Masukคืนต่อมา เวลาสองทุ่ม เด็มนัดให้ชิออนมารอที่ท่าเรือ ชิออนสวมเสื้อซีทรูสีดำเผยให้เห็นผิวขาวเนียนใต้ผ้าอย่างพอเหมาะ เพิ่มความโดดเด่นด้วยสร้อยเงินเส้นเล็กที่รับกับเส้นผมสีแดงสดซึ่งถูกตัดสั้น หน้าม้าเต่อที่คนส่วนใหญ่ไม่กล้าทำ กลับยิ่งขับให้เขาดูมีเอกลักษณ์และน่ามองอย่างประหลาด
เขานั่งรออยู่ที่ม้านั่งไม้ริมท่าเรือ สายตาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ เวลาตรงตามนัด แต่เด็มยังไม่มา ชิออนจึงได้แต่นั่งรอต่ออีกสักพัก
“ขอโทษนะ มาช้าหน่อย” เสียงคุ้นดังขึ้นจากด้านหลัง
“ไม่เป็นไรเลย” ชิออนตอบพร้อมรอยยิ้มบาง เขาเคยคิดว่าคนต่างชาติจะตรงต่อเวลาเสมอ แต่ดูเหมือนเด็มจะไม่ใช่แบบนั้น
“ว้าว วันนี้นายแต่งตัวเซ็กซี่จัง” เด็มพูดพลางหัวเราะ ก่อนกวาดตามองตั้งแต่หัวจดเท้า
“แต่น่าเสียดายนะ ถ้านายเป็นผู้หญิง ฉันคงไม่ปล่อยแน่”
“แหะ ๆ ขอบใจนะ” ชิออนหัวเราะตอบ เขาไม่ได้ถือสาอะไรกับคำพูดนั้น
“ไปกันเถอะ ยิ่งดึก ค่าเรือจะยิ่งแพง”
“อือ” ชิออนพยักหน้ารับ ก่อนเดินตามอีกฝ่ายขึ้นเรือโดยสารที่มีผู้คนแน่นขนัด
ไม่นานนัก เรือก็เคลื่อนตัวออกจากท่า มุ่งหน้าสู่ โมนาเวีย ประเทศเล็ก ๆ ริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แม้พื้นที่จะไม่กว้างและมีประชากรเพียงหยิบมือ แต่กลับเต็มไปด้วยนักธุรกิจ นักลงทุน นักแข่งรถ และดาราฮอลลีวูดมากมายที่เลือกมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ เพราะเป็นประเทศปลอดภาษีที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในบ่อเงินบ่อทองของยุโรป
“ว้าว...” ทันทีที่เรือเทียบท่า ชิออนถึงกับอุทานออกมาอย่างตื่นตะลึง ทัศนียภาพรอบท่าเรือสวยงามเกินบรรยาย แสงไฟจากอาคารสูงสะท้อนกับน้ำทะเลระยิบระยับ และท่าเรือแต่ละแห่งยังเต็มไปด้วยเรือยอช์ตสุดหรูเรียงรายนับไม่ถ้วน
‘นี่มันเมืองของคนรวยชัด ๆ’ ชิออนคิดในใจอย่างทึ่ง
‘ไม่รู้ชาตินี้จะมีโอกาสได้ขึ้นเรือยอช์ตสักครั้งไหมนะ’
‘โชคดีจังที่ได้มาทำงานที่นี่ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีโอกาสมาเห็นเมืองสวยขนาดนี้แน่’
“ฮือ... อิจฉาตัวเองชะมัด” เขาพึมพำเบา ๆ
“ไปกันเถอะ!” เด็มเร่งเสียงเรียก ก่อนเดินนำออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่ปล่อยให้ชิออนได้ยืนนิ่งชื่นชมบรรยากาศนานนัก
เขาพาชิออนมายังสถานที่แห่งหนึ่งใจกลางเมือง แสงไฟจากป้ายขนาดใหญ่สะท้อนอยู่บนพื้นกระจกใสของอาคารหรูหรา กาสิโนระดับโลก
