Home / รักโบราณ / ไม่ได้ตั้งใจนะ องค์หญิง! / 13 การเยี่ยมเยือนของสหาย

Share

13 การเยี่ยมเยือนของสหาย

last update publish date: 2026-05-22 20:00:52

 

          ใต้ต้นบ๊วยที่ไร้ดอกระหว่างตำหนัก ฮู่เมิ่ง และ หลางเซียว จงเจี๋ยยืนรอคอยการกลับมาของร่างบางอย่างเงียบงันหลังไปเปลี่ยนชุดให้แห้งดีแล้ว ซึ่งทันทีได้ยินเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ขององค์หญิงที่เฝ้ารอ จงเจี๋ยก็เผลอเลื่อนมือมากุมไว้ที่หัวใจ ราวกับพยายามห้ามมันให้ไม่เต้นแรงขึ้น 

          ตัก.. ตัก.. ตัก.. ตัก.. ตัก..

          แต่เหมือนมันไม่ยอมฟังเท่าไหร่ แถมใบหน้าและใบหูของเขายังร้อนขึ้นจนเหมือนจับไข้

          ขณะนั้น ก็สังเกตเห็นองค์หญิงกำลังเสด็จกลับมาตำหนักจากด้านหลัง ยามนี้นางอยู่ในฉลองพระองค์สีชมพูอ่อนไม่ต่างจากดอกเม่ยฮวาในสวน ซึ่งพระเกศานั้นยังคงเปียกลู่ประพระอังศา งดงามจับสายตาแม้มิได้เกล้าผมอย่างหรูหราเช่นปกติ

          คิดแล้ว...​คำพูดของพี่ชายเขาช่างไม่เกินจริง

          องค์หญิงนั้นทรงพระรูปโฉมงดงาม จนหัวใจของเขาต้องเต้นแรงเกินพอดี

          ‘ข้ากำลัง... คิดอะไรอยู่กันนะ’ จงเจี๋ยได้แต่ถามตัวเอง

          ชายหนุ่มเดินตามเสด็จองค์หญิงเข้าไปภายในสวนเม่ยฮวา และเดินต่อไปยังห้องเสวย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เข้าไปในตัวเรือนของตำหนักฮู่เมิ่ง

          แต่มันกลับไม่มีนางกำนัลและขันทีอยู่เลยสักคนเดียว

          ขณะตามหลังหญิงสาวเข้ามาถึงห้องเสวยที่เปิดโล่งเห็นสวน เซียนเซียนเพิ่งสังเกตเห็นร่างสูง นางหันพระพักตร์มาและผงะไปเล็กน้อย

          “ข้าไม่เห็นผู้ใดเฝ้าอยู่ แค่อยากจะมาเจอเจ้าชั่วครู่” จงเจี๋ยเอ่ยเบา ๆ แต่ก็ได้ยินในห้องกว้างที่สงัด พลันเสียงลมจากภายนอกก็พัดใบไม้ไหวให้ใจหวิว

          “ไม่รู้ว่าพวกบ่าวพร้อมใจไปที่ใดกันหมด เชิญเจ้าทานอาหารกับข้าสิ ข้าสั่งนางกำนัลทำข้าวเหนียวเผือกนึ่งไว้ด้วย” พระพักตร์สวยนั้นแดงเล็กน้อย

          นางเหลือบมองรอบห้องอย่างมองหานางกำนัล แต่กลับไม่พบ ก่อนจะตัดสินใจเลื่อนพระเก้าอี้ด้วยตนเอง จงเจี๋ยที่สังเกตเห็นก็เข้าไปคว้าช่วยในทันที

          “กระหม่อมช่วยพ่ะย่ะค่ะ” เสียงทุ่มกล่าวออกไปแผ่วเบา โดยเลื่อนพระเก้าอี้ให้ตามสัญชาติญาณ

          ‘ข้า...กำลังทำอะไรอยู่กันแน่’ เขาถามตัวเองเป็นครั้งที่สอง

          “ให้กระหม่อมตัก...”

