LOGINบทที่ 8
“มาทำไมแต่เช้าคะ”
แพรไหมตกใจนิดๆ ที่ตื่นขึ้นมาเห็นฉัตรฐานั่งอยู่บนโซฟา ไม่รู้เขามาตั้งแต่ตอนไหน
“เอาเอกสารมาให้” ฉัตรฐายื่นเอกสารปึกหนาให้แก่คนป่วย เป็นข้อมูลเกี่ยวกับของหายากที่คุณทีเจต้องการ หญิงสาวย่นคิ้วใส่ แค่จะเอาเอกสารมาให้ต้องมาเช้าขนาดนี้เลยหรือ แล้วหยิบเอกสารขึ้นมาพิจารณา
“ภาพนี้หาได้แล้วหรือคะ” เธอนึกสงสัย คุณทีเจอยากได้ภาพนี้มาตลอด แต่ทางฉัตรฐาตามหาเท่าไรก็ไม่เจอ มันเป็นภาพเก่าเกือบร้อยปีมาแล้ว
“อยู่ที่คุณเชษฐ ลูกค้าเก่า” ฉัตรฐาเอ่ยบอก
หญิงสาวพอจะจำฝ่ายนั้นได้ เพราะฉัตรฐาเคยติดต่อดีลงานเกี่ยวกับอาหารแช่แข็ง สายตาไล่อ่านรายละเอียดอื่นต่อ ลูกค้ามีของที่ต้องการเกือบสิบชิ้น งานนี้ฉัตรฐาคงทำกำไรได้มหาศาล มิน่าถึงแบกหน้ามาหากันแต่เช้า
“ว่าแต่หมอจะให้ออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไร” ฉัตรฐาอยากรู้อาการของคนป่วย
“แพรหายทันไปดูแลคุณทีเจแน่นอนค่ะ” อีกไม่เกินสามสี่วันเธอก็จะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม วันนี้อาการก็เริ่มดีขึ้นบ้างแล้ว
“ก็ต้องเป็นแบบนั้น”
ฉัตรฐาเอียงคอบอกแล้วหมุนตัวเดินหายไปจากห้องอย่างเร็วไว แต่เดินห่างมาได้ไม่เท่าไรสมาร์ตโฟนก็มีการแจ้งเตือน
“ครับเกล”
“เกลอยากไปดูที่อีกรอบค่ะ มีอีกสองที่ที่เข้าตาเกล พรุ่งนี้พี่ไฉพาเกลไปหน่อยนะคะ” กัลย์สุดาบอกเสียงใส เมื่อวานช่วงบ่ายฉัตรฐาก็เพิ่งพาเธอไปดูที่มาอีกหนึ่งรอบ แต่มันยังไม่ถูกใจสักเท่าไร
“ได้สิครับ” ฉัตรฐาไม่ปฏิเสธ
“งั้นเก้าโมงเช้าเจอกันค่ะ”
กัลย์สุดากดวางสายแล้วกลิ้งตัวไปมาบนเตียง หัวใจเต้นไวเพราะอีกไม่นานเธอจะทำสิ่งที่ต้องการสำเร็จ พลันกดยิ้มขึ้นที่มุมปาก
ในเช้าวันถัดมากัลย์สุดาก็อยู่ในชุดเดรสเหนือเข่า ผมถักเป็นเปียหลวมๆ ดูน่ารัก เมื่อใกล้ถึงเวลานัดหมายก็ลงไปรอฉัตรฐาที่ล็อบบี ก่อนจะพบว่าชายหนุ่มมารออยู่ก่อนแล้ว
“พี่ไฉมารอนานหรือยังคะ”
“เมื่อกี้เองครับ” คนเพิ่งเดินเข้ามานั่งในอาคารได้ไม่ถึงห้านาทีตอบแล้วระบายยิ้มให้
“งั้นไปกันค่ะ” กัลย์สุดายื่นมือมาเกาะแขนด้วยท่าทางตื่นเต้นดีใจ
“ครับ”
ฉัตรฐาเดินพากัลย์สุดาไปยังรถสปอร์ตที่จอดไว้ใต้อาคารบีและเอื้อมมือไปเปิดประตูให้หญิงสาว แต่ยังไม่ทันจะสตาร์ตเครื่องยนต์ก็ต้องรับสายจากนนทกร
“ว่าไง”
“คุณหมอบอกว่า อีกสองวันคุณแพรจะออกจากโรงพยาบาลได้ครับ” นนทกรรายงาน
“ช่วงไหน”
“น่าจะเป็นช่วงบ่ายๆ ครับ”
“ฉันน่าจะกลับมาไม่ทัน” วันนั้นช่วงเช้าเขาต้องไปพบกับผู้ขายภาพวาดที่ต่างจังหวัด เป็นดีลสำคัญ ยกเลิกไม่ได้
