เข้าสู่ระบบ
[ประเทศอเมริกา]
ในห้องทำงานหรูหราใหญ่โต เจ้าของห้องที่เป็นประธานบริษัทซึ่งตอนนี้กำลังบรรเลงบทรักแสนเร่าร้อนอยู่กับเลขาส่วนตัว "อ๊ะ..เจ็บเบาๆ ..อ๊ะ" เสียงหวานครางลั่น ร่างบางนอนราบอยู่บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ "เงียบปากซะ..ซี้ด!" คาลวินชายหนุ่มสัญชาติอเมริกันที่ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามบ่งบอกถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอกำลังกระแทกกระทั้นใส่ร่างบางที่กำลังนอนสั่นอยู่บนโต๊ะทำงานของตนเอง "อื้อ..โอ๊ย!" ร่างบางยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองแน่นพยายามกลั้นไม่ให้มีเสียงออกมา ชายหนุ่มยังคงกระแทกใส่ร่องสาวของเธออยู่เรื่อยๆ โดยไม่มีวี่แววว่าจะเสร็จง่ายๆ ร่างบางได้แต่นอนหลับตาปี๋หวังให้เขาพอใจกับร่างกายของเธอเสียที "ซี้ด..แน่น..ตอดแน่นอีก..อ๊า" มือใหญ่กำรอบลำคอเล็กแล้วกระแทกจนสุดแรงจนอีกคนได้แต่ตัวสั่นคลอนตามแรงกระแทก ครืด~ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะความสุขสม มือหนารีบควานหาโทรศัพท์แล้วกดรับทันทีเพราะกลัวคนที่โทรมาจะรอนาน ส่วนคนที่กำลังทรมานอยู่ใต้ร่างตอนนี้ทำได้แค่กัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงของตัวเอง "ฮัลโหล..ซี้ด..อีกสิบนาทีเตรียมรถไว้" ถึงปากจะคุยโทรศัพท์แต่สะโพกแกร่งก็ยังคงทำหน้าที่อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เขาเร่งกระแทกแรงๆ แกล้งอีกคนที่กำลังนอนกัดปากแน่น "อ๊ะ!" ร่างบางเผลอหลุดเสียงครางออกมามือบางรีบปิดปากตัวเองอีกครั้ง คาลวินยิ้มอย่างสาแก่ใจที่ทำให้อีกคนหลุดเสียงครางออกมาได้ มือหนายังไม่กดวางโทรศัพท์เพื่อต้องการแกล้งคนใต้ร่างทั้งที่อีกฝ่ายวางสายไปแล้ว "พอก่อนค่ะ..อื้อ" ร่างบางพยายามพูดพร้อมเสียงครางแสนเบาหวิวราวกับกระซิบเพื่อบอกคนบนตัวเธอให้หยุด คาลวินโยนโทรศัพท์ไปที่ไหนสักแห่งก่อนที่มือหนาจะจับเอวบางไว้ให้มั่นแล้วใส่เต็มแรงจนเอวสอบสะโพกหนากระแทกอย่างเร็วและถี่ยิบ "โอ๊ว..ฟัค..อ๊าง!" คาลวินครางลั่นพร้อมกับปล่อยน้ำรักสีขาวขุ่นลงบนหน้าท้องของเธอ "แฮ่ก..แฮ่ก" อัญญารินนอนหอบจนตัวงอด้วยความเหนื่อยและแสบที่บริเวณนั้นจนลุกแทบไม่ไหว "รีบแต่งตัวซะ ฉันต้องไปข้างนอก" ร่างหนาติดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองเสร็จสรรพพลางสั่งอีกคนโดยไม่สนว่าเธอกำลังเหนื่อยจนแทบหายใจไม่ทัน "สิบนาที ถ้าช้าก็ตามไปเอง" คาลวินสั่งเสียงเรียบ อีกคนเลยรีบลุกขึ้นแต่งตัวอย่างรวดเร็วหน้าที่เลขาส่วนตัวแบบเธอเจ้านายไปไหนเลขาก็ต้องตามไปด้วยทุกที่ "เร่งอยู่ได้" อัญญารินบ่นเป็นภาษาไทยเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายฟังไม่รู้เรื่อง "พูดภาษาอังกฤษอัญญาริน!" คาลวินสั่งเสียงดังเขาไม่ชอบให้เธอพูดภาษาไทยเพราะเขาฟังไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ว่าเธอแอบนินทาเขาหรือเปล่า "ไม่มีอะไรค่ะ" ร่างบางกลับมาพูดภาษาอังกฤษเพื่อตอบคำถามเขา "เสร็จหรือยังจะได้ไปสักที" "ค่ะ" ร่างบางแต่งตัวเรียบร้อยแล้วตึงรีบวิ่งตามอีกคนไป เพราะกลัวจะไปขึ้นรถที่ลูกน้องเขาเตรียมไว้ไม่ทัน หนึ่งปีก่อนหน้านี้... หญิงสาวตัวเล็กกะทัดรัดหน้าตาสะสวยกำลังเดินอยู่ท่ามกลางคนตัวสูงมากหน้าหลายตา อัญญารินจบปริญญาตรีได้ไม่นานก็อยากเปิดประสบการณ์จึงบินมาอเมริกาเพื่อหางานทำ เธอมุ่งมั่นที่จะทำงานที่นี่มากเพราะเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังของอเมริกา ดังนั้นอัญญารินจึงตั้งใจมากๆ ที่จะได้ทำงานที่บริษัทแห่งนี้ เธอต้องหาเงินส่งให้ครอบครัว ตอนนี้คุณพ่อของเธอไม่ได้ทำงานอะไรเพราะท่านอายุมากแล้ว ส่วนคุณแม่ก็ไม่ได้มีอาชีพอะไรทั้งพ่อและแม่ของเธอเพียงแค่ทำขนมไปส่งร้านที่ตลาดแถวบ้านเท่านั้น อัญญารินใช้เงินเก็บก้อนสุดท้ายที่สะสมไว้ตั้งแต่สมัยเรียนเดินทางมาอเมริกาเพื่อทำตามความฝันของตัวเอง "ฉันมาสมัครงานค่ะ" ร่างบางเดินอย่างเฉิดฉายด้วยความมั่นใจเข้ามาในบริษัทยักษ์ใหญ่พร้อมกับยื่นใบสมัครในตำแหน่งพนักงานบัญชี "ทางบริษัทจะติดต่อกลับไปนะคะ" เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลตอบเธอกลับมา อัญญารินจึงเดินออกมาและแอบคิดในใจว่าเธอจะได้งานที่นี่ไหม เพราะคู่แข่งแต่ละคนมีดีกรีปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งนั้นส่วนเธอเป็นแค่นักศึกษาจบใหม่ของมหาวิทยาลัยรัฐบาลในไทย แม้ว่าจะได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งแต่ก็คงสู้อีกหลายๆ คนที่อยากทำงานที่นี่เหมือนกันไม่ได้ "แกเอาความมั่นใจมาจากไหนกันนะยัยอัญ" ร่างบางเขกหัวตัวเองเรียกสติ ทำไมเธอถึงคิดว่าบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างมอร์เชลจะรับเด็กจบใหม่ที่ไร้ประสบการณ์อย่างเธอแถมยังเป็นคนต่างชาติอีกต่างหาก มีหวังเธอได้คว้าน้ำเหลวกลับประเทศไทยแน่ ชั้นบนสุดของตึกสูงมีห้องทำงานขนาดกว้างพร้อมด้วยเฟอร์นิเจอร์สุดหรูครบครัน เจ้าของห้องคือคาลวิน มอร์เชล เขาสร้างบริษัทนี้มากับมือ ความพยายามทำให้คาลวินมีทั้งเงิน อำนาจและชื่อเสียง เขามีในสิ่งที่ใครหลายคนไม่มี "ขออนุญาตค่ะบอส" เลขาสาวหน้าห้องเดินถือแฟ้มคนสมัครงานวันนี้เข้ามาให้ประธานบริษัท คาลวินเป็นคนรอบคอบมาก