          “ไม่ต้อง ข้าเป็นสตรี เจ้าไปนั่งฝั่งกระโน้นนิ่ง ๆ” องค์หญิงเอ่ยอย่างขัดพระทัย พร้อมปรายพระหัตถ์ชี้ไปเก้าอี้อีกด้าน แต่จงเจี๋ยกลับเลื่อนมือมาจับมือบางไว้อย่างขัดรับสั่ง

          มือนุ่มของจงเจี๋ยแนบสนิทไปกับมือบางที่ยังคงเย็นเฉียบ ร่างสูงก้มหน้ามองใบหน้านวลด้วยแววตาอันสงบ ราวกับเวลาภายนอกได้เงียบลงไป องค์หญิงเสวี่ยเซียนเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สบนัยน์ตาคมอย่างมีความหมาย ก่อนที่จะหลับเปลือกลงด้วยใจที่ร้อนรุ่ม

          จงเจี๋ยก้มใบหน้าของเขาเข้าใกล้ และร่างสูงก็ตัดสินใจกดจูบเบา ๆ ลงที่ริมพระโอษฐ์ ช่วงชิงความหอมหวานมาเป็นของตน

-

-

-

-

-

-

          “เฮือก!!!” จงเจี๋ยลุกขึ้นพรวดจากเตียง เหงื่อเม็ดใสผุดเหนือขมับ หัวใจเต้นรัวและแรงจนแทบหายใจลำบาก

          ‘ฝะ...ฝันงั้นรึ’

          น่าแปลกที่มันสมจริงราวเสียจนสับสนไปหมด

          “ว๊ากกกกกกกกกกกกกก!” และเขาก็กรีดร้องออกมาก้องตำหนัก จนนกพิราบเหนือหลังคาบินแตกกระจายไปคนละทิศทาง

-

-

-

-

-

-

          ขันทีเกาที่เฝ้าหน้าตำหนัก หลางเซียว ค่อย ๆ ก้าวเข้ามาในห้องอย่างระวังฝีเท้า

          สายตาเรียวเล็กนั้นแอบลอบมองท่านว่าที่ราชบุตรเขยอย่างสังเกตอาการผิดปรกติ เมื่อยังคงสะดุ้งไม่หาย จากเสียงที่โหยหวนทะลุไปยังภายนอกเมื่อครึ่งชั่วยามก่อน

          แต่เมื่อสังเกตใบหน้าหล่อ ๆ ของราชบุตรเขยแล้ว พบว่าผู้เป็นนายนั้นหน้าแดงอยู่ราวกับจับไข้

          “มีอะไรก็ว่ามา”

          จงเจี๋ยกระแอมเบา ๆ เขาอยู่ในท่าทีพิงพนัก และยกขาพาดขึ้นโต๊ะอาหารอย่างไร้ความเกรงใจต่อขนบธรรมเนียมของวังหลวง และก้านเชอร์รี่ที่คาบอยู่ในปากได้รูปก็ถูกเคี้ยวเล่นราวกับขนม แม้ขันทีจะรู้สึกแปลกตาในความดิบไปบ้าง แต่ก็ตอบออกไปตามหน้าที่

          “จดหมายจากจวนแม่ทัพหลงขอรับ!!” มือเล็กยื่นซองมาข้างหน้าสุดมือ มันเป็นซองสีน้ำตาลขอบคมชัดที่มีตราประทับอย่างถูกต้อง แต่มีร่องรอยถูกแกะอ่านแล้วตามระเบียบของราชสำนัก

          “หืม?​ ท่านแม่งั้นรึ”

          ร่างสูงเด้งตัวขึ้นนั่งดี ๆ ก่อนจะรับมาอย่างคาดหวัง

-

-

-

-

-

-

          (เนื้อความในจดหมาย)

          ถึง.. จงเจี๋ย ลูกเป็นอย่างไรบ้าง เจ้ารีบออกเดินทางไปวังหลวง เราจึงไม่ได้ล่ำลากันมากนัก แม่ได้แต่หวังว่าเจ้าจะสบายดี ..ไม่ถูกโบยที่วังหลวง และไม่หาเรื่องปวดหัวให้ข้ากับท่านพ่อหรือทำสิ่งใดให้ตระกูลหลงเดือดร้อน... (นะจ๊ะ)

          อ้อ! สหายเจ้าขอให้ข้าบอกเจ้าว่า จะไปรอเจ้าที่ร้าน ‘เสี่ยวเซิงเย่’ ร้านสุราเลื่องชื่อในปักกิ่งสามวันสามคืนเพื่อพบเจ้า หวังว่าเจ้าจะได้เจอเขาล่ะ

          ปล. มีอะไรก็ส่งความมาบอกข้าบ้างล่ะ จุ๊บ ๆ

          จาก หลงซิงเม่ย

-

-

-

-

-

          มือเรียวของว่าที่ราชบุตรเขยกำกระดาษจนเกิดเป็นเสียง แกรบ

          มันเป็นสารจากมารดาตามคาด แต่ก็...

