مشاركة

บทที่ 14 ปักใจไม่เผาผี

last update تاريخ النشر: 2025-11-14 21:00:42

บทที่ 14 ปักใจไม่เผาผี

       ไม่ทันที่ไป๋ลี่เฟยจะได้บอกปัดหรือตัดสินใจเลือกสถานที่กับองค์ชายหก ความกระอักกระอ่วนก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงเรียกของผู้ที่มาใหม่

“น้องลี่เฟย” หลินเจียหยุนร้องทักลี่เฟยขึ้นมาเมื่อเห็นสหายรุ่นน้องอยู่ในระยะสายตา

“พี่หญิงเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” ลี่เฟยเลือกเดินเข้าไปหาเจียหยุน ผละออกห่างจากจ้าวโจวเฉิงในทันทีที่มีผู้มาใหม่

“พี่สบายดีทุกอย่าง วันนั้นได้พบที่ร้านเครื่องประดับ ได้คุยกันเพียงเล็กน้อย วันนี้จึงตั้งใจมาหาเจ้าด้วยส่วนหนึ่ง” เจียหยุนที่เอ็นดูไป๋ลี่เฟยส่วนหนึ่งกล่าวอย่างใจดี

“เสียดายนักที่คุณหนูฉือและเจียจูมิได้มาด้วย” ลี่เฟยพยักหน้ายิ้ม นึกถึงฉือจี้ผ่าและหลินเจียจูสหายอีกผู้หนึ่งของนาง

“น้องสาวของเจียหยุนก็มาด้วยกัน นั่งเล่นอยู่ในศาลาด้านหน้า แต่คุณหนูฉือเห็นทีข้าจะไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น” คุณชายโอส่ายหัวเบาๆ

“ข้าส่งเทียบเชิญไปแล้ว แต่เห็นว่าสกุลฉือไปไหว้พระที่อารามประจำสกุลกันทั้งครอบครัว” องค์ชายหกที่เดินตามมาสบทบกล่าวขึ้น

“อ๋า เป็นเช่นนี้” ลี่เฟยรับคำ เมื่อทักทายกันพอประมาณก็ตัดสินใจกลับไปนั่งที่ศาลา ติดแต่ไป๋ลี่เฟยที่เสียดายว่ายังไม่ได้สำรวจสวนงดงามนี้สักเท่าใดเลย

       จ้าวโจวเฉิงเห็นสีหน้าเช่นนี้ของไป๋ลี่เฟยจึงลอบยิ้มแล้วกระซิบกับแม่นางข้างกายว่าวังแห่งนี้ยังเปิดให้นางมาเที่ยวเล่นได้ตามใจ ไม่ดูครานี้คราหน้าย่อมดูใหม่ได้ เรียกรอยยิ้มสุขใสของลี่เฟยให้กลับมาประดับบนใบหน้าได้ทันใด

.

.

.

       ในศาลากลางสวนเจือไปด้วยเสียงหัวเราะ เพราะโอจินโม่เล่าเรื่องราวที่เพื่อนคนหนึ่งในสำนักของตน ผู้ดึงพลังปราณผิดพลาด ทำให้พลังลมที่ใช้วิชายืมธาตุจากจินโม่ไปออกจากช่องทางที่ไม่ควรจะออกมา แทนการเกิดลูกปราณในอุ้งมือ

“เช่นนี้ไม่ไหว ฮ่าๆๆๆ” ไป๋ช่างชางหัวเราะอย่างสุดกำลัง เพราะในยามนั้น ตนถูกอาจารย์เรียกใช้งานจึงไม่ได้เห็นเรื่องตลกเช่นนี้ด้วยตัวเอง

“หากไม่มีธาตุลมในกาย ข้าก็จะไม่ยืมของผู้ใดแล้ว กลัวเหลือเกิน” หลินเจียจูส่ายหน้าดูระแวงอย่างปิดไม่มิด ตัวนางยังมิได้เข้าเรียนเพราะอ่อนกว่าเกณฑ์เข้าเรียนไปถึงครึ่งปี จำต้องรอเข้าเรียนในปีต่อไปเท่านั้น

“นับว่าเป็นอันตรายของวิชายืมธาตุได้หรือไม่ คิกคิก” ไป๋ลี่เฟยที่มีพลังธาตุลม เมื่อให้คนอื่นหยิบยืมธาตุก็มีความผิดพลาดเกิดขึ้นบ้าง แต่กลายเป็นการผายลมเช่นนี้แปลกใหม่อย่างแท้จริง