แสงไฟนีออนหลากสีตัดกับบรรยากาศยามค่ำคืน เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ และเสียงเครื่องพนันดังระงมทั่วทั้งโถง เด็มเดินตรงไปที่โต๊ะพนันทันที ส่วนชิออนเพียงยืนมองอยู่ไม่ไกล
เขาไม่รู้เลยว่าคำว่า “เที่ยว” ที่อีกฝ่ายพูดถึง หมายถึงการมาที่กาสิโนแบบนี้ นึกว่าจะมาเที่ยวคลับเสียอีก ชิออนถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะยักไหล่เหมือนไม่คิดมาก สุดท้ายเขาก็ไม่ได้เป็นไอดอลอีกแล้ว จะกลัวข่าวเสียหายไปทำไมกัน
รอยยิ้มบางผุดขึ้นบนใบหน้าอ่อนเยาว์แต่เปี่ยมเสน่ห์ เขาเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์แลกเงิน แล้วควักเงินที่พกติดตัวมาออกมาแลกเป็นชิปในทันที
“ถ้าไม่ใช้ชีวิตให้คุ้ม แล้วจะเกิดมาทำไมวะ” ชิออนคาบบุหรี่ขึ้นมาสูบ สายตามองโต๊ะพนันหลาย ๆ โต๊ะเพื่อประเมินว่าเขาจะไปเล่นอะไรดี
ไม่นานนัก ชิออนลองเสี่ยงเล่นบ้าง และโชคก็เข้าข้าง เขาได้เหรียญจำนวนมากจากตู้สล็อต ส่วนเด็มกลับเสียพนันไม่หยุดจากการเล่นเกมอย่างอื่น เขาเดินกลับมาหาชิออนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เป็นไงบ้างเด็ม” ชิออนถามเพื่อนที่สีหน้าบึ้งตึงด้วยความเป็นห่วง
“เสียนะ”
“เอานี่ไปสิ ตอบแทนที่นายพามา” ชิออนโยนถุงเหรียญชิปให้กับเด็มอีกฝ่ายรับมาด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินกลับไปเล่นต่อ
ขณะนั้นมีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาแตะไหล่เด็มเบา ๆ เด็มหันมามองคนสะกิด ประกฏว่าอีกฝ่ายเป็นคนคุ้นเคยของเขา
“เสียเหรอ” ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำถามเด็มเสียงเรียบ ชิออนมองเห็นทั้งคู่คุยกันอยู่ไกล ๆ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ กลับเล่นในตำแหน่งของตัวเองต่อ
“ยังเล่นอยู่เหรอ ถ้าอยากได้เงินเร็ว ๆ ก็ทำเหมือนเดิมสิ”
“หมายถึงอะไร” เด็มขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจในสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นพูด
“ก็พาเด็กไปส่งให้ลูกค้าไง เหมือนเมื่อก่อน นายก็ได้เงินก้อนโตแล้ว” ชายหนุ่มปริศนาพเยิดหน้าไปทางชิออน เด็มนิ่งเงียบไปชั่วครู่ ก่อนหันไปมองชิออนที่กำลังนับเหรียญด้วยรอยยิ้ม
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแม้ชิออนจะเป็นผู้ชาย แต่ก็มีเสน่ห์แรงดึงดูดในเพศเดียวกัน เด็มยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ไม่รอช้าเขารีบเดินกลับมาหาชิออนทันที