          ‘ขายหน้าหน่วยคัดกรองจดหมายเสียจริง ๆ -_-’ เปลือกตาคมหลับลงช้า ๆ อย่างรู้สึกเสียหน้า ก่อนจะสะบัดมือไล่ขันทีให้ออกจากห้องไปด้วยความสิ้นหวัง

          ว่าแต่

          สหายที่หมายถึงในจดหมายนั้น คือ เฒ่าถิงจงเรอะ!

-

-

-

-

-

-

          ณ ถนนที่เรียงด้วยหินสวย เหนือทางเดินยาวเรียงรายเต็มไปด้วยโคมไฟวิจิตรตามเสาและชายหลังคา

          ในย่านสังคมชั้นสูง ที่สงบจนชวนวังเวง จงเจี๋ยหยุดยืนอยู่หน้าร้านสุรา ‘เสี่ยวเซิงเย่’ สถานที่ ๆ มีประตูสีแดงทองสูงใหญ่ตระการตา

          แม้เนื้อความในจดหมายจะบอกว่าเป็นร้านเลื่องชื่อ แต่นี่มันก็หรูหราเกินไปมาก!

          แววตาคมมองไปยังแขกที่แต่งตัวดีที่เดินเฉียดกายเขาเข้าไป แล้วก็รู้สึกเกร็งจนตัว พลันเกี้ยวหรูหราก็ผ่านหลังเขาไปอย่างช้า ๆ

          ที่แห่งนี้ ดูจะเป็นแหล่งรวมตัวของบุคคลที่ไม่ค่อยธรรมดานัก อาจเป็นขุนนางชั้นสูง.. หรือกระทั่งเชื้อพระวงศ์ ร่างสูงได้แต่ครุ่นคิด

          ครั้นกลิ่นสุราหอมลอดผ่านม่านประตูออกมา จงเจี๋ยจมูกบานน้อย ๆ อย่างชื่นมื่น และเขาก็ก้าวเข้าไปท่ามกลางการจับตามองของเหล่าบริกรชุดสีแดงเข้มในร้าน ทันใดนั้นเอง เขาก็เห็นแผ่นหลังที่คุ้นตาของใครบางคนภายในร้านสุราที่โอ่โถ่ง

          “ตาเฒ่าถิงจงงงงงง!!!” จงเจี๋ยเปล่งเสียงออกไปด้วยความคิดถึง

          เพียงฉับพลันใบหน้าเคร่งเครียดก็กลับกลายเป็นใบหน้าหมาน้อย ร่างสูงก้าวเข้าไปกอดคนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะเตี๊ย หลังฉากไม้ในมุมลึกสุดของร้าน

          “แค่ก แค่ก แค่ก! สำลัก สำรอกหมด ไปนั่งให้มันดี เสียของจริง”

          เฒ่าถิงจงในอาภรณ์สีน้ำตาลเข้มเรียบหรูพ่นสุราออกมา เขาใช้มือเหี่ยวย่นผลักไหล่อีกฝ่ายออก จงเจี๋ยหรี่มองการแต่งกายอันหรูหราที่ดูแปลกตา แต่ก็นั่งลงและรินเหล้าอย่างเบามือ

          “ท่านไปขโมยชุดใครมา!”

          จงเจี๋ยเอื้อมหน้ามากระซิบ

          “เอาหน้าออกไปห่าง ๆ ไอ้เด็กบ้า จะจูบข้ารึไง” ชายชราแยกเขี้ยว ทำชายหนุ่มถึงกับเด้งตัวออก พลันนึกถึงความฝันช่วงเช้าขึ้นมาเสียจนหน้าแดง “อย่ามาหน้าแดง เดี๋ยวจะถีบให้”

          ถิงจงเอาเท้าที่ไม่ค่อยสะอาดเขี่ยอีกคนใต้โต๊ะ

          “ตาแก่... ใครจะจูบ! อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง ไปเอาอัฐมากมายมาจากที่ใด แล้วยังนัดข้ามาร้านหรูเช่นนี้”

