تسجيل الدخولอัญญารินทำงานระหว่างรอบริษัทติดต่อกลับมาในร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด เธอเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่มาอยู่ในเมืองใหญ่เพื่อมาตามความฝันของตัวเอง ไร้ญาติไร้คนรู้จัก
ครืน~ ครืน~ เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขายาวดังขึ้น อัญญารินรีบกดรับทันทีเพราะเห็นเป็นเบอร์แปลก "ฮัลโหล" สำเนียงภาษาอังกฤษผสมความเป็นไทยเล็กน้อยพูดกับคนในสาย เธอสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี แต่ถ้าถามว่าเก่งเหมือนเจ้าของภาษาเลยหรือไม่ เธอคงตอบว่าไม่ แค่สื่อสารรู้เรื่องเท่านั้น ' [บริษัทมอร์เชลนัดสัมภาษณ์พรุ่งนี้ตอนเก้าโมงเช้านะคะ ห้ามสายแม้แต่นาทีเดียว] พูดจบก็ตัดสายทิ้งไปเสียดื้อๆ "อะ..อ้าว แล้วไม่บอกรายละเอียดอะไรเลยเหรอ" ร่างบางได้แต่ยืนเกาหัว แต่อย่างน้อยบริษัทเลือกเธอไปสัมภาษณ์ก็ดีแล้ว เธอจะทำให้สุดความสามารถ วันต่อมาอัญญารินแต่งตัวเรียบร้อย แต่งหน้าเล็กน้อยแต่พองามเดินเข้ามาในบริษัทตั้งแต่เวลาแปดโมงเช้า เธอกลัวจะสายเลยออกจากที่พักตั้งแต่เช้า "สวัสดีค่ะ ฉันมาสัมภาษณ์งานค่ะ" "เชิญรอท่านประธานที่ห้องนี้ก่อนค่ะ" พนักงานสาวสวยหุ่นดีราวกับนางแบบเดินนำเธอมายังห้องของท่านประธาน อัญญารินมองตามพนักงานสาวสวยคนนั้นจนสุดสายตา หล่อนหุ่นดีมากทั้งสูง ขาเรียว ผมบลอนด์ตาสีฟ้าผิดกับเธอที่สูงยังไม่ถึงหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตรด้วยซ้ำถึงจะใส่รองเท้าส้นสูงก็ไม่ต่างอะไรกับไม่ใส่เลย "เอ๊ะ ท่านประธาน? พนักงานบัญชีต้องสัมภาษณ์กับประธานบริษัทเลยเหรอ" มัวแต่อึ้งกับความสวยของคนอื่นจนมานึกถึงคำพูดที่สาวสวยคนนั้นบอกเธอ "เชิญค่ะ" สงสัยได้ไม่นานพนักงานสาวสวยหุ่นนางแบบคนเดิมก็เดินกลับมาหาเธออีกครั้งแล้วเรียกเธอเข้าไปในห้องทำงานขนาดใหญ่ ร่างบางก้าวขาเข้ามาในห้องกว้างแต่ไม่เห็นมีใครสักคน "ขออนุญาตค่ะ" อัญญารินพูดก่อนจะเข้ามาในห้อง หันมองซ้ายขวาก็ไม่เห็นใคร จนในที่สุดเก้าอี้ตัวหรูตรงหน้าก็หมุนกลับมา ตึกๆๆ เสียงหัวใจของเธอเต้นรัวราวกับกลองสะบัดชัยเมื่อได้เห็นหน้าคนที่หมุนเก้าอี้มาชัดๆ ใบหน้าคมที่เต็มไปด้วยหนวดเครา ร่างกายกำยำแม้จะใส่สูทปกปิดไว้แต่ดูยังไงก็รู้ว่าคนตรงหน้าเธอออกกำลังกายหนักแค่ไหน "นั่งสิ" คาลวินสั่งเสียงเรียบ อัญญารินมัวแต่ตะลึงในความหล่อของว่าที่เจ้านายของตัวเองต้องดึงสติกลับมาอย่างเร็ว "ขอบคุณค่ะ" ร่างบางกล่าวขอบคุณแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ตรงหน้าเขา