FAZER LOGINฉัตรฐายังจำได้ดี ถึงความฝันของเพื่อนที่เป็นพี่ชายของกัลย์สุดา
“เกลว่าจะเอาที่ตรงนี้ละค่ะ ถูกใจเกลมาก เกลขอนะคะพี่ไฉ” กัลย์สุดาระบายยิ้ม แล้วเกาะแขนทำตาปริบๆ หลังเห็นอีกฝ่ายเงียบไป
“หรือพี่ไฉไม่อยากสนับสนุนเกลแล้วคะ” กัลย์สุดามองอย่างตั้งคำถาม แอบใจเสียนิดๆ
“พี่พร้อมจะสนับสนุนเกลทุกอย่างเหมือนที่ผ่านมา”
“พี่ไฉดีที่สุดเลยค่ะ” กัลย์สุดายิ้มหน้าบาน คิดไว้แล้วเชียวว่าอย่างไรฉัตรฐาก็ต้องตกลง เพราะเขาไม่เคยปฏิเสธคำขอของเธอเลยสักครั้ง
ทางด้านคนป่วยเวลานี้ยังคงนั่งอ่านเอกสารอยู่ เพราะการทำงานกับทีเจนั้นต้องเป๊ะและแม่นยำ อีกทั้งยังเป็นลูกค้าที่ฉัตรฐาให้ความเคารพ ฝ่ายนั้นไม่เคยผิดคำพูด เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ชอบมากที่สุด
ทันใดนั้น สายตาคู่สวยก็ต้องมองไปยังสมาร์ตโฟนที่ส่งเสียงดังขึ้น แล้วพบว่ามีเบอร์แปลกติดต่อเข้ามา
หญิงสาวนิ่งไปคิดว่าควรรับหรือไม่ เพราะเดี๋ยวนี้มิจฉาชีพระบาดหนัก แต่ก็คงต้องลองรับดูก่อน
ไม่ถึงนาทีแพรไหมก็กลอกตามองบน เมื่อคนที่โทร.เข้ามาคือธาดา ก่อนหัวคิ้วจะเลิกขึ้นเมื่อได้ฟังประโยคบอกเล่า แล้วสุดท้ายเธอก็ต้องตอบรับไป
“ไว้อีกสองวันแพรจะไปหาค่ะ”
สองวันถัดมา
ในช่วงเวลาประมาณสิบเอ็ดโมงเช้าฉัตรฐาก็ขับรถออกจากโรงแรมที่เข้าพักช่วงค่ำของเมื่อวาน วันนี้เขาสามารถปิดดีลสำคัญได้สำเร็จ แถมยังไม่ยืดเยื้อ ทำให้มีเวลาพอที่จะกลับไปรับคนป่วยที่โรงพยาบาล
ฉัตรฐาขับรถมุ่งตรงเข้ากรุงเทพฯ ทันที แม้จะรู้สึกเหนื่อยและง่วงจากการประชุมปัญหาของโรงงานทางใต้จนเกือบเช้า ด้วยเครื่องจักรหลายเครื่องเริ่มเสื่อมสภาพ ขับมาได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็ต้องหันไปมองสมาร์ตโฟนที่ส่งเสียงดัง
“ว่าไงไอ้อ้น” ฉัตรฐาถามเสียงเรียบ
“เอ่อ…” อธิวัฒน์อึกอักไม่น้อย ลังเลที่จะรายงาน
“มีอะไร” ฉัตรฐาเค้นเสียงถามและนึกสงสัย
“ผมบังเอิญเจอคุณแพรที่โรงแรมที่คุณไฉให้มารอรับลูกค้าไปส่งที่สนามบินครับ”
“แพรไหม? โรงแรม?” ฉัตรฐาเลิกคิ้วสูง แปลกใจที่แพรไหมออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว
“ครับ แต่เธอ...มากับผู้ชายคนหนึ่งครับ” อธิวัฒน์รายงาน แล้วทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะรู้จักกับแพรไหมเป็นอย่างดี แต่ก็คิดว่าเรื่องนี้เจ้านายควรรู้
“ใคร...” ฉัตรฐายิ่งใคร่รู้เพราะท่าทางของลูกน้องดูลำบากใจ