          จงเจี๋ยส่ายศีรษะแรงอย่างไม่อยากเชื่อ ปกติแล้วก็จะเจอเขานอนตามวัดร้าง สวมชุดขาด เล่นหมากกระดานพัง ๆ เท่านั้น

          “อย่าถามเรื่องข้านักเลย ที่จริงข้าก็พอมีกระตัง มิเช่นนั้น ข้าจะซื้อเหล้าเมาสุรากับเจ้าบ่อย ๆ ได้อย่างไร มิได้สังเกตหรือว่าสุราที่ข้าดื่มนั้นรสชาติดีเพียงไหน หึ.. แล้วมันสำคัญแค่ไหนกันหา” เขาแค่นหัวเราะ พูดเสียงยานคาง

          “..อะ...เอ่อ ก็ไม่ได้สำคัญอะไร”

          จงเจี๋ยกระดกเหล้าเข้าปาก ไหล่นั้นลู่ลงเล็กน้อยอย่างผ่อนคลาย

          อันที่จริง เขาก็รู้จักอีกฝ่ายมาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่เคยได้ถามถึงอดีตสักครั้ง แต่ก็แน่ใจได้ว่าชายชราคงมีประวัติไม่ธรรมดานัก.. เดิมทีก็ยังสอนวิชาให้กับเขาอีก บอกได้ว่าที่เขารอดมาจากตรอกยิ่งเสี้ยวได้ เพราะวิชาที่ชายสูงวัยเคยสอนให้

          แต่...ก็ช่างมันเถอะ เพราะอย่างไรเฒ่าถิงจงก็คือเฒ่าถิงจง

          “อะไร... มาหาเจ้าไม่ดีใจหรือไง เล่นทิ้งข้าไว้คนเดียวแล้วข้าจะดื่มกับใครเล่าหา แล้วก็ยังไปเล่นแกว่งกระบี่ฆ่านักฆ่าตายที่ตรอกขอทานซะชื่อเสียงดังไกล” เฒ่าถิงจงเอ่ยอย่างหัวเสีย

          “ท่านรู้แล้วงั้นรึ นั่นสินะ เล่นทำไปต่อหน้าคนมากมายขนาดนั้น ยังไงก็เถอะ ท่านมาก็ดีแล้ว ฟังข้าหน่อยเถิด ข้าไม่มีที่ระบายความอัดอั้นจนเสียใจจะขาด...”

          จงเจี๋ยตีหน้าเศร้า ก่อนจะเริ่มเล่าความในใจอันหนักอึ้ง ใต้แสงโคมแดงที่สะท้อนเหนือถ้วยสุราที่หอมหวน

-

-

-

-

-

-

          “แบบนี้เองเรอะ... ตอนที่รู้ว่าเจ้าเป็นราชบุตรเขยข้าก็ยังงงๆ ในทีแรก แต่พอรู้ว่าเป็นหนูเซียนเซียนแล้วก็พอจะผูกทุกอย่างได้ สรุปคือ ไปทำนางตกน้ำความจำเสื่อม แล้วจับพลัดจับผลูได้คุณงามความชอบ...กลายมาเป็นที่ราชบุตรเขย... แล้วก็ยังช่วยชีวิตนางจากนักฆ่าอีก ฟังดูแล้วก็น่าหนักใจไม่น้อย ตอนแรกคิดว่าเจ้าคงไม่ได้แต่งเมีย แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าต้องทุกข์ใจที่ต้องแต่งกับคนที่ไม่ชอบสินะ”

          เฒ่าถิงจงสรุปความ และพยักหน้าอย่างเห็นใจ

          จงเจี๋ยหลบตาเล็กน้อย มือนุ่มนิ่มของเขาเปื้อนเหงื่อนเสียจนต้องแอบเช็ดที่ขากางเกง

          “ก็ใช่ ที่ข้าเคยไม่ชอบนาง แต่ว่าที่จริงตอนนี้ก็ไม่ได้รังเกียจอะไรนางขนาดนั้น” เขาก็ไม่อยากจะพูดออกมาเต็มปากเต็มคำนัก แต่ความรู้สึกของเขามันเปลี่ยนไปบ้างแล้ว

          ซึ่งท่าทางล่อกแล่กของชายหนุ่มทำเฒ่าถึงจงถึงกับถลึงตา ชายชราจึงกระแทกจอกลงโต๊ะดัง ปั่ก! จนเหล้ากระเซ็นไปถึงใบหน้าขาว