ทุกตำแหน่งของบริษัทเขาจะเป็นคนคัดเลือกพนักงานด้วยตัวเองเพราะไม่ไว้ใจใคร "วางไว้แล้วออกไปซะ" คาลวินสั่งแล้วไล่แม่เลขาสาวที่จ้องจะยั่วเขาตลอดเวลาออกไป แม้จะเคยมีความสัมพันธ์กันมาบ้างแต่เขาก็ไม่ได้หลงเสน่ห์อะไรเธอนัก ชายหนุ่มหยิบแฟ้มขึ้นมาอ่านประวัติของผู้สมัครแล้วพิจารณาอยู่นานสองนาน "รัตนภักดี" คาลวินอ่านนามสกุลของผู้สมัครคนหนึ่งซ้ำอีกครั้ง เขาจำนามสกุลนี้ได้ดีคนที่ทิ้งเขาไป อรนภา รัตนภักดี เขาไม่มีวันลืม "อัญญาริน รัตนภักดี" แม้จะยังไม่แน่ใจว่าคนในแฟ้มมีความสัมพันธ์อะไรกับอรนภา แต่ถ้าเธอเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนที่ทำเขาเจ็บ เขาจะเอาคืนอย่างสาสม[โรงพยาบาล] เมื่อถึงกำหนดนัดฉีดยาคุมอีกครั้ง อัญญารินจึงมาตามที่หมอนัดตามเวลาไม่มีคลาดเคลื่อน เธอมาคนเดียวทุกครั้งเพราะคาลวินมักจะบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องของเขา แต่นั่นแหละเธอชินแล้วกับความเย็นชาของเขา คนตัวเล็กนั่งมองคนเดินผ่านหน้าเธอไปคนแล้วคนเล่า ผู้หญิงต่างชาติแต่ละคนทั้งสูงและหุ่นดีมาก เธอนั่งมองคนนั้นทีคนนี้ทีจนไปเจอเข้ากับคนที่เธอคุ้นเคยมากที่สุดแค่หันหลังก็จำได้แล้วว่าเป็นใคร "พี่อร" ร่างบางรีบวิ่งเข้าไปหาผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนสวมแว่นตาดำมีผ้าคลุมไหล่อีกฝั่งของที่เธอนั่งอยู่ "พี่อร!" อัญญารินรีบวิ่งมาดึงแขนผู้หญิงคนนั้นไว้ก่อนที่หล่อนจะหนีไป "ปล่อยฉัน!" อรนภาหันมาสะบัดข้อมือออกจากมือของอัญญาริน "พี่ไปอยู่ที่ไหนมา พ่อกับแม่เป็นห่วงพี่มากเลยนะ" อัญญารินจับมือพี่สาวมากุมไว้ "พ่อกับแม่ของเธอคนเดียวไม่ใช่ของฉัน" "พี่พูดอะไร พ่อกับแม่รักพี่มากเลยนะกลับบ้านกันเถอะนะพี่อร" อัญญารินบอกกับพี่สาว ถึงอรนภาจะไม่ใช่ลูกที่แท้จริงของพ่อกับแม่และไม่ใช่พี่สาวแท้ๆ ของเธอ แต่ทุกคนก็รักอรนภามาก
หกปีที่แล้ว... คู่รักของมหาวิทยาลัยที่หลายคนอิจฉาจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากชายหนุ่มอเมริกันสุดหล่อกับสาวสวยชาวเอเชีย "อร เรียนจบเราแต่งงานกันนะ" คาลวินกุมมือหญิงสาวชาวไทยนามว่าอรนภาเอาไว้แน่น เขาและเธอคบกันมาตั้งแต่ปีหนึ่งจนตอนนี้ทั้งคู่ใกล้จะเรียนจบแล้ว อรนภาเป็นคนไทยที่มาเรียนต่อที่อเมริกา คาลวินตกหลุมรักเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นหน้า อรนภาเป็นที่พูดถึงอย่างมากในคณะเพราะเป็นคนสวยและยังเป็นคนเอเชีย แต่เธอเลือกที่จะคบกับคาลวินแทนที่จะคบกับชายหนุ่มคนอื่น "เราอย่าเพิ่งคิดเลยดีกว่า" อรนภาแกะมือเขาออก เธอคบกับเขาเพราะความหล่อและความฮ็อตของเขา แต่จะให้เธอฝากชีวิตไว้กับคนที่ไร้พ่อแม่ ไม่มีสมบัติหรือมรดกสักชิ้นแบบเขา เธอขอบายดีกว่า "ทำไมล่ะ เราจะเรียนจบกันแล้วนะอร" คาลวินจับมืออรนภาขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก็ถูกแกะออกอีกครั้ง "เรายังไม่อยากคิดน่ะ เราต้องกลับไทยนะอย่าลืมสิ" อรนภาให้เหตุผลกับเขา "งั้นก็ได้ เราจะรออรพร้อมนะ" คาลวินยอมแพ้ที่จะเซ้าซี้ต่อ เขาอยากสร้างครอบครัวกับเธอ เขาตั้งใจจะทำงานหาเงิ
หลังจากเขาสุขสมจากร่างกายของเธอแล้ว อัญญารินที่หอบเหนื่อยก็รีบใส่เสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่แล้วเดินออกไปนั่งหน้าห้องเพื่อทำหน้าที่เลขาต่อเพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัย แม้ว่าร่างกายแทบจะยืนไม่ไหวแต่ก็แบกสังขารทำงานต่อเธอจะอ่อนแอให้เขาเห็นไม่ได้ ไม่งั้นเขาคงหาว่าเธอสำออยเป็นแน่"ตอนเที่ยงฉันอยากกินอาหารอิตาลี" คาลวินสั่งเธอผ่านเครื่องอินเตอร์คอม"เดี๋ยวให้คุณจอห์นจัดการให้นะคะ" อัญญารินตอบกลับเขา พร้อมกับเอื้อมมืออีกข้างกำลังจะหยิบโทรศัพท์เพื่อติดต่อคนสนิทของเขา"ฉันสั่งเธอ" พูดจบก็วางสายไปทันที อัญญารินวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ คำสั่งของเขาคือสิ่งที่เธอต้องทำตาม ร้านอาหารอิตาลีที่เขาอยากินอยู่ไกลจากที่ตั้งบริษัทเป็นสิบกิโล เธอขับรถไม่เป็นเพราะงั้นคงต้องนั่งรถแท็กซี่ไปอีกตามเคย"สิบเอ็ดโมงน่าจะทัน" เธอนั่งคำนวณเวลาในการไปซื้อมื้อเที่ยงให้กับเขา งานบนโต๊ะก็ต้องสะสางให้เสร็จก่อนเย็นนี้ ถ้าเธอมียี่สิบร่างได้ก็จะดีพอถึงเวลาสิบเอ็ดโมงตรงร่างบางจึงรีบเก็บของเพื่อไปซื้ออาหารให้กับเขา เธอโทรไปสั่งอาหารที่ร้านไว้เรียบร้อยแล้วโชคไม่ดีที่ร้านนี้ไม่มีบริการเดลิเว
เช้าอันสดใสหรือเปล่า? ...อัญญารินตื่นขึ้นมาด้วยความระบมทั้งส่วนบนและล่าง หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วคิดว่าจะได้พัก แต่คาลวินก็ยังไม่พอใจเขายังจัดการเธอต่อบนเตียงอีกตั้งสองรอบกว่าจะได้นอน"อาหารเช้าครับคุณอัญญาริน" มือขวาคนสนิทของคาลวินนำอาหารเช้ามาส่งให้เธอและเขา"ขอบคุณนะคะคุณจอห์น ร่างบางอยู่ที่เพนท์เฮาส์ของคาลวินมาหนึ่งปีแล้ว ไม่แปลกที่จะรู้จักคุ้นเคยกับคนสนิทของเขา"คุณคาลวินล่ะครับ""ยังไม่ตื่นค่ะ" ร่างบางบอกกับจอห์นซึ่งเป็นคนสนิทที่ไว้ใจได้ที่สุดของคาลวิน เขารู้เรื่องระหว่างเธอและเจ้านายของเขาทุกอย่างและเขายังเป็นคนที่เก็บความลับเรื่องของเธอกับคาลวินเอาไว้ด้วย"คุณอัญอยากรับอะไรเพิ่มไหมครับ" จอห์นปฏิบัติกับเธอไม่ต่างจากคาลวินเลยสักนิด เขาให้เกียรติคาลวินยังไงกับอัญญารินก็ไม่ต่างกัน แม้เธอจะบอกว่าตัวเองเป็นแค่ลูกน้องของคาลวินก็ตาม"ไม่แล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ""อ่อยไอ้จอห์นแต่เช้าเลยเหรอ เมื่อคืนยังไม่หายคันสินะ" คาลวินออกมาจากห้องนอนด้วยสภาพที่นุ่งผ้าเช็ดตัวเพียงผืนเดียว"เปล่าครับนาย ผมกับคุณอัญแค่คุยกัน" จอห์นรีบปฏ