“ธาตุลมของข้าร้ายกาจจริงๆ” โอจินโม่เจ้าของพลังธาตุกล่าวยกยอตัวเองอย่างขบขัน

“ยังดีที่เป็นศิษย์ฝ่ายชาย หากเกิดเรื่องเช่นนี้ ข้าคงต้องลาออกแน่แล้ว” เจียหยุนส่ายศีรษะนำมือปิดหน้า หากเป็นตัวนางเรื่องน่าอายปานนี้ คงต้องหนีไปบวชชีเท่านั้น

“…ขะ” องค์ชายหกที่กำลังจะร่วมวงสนทนาถูกตัดบทไปเสียก่อน

“อันใดกัน เหตุใดไม่รอข้า สนุกกันเข่นนี้ สกุลเสิ่นยังสำคัญหรือไม่” เสิ่นหรงฮวาที่เปลี่ยนชุดเชื่องช้า พึ่งจะเดินออกมาสมทบบริเวณศาลาร้องทักขึ้น แค่นางได้ยินเสียงพูดคุยคล้ายว่าสนุกนักหนาก็โมโหเกินทนแล้ว แต่เมื่อเห็นตำแหน่งการนั่งยิ่งทำให้หรงฮวามีโทสะ

       รอบโต๊ะกลมบนศาลามีลำดับการนั่งคือเก้าอี้ที่เว้นว่างให้ตัวเสิ่นหรงฮวา ถัดไปเป็นเจียจู จากนั้นเป็นเจียหยุน ตามด้วยโอจินโม่ผู้เป็นคู่หมั้น จากนั้นคือองค์ชายหก ไป๋ลี่เฟย ตามด้วยไป๋ช่างชาง เสิ่นหรงฮวาโกรธนักที่เว้นที่ว่างริมนอกไว้ให้ตัวนางนั่ง เพราะในใจของเด็กสาวต้องการนั่งท่ามกลางวงสนทนาเป็นจุดศูนย์กลาง และอยู่ติดชิดองค์ชายหก

“เรื่องนี้เกี่ยวอันใดถึงสกุลเสิ่น อย่าโยกโยงให้ไกลเกินไปนัก” จ้าวโจวเฉิงไม่สบอารมณ์ ในระหว่างที่ทุกคนกำลังพูดคุยอย่างสนุกสนาน เหตุใดหรงฮวาต้องทำลายบรรยากาศให้เสียหายเช่นนี้กัน

“พวกเราพูดคุยกันก็เพื่อรอคุณหนูเสิ่นนะเจ้าคะ ขนมและของว่างยังไม่มีผู้ใดแตะต้อง รอครบคนจึงจะเริ่มลิ้มลอง” ไป๋ลี่เฟยที่เป็นตัวตั้งตัวตีให้ทุกคนรอคอยหรงฮวากล่าวออกมา

กล่าววาจาอันใดกัน เป็นชนชั้นสูงเพียงผู้เดียวในเมืองหลวงหรืออย่างไรกัน!

“ใช่แล้ว กลิ่นเรียกความหิวได้ดีนัก หากให้นั่งเงียบรอเจ้าจะอดใจไหวได้อย่างไร” หลินเจียจูสหายของลี่เฟยกล่าวเสริม

       ขนมและของว่างวันนี้มาจากในวังหลวง แม้จะเป็นชนชั้นสูงแต่โอกาสที่จะได้ชิมตามใจชอบก็ไม่ใช่จะมีได้ทุกเมื่อ เหล่าคุณหนูคุณชายจึงหาเรื่องคุย รอให้เสิ่นหรงฮวามาถึง แล้วค่อยเริ่มลิ้มลองพร้อมเพรียงกัน

“เจ้าจะดูถูกว่าข้าไม่มีปัญญากินขนมจากในวังหรือ!” คำพูดเหล่านี้ คล้ายไปกระตุ้นความกรุ่นโกรธให้คุณหนูเสิ่นเสียมากกว่าจะทำให้นางซาบซึ้งที่ทุกคนรอคอย

“ตีความไปเช่นนั้นได้อย่างไร ทุกคนในที่นี้ ล้วนแล้วแต่เคยทดลองชิม หากแต่ไม่ใช่ของที่กินได้ทุกวันเสียเมื่อไหร่ ควบคุมสติบ้าง” หลินเจียหยุนที่ทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของสตรีรุ่นน้องตัดสินใจกล่าวสั่งสอนออกมา