เมื่อได้ใกล้เขามากขึ้นก็ยิ่งได้เห็นดวงตาสีน้ำตาลทองราวกับตาของหมาป่าที่พร้อมจะขย้ำเธอได้ตลอดเวลา "เข้าเรื่อง เธอเป็นอะไรกับอรนภา" คาลวินไม่รีรอเขาเข้าประเด็นถามเธอไปตรงๆ "คุณรู้จักพี่สาวฉันด้วยเหรอคะ" อัญญารินตกใจที่คนอย่างประธานบริษัทยักษ์ใหญ่รู้จักพี่สาวของเธอ "รู้จักสิ รู้จักเป็นอย่างดีเลยแหละ" ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก จนอัญญารินรู้สึกขนลุก เพราะจู่ๆ คนตรงหน้าเธอก็มีสีหน้าที่น่ากลัวขึ้น "ฉันจะรับเธอเข้าทำงานในตำแหน่งเลขาส่วนตัวของฉัน" เมื่อรู้ว่าเธอคือน้องสาวของคนที่ทำให้เขาเจ็บ คาลวินจึงไม่รอช้าที่จะเอาคืนอย่างสาสม "แต่ฉันสมัครเป็นพนักงานบัญชีนะคะ!" ร่างบางรีบบอกเพราะคิดว่าเขาเข้าใจผิด "ฉันต้องการเลขาส่วนตัว ถ้าเธอไม่ตกลงก็ออกไป" คาลวินใช้จุดอ่อนของเธอมาขู่ เพราะรู้ว่าใครๆ ก็อยากเข้าทำงานที่นี่ เธอคนนี้ก็เช่นเดียวกัน อัญญารินชั่งใจกลัวว่าจะทำได้ไม่ดี แต่นี่คือความฝันของเธอการได้เข้ามาทำงานที่นี่ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ยิ่งเป็นเลขาส่วนตัวให้ประธานบริษัทอีก "ค่ะ ตกลงค่ะ เริ่มงานวันไหนคะ" ร่างบางรีบตอบตกลงทันทีอย่างไม่รีรอ เมื่อมีโอกาสก็ต้องรีบคว้าเอาไว้ก่อนจะเสียมันไป "เซ็นซะ" คาลวินยื่นกระดาษที่เต็มไปด้วยภาษาสเปนซึ่งเป็นอีกภาษาที่คาลวินพูดได้มาตรงหน้าเธอ "ไม่มีฉบับภาษาอังกฤษเหรอคะ" ร่างบางนั่งมองเอกสารที่เต็มไปด้วยภาษาสเปน เธอไม่รู้ภาษาสเปนเลยจึงไม่รู้ว่าในเอกสารเขียนว่าอะไร "เซ็นไปเถอะ! ทุกคนก็เซ็นหมดนั่นแหละ" เขาเร่งเมื่อเห็นเธอลังเล อัญญารินจับปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อตัวเองลงไปบนกระดาษทั้งที่ไม่รู้ความหมาย คาลวินยิ้มอย่างสะใจเพราะสัญญาที่เธอเพิ่งเซ็นไปคือสัญญาที่เธอต้องทำตามที่เขาสั่งทุกอย่าง ถ้าไม่ทำตามจะต้องจ่ายค่าปรับเป็นเงินสิบล้านดอลลาร์ สัญญาฉบับนี้เขาทำขึ้นเพื่อเธอโดยเฉพาะในที่สุดวันที่คาลวินอดใจอดกลั้นมาตลอดสองเดือนก็มาถึงเสียที วันวิวาห์สุดแสนจะโรแมนติกของหนุ่มนักธุรกิจชาวอเมริกันกับเลขาสาวชาวไทย งานแต่งงานที่ดูเพอร์เฟกต์ไปหมดทุกอย่างยกเว้นแค่อย่างเดียวคือเจ้าบ่าวยืนทำหน้าพะอืดพะอมเหมือนคนจะอาเจียน"ไหวไหมคะคุณคาลวิน" เจ้าสาวในชุดแต่งงานสีขาวเดินเข้ามาจับแขนคนที่กำลังจะเป็นสามีอย่างถูกต้องตามกฎหมายในอีกไม่ช้า"อย่าแกล้งพ่อมากสิลูกรัก" คาลวินพยักหน้าตอบเธอแล้วก้มลงไปคุยกับอีกคนที่อยู่ในท้องของอัญญารินเมื่อเดือนที่แล้วตอนที่กำลังวุ่นวายกับการเตรียมงานแต่ง เธอมีอาการหน้ามืดจนเป็นลมคาลวินจึงพาไปโรงพยาบาลและได้รู้ว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ได้เกือบสองเดือนแล้ว