ในที่สุดอัญญารินก็กลับมาถึงเพนท์เฮาส์ของเขาในเครือของมอร์เชล เธอต้องนั่งแท็กซี่กลับมาคนเดียวเพราะถูกทิ้งอย่างไม่ไยดี"ไปอาบน้ำ ฉันอยาก" คำสั่งสั้นๆ แค่ไม่กี่คำที่เธอต้องทำตาม เธอกลับมายังไม่ทันได้พักก็โดนคนเอาแต่ใจสั่งอีกแล้วในห้องน้ำกว้างที่พอๆ กับห้องนอน คนตัวเล็กเปิดน้ำให้ไหลจนทั่วทั้งตัวพร้อมกับรินฮัมเพลงไปอาบน้ำไปเหมือนจะลืมไปแล้วว่ามีอีกคนรออยู่ด้านนอก คาลวินทนรอไม่ไหวถึงกับต้องเข้ามาตามในห้องน้ำ"ยืนร้องเพลงอยู่ได้ชักช้า" ร่างสูงใหญ่เต็มไปด้วยกล้ามหน้าท้องลอนได้รูปสวย ความสูงของเธออยู่แค่อกของเขาเท่านั้น"ขอโทษค่ะ จะรีบแล้วค่ะ" ร่างบางรีบขอโทษขอโพยเมื่อรู้ว่าตัวเองช้าเกินไปแล้ว"ไม่ต้องแล้วเอาในนี้แม่ง!" พูดจบก็ตระโบมจูบเธออย่างเร่าร้อน ใครจะไปคิดว่าคนร่างบางตัวเล็กแบบเธอจะทำให้เขาเกิดอารมณ์ได้ตลอดเวลา ร่างสูงต้องก้มลงมาจูบเธอเพราะขนาดตัวของเธอกับเขาต่างกันมาก แขนใหญ่ช้อนคนตัวเล็กขึ้นมาแล้วเดินไปที่เคาน์เตอร์ล้างหน้าก่อนจะวางคนตัวเล็กลง"อึก..อ๊า" ร่างสูงนั่งลงตรงหว่างขาของเธอและจัดการเลียชิมของสงวน"แผล็บ..อื้ม.
ปัจจุบันร่างบางนั่งคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านทั้งหมดตั้งแต่ตอนที่เธอเจอกับคาลวิน เธอกลายเป็นทาสกามของเขาเพียงเพราะเขาต้องการเอาคืนในสิ่งที่พี่สาวของเธอทำไว้ ทุกวันนี้หน้าที่เลขาส่วนตัวของเธอไม่ต่างอะไรกับทาสอารมณ์เคลื่อนที่ เขาสั่งให้ไปไหนเธอก็ต้องไป ในสัญญาแผ่นนั้นที่เธอเซ็นเมื่อหนึ่งปีที่แล้วมันคือสัญญาที่มัดเธอไว้เธอไม่มีทางหาเงินสิบล้านดอลลาร์มาให้เขาได้แน่นอน เธอทำได้แค่เพียงทำตามที่เขาสั่งไปเรื่อยๆ จนกว่าเขาจะหาตัวพี่สาวของเธอเจอ ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ว่าพี่สาวของเธอไปอยู่ที่ไหน เมื่อห้าปีที่แล้วพี่สาวเธอหนีออกจากบ้านหลังจากรู้ความจริงที่แม่ปิดบังมาตลอด"ลงได้แล้วนั่งเหม่ออยู่ได้ เห็นแล้วรำคาญ" คาลวินหันมาบอกเธอที่กำลังนั่งเหม่อคิดเรื่องราวผ่านมา"ค่ะๆ" ร่างบางหอบเอกสารของเขาลงจากรถแล้วเดินตามเขาไปติดๆ วันนี้คาลวินมีนัดกับลูกค้าเลขาส่วนตัวอย่างเธอก็ต้องตามมาด้วย"รอข้างนอก" เขาสั่งให้เธอรอด้านนอกร้านอาหารแล้วเดินตัวปลิวเข้าไปในร้านอาหารสุดหรูเพียงลำพัง ร่างบางได้แต่ยืนถือแฟ้มเอกสารรออยู่หน้าร้านตามคำสั่ง"นัดลูกค้าไว้แล้วทำไมไม่เ







