่ได้ยิน“ตลอดเวลาที่เราคบกัน นายชอบถามหาเหตุผลจากฉันเสมอ ต่อให้ฉันจะเอาคำตอบไปวางไว้ตรงหน้านาย นายก็มองไม่เห็นอยู่ดี เพราะงั้นต้นตอของเรื่องทั้งหมดนี้ มันเป็นเพราะนายไม่ได้ใส่ใจฉันไงล่ะ”เพราะไม่ใส่ใจความรู้สึกของเธอ ถึงได้กล้านอกใจอย่างหน้าไม่อาย ปล่อยให้ซูเหนี่ยนหนิงมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอ ปล่อยให้เธอต้องเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย“ทีนี้นายรู้คำตอบแล้วใช่ไหมว่าทำไมเราถึงหย่ากัน”“ลู่อวี่เซิน ในเมื่อเราหย่ากันแล้ว เราก็ไม่ควรจะติดต่อกันอีก”พูดจบ เฉียวชิงซุ่ยก็เตรียมจะวางสาย แต่ลู่อวี่เซินกลับร้องขอความเมตตาอย่างลนลาน“ไม่ ไม่นะซุ่ยซุ่ย เธอจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ เรามาเจอกันหน่อยเถอะ ได้ไหม”ในความทรงจำของเฉียวชิงซุ่ย ลู่อวี่เซินแทบจะไม่เคยก้มหัวขนาดนี้มาก่อน มีแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่เขาทำแบบนี้เพื่อไม่ให้เธอหย่ากับเขา“ไม่ละ ยกเว้นว่าใครตาย ไม่งั้นเราอย่าเจอกันอีกเลย”“ตู๊ด ๆ ๆ —”ลู่อวี่เซินมองหน้าจอโทรศัพท์ที่มืดดับลง จู่ ๆ ความเจ็

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 23

    ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่คุณหลินก็ตื้นตันใจมากแล้ว หากเทียบกับท่าทีห่างเหินและเย็นชาของเฉียวชิงซุ่ยก่อนหน้านี้ นี่นับว่าเป็นพัฒนาการที่ก้าวกระโดดเลยทีเดียวทางฝั่งต่างประเทศ หลังจากเฉียวชิงซุ่ยอ่านข้อความจากคุณหลินที่ส่งมาขอบคุณและบอกว่าชอบของขวัญของเธอ เธอก็นั่งเหม่อลอยอยู่เนิ่นนาน ปล่อยให้ความรู้สึกอันซับซ้อนกลืนกินตัวเองไปทีละนิดความจริงแล้ว เธอให้อภัยคุณหลินมาตั้งนานแล้วท้ายที่สุดแล้วในเรื่องตอนนั้นคุณหลินเป็นเพียงเหยื่อ แต่เพราะเธอเอาแต่ยืนอยู่ในมุมของแม่ คิดว่าเขาทรยศแม่ เธอจึงตัดสินใจตัดขาดจากเขาอย่างเด็ดเดี่ยวจนกระทั่งได้เผชิญกับความล้มเหลวในชีวิตแต่งงานด้วยตัวเอง ได้พบเจอผู้คนและเรื่องราวมากมาย เธอถึงเริ่มเข้าใจความยากลำบากของคุณหลินขึ้นมาบ้างเพียงแต่ความเจ็บปวดได้ถูกสร้างขึ้นไปแล้ว ต่อให้เฉียวชิงซุ่ยอยากจะชดเชยให้ ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหนดีเธอจึงทำได้เพียงค่อยเป็นค่อยไป อย่างน้อยก็เหมือนที่พ่อบ้านบอก เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจในภายหลังขณะนั้นเอง โทรศัพท์ในมือก็สั่นครืด ทำเอาเฉียวชิงซุ่ยสะดุ้งหลุดจากภวังค์ ทันทีที่เห็นชื่อ "พ่อ" ปรากฏบนหน้าจอเฉียวชิงซุ่ยลั

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 22

    ณ ตระกูลลู่ ลู่อวี่เซินไม่รู้เรื่องที่คุณหลินตั้งใจจะทำกับเขาเลยแม้แต่น้อย ในหัวของเขามีเพียงความคิดเดียว นั่นคือตามหาเฉียวชิงซุ่ยให้พบเขาคอยส่งคนนำของขวัญชดเชยสารพัดไปให้คุณหลิน ถึงขั้นสั่งให้คนไปบูรณะป้ายหลุมศพของแม่เฉียวชิงซุ่ยใหม่แต่สุดท้ายของทุกชิ้นก็ถูกโยนกลับออกมาในสภาพเดิมทั้งหมดลู่อวี่เซินไม่สนใจ ยังคงให้คนส่งของขวัญต่อไปในขณะเดียวกัน คนที่เขาส่งไปตามหาเธอที่ตระกูลหลินในต่างประเทศก็ถูกไล่ตะเพิดกลับมา ซ้ำยังออกนอกประเทศไม่ได้แล้วอีกด้วย“แกพูดว่าไงนะ”เมื่อลู่อวี่เซินได้ยินว่าคนของตัวเองถูกจำกัดไม่ให้ออกนอกประเทศอีกครั้ง เขาก็นั่งไม่ติดเก้าอี้อีกต่อไปตอนที่เขาถูกคุณหลินไล่ออกมา จู่ ๆ เขาก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้แม้เขาจะไม่รู้ว่าเฉียวชิงซุ่ยยกโทษให้หรือยัง แต่การที่คุณหลินบินกลับประเทศจะต้องได้รับการยินยอมจากเธออย่างแน่นอนไม่อย่างนั้นเฉียวชิงซุ่ยคงโวยวายไปนานแล้ว นั่นก็แสดงว่าเฉียวชิงซุ่ยยังอยู่ต่างประเทศ และมีเพียงสถานที่เดียวในต่างประเทศที่เขายังไม่ได้ไปตามหา เพราะคิดว่าเธอจะไม่มีวันกลับไป นั่นก็คือบ้านตระกูลหลินนั่นเองทีแรกลู่อวี่เซินยังไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่พอ

