Masukดาวคณะสาวฟลุ๊คจัดได้ลองวันไนท์กับแอคเค่อที่หล่อลากดินและพึ่งมารู้ทีหลังว่าเขาคือพี่ชายของเพื่อนสนิท ความสัมพันธ์ลับที่เธอจ้องจะปิดเขาจ้องจะเปิดจะลงเอยอย่างไร
Lihat lebih banyakติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!
เสียงข้อความแจ้งเตือนการโดเนทจากแอคลับที่เขาสร้างขึ้น แวมไพร์ วงศ์วริศ วรเชษณ์กิจสุวรรณ์ อายุ 27 ปี หนุ่มลูกเสี้ยวหล่อหน้าคมสไตล์ฝรั่งตามผู้เป็นพ่อและมีเสี้ยวของเอเชียตามผู้เป็นแม่ที่เป็นลูกครึ่งไทยญี่ปุ่นออกมาเป็นเขาที่สูงถึง 190 เซนติเมตรและหล่อลากไส้เหมือนที่เพื่อนชอบขนานนามให้มาตลอด " หึ น่าสนใจดีหนิ " ทันทีที่หยิบมือถือขึ้นมาเขารีบเข้าไปดูโปรไฟล์ของคนที่เปย์ได้หนักหน่วงขนาดนี้พบว่าคือสาวอกโตตามชื่อแอคเค้าท์ของเธอ Bigmilk เขาเลื่อนดูภาพของเธอทีละภาพจนหมดพร้อมกับกระดกดื่มวิสกี้สีอำพันลงคออย่างพอใจเมื่อเขาคาดเดาจากการจินตนาการคร่าวๆ ว่าเธอต้องสวยมากแน่อีกอย่างอกตู๊มๆ ของเธอนั่นแหละที่มันดึงดูดเขาเป็นพิเศษ " ไอ้แวมไพร์นี่มึงมาดื่มกับเพื่อนหรือมึงมาเล่นมือถือกันแน่วะ นั่งจ้องขนาดนั้นมึงไม่มุดเข้าไปเลยล่ะ " ชานนท์ลูกชายของขุนเขาเพื่อนของคุณพ่อแวมไพร์เอียงคอเบาๆ ไปดูว่ามันติดใจอะไรอยู่กันแน่ทำไมถึงไม่ยอมละสายตาออกมาจากหน้าจอมือถือสักทีทั้งที่ตอนนี้เสียงเพลงดังๆ บวกกับสาวสวยหลายคนน่ามองทั้งนั้นแล้วดูมันสิ แต่คนขี้หวงอย่างแวมไพร์ก็รีบปิดมือถือลงทันทีทั้งที่เขาส่งข้อความไปหาเธอแล้วและเหมือนเธอจะตอบกลับแล้วด้วยแต่เขาไม่อาจพิมพ์ตอบกลับไปได้อีกในตอนนี้เขาไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขาเป็นแอคเค่อที่มีผู้ติดตามหลักล้าน " เสือกดีจังนะมึง " แวมไพร์ด่าคนขี้เสือกออกไปพร้อมกับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ก็ไม่อาจหลุดพ้นสายตาของคอร์ปที่สังเกตอาการอยู่ตั้งนานแล้ว " ว่าไม่ได้ก็มึงหมกมุ่น " คอร์ปบอกออกไปนานๆ ทีเขาจะเห็นด้วยกับไอ้ชานนท์ปกติก็ตีกันตลอด " เออจริง " ชานนท์รีบเสริมทัพทันทีจนแวมไพร์ต้องวางมือถือของตัวเองเอาไว้แบบนั้นไม่หยิบมันขึ้นมาอีก " เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเชียวนะพวกมึง กูก็ดูข่าวสารทั่วไปนี่แหละ " แวมไพร์แก้ตัวออกไปน้ำขุ่นๆ และมีหรือที่เพื่อนสนิทอย่างชานนท์และคอร์ปจะเชื่อ " เชื่อตายล่ะมึง สารภาพบาปมาซะดีๆ ว่านัดสาวคนไหนเอาไว้ จะกลับเมืองไทยแล้วมึงยังไม่หยุดม่อสาวอีกหรอ " ชานนท์เอ่ยถามทันที พวกเขาทั้งสามคนมีแพลนจะกลับบ้านถาวรในสัปดาห์หน้าหลังจากที่เรียนจบ ป.โท พร้อมกัน เขากับไอ้แวมไพร์คือเพื่อนที่เล่นกันมาตั้งแต่เด็กเพราะพ่อสนิทกันมากส่วนไอ้คอร์ปคือเพื่อนสนิทตอนมัธยม สุดท้ายด้วยภาระครอบครัวที่เหมือนกันจึงเลือกมาเรียนบริหารที่นี่พร้อมกัน " หึ มึงก็มองกูในแง่ร้ายไปได้ หน้าอย่างกูจะเป็นเด็กดีบ้างไม่ได้หรือไง " แวมไพร์บอกออกไปแล้วก็ได้รับเสียงหัวเราะตอบกลับมาแทน " หน้ามึงหล่อนะแต่มึงทรงโจรมากกว่า " คอร์ปที่ใช้สายตามองเพื่อนสนิทตั้งแต่หัวจรดเท้า แน่ล่ะก็มาอยู่ที่นี่ทุกอย่างเปิดกว้างหมดเขาจึงทำทรงผมเดทร็อคทั้งที่เรียน ป.โทบริหาร แตกต่างจากไอ้สองคนนี่ที่มันหล่อเนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า " เหอะ ทรงโจรเหี้ยไรกูแต่งตัวออกจะเท่ห์ทรงผมก็บาดใจสาวๆ " แวมไพร์บอกออกไป " หน้ามึงแบกทรงผมครับเพื่อน นี่มึงไม่กลับบ้านมากี่ปีแล้วกูว่าถ้ามึงกลับไปพ่อกับแม่มึงต้องตกใจในสภาพมึงแน่ " ชานนท์พูดขึ้นมาซึ่งก็จริงอย่างที่มันว่านั่นแหละพ่อกับแม่เขาคงคิดว่าเขามาเรียนบริหารแต่งตัวสุดเนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดเท้าอยู่แน่ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลยเขาใช้ชีวิตที่นี่สุดเหวี่ยงมากทำทุกอย่างที่อยากทำไปทุกที่ที่อยากไปรวมไปถึงการเป็นแอคเค่อให้สาวๆ ได้ดูซิกแพคแน่นๆ ผ่านการโดเนทด้วย " เออ กลับไปค่อยว่ากัน ว่าแต่คืนนี้กูต้องขอตัวก่อนพวกมึงก็ม่อสาวต่อไปนะ " แวมไพร์ปลีกตัวออกมาไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากอยู่ต่อแต่แบตมือถือกำลังจะหมดลงซึ่งเขาจะปล่อยให้มันเป็นแบบนั้นไม่ได้เพราะกำลังอยากคุยกับแฟนคลับตัวยงที่ชื่อ Bigmilk ใจจะขาด " นึกว่าหายไปแล้วไม่ตอบกลับมาเลย " Bigmilk ตอบกลับทันทีที่เขาส่งรูปซิกแพคแน่นๆ ที่ถ่ายลึกลงไปจนถึงจอวีไลน์ที่เห็นเส้นเลือดปูดโปนมาให้ " ชื่อไร " คนที่ชาร์จแบตไปด้วยตอบกลับข้อความไปด้วยเอ่ยถามทันที " เรียก Bigmilk ก็ได้ค่ะ " " อืม แล้ว milkbig ป๊ะ? " สาวน้อยหน้าหวานดีกรีดาวคณะถึงกับอดขำไม่ได้กับคำถามนั้นของเขา " ก็บิ๊กนะอยากดูป๊ะ " คนที่ไม่เคยยอมแพ้ใครก็รีบตอบกลับไปทันทีเหมือนกัน " ได้หรอ " " มีอะไรมาแลกกัน " แวมไพร์ถึงกับอมยิ้มมุมปากขึ้นมาเมื่อได้ยินประโยคนี้ รีบสิครับรอไร เขารีบถอดเสื้อยืดสีขาวที่ใส่ไปแฮงเอาค์กับเพื่อนออกทันทีเผยให้เห็นกล้ามท้องแน่นๆ เขาถ่ายเสยลงไปจนถึงท่อนเนื้อที่มันดุนดันขยายใหญ่คับแน่นกางเกงยีนส์ตัวแพงทั้งที่เธอแค่พิมพ์ข้อความส่งมาเท่านั้น จากนั้นจึงส่งรูปเข้าไปในอินบ๊อกส่วนตัวของเธอ " ไวแฮะ ว่าแต่อะไรนูนๆ อ่ะ " คนขี้แกล้งสายตาจับจ้องแค่ส่วนนั้นของเขาก็มันดันเด่นชัดถ่ายให้เห็นเองไม่แซวไงไหว สมกับชื่อแอคเคาน์ Big V. Secret จริงๆ " หึ ไร้เดียงสาหรอ ไหน ส่งมาแลกบ้างดิ๊ " คนใจกว้างส่งรูปไปให้ก่อนเพื่อรอให้คนใจกว้างกว่าส่งตอบกลับมาแล้วก็ได้ผลเมื่อเขารอเพียงแค่ไม่กี่นาทีเธอก็ส่งรัวๆ มาถึงสามรูป รูปแรกถ่ายให้เห็นสัดส่วนแต่ปิดบังใบหน้าเอาไว้ รูปที่สองเธอถอดเสื้อตัวนอกออกเหลือแค่สายเดี่ยวที่ปกปิดอกอวบที่ล้นทะลักแต่ออกมาไม่ได้ แวมไพร์ได้แต่คิดในใจว่ารูปที่สามขอให้เป็นอย่างที่คิดเพราะตอนนี้เขาก็น้ำลายไหลเหมือนหมาแล้วหากเป็นอย่างที่คิดเขาคง.... " อ่าาา รูปสุดท้ายเด็ดสุด " เขาพิมพ์กลับไปแบบนั้นเพราะรูปสุดท้ายเป็นรูปที่เธอถ่ายแล้วใส่แค่บราเซียสีแดงสด ส่งมาขนาดนี้ถ้าเขาไม่เห็นหน้าอย่ามาเรียกแวมไพร์ " เด็ดจริงไหมหรือให้ดูหลายคนแล้ว " Bigmilk สาวใจกล้าถามออกไปแต่แวมไพร์กลับเลี่ยงที่จะตอบ " นัดเจอได้ไหม อยากเห็น Bigmilk ของจริงว่าจะบิ๊กแค่ไหน " เขาเองกะจากระยะสายตาบอกได้เลยว่างานนี้ล้นมือ จะดีแค่ไหนหากเขาได้ลองชิมเธอสักครั้ง Bigmilk หรือมะนาว ณิชาภา งดงามบริสุทธิ์ ดาวคณะสาวสวยสุดฮอตที่โสดมาโดยตลอดชั่งใจอยู่นานไม่รู้ว่าจะตอบรับเขาไปดีหรือเปล่า ที่เธอเปิดแอคลับมาก็เพื่อสิ่งนี้เพราะตั้งแต่เรียนมหาลัยจนจะจบปี 4 อยู่แล้วเธอยังไม่เคยลองเรื่องอย่างว่าเลยสักครั้ง เธออยากรู้อยากลองไม่อยากเก็บซิงเอาไว้ชิงโชคแล้ว