“เจ้าเป็นใครมาสอนข้า!!!” หรงฮวากระทืบเท้าแรงๆ ติดกันหลายครา

“เหมือนน้องหญิงสามไม่มีผิด” ไป๋ช่างชางส่ายหัวเบาๆ ยามที่ต้องร่วมโต๊ะกันครบทุกคน ก็มักจะได้เห็นฤทธิ์เดชเช่นนี้ของน้องสาวต่างมารดาเสมอ เหมือนเป็นภาพซ้อนทับกับคุณหนูเสิ่นยามนี้ไม่ผิดเพี้ยน

       คำพูดของพี่ชาย ทำให้ไป๋ลี่เฟยคิดอ่านบางประการออก “ข้าไม่เคยเห็นคุณหนูบุตรฮูหยินเอกสกุลชั้นสูงผู้ใดต้องคอยตอกย้ำว่าตนสูงศักดิ์ และกดคนอื่นให้ต่ำลงเช่นเจ้าเลย เจ้ากำลังบอกใครกัน บอกพวกข้า หรือบอกตนเอง เจ้าไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของมารดาเจ้าหรือ เหตุใดต้องคอยประกาศไปทั่วเช่นนี้” ท่าทีเช่นนี้ มักมีให้เห็นจากคุณหนูสกุลชั้นกลางค่อนมาทางสูง และบุตรอนุของสกุลชั้นสูงที่ต้องการรู้สึกสูงศักดิ์ทัดเทียมผู้อื่นเท่านั้น หากนางเป็นลูกแท้ๆ จริง ก็คงถูกเลี้ยงมาผิดมหันต์ แต่หากไม่ใช่บุตรในครรภ์แต่ต้น ก็คงต้องการย้ำให้ตนเองมั่นใจในสถานะคุณหนูเหมือนอย่างน้องสามของนาง

“เจ้า นังคุณหนูใหญ่สกุลไป๋ ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้! ข้าเป็นลูกท่านแม่ นังบ้า ข้าเป็นบุตรของนาง พูดบ้าอะไร” คุณหนูเสิ่น จู่ๆ ก็ร้องโวยวายจับต้นชนปลายไม่เป็นภาษาขึ้นมา แล้วพุ่งตรงเปิดกาน้ำชาสาดใส่ไป๋ลี่เฟย โชคยังดีที่น้ำชาไม่ร้อนระอุแล้ว และองค์ชายหกเอี้ยวตัวมาบดบังไว้ ส่วนไปช่างชางปัดกาน้ำให้หลุดออกจากมือของหรงฮวา ทำให้ไป๋ลี่เฟยไม่บอบช้ำอันใดมาก

“โกเว่ย! นำรถม้าไปส่งคุณหนูหรงฮวาที่จวนสกุลเสิ่น” องค์ชายหกตั้งสติได้ก่อนผู้ใด เขาเปล่งวาจาลั่นศาลาให้องครักษ์ของตนจัดการสั่งบ่าว เขาต้องการให้นำคุณหนูผู้นี้ออกไปจากวังลมพฤกษาของตนในทันใด

       เสิ่นหรงฮวาที่เห็นว่าใบหน้าขององค์ขายหกเขียวคล้ำ และแผ่นหลังเปียกแฉะไปด้วยน้ำชาในกาที่ตนเองสาดออกไป ก็ไม่กล้าวุ่นวายอันใด ก้มหัวปล่อยให้น้ำตาริไหลเดินตามบ่าวของตนออกไป แต่ก็ไม่ลืมที่จะหันใบหน้ามาคาดโทษไป๋ลี่เฟย แน่แล้วว่าหรงฮวาคงจะปักใจอาฆาตไม่เผาผีกับไป๋ลี่เฟยเสียแล้ว

       ลี่เฟยยกยิ่มมุมปากให้เห็นเพียงแค่ตัวนางและคุณหนู

เสิ่นหรงฮวา จากนั้นก็พลิกสีหน้ากลับมาเป็นสตรีหน้าสงสารดุจดอกบัวขาว ยั่วโมโหหรงฮวาให้ต้องกลืนน้ำตาของตนลงไปอึกใหญ่ 

       ความจริงหากจะให้ลี่เฟยหลบเลี่ยงเองก็สามารถหลบออกไปได้ แต่นางต้องการใช้ข้อผิดพลาดนี้เป็นตราอนุญาตในการหาเรื่องเสิ่นหรงฮวาไปตลอดกาล จึงนั่งนิ่งเตรียมรับน้ำชาอุ่นๆ ไม่นึกเลยว่าทั้งองค์ชายหก และพี่ชายของตนจะใส่ใจถึงเพียงนี้

.