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 21

    คุณหลินแทบจะหัวเราะด้วยความโมโหเมื่อได้ยินคำพูดของลู่อวี่เซิน“ไอ้ที่แกบอกว่าจบกับนกน้อยในกรงทองแล้ว ก็เพราะแกเบื่อหล่อนไปเองไม่ใช่หรือไง แล้วถ้าเกิดแกไม่เบื่อเลยขึ้นมา ลูกสาวฉันไม่ต้องเป็นม่ายทั้งที่สามียังไม่ตายไปตลอดชีวิตเลยหรือไง”“อีกอย่าง แกแต่งงานกับลูกสาวฉันมานาน น่าจะรู้นิสัยของเธอดีว่าเธอเป็นคนที่ยอมหักไม่ยอมงอ ตอนนั้นฉันแค่เหงาเลยหาคนซื่อ ๆ มาแต่งงานด้วย ส่วนทรัพย์สินทุกอย่างฉันก็ยกให้ซุ่ยซุ่ยไปหมดแล้ว แต่ดูสิ หลายปีมานี้เธอไม่ยอมพูดกับฉันสักคำ ทั้งที่ฉันทำไปก็เพราะเพิ่งเสียภรรยานะ แกลองหันกลับมาดูตัวแกเองสิ แกเอาอะไรมามั่นใจว่าเธอยังรักแกอยู่ ถ้าเธอรักแกจริง เธอคงไม่ทิ้งแกไปหรอก”“ลู่อวี่เซิน เลิกหลอกตัวเองได้แล้ว แกลเลอรีนี่แกก็เลิกหวังไปได้เลย กลับไปซะ แล้วต่อไปก็อย่าหวังว่าจะหาตัวเธอเจออีก เธอไม่มีวันยอมมาเจอหน้าแกหรอก”พูดจบ คุณหลินก็ยกถ้วยชาขึ้นจิบเป็นเชิงไล่แขก ในขณะเดียวกันบอดี้การ์ดของคุณหลินก็เดินเข้ามาจากหน้าประตู พลางเอ่ย“คุณลู่ เชิญครับ!”“ปัง!”ประตูแกลเลอรีปิดสนิทลงต่อหน้าต่อตาลู่อวี่เซิน สายฝนที่เทกระหน่ำลงมาจากฟากฟ้าสาดซัดจนร่างของลู่อวี่เซินเปียกโชก

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 20

    วันที่ตกลงเข้าซื้อแกลเลอรีศิลปะของคุณนายหลิน ลู่อวี่เซินมาถึงแกลเลอรีตั้งแต่เช้าตรู่แม้พนักงานของแกลเลอรีจะบอกเขาแล้วว่าเฉียวชิงซุ่ยจะไม่มาปรากฏตัวในการเจรจาเข้าซื้อกิจการวันนี้ แต่เขาก็ยังคงแอบหวังอยู่ลึก ๆ ว่า เผื่อว่าล่ะ เผื่อเฉียวชิงซุ่ยจะโผล่มาล่ะยังไงนี่ก็เป็นหยาดเหงื่อแรงกายของแม่ตอนยังมีชีวิตอยู่ เธอรักแม่มากขนาดนั้น จะไม่มาได้ยังไงลู่อวี่เซินคิดเช่นนี้ และเฝ้ารอเฉียวชิงซุ่ยเช่นนี้ต่อไปในที่สุดเสียงฝีเท้าก็ดังแว่วใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ลู่อวี่เซินรีบยืดตัวตรง มองตรงไปยังประตูที่เปิดกว้างด้วยแววตาเปี่ยมความหวังและในที่สุด ท่ามกลางความเฝ้ารอของลู่อวี่เซิน ร่างในชุดสีขาวร่างหนึ่งก็ค่อย ๆ เดินเข้ามาเขารีบลุกขึ้นยืนมองผู้มาเยือน คำว่า “ซุ่ยซุ่ย” ยังไม่ทันหลุดพ้นริมฝีปาก ก็พลันจุกอยู่ที่คอ“คุณลุง ทำไมถึงเป็นคุณลุงล่ะครับ ซุ่ยซุ่ยล่ะ”คนที่มาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคุณพ่อของเฉียวชิงซุ่ยนั่นเองคุณหลินมองลู่อวี่เซินตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา พลางเอ่ยขึ้น“ฉันไม่มีความจำเป็นต้องบอกว่าเธออยู่ที่ไหน แต่แกจะมาซื้อแกลเลอรีของภรรยาฉัน ทำไมฉันถึงจะมาไม่ได้”ลู่อวี่เซินอ้าปากค้างเล็กน้อ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status