ไวเท่าความคิดนิ้วมือก็กดพิมพ์ตอบกลับไปทันที " งั้นก็มาดู! "" นี่แกร้องไห้ทำไม " เวนิสเมื่อนั่งลงที่ปลายเตียงของเพื่อนสนิทแล้วจึงรีบปาดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยนเข้าใจดีว่าเพื่อนกำลังสับสน " ฉันรู้สึกผิดกับพวกแกทั้งสองคนที่ปิดบังความสัมพันธ์กับพี่ชายของพวกแกมาโดยตลอด "มะนาวก้มหน้างุดพร้อมกับเอ่ยคำขอโทษออกไปรัวๆ" นี่แกเป็นคนคิดมากแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ยัยมะนาวที่แสบซ่าคนเดิมหายไปไหน พวกเราน่ะเข้าใจแกมาตั้งนานแล้วนะอีกอย่างถ้าพี่ชายฉันลงเอยกับแกพวกเรากลับจะสบายใจเสียอีกที่มีพี่สะใภ้ใจดีแบบนี้ "เวนิสบอกออกมาแล้ววิวาห์ก็รีบเสริมทันที " จริง พวกเราดีใจมากเพราะเห็นสายตาที่พี่ชายของฉันกับแกมองกันไปมามันคือสายตาของคนรักกันมากจริงๆ อีกอย่างวันนี้พี่ชายของฉันก็แมนมากด้วยทั้งที่กลัวว่าคุณลุงฮ่องเต้จะโกรธมากแต่ก็ยังรบเร้าให้คุณพ่อพามาตั้งแต่เช้านี่ก็คงคิดถึงแกมากเห็นบอกว่าติดต่อไม่ได้เลย "" อืม คุณพ่อสั่งห้ามไว้แถมยึดมือถือไปอีกออกไปข้างนอกก็มีคนคุมตลอดบอกว่าเป็นบทลงโทษที่พวกเราสองคนทำผิดพลาดไปก็เลยให้ห่างกันไปก่อนเดือนนึงถ้าทนได้คุณพ่อก็จะไฟเขียวให้แต่ถ้าทนไม่ได้ก็ตามนั้น " มะนาวพูดออกมาพร้อมกับความกังวลเล็กน้อยกลัวว่าเขาจะอดทนต่อความลำบากนี
เวกัสพาลูกชายมาที่บ้านของเพื่อนสนิทอย่างฮ่องเต้ในเช้าของวันใหม่พร้อมกับที่แวมไพร์หากระเช้าใบใหญ่เพื่อมาขอขมาว่าที่พ่อตากับแม่ยายด้วยความรู้สึกประหม่า เมื่อคืนเขารอสายจากมะนาวทั้งคืนแต่จนแล้วจนรอดเธอก็ไม่ติดต่อมาเลยจนทำให้เช้าวันนี้เขาร้อนใจจึงรีบให้คนเป็นพ่อพาเขามาที่นี่ " มาทำไมวะ " ฮ่องเต้ทำเป็นเข้มเมื่อออกมาต้อนรับซึ่งสายตาของมันแบบนี้เวกัสรู้ดีว่าลูกสาวคงทำให้ใจอ่อนไปมากแล้วสินะ แตกต่างจากแวมไพร์ที่ตอนนี้รู้สึกกลัวและกังวลไปหมดว่าว่าที่พ่อตาจะไม่ให้อภัยเขาเขาเป็นผู้ใหญ่แถมยังรับหน้าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไปด้วยแล้วแต่ยังเล่นเป็นเด็กๆ อยู่ได้ก็ไม่แปลกที่ท่านจะไม่ชอบใจ " กูพาลูกชายมาขอขมาว่าที่พ่อตามัน "เวกัสที่ไม่วายแซวเพื่อนทั้งที่รู้อยู่แล้วว่ามันแค่ทำเป็นเข้ม " ใครว่าที่พ่อตาวะแถวนี้ไม่มีโว้ย " ฮ่องเต้บอกออกมาพร้อมกับหันหน้าไปทางอื่นเพื่อคีพลุคไม่อย่างนั้นคงต้องเผยอาการออกมาให้ว่าที่ลูกเขยได้เห็นแน่ " หึ กูร้อนจะแย่มึงจะไม่ชวนกูเข้าไปดื่มน้ำสักแก้วเลยหรอ ทำเป็นเข้มอยู่ได้ลูกชายกูกลัวหมดแล้วเนี่ย " เวกัสบอกออกมาพร้อมกับฮ่องเต้ที่ทำยังไงก็ไม่ยอมให้ครอบครัวของเพื่อ
ฮ่องเต้พาลูกสาวกลับมาบ้านโดยที่ไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำตลอดทางมีแต่ความเงียบงันพร้อมกับมะนาวที่ดวงตาดูไร้ซึ่งจุดหมายมองไปข้างหน้าด้วยความว่างเปล่าเอาจริงๆ ตอนนี้เธอกลัวคุณพ่อมากปกติถ้าคุณพ่อดุเธอบ้างเธอก็ยังเดาทางออกว่าท่านรู้สึกยังไงแต่ตอนนี้ท่านดูเงียบจนเธอกลัวไปหมด และเมื่อเข้ามาถึงบ้านฮ่องเต้จึงเรียกทุกคนเข้ามาคุยกัน" ลูกรู้ใช่ไหมว่าทำอะไรผิดไปบ้าง " ฮ่องเต้ที่เลี้ยงลูกสาวอย่างดีมากับมือแต่ตอนนี้ในเมื่อทำผิดเขาก็จำเป็นต้องลงโทษและตักเตือนบ้าง " มะนาวขอโทษค่ะคุณพ่อคุณแม่ที่ทำอะไรไปโดยไม่คิด " มะนาวยกมือขึ้นไหว้ขอโทษบิดาและมารดาด้วยความรู้สึกผิดเธอเป็นลูกผู้หญิงไม่ควรชิงสุกก่อนห่ามแบบนี้จริงๆ แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อความรู้สึกมันเป็นเรื่องที่ฝืนกันไม่ได้จริงๆ " นี่มันเกิดเรื่องอะไรกันขึ้นคะคุณ " แพรวที่วันนี้ไปออกงานสมาคมเพิ่งกลับเข้ามาพร้อมกันกับส้มโอที่เพิ่งกลับมาจากการทำงานด้วยเช่นกันและตอนนี้ก็เป็นเวลาดึกดื่นมากแล้วนึกว่าทุกคนจะหลับไปแล้วเสียอีกแต่กลับผิดคาดที่พี่สาวอย่างเธอได้รับกลิ่นอายของความครุกรุ่นอยู่ไม่น้อย" ส้มโอพ่ออยากรู้ความจริงจากปากลูกว่าลูกรู้เรื่องทุ
แวมไพร์ได้แต่มองตาละห้อยเมื่อคุณลุงฮ่องเต้เอาเมียตัวน้อยของเขาพรากจากอกไปแล้วแต่ตอนนี้เขาคงต้องยอมไปก่อนเพราะต้องเคลียร์กับครอบครัว " งั้นกูพาลูกชายกลับก่อนแล้วกัน "ขุนเขาพาลูกชายของตัวเองที่ได้รับบาดเจ็บกลับบ้าน " ผมขอโทษนะครับคุณลุง กูขอโทษนะเว้ยชานนท์เดี๋ยวกูจะชดเชยให้ทีหลัง " แวมไพร์ยกมือไหว้ขอโทษคุณลุงขุนเขาพร้อมกับชานนท์ที่โบกมือให้เป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไรแล้วก็ออกไปจากบ้านเหลือไว้เพียงแค่แวมไพร์และครอบครัว " เอาล่ะไหนบอกพ่อมาซิว่าเรื่องราวมันเป็นยังไงกันแน่ คราวนี้อย่าโกหกอีกล่ะไม่อย่างนั้นพ่อกับแม่ก็ไม่รู้จะช่วยยังไงแล้วนะ " เวกัสยิงคำถามใส่ลูกชายทันทีถ้าถามว่าโกรธไหมก็โกรธอยู่หรอกเพราะเป็นลูกชายคนโตจึงคาดหวังมากเป็นพิเศษไม่คิดว่าจะทำเรื่องผิดพลาดแบบนี้ได้แต่ก็อย่างว่ามนุษย์เราทุกคนก็ย่อมมีเรื่องผิดพลาดกันทั้งนั้นและความรักมันก็ห้ามกันไม่ได้หรอกดูแววตาของลูกชายตอนนี้สิหม่นหมองราวกับมีม่านหมอกปกคลุมก็คงจะทุกข์ใจอยู่ไม่น้อยสินะ " พี่ชายบอกคุณพ่อไปเถอะค่ะเวนิสเองก็อยากรู้เต็มทีแล้ว " เวนิสที่แทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้วอยากให้พี่ชายเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ให้ฟังเร็วๆ " ใ
1 เดือนผ่านไป " ยัยมะนาวแกอยู่ไหนเนี่ยพวกเรารอที่ใต้ตึกแล้วนะ พี่ชายฉันไม่ชอบคนมาสายถึงแม้ว่าแกจะชอบมาสายตอนประชุมเชียร์แต่ตอนนี้ฝึกงานแล้วก็จะสายแบบเดิมไม่ได้นะ " เวนิสบ่นออกไปชุดใหญ่เมื่อตอนนี้เธอนัดกับเพื่อนเอาไว้ตอน 8:30 น. แต่จนแล้วจนรอดเลย 8:30 น. มาตั้งนานแล้วเพื่อนเธอก็ยังมาไม่ถึงสักที
มะนาวชั่งใจอยู่ชั่วครู่กับคำสั่งเสียงแหบพร่าของเขา คำสั่งที่มีแต่ความออดอ้อนมีหรือคนใจดีแบบเธอจะไม่ใจอ่อน เธอค่อยๆ ปลดเสื้อสายเดี่ยวสีแดงของตัวเองลงมาทีละนิดจนท้ายที่สุดเธอก็ถอดมันออกไปจากร่างกายเผยให้เห็นเต้าอวบที่มีเม็ดตุ่มไตเล็กๆ รอการสัมผัสจากอุ้งปากของเขาอยู่ เธอยกมือเรียวขึ้นมาบีบเคล้นไ
" ไอ้ขุนเขามันส่งข้อความมาบอกว่ามีอุบัติเหตุกลางทางคนเมามาชนตูดรถมันน่ะน่าจะมาไม่ทันแล้ว เอาไว้วันหลังค่อยนัดกันอีกที " เวกัสที่รอเพื่อนนานมากจนท้ายที่สุดมันก็ส่งข้อความมาบอกว่าไม่สะดวกเขาจึงบอกต่อให้กับฮ่องเต้และทุกคนได้รู้" เสียดายเลยไม่ได้เจอเจ้าชานนท์เลย " เมื่อฮ่องเต้พูดออกมาแบบนั้นแว
" มะนาว มะนาว...ยัยมะนาว! " เวนิสเขย่าแขนของมะนาวอย่างแรงหลังจากที่เรียกอยู่นานแล้วไม่ได้ยิน ตอนนี้พวกเธอนั่งกันอยู่ที่สวนหน้าบ้านที่อยู่มุมตรงข้ามกับสวนกุหลาบของคุณแม่ " อ่ะ....ห๊ะ! แกว่าอะไรนะ " มะนาวที่หลุดออกจากภวังค์รีบหันมาหาเพื่อนสาวคนสนิททั้งสองทันที " แกเป็นอะไรไปเอาแต่จ้องมองพี่