“งั้นผมจะจัดการให้เองครับ”
“อื้อ”
จากนั้นฉัตรฐาก็กดวางสายเพื่อนำพากัลย์สุดาไปยังที่ดินที่เจ้าตัวหมายตา
ที่แรกนั้นอยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้าและคอนโดมิเนียม
“พี่ไฉว่าที่ตรงนี้ดีไหมคะ” กัลย์สุดาถามความคิดเห็น
“พี่ว่าดี อยู่ใกล้คอนโดฯ หลายที่เลย” ฉัตรฐาประมวลผล จากที่คาดคะเนที่ดินตรงนี้เป็นทำเลทอง น่าจะสร้างรายได้ให้กัลย์สุดาได้มากพอควร หากถึงวันนั้นเขาคงหายห่วงได้บ้าง แล้วนึกไปถึงคนหนึ่งที่ทำให้เผลอยิ้มเศร้า
“อื้อ แต่เกลยังมีอีกที่ในใจค่ะ ใกล้ๆ นี้” กัลย์สุดามีท่าทีที่ยังตัดสินใจไม่ได้
“งั้นพี่พาไปครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
หลังก้าวเท้าขึ้นรถกัลย์สุดาก็บอกเส้นทางที่เธอกำลังเปิดดูในสมาร์ตโฟน ส่วนฉัตรฐาก็ตั้งใจขับรถตามคำบอก ในสิบนาทีถัดมาปากได้รูปก็ขบเข้าหากัน เพราะอีกไม่เกินหนึ่งกิโลเมตรจะขับผ่านหน้าบ้านหลังหนึ่ง
“ข้างหน้านี้ล่ะค่ะ”
กัลย์สุดารีบบอก เท่าที่ดูมาที่ดินผืนนี้อยู่ใกล้กับโรงงานหลายแห่ง
“ที่นี่หรือครับ” ฉัตรฐาถามพลางเหยียบเบรกชะลอความเร็วของรถ ดวงตามองไปยังบ้านหลังหนึ่งเบื้องหน้า
“ใช่ค่ะ เกลชอบตรงนี้” กัลย์สุดาพยักหน้าหงึกหงัก “อาจจะต้องเสียแรงทุบทิ้งเสียหน่อย แต่มันติดทั้งโรงเรียน โรงงาน”
ที่แห่งนี้วิ่งโร่มาเป็นตัวเลือกที่หนึ่งในใจของเธอ สองเท้ารีบก้าวลงจากรถไปมองรอบๆ
“พี่ไฉยังจำได้ไหมคะว่าพี่กานต์อยากเป็นเชฟ เพราะอยากให้คนที่มีฐานะปานกลางได้กินของอร่อยในราคาไม่แพง” ในตอนสมัยเด็กพี่ชายของเธอมีความฝันที่อยากทำให้สำเร็จ เมื่อก่อนฐานะทางบ้านไม่ได้มั่งมี ของบางอย่างที่อยากกินเหมือนเพื่อนจึงไม่ได้ลองลิ้มชิมรส
บทพิเศษ 6 “งานไม่ใหญ่แน่นะวิ” คำถามนี้หลุดออกจากปากของจิรัฐทันทีที่มาถึงบ้านของแพรไหมที่เป็นสถานที่จัดงาน เขามองอย่างตกตะลึงนิดๆ พลันหันมองมัฆวานที่มาช่วยงานอยู่ก่อนแล้ว “เออ ไม่ใหญ่ แต่โคตรอลังการ” มัฆวานประชด แล้วมองดูทีมงานออร์แกไนซ์ที่กำลังเตรียมขึ้นโครงอุโมงค์ผ้าและดอกไม้ ไหนจะแบ็กดรอปด้านหน้าอีก ไม่เห็นเหมือนที่เพื่อนบอกไว้สักนิด ‘งานแต่งกูเล็กๆ ไม่ได้ตกแต่งอะไรมาก พวกมึงไม่ต้องเตรียมตัวอะไรกันมากหรอก’ “นี่กูกลับไปสั่งตัดสูททันไหมวะ” จิรัฐว่า เขาก็หลงเชื่อมันว่าเป็นงานเล็กๆ อบอุ่น แต่ที่เห็นนี่แสนจะหรูหรา แค่ไม่ได้อยู่ในโรงแรมหรูเท่านั้น “น่าจะไม่ทัน” มัฆวานว่า เพราะอีกสองวันจะถึงวันงานแล้ว “ว่าแต่คุณลุงมาไหมวะ” จิรัฐอดถามไปถึงฉันทวัศไม่ได้ “ไม่มา และไม่ยินดี” มัฆวานส่ายหน้า ฉัตรฐาได้พาแพรไหมไปหาอีกฝ่ายเพื่อบอกถึงการตกลงปลงใจ แต่ฝ่ายนั้นไม่รับฟังและไม่ขอรับรู้ เพราะสุดท้ายยังกอดรัดทิฐิไว้แน่น และกลับไปให้ความสนใจกับการพยายามกลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม เขาอดคิดไม่ได้ว่า บทสรุปสุดท้ายของฉันทวัศค
“อื้อ” ไม่นานสองเสียงก็ครางออกมาแผ่วเบา ชั่วครู่หนึ่งเอวสอบก็เริ่มเคลื่อนขยับ กระแทกสวนลึกจนเกิดเสียงดัง หญิงสาวครางกระเส่า มือจับหัวไหล่หนาไว้แน่น ศีรษะโยกไหวตามแรงถาโถม ไม่นานร่างของเธอก็ถูกโอบขึ้นเหนือพื้น ขณะสะโพกแกร่งยังโยกไหวเร็วไว สองแขนนุ่มโอบรัดร่างหนาไว้แน่น ก่อนบั้นท้ายจะถูกมือหนาช้อนให้ขยับขึ้นลง “อ่า” ฉัตรฐารู้สึกชอบท่านี้เป็นบ้า ส่วนหญิงสาวซุกใบหน้าเข้ากับลำคอหนาพร้อมทั้งใช้ฟันขาวขบกัดเบาๆ กระตุ้นให้ร่างของเธอถูกโจนจ้วงหนักขึ้น ไม่นานร่างเล็กก็ถูกพาเดินไปยังใต้ฝักบัว มือหนายื่นไปหมุนก๊อกให้สายน้ำเย็นฉ่ำร่วงหล่น ดับความร้อนที่กำลังแผดเผา แล้วก็ต้องใช้มือดันผนังห้องไว้ ฉัตรฐาดึงก้นสวยเข้าหาตัว มือออกแรงตีเบาๆ ก่อนจะกดสะโพกสวนล้วงลึก จากนั้นก็โน้มตัวไปด้านหน้า จับคางมนให้หันมารับจูบ แต่ไม่นานเท่าไรเขากลับถูกผลักอกให้ไปนอนลงกับพื้น แล้วร่างสวยก็มานั่งคร่อมทับ บดขยี้ก้นลงมาโยกไหว จนเขาต้องอ้าปากปล่อยเสียงคราง แล้วเกร็งไปทั้งตัว ก่อนจะผลัดกันรุกกันรับไปเรื่อยๆ ในค่ำคืนนี้ยังอีกยาวนาน บทรั
“อื้อ” นาทีนั้นก็ได้ยินเสียงครางเบาๆ จากปากนุ่มเล็ก รอยยิ้มจึงเผยขึ้น เพราะเขารู้ว่าจุดไหนคือจุดอ่อนของหญิงสาว แล้วอดใจไม่ไหวยื่นใบหน้าไปงับปากสวยเบาๆ รสชาติและกลิ่นหอมที่คุ้นเคยทำให้ชายหนุ่มพึงพอใจ แล้วถูไถปลายจมูกไปมากับจมูกโด่งสวย มือเริ่มลูบไล้ทรวงละมุนแล้วใช้ปลายนิ้วสะกิดยอดปทุมถัน แพรไหมสะดุ้งเบาๆ ห่อไหล่เข้านิดๆ ช้อนสายตาขึ้นมองคนที่ยิ้มชอบใจ แต่มีหรือเธอจะยอมแพ้ หญิงสาวยื่นมือไปทำตามแบบเดียวกับเขา แถมยังยื่นปากนุ่มเข้าไปกลืนกิน “แพร” เพียงเท่านั้นฉัตรฐาก็เสียงสั่น ความสุขซ่านเข้าโจมตีทันที แพรไหมยิ้มยั่ว ก่อนจะย้ายกลีบปากนุ่มไปยังยอดอกสีแดงอีกข้าง พลันใช้ฟันคมงับเบาๆ “อ่า” ฉัตรฐาปลดปล่อยเสียงครางออกมาอีกระลอก ใบหน้าบิดเบี้ยวเชิดสูง เขาขอยอมแพ้ตอนนี้ทันหรือเปล่า เมื่อร่างกายจวนจะคลั่ง แค่ถูกระตุ้นนิดๆ หน่อยๆ ก็แทบทนไม่ไหว จึงเชยดวงหน้าหวานขึ้นรับจูบเร่าร้อน ปลายลิ้นสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากหวาน กระหวัดเกี่ยวกับลิ้นเล็ก ลำตัวหนาขยับไปบดเบียดเสียดสีกับเนื้อนุ่ม แพรไหมเปิดปากรับอย