“เลิกเล่นแล้วเหรอ”
“อืม ได้เยอะพอแล้ว” ชิออนตอบด้วยรอยยิ้มและสีหน้าปกติ โดยไม่ทันสังเกตว่าแววตาของเด็มที่มองมาที่เขามันเปลี่ยนไป
“เหรียญเยอะขนาดนี้ เดี๋ยวฉันพาไปแลกให้เอง จะได้ไม่ต้องรอคิวนาน” เด็มเสนอ
“อืม ขอบใจนะเด็ม” ชิออนตอบกลับอย่างไม่รู้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้น
เด็มพาชิออนออกมาจากโซนกาสิโน ขึ้นมาที่ชั้นสองของอาคาร ก่อนเปิดประตูเข้าไปในห้องรับแขกหรูหราที่ตกแต่งอย่างมีระดับ กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ลอยคลุ้งในอากาศ
ชิออนชะงักเท้า มองรอบห้องด้วยความงุนงง เพิ่งเห็นเมื่อครู่ว่าเด็มยังนั่งเสียพนันอยู่แท้ ๆ แล้วทำไมตอนนี้ถึงมีเงินมาเปิดห้องราคาแพงได้กัน
‘คงจะไม่มีอะไรหรอกมั้ง...’ เขาคิดในใจ พยายามกลืนความไม่สบายใจลงคอ
“รออยู่นี่ก่อน เดี๋ยวฉันไปจัดการเรื่องแลกเหรียญให้” เด็มพูดด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนรับถาดชิปจากมือชิออนไป
ชิออนไม่ได้เอะใจอะไร เขาเพียงพยักหน้ารับ แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาในห้องรออย่างเงียบ ๆ
แต่เพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้น เสียงประตูอีกด้านก็ถูกเปิดออกพร้อมแรงกระแทก ชายฉกรรจ์สองคนในชุดสูทสีดำเดินเข้ามาด้วยสีหน้าแข็งกร้าว
“เด็กนี่สินะ ที่นายซื้อไว้” หนึ่งในนั้นพูดเสียงเข้ม
ชิออนสะดุ้งสุดตัว เขารีบลุกขึ้น พยายามจะถอยหนี แต่กลับถูกคว้าแขนไว้แน่นจนขยับไม่ได้
“ปล่อยนะ! ผมไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น” เสียงของเขาสั่นระรัวเต็มไปด้วยความกลัวและสับสน
หัวใจของชิออนเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้น และเด็มหายไปไหน
ทันใดนั้น เสียงปืนถูกชักออกจากปลอกพร้อมเสียงเท้าหนัก ๆ ดังขึ้นที่หน้าประตู บอดีการ์ดในชุดดำสองคนบุกเข้ามา ก่อนจะตามมาด้วยชายร่างสูงในชุดสูทเรียบหรู แววตาคมกริบจ้องไปที่กลุ่มชายฉกรรจ์
“กล้ามากนะ ที่มาขายตัวในที่ของฉัน”
แสงแดดยามบ่ายคล้อยลอดผ่านยอดไม้ลงมาเป็นลวดลายบนพื้นหญ้าหอคอยโบสถ์ดังแผ่วเป็นเนือง ๆ ลมอุ่นพัดกลีบดอกมูกุงฮวาปลิววนอยู่กลางอากาศ ชิออนเดินช้า ๆ ข้างกายเจย์ในสวนเล็ก ๆ ของโบสถ์ กลิ่นหอมอบอวลของดอกไม้ชวนให้บรรยากาศดูโรแมนติก“ทำไมถึงเลือกที่จะมาอยู่ที่นี่” เจย์ถามเสียงอ่อนโยนมือกุมมือชิออนอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไป พลางมองไปรอบ ๆ มีต้นไม้ใหญ่ไม่กี่ต้น ม้านั่งไม้สีซีดตั้งอยู่กลางสนามหญ้า และไกลออกไป เด็ก ๆ กำลังหัวเราะกันอยู่ตรงลานดิน“เพราะผมเกิดที่นี่ คุณเคยสืบประวัติผม คงรู้ว่าผมเป็นเด็กกำพร้า”เสียงของชิออนแผ่วเบา ราวกับลมที่พัดผ่านทุ่งดอกไม้ เขาก้มมองพื้นหญ้า ใบหน้าแฝงรอยยิ้มเศร้า ๆ ที่พยายามซ่อนความเจ็บลึกในใจพ่อแม่ของชิออนเสียไปตั้งแต่ยังเด็ก เขาจึงเติบโตมาในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า“อืม ฉันรู้ แต่ฉันแค่อยากได้ยินจากปากนาย” เจย์ตอบเบา ๆ ดวงตาอ่อนโยนจนแทบละลาย เขาไม่อยากฟังจากใครอื่นอีกแล้ว นอกจากเสียงสั่นไหวของคนตรงหน้า ที่ทำให้หัวใจของเขาเจ็บและอบอุ่นไปพร้อมกัน“ผมเองก็อยากได้ยินจากปากคุณ” ชิออนเงยหน้าขึ้นสบตา ความกล้าชั่วขณะผลักให้เขาพูดสิ่งที่ค้างคาในใจ ดวงตาคู
วันต่อมาอากาศยามบ่ายของฤดูใบไม้ร่วงสดใสกว่าทุกวัน เด็ก ๆ วิ่งเล่นอยู่กลางลานโบสถ์ เสียงหัวเราะของพวกเขาดังทั่วบริเวณชิออนนั่งอยู่บนม้านั่งไม้ใต้ต้นสนใหญ่สายลมเย็นพัดผ่านปลายผม เขาเผลอยิ้มจาง ๆ กับภาพเด็ก ๆ วิ่งไล่กันแต่ไม่นาน เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาเสียงที่ไม่เคยได้ยินในที่แห่งนี้มาก่อนเสียงเฮลิคอปเตอร์ ลมแรงพัดกรูมาจนใบไม้ร่วงกราว เด็ก ๆ หยุดวิ่งแล้วชี้ขึ้นฟ้า“พี่ชิออน ดูนั่นสิ มีเครื่องบินด้วย!”ชิออนหันไปมองด้วยความตกใจท้องฟ้าสีฟ้าสด มีเฮลิคอปเตอร์สีดำลำหนึ่งกำลังลดระดับลงตรงลานกว้างหน้าโบสถ์เสียงใบพัดดังสนั่น ชิออนเดินเร็วออกไปดู หัวใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยรู้สึกเช่นนี้ในรอบหลายเดือน และเมื่อเครื่องจอดลง ร่างสูงในชุดสูทเรียบหรูสีเข้มก็วิ่งออกมาชายคนนั้น คือเจย์ ในผมสีเทา เงินที่สะท้อนแดดบ่ายวูบวาบ“เจย์” ชิออนเรียกอีกฝ่ายด้วยสายตาของความดีใจ“ว้าว คุณลุงเป็นเจ้าชายจริง ๆ ด้วย” เด็กร้องด้วยความดีใจและตื่นเต้นที่เห็นเจ้าชายของพวกเขาลงมาจากเครื่องบินเจย์ไม่พูดอะไรเลย เขาวิ่งตรงเข้ามาหา ก่อนคว้าอีกฝ่ายเข้ากอดแน่นกลางลานแรงกอดนั้นแน่นจนชิออนแทบหายใจไม่ออก“ขอโทษ” เสียงของเจย์สั่