          “ฮึ! สรุปว่า เป็นเช่นฉากน้ำเน่าแบบในโรงงิ้วงั้นเรอะ แบบว่า.. ยิ่งเกลียดนางยิ่งเจอะรักอะไรอย่างนั้นเรอะ” ชายชรากัดฟัน ใบหน้าบ่งบอกว่าขนลุก

          “เปล่า ๆ ๆ ข้าไม่ได้คิดเกินเลยเช่นนั้น แต่ว่า... ก็แค่คิดว่านางก็ดูไม่ได้แล้วร้าย และนางก็มีพี่น้องต่างมารดาที่ไม่ถูกกัน เลยพอจะเข้าใจความลำบากของนางบ้าง... แล้วนางยังโดนลอบปลงพระชนม์อีกเช่นนี้ ข้าก็แค่แอบเห็นใจ...”

          จงเจี๋ยเสริมต่อให้จบ โดยตัดสินใจว่าจะปิดปากเรื่องฝันในก่อนหน้านี้ไว้ให้มิด เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายล้อเลียนเขา

          “ว่าแต่...ข้าได้กลิ่นอะไรหอมพิลึกจากตัวเจ้า” จู่ ๆ ถิงจงก็เปลี่ยนเรื่อง แล้วใช้จมูกงุ้มของเขาดมฟุดฟิดไปที่ชายหนุ่ม และเมื่อสังเกตเห็นบางอย่างตุง ๆ ในอกของจงเจี๋ย ก็ถือวิสาสะล้วงมันออกมา

          พรึ่บ!

          ผ้าแพรผืนบางสีชมพูอ่อนนั้นพริ้วสะบัดตามแรงดึง ทำให้ได้กลิ่นหอมหวาน เฒ่าถิงจงหรี่ตาอย่างครุ่นคิด

          “ผ้าแพรของสตรี.....กลิ่นหอมนี่มัน...” ถิงจงจิ๊ปาก

          “อย่ามาล้วงของคนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้าเซ่!!” จงเจี๋ยเสียงดังโวยวายก่อนจะแย่งผ้าแพรที่ได้มาจากองค์หญิงคืน ในขณะที่อีกฝ่ายนั้นเริ่มเคลิ้มและโงนเงน

          “ทั้งเก็บของ ๆ นางไว้กับตัว แถมยังเข้าอกเข้าใจกัน และปกป้องกันเช่นนี้ อันตราย ๆ ๆ ....เพราะนางน่าสงสาร...หรือเพราะนางโดนลอบฆ่างั้นรึ ข้าไม่รู้ด้วยหรอกกว่าเหตุผลคืออะไรกันแน่ ถ้าเพียงแค่รู้สึกเอ็นดู ก็คงไม่เป็นไรหรอก แต่ถ้าเจ้าหลงรักนางขึ้นมาล่ะก็ นั่นคือฉิบหายที่แท้จริง”

          ถิงจงส่ายหน้าก่อนจะยกจอกเหล้าขึ้นสูง และเทเข้าปากช้า ๆ เช่นสายน้ำตกที่ไหลริน

          “....” จงเจี๋ยนิ่งงันไปเล็กน้อย ก่อนอีกฝ่ายจะพูดต่อให้จบ

          “เพราะเมื่อนางฟื้นความทรงจำกลับมาล่ะก็ นั่นแหละฝันร้ายที่ไม่อาจตื่นเลยล่ะ”

          เพล้ง!...

          จอกสุราร่วงหล่นลงพื้นจากแขนที่อ่อนแรงของถิงจง กายของชายชราเอนอ่อนไปมาอย่างไร้สติด้วยความเมามาย แต่ในร้านเสี่ยวเซิงเย่นั้น จงเจี๋ยยังคงสติอยู่ครบ และได้ยินชัดไปถึงโสตประสาท

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไม่ได้ตั้งใจนะ องค์หญิง!   42 ผู้จากไป + บทส่งท้าย