“พี่ไฉคะ” “ครับ” ชายหนุ่มขานรับพร้อมเหลือบตามอง “วันนี้อยู่ดูเน็ตฟลิกซ์ด้วยกันไหมคะ” หญิงสาวสูดอากาศเข้าปอดก่อนบอกออกไป หน้าแดงขึ้นชัดเจน แต่คิดว่ามันถึงเวลาแล้ว “ได้ครับ มีหนังเข้าใหม่เหรอครับ” ฉัตรฐาพยักหน้าหงึกหงักแล้วถามไปหน้าซื่อ “ก็ประมาณนั้นค่ะ” คนต้องตอบแทบไปไม่ถูก ดวงตากลอกไปมาเล็กน้อย ไม่คิดว่าฉัตรฐาจะไม่เข้าใจ แต่เธอก็เตรียมไว้อีกประโยค “แล้วเราต้มรามยอนกินกันด้วยดีไหมคะ” “เอาครับ เอา” ฉัตรฐาตอบกลับด้วยสีหน้าเช่นเดิม หญิงสาวผ่อนลมหายใจยาวๆ ออกมา สรุปแล้วฉัตรฐาไม่เข้าใจความหมายที่เธอชวน จนอยากจะส่งเสียงกรีดร้อง ทว่ารถแล่นมาไม่นานกลับชะลอและหยุดยังหน้าร้านสะดวกซื้อ “เดี๋ยวพี่มานะครับ...” “จะซื้ออะไรหรือคะ” “ซื้อถุงยางน่ะสิครับ” ฉัตรฐาเฉลย แล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม นั่นทำให้มีคนโวยวาย “โธ่ แพรก็คิดว่าไม่เข้าใจ” ที่แท้เธอถูกแกล้งนี่เอง “ระดับนี้แล้วจะไม่เข้าใจได้ไงครับ” เขาดีใจจนเนื้อเต้นและขยายโตแล้วเนี่ย แต่เก็บอาการไว้ก็เท่านั้น “เดี๋ยวก็อดหรอกค่ะ” แพรไ
“รีบๆ ไปเถอะ” ฉัตรฐาสะบัดนิ้วไล่ แล้วยกนิ้วกลางเหนือกว่านิ้วอื่นใส่อย่างอดไม่ได้เมื่อธาดายังกวนตีนไม่เลิกด้วยการส่งสายตาแช่งชักมา หลังจากนั้นแค่อึดใจเดียวภายในบ้านก็หลงเหลือแค่เขา แพรไหม และเจ้าปลาหมึก แพรไหมส่งยิ้มไปขอบคุณคนที่พยายามใจเย็นและเข้าใจ รู้สึกว่าชายหนุ่มเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก เขาพยายามดูแลความรู้สึกของเธอเสมอ หัวใจมีคำถามขึ้นมาว่า ‘ถึงเวลาแล้วหรือเปล่า’ “คราวนี้แพรจะขายไข่ข้นเหมือนเดิมไหมครับ” ฉัตรฐาให้ความสนใจกับการออกบูทของหญิงสาว “เหมือนเดิมค่ะ แต่ว่าจะเอาของอย่างอื่นไปขายด้วยค่ะ” “อะไรเหรอครับ” ชายหนุ่มนึกอยากรู้ แพรไหมยกยิ้มกว้าง เพราะเป็นสิ่งที่คนตัวโตเคยลั่นวาจาไว้ ก่อนจะยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูสะอาด ทำให้คนฟังหัวเราะออกมา แล้วรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยเลยกับบทบาทใหม่ของตัวเอง “พี่ไฉพร้อมแล้วใช่ไหมคะ” แพรไหมที่สวมผ้ากันเปื้อนและที่คลุมผมถามกับคนที่ยืนอยู่ข้างกันในบูทเล็กๆ ที่ได้มาจัดกลางห้างสรรพสินค้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านสักเท่าไร “พร้อมมากครับ” เขาพร้อมมาหลายวันแล้ว ทั้งหัดยิ้ม หั