น่าจะหลังจากที่เขาแอบฉวยโอกาสตอนเธอเมาที่นิวยอร์ก และอัญญารินก็ไม่ได้ไปฉีดยาคุมตามที่หมอนัดตั้งแต่ตอนที่เกิดเรื่องคราวนั้นคาลวินกำลังจะได้เป็นคุณพ่อ แต่ดูเหมือนลูกจะแกล้งเขาหนักเหลือเกิน คนท้องไม่มีอาการแพ้แต่อย่างใดแต่คนที่ไม่ท้องกลับต้องตื่นมาอาเจียนทุกเช้าแถมยังกินอะไรไม่ได้เพราะรู้สึกเหม็นไปหมดทุกอย่าง"ลูกคงรู้มั้งคะว่าคุณทำกับฉันไว้เยอะ คิกคิก" เจ้าสาว
[เรือนจำหญิง]คาลวินและอัญญารินบินกลับมาที่ประเทศไทยเพื่อบอกข่าวดีทุกคนเรื่องที่ทั้งคู่จะแต่งงานและที่ไม่บอกไม่ได้คืออรนภา ทั้งคู่จึงถือโอกาสมาเยี่ยมอรนภาที่เรือนจำเสียเลย"พี่อร สบายดีไหมคะ" อัญญารินยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาคุยกับคนด้านใน"ในคุกก็ไม่แย่นะ มีข้าวฟรี มีงานให้ทำ มีที่นอนให้นอนแถมยังมีเพื่อนเยอะอีก" อรนภาพูดติดตลกทำไมเธอต้องทำชีวิตให้มันเศร้าล่ะเพราะในนี้มันก็ไม่ได้แย่จริงๆ"พี่อรล่ะก็พูดเล่นไปได้ อัญคิดถึงพี่นะ" ร่างบางวางมือไว้บนกระจกกั้น อรนภาเลยเอามือของเธอมาทาบมือของน้องสาวแม้จะมีกระจกกั้นอยู่ แต่ทั้งคู่ก็เข้าใจกันได้"กลับจากอเมริกาแล้วเหรอ อาทิตย์ก่อนแม่มาเยี่ยมพี่ยังบอกว่าอัญไปทำงานกับคุณคาลวินอีกครั้ง""ค่ะ อัญกลับมาหาพ่อกับแม่แล้วก็พี่ไงคะ" อัญญารินเอ่ยออกไป"ฉันขอคุยกับอรนภาบ้างสินะๆ" คาลวินสะกิดไหล่มนอย่างกับเด็กน้อย เขาอยากจะคุยบ้าง อัญญารินจึงส่งหูโทรศัพท์ให้กับเขา"ที่มาวันนี้ผมมีข่าวดีจะมาบอก""อะไรคะ" อรนภายิ้มรับเหมือนรู้ว่าสิ่งที่เขาจะบอกคืออะไร"ผมกับอัญกำลังจะแต่งงาน
คาลวินมัวแต่หลงระเริงที่เมื่อคืนเขาได้จัดหนักกับคนเมาไป แต่ลืมไปแล้วว่ากำลังตามง้อเธออยู่ คาลวินลืมตาขึ้นมาแล้วตวัดแขนไปกอดคนข้างๆ แต่คว้าได้แค่อากาศ คาลวินลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างเร็ว"อัญ อยู่ในห้องน้ำเหรอ" คาลวินลุกขึ้นเดินไปที่ห้องน้ำ แต่ห้องน้ำก็โล่งสนิท"อัญ อยู่ไหน?" เขาตะโกนเรียกเธอลั่นห้อง แต่ก็ไร้เสียงตอบรับ"ไปไหนของเขา" เขายืนเปลือยเปล่าโชว์กล้ามหน้าท้องเป็นลอนงามยืนเกาหัวอย่างมึนงงเพราะหาเธอไม่เจอครืด~ เสียงโทรศัพท์สั่นขึ้น คาลวินจึงหยิบมาดูและเจอข้อความจากเบอร์แปลก[จะลงมาทานด้วยกันก็ได้นะครับ] ข้อความที่ได้ถูกส่งมาจากลูคัส พร้อมแนบรูปอัญญารินกำลังทานอาหารเช้าอยู่ที่ร้านอาหารของโรงแรม"ไอ้ลูคัสไหนบอกไม่ยุ่งไง แล้วมันมาได้ไง" คาลวินหัวเสียเมื่อได้รับข้อความมาจากลูคัส เขารีบวิ่งเข้าห้องน้ำและอาบน้ำด้วยความไวแสง"เจ้าของคุณมาตามแล้วครับ" ลูคัสเอ่ยบอกกับร่างบาง เมื่อเห็นคาลวินเดินหน้าตั้งตรงมาที่โต๊ะอาหารของตนเอง"เขาไม่ใช่เจ้าของฉันสักหน่อยค่ะ" อัญญารินตอบอย่างไม่สบอารมณ์แล้วก้มหน้าลงกินต่อ เมื่อเช้าเธอต