.

.

“แต่ข้าขอยืนยัน นางเป็นลูกแท้ๆ ของฮูหยินเอก ไม่ผิดแน่ แต่เหตุที่เป็นเช่นนี้ ข้าเองก็จนใจ” องค์ชายหกถอนหายใจ ตัวเขาก็เข้าใจดี หากเสด็จแม่เต๋อเฟยต้องการให้เขาแต่งกับหลานสาวของตน เขาเองคงไม่นึกรังเกียจอันใด แต่เพราะพฤติกรรมเช่นนี้ จึงทำใหเขาต้องปฏิเสธสุดหัวใจ

       กลายเป็นว่าวันนั้นมีผู้ที่ต้องเปลี่ยนอาภรณ์ในจวนองค์ชายหกถึงสี่คนด้วยกัน เทียบกับงานเลี้ยงใหญ่ๆ แล้ว นี่นับว่าเป็นจำนวนที่มากพอดูเลย แต่ข้อดีของเหตุการณ์นี้ก็มีอยู่ เพราะหลังส่งตัวน่ารำคาญในใจของทุกคนกลับออกไปแล้ว การเที่ยวเล่นชิมของว่างก็สนุกขึ้นทันตา 

       ทั้งยังมีช่วงที่คนทั้งหมดเปิดโอกาสให้โอจินโม่และหลินเจียหยุนได้อยู่ตามลำพังบ้างอีกด้วย จนลี่เฟยอดแซวเจียหยุนไม่ได้ แต่กลับถูกคุณหนูหลินหยอกล้อกลับว่าองค์ชายหก และไป๋ลี่เฟยเองก็ดูมีบางอย่างไม่ธรรมดาเช่นกัน

บ้าจริง! พี่เจียหยุนจะเอาไปเล่าให้เจียจูฟังแล้วหรือไม่

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ไม่เป็นมันแล้วนางรองผู้แสนดี   บทพิเศษ 4 บรรจบเป็นวงกลม

    บทพิเศษ 4 บรรจบเป็นวงกลมในที่สุดสหายรักของไป๋ลี่เฟยก็เดินทางถึงเมืองหลวงในแคว้นจ้าวอันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนเสียที หลังเดินทางเข้ามาถึงตงหม่าจางต้องทำเรื่องขอกลับเข้าเป็นองครักษ์ ส่วนฉือจี้ผ่าก็จำเป็นต้องกลับไปอยู่บ้านเดิมให้บิดามานดาของนางเห็นหน้ามากหน่อย กว่าจะได้มาพบปะสหายทั้งหลาย เวลาก็ผ่านไปเกือบรอบจันทร์แล้ว“ข้ามาแล้ว” จี้ผ่าเอ่ยทักเมื่อเข้ามาในร้านประมูลของแม่นางอูที่เปิดขึ้นใหม่เมื่อสองปีก่อน“จี้ผ่า คิดถึงเจ้านัก” ลี่เฟยเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เสียดายที่มิได้ร่ำลากัน”“โชคยังดีที่มีโอกาสได้กลับมา” จี้ผ่ายิ้มเล็กน้อย“และโชคดีที่พวกเจ้าออกมาหาข้าได้ มิเช่นน

  • ไม่เป็นมันแล้วนางรองผู้แสนดี   บทพิเศษ 3 งานปักผ้าของจี้ผ่า

    บทพิเศษ 3 งานปักผ้าของจี้ผ่าชีวิตของฉือจี้ผ่าและตงหม่าจางหลังออกจากเมืองหลวงมิได้ลำบากนัก ด้วยทรัพสินเงินทองที่ฮ่องเต้พระราชทานให้ติดตัวมิได้น้อยเลย หากจะมีลำบากก็เพราะตงหม่าจางต้องติดสินบนปลอมแปลงเอกสารยืนยันตัวตน เพื่อผ่านทางไปยังแคว้นอื่นที่สงบจากภัยสงครามในขณะนี้แต่เมื่อผ่านมาได้แล้วทั้งสองก็เลือกปักหลักอยู่ที่เมืองทางทิศใต้ของทะเลสาบต้งถิง เป็นเมืองที่มีผู้คนผ่านไปมามาก จึงทำให้ผู้มาใหม่ทั้งสองสามารถกลืนไปกับผู้คนในเมืองได้ไม่ยากเย็นนัก จวนที่ซื้อต่อจากสกุลวานิชเล็กๆ สกุลหนึ่ง กลายเป็นบ้านใหม่ของคู่สามีภรรยาเยาว์วัยคู่นี้ทุกๆ วันตงหม่าจางจะเข้าป่าเพื่อสร้างสถานที่เก็บตำราของฮ่องเต้ พร้อมกับคิดค้นกับดักและร่ายอักขระไว้ปกป้องตำราภายในด้วย ส่วนจ