หลายวันมานี้ ชิออนมักเอาแต่ใช้เวลาอยู่ในโบสถ์มากกว่าทุกครั้ง เขาแทบจะไม่ออกไปไหน วันทั้งวันหมดไปกับการช่วยเด็ก ๆ และสวดภาวนาในห้องเล็ก แต่ในใจกลับไม่สงบเลยสักนิด ทุกครั้งที่หลับตา เขามักจะเห็นใบหน้าของเจย์ และได้ยินเสียงเรียกชื่อเขาในความเงียบและเมื่อคิดถึงมากเกินไป ความกลัวก็กลับมา กลัวว่าจะไม่ได้เจอกันอีกสุดท้าย เขาจึงตัดสินใจไปพบกับบาทหลวงอีกครั้ง ในยามเย็นหลังจากที่คุณพ่อว่างเขาก็มาพบคุณพ่อเป็นการส่วนตัวในโบสถ์“คุณพ่อครับ ทำยังไงผมถึงจะลืมความรู้สึกเจ็บปวดได้เหรอครับ” ชิออน ถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ ทว่าดวงตากลับสั่นระริกด้วยความกลัวแม้จะอยู่ที่โบสถ์มานานหลายเดือนแล้วก็ไม่อาจสลัดความรู้สึกทุกข์ใจได้ชิออนยังคงยึดติดอยู่กับความรู้สึกพวกนั้นบาทหลวงหันมามองช้า ๆ มองใบหน้าชิออนด้วยสีหน้าอ่อนโยนพร้อมรอยยิ้มบาง“ลูกแน่ใจหรือว่าต้องการอย่างนั้นจริง ๆ”“ครับ ผมอยากปลดปล่อยตัวเองจากความกลัว จากความรักที่ยังหลอกหลอน ผมอยากใช้ชีวิตโดยที่มีความสุขอีกครั้ง” คุณพ่อมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ“ลูกยังหนีความรู้สึกอยู่เลยชิออน” เสียงของท่านนิ่งและอ่อนโยน“ลูกอาจพึ่งพาพระเจ้าและศา
อีกฟากหนึ่ง บนถนนต่างจังหวัดที่ทอดยาวผ่านเนินเขาและทุ่งนารถบรรทุก สีดำคันเดิมแล่นอยู่ใต้ท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีของยามเย็นเจย์นั่งอยู่หลังพวงมาลัยมือใหญ่จับแน่น สายตาเหม่อมองถนนข้างหน้าเสื้อเชิ้ตสีเทาแขนยาวถูกม้วนขึ้นถึงศอกปลายนิ้วมีรอยบุหรี่เก่าที่ยังไม่จางเขาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายแบบนี้มาหลายเดือนแล้ว แม้ชีวิตที่นี่จะลำบาก แต่เขาก็บอกตัวเองเสมอว่ามันเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้นอันที่จริง เขาไม่จำเป็นต้องทนลำบากขนาดนี้เลยแต่ก็เพราะนี่เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เขาได้เห็นหน้าชิออน โดยไม่ต้องกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนีเขาไปอีกทุกครั้งที่รถจอด เขาจะเห็นชิออนอยู่กับเด็ก ๆ เสียงหัวเราะของอีกฝ่ายลอดออกมาถึงนอกรั้วโบสถ์เพียงเท่านั้น หัวใจของเจย์ก็เหมือนหายเจ็บไปชั่วขณะ“เห็นนายยังยิ้มอยู่ แค่นี้ฉันก็พอแล้ว”หลังจากที่ชิออนออกไปจากชีวิตเขา เจย์ก็ให้คนตามสืบมาตลอดว่าชิออน อยู่ที่ไหน และทำอะไรอยู่ และตอนที่ชิออนมาอยู่ที่นี่เขาก็ตั้งใจแล้วว่าจะมองอีกฝ่ายอยู่ห่าง ๆ ทั้งที่ในใจเขาไม่อาจปล่อยชิออนไปได้ แต่ก็ต้องจำใจต้องปล่อยไป เพราะไม่อยากให้ชิออนต้องเจ็บปวดเพราะเขาอีกแล้วทางด้านของชิออนหลังจากที่เสียงและเ