[นิวยอร์ก]อัญญารินทำหน้าบอกบุญไม่รับ เมื่อมาถึงโรงแรมแล้วพนักงานต้อนรับบอกว่าห้องพักเต็มหมดแล้ว โรงแรมหรูหราขนาดนี้มีห้องเป็นร้อยห้องจะเต็มได้ยังไงกันแล้วบังเอิญเกินไปหรือเปล่าที่เหลือเพียงห้องเดียวแถมยังเป็นห้องสำหรับคู่รักที่มาฮันนีมูนกันอีก"ขอโทษนะคะไม่มีห้องอื่นเหลือแล้วจริงเหรอคะ ห้องไหนก็ได้ค่ะ" อัญญารินเดินไปหาพนักงานอีกครั้งเพื่อถามหาห้องว่างสำหรับคืนนี้"ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลค่ะคุณผู้หญิง ห้องพักจึงถูกจองล่วงหน้าไว้หมดแล้วค่ะ ขออภัยด้วยนะคะ" พนักงานต้อนรับตอบอย่างฉะฉาน"แถวนี้มีโรงแรมอื่นไหมคะ""ละแวกนี้มีแค่โรงแรมของเราค่ะ จะมีอีกโรงแรมห่างไปสามสิบกิโลเมตรค่ะ" พนักงานต้อนรับแนะนำเธอ อัญญารินเริ่มคิดหนักห่างไปสามสิบกิโลแล้วเธอจะไปยังไง"นี่เธอ ไม่มีห้องว่างก็นอนกับฉันก็ได้ ฉันไม่ถือหรอก" คาลวินขำกับท่าทางกระวนกระวายของเธอ จนต้องลุกขึ้นมาเจรจาแทน โชคดีเหลือเกินลูกค้าที่นัดประชุมกับเขาเป็นเจ้าของโรงแรมแห่งนี้ คาลวินจึงขอร้องให้ช่วยบอกอัญญารินว่าห้องเต็มเพื่อที่จะง้อภรรยาและจะลดราคาโครงการที่ร่วมทุนให้อีกสิบเปอร์เซ็นต์ ลู
อรนภาอยู่ในห้อง ICU เพื่อดูอาการได้สี่วันทางแพทย์ก็ให้ย้ายมายังห้องพิเศษของโรงพยาบาลเพราะอรนภามีอาการดีขึ้นมากสามารถตอบสนองได้ดีทุกอย่างเหลืออย่างเดียวคือรอให้เธอฟื้น"พี่อร รีบตื่นนะคะ" เธอกุมมือพี่สาวขึ้นมาแนบหน้าของตัวเอง"เดี๋ยวอรก็ตื่น เชื่อฉันสิ" คาลวินจับไหล่ของคนที่นั่งอยู่เพื่อให้กำลังใจก๊อก~ ก๊อก~ เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างหนาของว่าที่เจ้าของโรงพยาบาลอย่างลูคัสเดินเข้ามา"สวัสดีครับคุณอัญ" ลูคัสเอ่ยทักทายด้วยความเป็นมิตร"จะมาทำไมก็ไม่รู้" คาลวินกอดอกสีหน้าบึ้งตึงเมื่อเห็นลูคัส ทุกอย่างอุตส่าห์จะดีอยู่แล้วเชียวไม่รู้จะมาขัดจังหวะทำไม"ถ้าคุณไม่อยากเห็นหน้าผมก็ออกไปรอข้างนอกก่อนได้นะครับ" ลูคัสตอบกลับเบาๆ แต่เจ็บ คาลวินอยากจะเสยหน้าอีกคนให้ล้มแต่ต้องเก็บอาการเอาไว้"ฉันไปซื้อของให้เธอกินตอนเที่ยงดีกว่า" พูดจบก็เดินปึงปังออกไป เขาต้องระงับอารมณ์ไม่ให้ลุกขึ้นมาชกหน้าไอ้คนที่มายุ่งวุ่นวายกับเธอ"อาการของพี่สาวคุณเป็นยังไงบ้างครับ" ลูคัสไม่มีความรู้เรื่องเกี่ยวกับทางแพทย์สักเท่าไหร่ เขามีหน้าที่บริห