“ผมมีมือวิเศษ” เขาใช้มือข้างถนัดให้เป็นประโยชน์ ที่ผ่านมาแม้ชื่นชอบเซ็กซ์ แต่ก็ไม่เคยนอกลู่นอกทางไปมองคนอื่น มีแต่แพรไหมคนเดียวมาตลอด ถึงแม้จะเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน หญิงสาวคิดว่าคงต้องเอาใจชายหนุ่มอีกหน่อย จึงเอนตัวไปพิงกับหัวไหล่หนา มือยกขึ้นเกาะแขน แล้วเอ่ยถ้อยคำไปอีก “พี่ไฉของแพรน่ารักที่หนึ่งเลยค่ะ” “แพร...” ชายหนุ่มถึงกับทำตาโต ดีใจที่หญิงสาวขยับประตูหัวใจกว้างขึ้นแล้ว “น้องแพรของพี่ก็ดีที่หนึ่งครับ” เขาหยอดคำหวานตอบกลับไปบ้าง แล้วดึงร่างเล็กเข้ามาในวงแขน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจากที่เคยปากดีใส่กัน ในวันนี้ทั้งเขาและหญิงสาวจะประนีประนอมถนอมใจกันได้ถึงขั้นนี้ คงเพราะความรักล้วนๆ ที่ทำให้พวกเขาอยากดีต่อกันมากขึ้น ร่วมสิบนาทีกว่าเขาจะขยับตัวออกห่าง เพราะถึงเวลาไปหาบิดาแล้ว มีของโปรดต้องนำไปให้ “พี่คงต้องกลับแล้วครับ” ฉัตรฐารีบแทนตัวเองด้วยสรรพนามใหม่ที่เฝ้ารอใช้มาตลอด “เดี๋ยวแพรเดินไปส่งค่ะ” หญิงสาวยิ้มเอ็นดู แล้วไปยืนส่งที่หน้ารถ เจ้าลูกชายตัวแสบก็มาด้วย ในจังหวะที่เท้าหนักจะก้าวขึ้นรถไป เธอก็หยุดเขาไว้ “พี
บทที่ 18 เมื่อแสงจากดวงตะวันเล็ดลอดผ่านผ้าม่านเข้ามากระทบกับเปลือกตาคู่สวย แพรไหมที่กำลังดำดิ่งสู่ห้วงนิทราก็ค่อยๆ ตื่นขึ้นด้วยอาการงัวเงียเล็กน้อย ข้างตัวมีสมุด ปากกา และสมาร์ตโฟนวางไว้ เมื่อคืนเธอนั่งหาข้อมูลของธาดาและแฟนเก่าคนนั้น พบว่าเป็นลูกของคนใหญ่คนโตคนหนึ่ง มีภาพที่ไปไห
“จะหามาให้รึไง” เธอตั้งคำถาม “แค่ของกิน มันจะยากอะไร บอกมาเถอะ” แค่กดเข้าแอปพลิเคชันสั่งซื้ออาหาร ไม่เห็นจะยากตรงไหนเลย จะร้านเด่นร้านดังก็มีให้เลือกสรรมากมาย “ข้าวต้ม” แพรไหมบอกสิ่งที่เธออยากกิน ทว่าภายในดวงตาคล้ายมีอะไรบางอย่าง “เดี๋ยวสั่งให้” มือหนาหยิบสมาร์ตโฟ
“เออ” ชายหนุ่มยอมรับ ต่อให้ต้องกลืนอีกเป็นสิบครั้งเขาก็ไม่สน นิ้วแกร่งกดวางสายไปอย่างเร็วไว แถมยังกดปิดเครื่องทันทีอีกด้วย ธาดาพยายามโทร.กลับไป แต่ติดต่อไม่ได้เสียแล้วจึงสบถลั่นด้วยความโมโห “โธ่เว้ย” “ไปตามไอ้สัญมา” “ไอ้สัญหายหน้าไปสองวันแล้วครับ”
“บ้านใคร” แพรไหมนึกอยากจะยกนิ้วขึ้นข่วนหน้าคร้ามคมที่ตอบห้วนๆ สั้นๆ ให้เธอต้องคอยถามต่อ “ของฉัน” ฉัตรฐาชี้นิ้วใส่ตัวเอง จะเป็นบ้านใครไปได้นอกจากบ้านเขาที่ซื้อเก็บไว้นานแล้ว “สรุปช่วยแพรออกมาทำไม” แพรไหมยอมพูดดีด้วยอีกครั้ง เพราะเธอต้องการรู้คำตอบ ทว่ากลับมีคนตีรวนจนได้