หลายวันมานี้ ชีวิตของชิออนดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เขาช่วยคุณพ่อจัดหนังสือในห้องสมุด สอนเด็ก ๆ ร้องเพลง และทำอาหารเช้าให้พวกเขาทุกวันแต่ทุกคืนก่อนนอน เขายังคงเปิดโทรศัพท์เครื่องเก่าที่หน้าจอร้าว พิมพ์ชื่อ เจย์ เจย์โฬม ลงในช่องค้นหาเหมือนเดิมไม่มีข่าว ไม่มีบทสัมภาษณ์ ไม่มีแม้แต่ภาพหลุดเหมือนชายคนนั้นหายไปจากโลกนี้ทั้งใบเขาไม่รู้ว่าควรโล่งใจหรือเสียใจดีเพราะอย่างน้อย ถ้าไม่มีข่าวร้าย ก็แปล ว่าเจย์ยังคงมีชีวิตอยู่ แต่การไม่รู้เลยว่าผู้ชายคนนั้นกำลังเป็นอย่างไรมันกลับทำให้เขาเจ็บกว่าที่คิดจนวันหนึ่ง เด็ก ๆ ในโบสถ์วิ่งเข้ามาหาเขาพร้อมหนังสือนิทานในมือ“พี่ชิออน อ่านให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ”ชิออนยิ้มบาง ๆ เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า แล้วเปิดหนังสือให้พวกเขา เด็ก ๆ นั่งล้อมรอบเสียงของชิออนฟังดูนุ่มอบอุ่นและอ่อนโยนในยามเล่านิทาน เสียงหัวเราะใส ๆ ของเด็ก ๆ ดังไปทั่วห้องไม้เล็ก ๆ ยามที่ชิออนได้อยู่กับเด็ก ๆ เขาก็มีความสุข แต่พออยู่คนเดียวเขาก็เอาแต่คิดถึงเจย์ จนบางครั้งถึงขั้นเหมอลอยก็มีเวลาผ่านไปหลายเดือน ทุกสิ้นเดือนมักจะมีรถขนของมาส่งที่โบสถ์เหมือนเดิม ทั้งกล่องของบริจาค เสื้อผ้าเด็ก ของเล่น แ
“เจย์อาจจะทำผิดวิธี แต่เขารักนายจริง ๆ เขาไม่เคยคิดจะทำร้ายนายเลย เขาแค่ไม่รู้จะทำยังไงให้นายอยู่ต่อได้โดยไม่เสียทุกอย่าง”“...”“ส่วนเรื่องที่นายหางานไม่ได้นั่นก็ไม่ใช่เพราะเขาเหมือนกัน” มินฮยอกถอนหายใจ“นายแก่เกินไปสำหรับวงการนี้แล้ว ชิออน เด็กรุ่นใหม่โตขึ้นทุกวัน โลกมันเปลี่ยนไปไว นายเข้าใจใช่ไหม”คำพูดของมินฮยอกทำให้ชิออนรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบจนแทบหายใจไม่ออก ที่ผ่านมาเขาเอาแต่โทษเจย์โดยไม่เคยคิดเลยว่าแท้จริงแล้ววงการนี้เป็นอย่างไร และเหตุผลที่อดีตสมาชิกคนอื่น ๆ ยังมีที่ยืนอยู่ อาจเพราะพวกเขายังเด็กกว่าใช่ ชิออนเป็นลีดเดอร์ เป็นพี่ใหญ่ของวง เขารู้ดีว่าหน้าที่นั้นหมายถึงอะไร“มันจะมีสักกี่คนกันล่ะชิออน ที่จะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้คนที่ตัวเองรักยังมีทางรอดไปได้ แม้นายจะหมดโอกาสในวงการเพลง แต่นายก็ยังมีโอกาสอื่นอยู่นะชิออน”คำพูดนั้นเหมือนกระจกที่สะท้อนทุกอย่างกลับเข้าหาใจของชิออนน้ำตาเริ่มไหลช้า ๆ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว“ผม” เสียงชิออนขาดห้วง จุกไปทั่วลำคอ“ผมเข้าใจผิดเขาไปหมดเลย” ชิออนทำท่าจะลุกขึ้น แต่มินฮยอกก็รั้งเขาเอาไว้“ชิออน”“ครับ?”“นายรู้ไหม สองอักษรแรกของชื่อบริษัทเป็นช