[ประเทศอเมริกา]หลังจากทราบข่าวเรื่องพี่สาว อัญญารินไม่รอช้ารีบเก็บกระเป๋าเพื่อเดินทางไปหาพี่สาวที่โรงพยาบาล พ่อแม่ของเธอพอรู้เรื่องก็ตกใจจนเกือบจะเป็นลมพวกท่านอยากจะขอตามไปด้วย แต่ร่างกายและสังขารคงเดินทางนานๆ ไม่ไหวจึงขออยู่ฟังข่าวที่บ้านส่วนคาลวินพอรู้ว่าอัญญารินจะไปอเมริกาก็ไม่รีรอให้จอห์นรีบหาไฟล์ทไปอย่างด่วนที่สุด คาลวินจัดการเรื่องการเดินทางให้เธอทั้งหมด ส่วนลูคัสจะตามไปทีหลังเพราะต้องรีบเคลียร์งานที่นี่ก่อน แต่เขาจะคอยประสานงานที่โรงพยาบาลให้ตอนระยะเวลาเกือบยี่สิบชั่วโมง อัญญารินไม่ยอมหลับหรือพักผ่อนเลย จิตใจของเธอกระวนกระวายถึงพี่สาวที่ตอนนี้แพทย์ยังไม่สามารถแจ้งอาการที่แน่ชัดเจนได้"ใจเย็นอัญ เดี๋ยวก็ล้มหรอก"คาลวินเดินตามเธอแทบไม่ทัน อัญญารินก้าวฉับๆ อย่างว่องไวไปที่ห้อง ICU ของโรงพยาบาล ตอนลงจากเครื่องทางโรงพยาบาลโทรมาแจ้งว่าอรนภาถูกย้ายจากห้องฉุกเฉินมาที่ห้อง ICU แล้ว หากคืนนี้ยังไม่มีอาการตอบสนองญาติคงต้องทำใจเผื่อเอาไว้บ้างเพราะอรนภาโดนชนอย่างแรงแถมศีรษะยังไปกระแทกกับขอบฟุตบาทจนเลือดไหลเธอเสียเลือดไปมากแล้วก่อนท
อัญญารินนั่งหน้าเครียด เมื่อคาลวินไม่ยอมให้เธอย้ายไปอยู่แผนกบัญชีแล้วเธอจะทำยังไงต่อไปดี "อัญญาริน เข้ามาฉัน" เสียงจากอินเตอร์คอมดังขึ้น แต่คนที่ลุกขึ้นกลับไม่ใช่เธอ อรนภาที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ ได้ยินสิ่งที่คาลวินสั่งก็ลุกขึ้นแล้วเดินเข้าห้องเขาไปหน้าตาเฉย อัญญารินทำได้แค่เดินตามไปเง
วันแรกของการทำงานร่วมกันระหว่างอรนภาและอัญญาริน วันนี้อรนภาแต่งหน้าทำผมจัดเต็มแตกต่างกับคนเมื่อวานที่มีสภาพเหมือนคนป่วย อัญญารินมองพี่สาวของตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตาแค่ข้ามคืนคนเขาเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เลยหรือ แล้วก็ก้มมองตัวเองพร้อมหยิบกระจกขึ้นมาส่อง ทั้งใบหน้ามีแค่ลิปสติกที่แสดงออกว่าเธอก็แต่งหน้า
หลังเลิกงานในรถคันใหญ่ที่มีคนขับคือคนสนิทของคาลวิน อัญญารินนั่งเงียบมาตลอดทางต่างจากทุกวัน ถ้าได้กลับด้วยกันเธอจะชวนเขาคุยตามประสาของเธอ แต่วันนี้เธอเงียบผิดปกติ"เป็นอะไร" คาลวินถามออกมาด้วยความสงสัยที่เห็นเธอเงียบเกินไป"เปล่าค่ะ คุณต้องการอะไรหรือเปล่าคะ""ไม่ แค่เห็
หมดวันหยุดไปเหมือนไม่ได้หยุดพักเลยเพราะต้องตามไปเป็นคนรับใช้จำเป็นคอยถือของให้กับคู่ขาของเขาทั้งวัน พอกลับมาก็กลายเป็นตุ๊กตายางมีชีวิตให้เขาต่อและวันนี้ก็เป็นวันที่เธอต้องไปทำงานอีกแล้ว"วันหยุดหมดไปเร็วจริงๆ" บ่นเป็นภาษาไทยไม่ให้เจ้าของห้องเข้าใจเพราะกลัวจะโดนดุ"ฉันรู้ว่าเธอกำ