“ไอ้ธาดาครับ แล้วทั้งสองก็หายเข้าไปในห้องด้วยกัน ผมจะส่งภาพไปให้ดูนะครับ”
อธิวัฒน์มีภาพยืนยัน เพราะแขกคนสำคัญยังเก็บกระเป๋าไม่เสร็จจึงสั่งให้เขาลงไปรอที่ชั้นล็อบบีก่อน แต่จังหวะที่ลิฟต์เปิดที่ชั้นหนึ่งสายตาดันเห็นแพรไหมเดินคู่ไปกับศัตรูของเจ้านาย เลยแอบตามไปดู“อะไรนะ” ฉัตรฐาถึงกับต้องเลี้ยวรถเข้าข้างทาง ไม่ถึงนาทีเขาก็ได้รับทั้งภาพและคลิปวิดีโอเป็นการยืนยัน
ชายหนุ่มขบกรามแน่น แพรไหมคิดจะลองดีกับเขาอย่างนั้นใช่ไหมถึงกล้าทำเช่นนี้
“แล้วตอนนี้แพรไหมอยู่ไหน”
“ยังไม่ออกจากห้องมาเลยครับ น่าจะร่วมชั่วโมงแล้ว”
“แล้วทำไมมึงเพิ่งมาบอกกู” ฉัตรฐากดตะคอกถามอย่างหงุดหงิด
“ผมขอโทษครับ แล้วจะให้ผมทำยังไงต่อดีครับ” อธิวัฒน์หน้าซีดเมื่อทำให้เจ้านายไม่พอใจ
“เฝ้าไว้ กูจะรีบกลับไป” ฉัตรฐากำพวงมาลัยแน่น แล้วรีบกระชากรถออกมุ่งตรงไปยังโรงแรม ที่ผ่านมาเขาคงใจดีกับแพรไหมมากเกินไป ดวงตาแทบลุกเป็นไฟเมื่อหญิงสาวทำในสิ่งที่เขาเกลียด นั่นคือการถูกทรยศและหักหลัง
บทพิเศษ 6 “งานไม่ใหญ่แน่นะวิ” คำถามนี้หลุดออกจากปากของจิรัฐทันทีที่มาถึงบ้านของแพรไหมที่เป็นสถานที่จัดงาน เขามองอย่างตกตะลึงนิดๆ พลันหันมองมัฆวานที่มาช่วยงานอยู่ก่อนแล้ว “เออ ไม่ใหญ่ แต่โคตรอลังการ” มัฆวานประชด แล้วมองดูทีมงานออร์แกไนซ์ที่กำลังเตรียมขึ้นโครงอุโมงค์ผ้าและดอกไม้ ไหนจะแบ็กดรอปด้านหน้าอีก ไม่เห็นเหมือนที่เพื่อนบอกไว้สักนิด ‘งานแต่งกูเล็กๆ ไม่ได้ตกแต่งอะไรมาก พวกมึงไม่ต้องเตรียมตัวอะไรกันมากหรอก’ “นี่กูกลับไปสั่งตัดสูททันไหมวะ” จิรัฐว่า เขาก็หลงเชื่อมันว่าเป็นงานเล็กๆ อบอุ่น แต่ที่เห็นนี่แสนจะหรูหรา แค่ไม่ได้อยู่ในโรงแรมหรูเท่านั้น “น่าจะไม่ทัน” มัฆวานว่า เพราะอีกสองวันจะถึงวันงานแล้ว “ว่าแต่คุณลุงมาไหมวะ” จิรัฐอดถามไปถึงฉันทวัศไม่ได้ “ไม่มา และไม่ยินดี” มัฆวานส่ายหน้า ฉัตรฐาได้พาแพรไหมไปหาอีกฝ่ายเพื่อบอกถึงการตกลงปลงใจ แต่ฝ่ายนั้นไม่รับฟังและไม่ขอรับรู้ เพราะสุดท้ายยังกอดรัดทิฐิไว้แน่น และกลับไปให้ความสนใจกับการพยายามกลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม เขาอดคิดไม่ได้ว่า บทสรุปสุดท้ายของฉันทวัศค