  • ไม่เป็นมันแล้วนางรองผู้แสนดี   บทพิเศษ 2 ความร้อนในกายช่วยให้อบอุ่น

    บทพิเศษ 2 ความร้อนในกายช่วยให้อบอุ่นโจวเฉิงจับข้อมือของไป๋ลี่เฟยอ้าออกก่อนจะก้มลง เพื่อใช้ลิ้นร้อนฉ่าทักทายยอดบัวชมพูอย่างตั้งใจ อีกมือหนึ่งผละจากท่อนแขนมากอบกุบความนุ่มนวลตรงหน้านี้ สลับข้างไปมาอย่างคนถูกมอมเมามิอาจละตัวให้ห่างไปได้เลย“อ๊ะ..พะ พี่” ลี่เฟยที่ถูกจู่โจมเช่นนี้รู้สึกวูบวาบจนเริ่มหายใจติดขัด จะกล่าววาจาใดก็ไม่ถนัดดังเช่นยามปกติเห็นเช่นนั้นท่อนแขนแข็งแรงช้อนตัวไป๋ลี่เฟยให้ขึ้นไปนั่งยังบริเวณขอบบ่อ หยดน้ำพราวเกาะบนผิวยิ่งทำให้ร่างกายนี้เย้ายวนเหนือบรรยาย ใบหน้าของชายหนุ่มไล่สายตาจนมาหยุดอยู่ที่กึ่งกลางร่างกายของไป๋ลี่เฟย“เฟยเฟยอ้าขาออก”

  • ไม่เป็นมันแล้วนางรองผู้แสนดี   บทพิเศษ 1 พักตากอากาศ

    บทพิเศษ 1 พักตากอากาศเมืองซุ่ยปาคือจุดมุ่งหมายที่สองบิดามารดามือใหม่ตั้งใจจะไปพักผ่อนให้สบายจิตใจ เมืองแห่งนี้เป็นเมืองสงบมีผู้คนอยู่อาศัยไม่มากนัก ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นขุนนางที่ปลดระวางตนเองจากตำแหน่งหน้าที่แล้วมาอยู่อาศัย ไม่ห่างไกลจากเมืองหลวงเกินไป เพื่อให้สะดวกหากมีขุนนางคนใดอยากเข้ามาปรึกษาหารือประเด็นต่างๆเมืองซุ่ยปามีทิวเขางดงาม ป่าไม่อุดมสมบูรณ์มีแหล่งพลังปราณธรรมชาติหนาแน่น สตรีมีครรภ์และผู้มีอายุจึงนิยมมาอาศัยในเมืองแห่งนี้เพื่อบำรุงร่างกาย ข้อเสียเพียงอย่างเดียวมีเพียงอากาศที่เย็นกว่าพื้นที่ส่วนอื่นของแคว้นอย่างน่าประหลาดจ้าวโจวเฉิงจับจูงไป๋ลี่เฟยให้เดินชมสวนของจวนไม่เล็กไม่ใหญ่หลังนี้ “ชอบหรือไม่”