“อื้อ” ไม่นานสองเสียงก็ครางออกมาแผ่วเบา ชั่วครู่หนึ่งเอวสอบก็เริ่มเคลื่อนขยับ กระแทกสวนลึกจนเกิดเสียงดัง หญิงสาวครางกระเส่า มือจับหัวไหล่หนาไว้แน่น ศีรษะโยกไหวตามแรงถาโถม ไม่นานร่างของเธอก็ถูกโอบขึ้นเหนือพื้น ขณะสะโพกแกร่งยังโยกไหวเร็วไว สองแขนนุ่มโอบรัดร่างหนาไว้แน่น ก่อนบั้นท้ายจะถูกมือหนาช้อนให้ขยับขึ้นลง “อ่า” ฉัตรฐารู้สึกชอบท่านี้เป็นบ้า ส่วนหญิงสาวซุกใบหน้าเข้ากับลำคอหนาพร้อมทั้งใช้ฟันขาวขบกัดเบาๆ กระตุ้นให้ร่างของเธอถูกโจนจ้วงหนักขึ้น ไม่นานร่างเล็กก็ถูกพาเดินไปยังใต้ฝักบัว มือหนายื่นไปหมุนก๊อกให้สายน้ำเย็นฉ่ำร่วงหล่น ดับความร้อนที่กำลังแผดเผา แล้วก็ต้องใช้มือดันผนังห้องไว้ ฉัตรฐาดึงก้นสวยเข้าหาตัว มือออกแรงตีเบาๆ ก่อนจะกดสะโพกสวนล้วงลึก จากนั้นก็โน้มตัวไปด้านหน้า จับคางมนให้หันมารับจูบ แต่ไม่นานเท่าไรเขากลับถูกผลักอกให้ไปนอนลงกับพื้น แล้วร่างสวยก็มานั่งคร่อมทับ บดขยี้ก้นลงมาโยกไหว จนเขาต้องอ้าปากปล่อยเสียงคราง แล้วเกร็งไปทั้งตัว ก่อนจะผลัดกันรุกกันรับไปเรื่อยๆ ในค่ำคืนนี้ยังอีกยาวนาน บทรั
“อื้อ” นาทีนั้นก็ได้ยินเสียงครางเบาๆ จากปากนุ่มเล็ก รอยยิ้มจึงเผยขึ้น เพราะเขารู้ว่าจุดไหนคือจุดอ่อนของหญิงสาว แล้วอดใจไม่ไหวยื่นใบหน้าไปงับปากสวยเบาๆ รสชาติและกลิ่นหอมที่คุ้นเคยทำให้ชายหนุ่มพึงพอใจ แล้วถูไถปลายจมูกไปมากับจมูกโด่งสวย มือเริ่มลูบไล้ทรวงละมุนแล้วใช้ปลายนิ้วสะกิดยอดปทุมถัน แพรไหมสะดุ้งเบาๆ ห่อไหล่เข้านิดๆ ช้อนสายตาขึ้นมองคนที่ยิ้มชอบใจ แต่มีหรือเธอจะยอมแพ้ หญิงสาวยื่นมือไปทำตามแบบเดียวกับเขา แถมยังยื่นปากนุ่มเข้าไปกลืนกิน “แพร” เพียงเท่านั้นฉัตรฐาก็เสียงสั่น ความสุขซ่านเข้าโจมตีทันที แพรไหมยิ้มยั่ว ก่อนจะย้ายกลีบปากนุ่มไปยังยอดอกสีแดงอีกข้าง พลันใช้ฟันคมงับเบาๆ “อ่า” ฉัตรฐาปลดปล่อยเสียงครางออกมาอีกระลอก ใบหน้าบิดเบี้ยวเชิดสูง เขาขอยอมแพ้ตอนนี้ทันหรือเปล่า เมื่อร่างกายจวนจะคลั่ง แค่ถูกระตุ้นนิดๆ หน่อยๆ ก็แทบทนไม่ไหว จึงเชยดวงหน้าหวานขึ้นรับจูบเร่าร้อน ปลายลิ้นสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากหวาน กระหวัดเกี่ยวกับลิ้นเล็ก ลำตัวหนาขยับไปบดเบียดเสียดสีกับเนื้อนุ่ม แพรไหมเปิดปากรับอย
“พี่ไฉคะ” “ครับ” ชายหนุ่มขานรับพร้อมเหลือบตามอง “วันนี้อยู่ดูเน็ตฟลิกซ์ด้วยกันไหมคะ” หญิงสาวสูดอากาศเข้าปอดก่อนบอกออกไป หน้าแดงขึ้นชัดเจน แต่คิดว่ามันถึงเวลาแล้ว “ได้ครับ มีหนังเข้าใหม่เหรอครับ” ฉัตรฐาพยักหน้าหงึกหงักแล้วถามไปหน้าซื่อ “ก็ประมาณนั้นค่ะ” คนต้องตอบแทบไปไม่ถูก ดวงตากลอกไปมาเล็กน้อย ไม่คิดว่าฉัตรฐาจะไม่เข้าใจ แต่เธอก็เตรียมไว้อีกประโยค “แล้วเราต้มรามยอนกินกันด้วยดีไหมคะ” “เอาครับ เอา” ฉัตรฐาตอบกลับด้วยสีหน้าเช่นเดิม หญิงสาวผ่อนลมหายใจยาวๆ ออกมา สรุปแล้วฉัตรฐาไม่เข้าใจความหมายที่เธอชวน จนอยากจะส่งเสียงกรีดร้อง ทว่ารถแล่นมาไม่นานกลับชะลอและหยุดยังหน้าร้านสะดวกซื้อ “เดี๋ยวพี่มานะครับ...” “จะซื้ออะไรหรือคะ” “ซื้อถุงยางน่ะสิครับ” ฉัตรฐาเฉลย แล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม นั่นทำให้มีคนโวยวาย “โธ่ แพรก็คิดว่าไม่เข้าใจ” ที่แท้เธอถูกแกล้งนี่เอง “ระดับนี้แล้วจะไม่เข้าใจได้ไงครับ” เขาดีใจจนเนื้อเต้นและขยายโตแล้วเนี่ย แต่เก็บอาการไว้ก็เท่านั้น “เดี๋ยวก็อดหรอกค่ะ” แพรไ
“รีบๆ ไปเถอะ” ฉัตรฐาสะบัดนิ้วไล่ แล้วยกนิ้วกลางเหนือกว่านิ้วอื่นใส่อย่างอดไม่ได้เมื่อธาดายังกวนตีนไม่เลิกด้วยการส่งสายตาแช่งชักมา หลังจากนั้นแค่อึดใจเดียวภายในบ้านก็หลงเหลือแค่เขา แพรไหม และเจ้าปลาหมึก แพรไหมส่งยิ้มไปขอบคุณคนที่พยายามใจเย็นและเข้าใจ รู้สึกว่าชายหนุ่มเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก เขาพยายามดูแลความรู้สึกของเธอเสมอ หัวใจมีคำถามขึ้นมาว่า ‘ถึงเวลาแล้วหรือเปล่า’ “คราวนี้แพรจะขายไข่ข้นเหมือนเดิมไหมครับ” ฉัตรฐาให้ความสนใจกับการออกบูทของหญิงสาว “เหมือนเดิมค่ะ แต่ว่าจะเอาของอย่างอื่นไปขายด้วยค่ะ” “อะไรเหรอครับ” ชายหนุ่มนึกอยากรู้ แพรไหมยกยิ้มกว้าง เพราะเป็นสิ่งที่คนตัวโตเคยลั่นวาจาไว้ ก่อนจะยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูสะอาด ทำให้คนฟังหัวเราะออกมา แล้วรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยเลยกับบทบาทใหม่ของตัวเอง “พี่ไฉพร้อมแล้วใช่ไหมคะ” แพรไหมที่สวมผ้ากันเปื้อนและที่คลุมผมถามกับคนที่ยืนอยู่ข้างกันในบูทเล็กๆ ที่ได้มาจัดกลางห้างสรรพสินค้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านสักเท่าไร “พร้อมมากครับ” เขาพร้อมมาหลายวันแล้ว ทั้งหัดยิ้ม หั