  • ไม่เป็นมันแล้วนางรองผู้แสนดี   บทที่ 67 คลี่คลายง่ายนัก

    บทที่ 67 คลี่คลายง่ายนัก“ท่านหมอ พอรู้หรือไม่ว่าต้องทำอย่างไร” ไป๋ลี่เฟยเอ่ยถามออกไป แต่ไม่ทันที่จะได้เว้นช่วงให้หมอเทวดาตอบ นางก็มิอาจกลั้นอาเจียนไว้ได้อีกต่อไป“พระชายาไป๋ นั่งลงก่อน” หมอเทวดาดวงตาเป็นประกาย เมื่อเห็นความท้าทายในการรักษาถึงสองอาการ คนหนึ่งหลับไปเฉยๆ โดยที่มิได้รับความบาดเจ็บใด ส่วนอีกผู้หนึ่งอาเจียนเป็นเลือด แต่ยังเดินเหินและดูแข็งแรงปกติไป๋ลี่เฟยนั่งลงให้ท่านหมอตรวจอาการ และไม่ลืมนำน้ำหกธาตุพิชิตออกมาให้หมอเทวดาผู้นี้ดู ก่อนจะเล่าว่าอาการของตนและองค์ชายหกเกิดได้อย่างไร แต่มิได้บอกความมหัศจรรย์ของพิษจิตแตก บอกแต่เพียงว่าเป็นพิษ“วิเศษนัก” ท่านหมอกล่าวระหว่างยกขวดโอสถขึ้นมาส่องดู ก่อนจะวางลงข้างกาย “อาการขององค์ชายหก

  • ไม่เป็นมันแล้วนางรองผู้แสนดี   บทที่ 66 ความสุขกลับคืนทีละน้อย

    บทที่ 66 ความสุขกลับคืนทีละน้อยเช้าวันรุ่งขึ้นข่าวแพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองหลวงว่าองค์รัชทายาทต้องการพาพระชายาไปพักผ่อนให้เป็นส่วนตัว จึงมิได้ให้องครักษ์คนใดติดตามไป เกิดเป็นเรื่องราวน่าใจหายองค์ชายถูกสัตว์รุมกัด มีร่องรอยการต่อสู้ดุเดือด ส่วนไท่จื่อเฟยก็หนีอยากหวาดกลัว กล่าวกับผู้คนว่าองค์ชายปกป้องตนเองจนตัวตายท่าทางของพระชายาคนงามดูอ่อนแอบอบบางจนมีแต่ผู้คนสงสาร เล็บมือเล็บเท้าของสตรีสูงศักดิ์ฉีกขาดเพราะการหนีตาย ยิ่งทำให้หมดข้อสงสัยว่าไป๋ซินหยานมีส่วนรู้เห็นกับการตายขององค์ชายสาม ช่วงเวลาต่อมาวังเมฆาแสงจันทร์ถูกปิดตาย ด้วยคำสั่งพระชายามีเพียงหมอหลวง และคนจากสกุลเดิมเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตเข้าออกวังแห่งนี้ได้ ส่วนตัวไป๋ซินหยานเองก็ออกมาด้ายนอกเพียงเพื่อร่วมพิธีศพเท่านั้น“ซินหยาน เป็

  • ไม่เป็นมันแล้วนางรองผู้แสนดี   บทที่ 54 สารภาพ ขอใช้คน

    บทที่ 54 สารภาพ ขอใช้คน“เจ้าหมายความอย่างไร ใช้สองชีวิต” องค์ชายหกถามย้ำอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าไป๋ลี่เฟย ไม่ยอมออกปากมาเสียทีว่าคำพูดเหลือเชื่อของนางหมายถึงสิ่งใด

  • ไม่เป็นมันแล้วนางรองผู้แสนดี   บทที่ 53 เรือนหอสองวัง

    บทที่ 53 เรือนหอสองวังวังเมฆาแสงจันทร์ไป๋ซินหยานนั่งอยู่ในห้องหอกว้างขวาง จนนางไม่อาจเชื่อสายตาตนเอง เมื่อร

  • ไม่เป็นมันแล้วนางรองผู้แสนดี   บทที่ 52 สองงานสำคัญของพี่น้องหญิงสกุลไป๋

    บทที่ 52 สองงานสำคัญของพี่น้องหญิงสกุลไป๋เรื่องไม่คาดฝันในสายตาชนชั้นสูงแห่งแคว้นจ้าวเกิดขึ้นในพิธีปักปิ่นของสองพี่น้องสกุลไป๋ ผู้ร่วมงานคิดว่าราชโองการจะมีเพียงของคุณหนูใ

  • ไม่เป็นมันแล้วนางรองผู้แสนดี   บทที่ 51 ห้องรับรองกลิ่นคาว

    บทที่ 51 ห้องรับรองกลิ่นคาว“หึ รออีกหน่อยเจ้าก็รู้เอง” ลี่จีฮวาแสยะยิ้มน่าเกลียดออกมาทีหนึ่ง แล้วจึงเปลี่ยนท่าทางมานั่งพัดโบกอย่างสบายอกสบายใจ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status