“ผมมีมือวิเศษ” เขาใช้มือข้างถนัดให้เป็นประโยชน์ ที่ผ่านมาแม้ชื่นชอบเซ็กซ์ แต่ก็ไม่เคยนอกลู่นอกทางไปมองคนอื่น มีแต่แพรไหมคนเดียวมาตลอด ถึงแม้จะเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน หญิงสาวคิดว่าคงต้องเอาใจชายหนุ่มอีกหน่อย จึงเอนตัวไปพิงกับหัวไหล่หนา มือยกขึ้นเกาะแขน แล้วเอ่ยถ้อยคำไปอีก “พี่ไฉของแพรน่ารักที่หนึ่งเลยค่ะ” “แพร...” ชายหนุ่มถึงกับทำตาโต ดีใจที่หญิงสาวขยับประตูหัวใจกว้างขึ้นแล้ว “น้องแพรของพี่ก็ดีที่หนึ่งครับ” เขาหยอดคำหวานตอบกลับไปบ้าง แล้วดึงร่างเล็กเข้ามาในวงแขน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจากที่เคยปากดีใส่กัน ในวันนี้ทั้งเขาและหญิงสาวจะประนีประนอมถนอมใจกันได้ถึงขั้นนี้ คงเพราะความรักล้วนๆ ที่ทำให้พวกเขาอยากดีต่อกันมากขึ้น ร่วมสิบนาทีกว่าเขาจะขยับตัวออกห่าง เพราะถึงเวลาไปหาบิดาแล้ว มีของโปรดต้องนำไปให้ “พี่คงต้องกลับแล้วครับ” ฉัตรฐารีบแทนตัวเองด้วยสรรพนามใหม่ที่เฝ้ารอใช้มาตลอด “เดี๋ยวแพรเดินไปส่งค่ะ” หญิงสาวยิ้มเอ็นดู แล้วไปยืนส่งที่หน้ารถ เจ้าลูกชายตัวแสบก็มาด้วย ในจังหวะที่เท้าหนักจะก้าวขึ้นรถไป เธอก็หยุดเขาไว้ “พี
แพรไหมเกิดอาการเดดแอร์ สายตาจ้องมองผู้หญิงที่เห็นจากรูปของผู้หวังดี ไม่คิดว่าจะได้เจอตัวจริง แถมยังมาเจอกันในห้องของฉัตรฐา เหตุผลนี้สินะที่เขาเงียบหายไป รอยยิ้มหยันติดเศร้าปรากฏบนใบหน้าของแพรไหม “เกลถามว่าคุณเป็นใคร แล้วเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไงกัน” กัลย์สุดาถามอีกรอบอย่
“ขอให้ปลอดภัยนะคะ” แพรไหมอวยพร เธอยังไม่ได้จากไป เพราะถูกขอให้ช่วยเฝ้าหน้าคลินิก หากมีอะไรน่าสงสัยให้รีบเข้าไปรายงาน เป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่าผู้ชายที่ร่างสูงกว่าฉัตรฐาจะก้าวเท้าออกมาบอกข่าวดี “ธาดาปลอดภัยแล้วครับ แต่ผมฝากช่วยอยู่กับมันที ผมจะเฝ้าด้านหน้าเอง” ถึงแม
บทที่ 5 PAIRJAA : วันนี้อย่าลืมไปดูตัวนะคะ ฉัตรฐาคว่ำหน้าจอสมาร์ตโฟนลงหลังได้รับข้อความย้ำเตือนจากแพรไหม เขาไม่ลืมนัดสำคัญหรอก ไม่เช่นนั้นคงโดนบิดาแหกอก รู้ดีว่าคนนี้ท่านปลื้ม เวลาประมาณหนึ่งทุ่มตรงเขาก็ไปถึงโรงแรมหรูที่นัดดินเนอร์กับลูกสาวคนมียศเอาไว้ บนชั้นยี่สิบห้าม
“โธ่ คุณไฉ...” เพียงแค่เธอโผล่หน้าไปหาเขาที่เพนต์เฮาส์ก็ถูกไล่ตะเพิดออกมาทันที แต่เธอถอยไม่ได้เมื่อมีหน้าที่ต้องทำ “แพรซื้อขนมมาให้ด้วยค่ะ” หญิงสาววางขนมของโปรดของฉัตรฐาไว้บนโต๊ะทำงาน “ไม่กิน” คนที่วันนั้นต้องระงับอารมณ์อยู่ตามลำพังเกือบชั่วโมงมองตาเขียว ก่อนจะปัดขนมถ





![มาเฟียร้าย [ ขัง ] รักเมียเด็ก](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