    หลังเงากำแพงวังกว้างใหญ่ที่สะท้อนเหนือผิวน้ำ ว่าราชบุตรเขยผู้ไม่แน่ใจว่าจะหลุดจากตำแหน่งเมื่อไหร่ และไม่รู้เลยว่างานอภิเษกกับองค์หญิงนั้นจะมีต่อไปหรือไม่ กำลังนั่งอ้อยอิ่งอยู่ริมบึง หลงเจียง ใกล้กับประตูอู่ อย่างรู้สึกเหมือนอกหักอยู่เพียงลำพัง อีกไม่นาน... เขาจะออกจากกำแพงวังไป แต่ขณะนี้นั้นยังอยู่ในช่วงขาไร้เรี่ยวแรง และหมดอาลัยตายอยาก. เมื่อสองชั่วยามก่อน เขาได้พบกับ จางซินหยาง บุรุษผู้มีไมตรีกับเซียนเซียนก่อนที่นางจะความจำเสื่อม ที่ศาลาในเขตพระราชฐานชั้นใน “ได้ยินนางกำนัลเล่าลือว่า เจ้าเดินหมากรุกเก่งที่สุดในวังหลวง แม้แต่ฮ่องเต้เจิ้งเหรินก็ต้องสยบให้กับวิถีการเ

  • ไม่ได้ตั้งใจนะ องค์หญิง!   41 ข้าไม่ได้ตั้งใจ

    เซียนเซียนลุกขึ้นจากแท่นบรรทมช้า ๆ ในห้องที่มืดสลัว นางเดินไปจุดเทียนเบื้องข้างแท่นบรรทม ก่อนจะค่อย ๆ เสด็จช้า ๆ ออกจากห้อง พระหัตถ์บางผลักบานประตูไม้สลักเปิดออก ก่อนมู่อินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้พนักสูงหน้าห้องบรรทมจะสะดุ้งน้อย ๆ “ยามไฮ่แล้ว... ทรงไม่บรรทมหรือเพคะ” มู่อินที่นั่งท่วงท่าผ่อนคลายยืดหลังตรงช้า ๆ “ข้านอนไม่หลับ เลยจะไปห้องพระอักษร หาหนังสืออ่านเล่นเสียหน่อย” ร่างบางตอบนางกำนัล ก่อนจะเสด็จหันนำไปก่อน นางกำนัลเห็นเช่นนั้นจึงรีบลุกขึ้นตาม เพื่อไปถวายการปรนนิบัติ มู่อินค่อย ๆ จุดไฟบนเชิงเทียนตั้งพื้นตามจุดต่าง ๆ ในห้องทรงอักษรให้สว่างไสว ขณะองค์หญิงผู้งามสง่านั้นเยื้องย่างไปที่ชั้นหนังสือไม้สลักสูงตระหง่าน พระหัตถ์เลือกหนังสือที่เรียงรายบนนั้น ก่อนนางจะหยุดชะงัก ....เมื่อทอดพระเนตรไปเห็

  • ไม่ได้ตั้งใจนะ องค์หญิง!   40 คนไร้น้ำยา

    “ออกไป! หลงจงเจี๋ย” สุรเสียงหวานดุกว่าครั้งไหน แม้เป็นเพียงคำสั้น ๆ แต่กลับทำให้หัวใจของอีกคนที่อยู่ภายในห้องบีบรัดจนหายใจไม่ออก ดวงตาเรียวคมกะพริบปริบ ๆ วงแขนแกร่งค่อย ๆ ทอดถอนออกจากร่างบางช้า ๆ “เจ้าเป็นอย่างไร หายใจปรกติหรือไม่ เจ็บแผลไหม” เสียงร่างสูงอ่อนโยน แต่กลับไม่ได้ดูห่วงใยในสายพระเนตรของอีกฝ่าย องค์หญิงส่ายพระพักตร์ด้วยความสับสน ก่อนจะตรัสออกมาอีกครั้ง “ออกไป... ก่อนข้าจะเรียกให้ทหารมาจับเจ้า...” สุรเสียงนั้นแหบแห้ง และแผ่วเบา แต่กลับชัดเจนต่ออีกฝ่าย ความกลัวของร่างสูง....จู่ ๆ ก็กล

  • ไม่ได้ตั้งใจนะ องค์หญิง!   39 เม่ยฮวาที่ร่วงหล่น

    ยามสายของวันใหม่ภายในตำหนัก ฮู่เมิ่ง นั้น อากาศเย็นอย่างประหลาด เมื่อสายลมเหนือพัดพาเอาอุณหภูมิที่ต่ำลงมาเยือนอย่างช้า ๆ ลมอ่อนนั้นพัดเอากิ่งไม้ของต้นเม่ยฮวากระทบกันจนเกิดเสียง ใบและดอกของมันเริ่มร่วงหล่นลง ราวกับบอกว่าฤดูใบไม้ร่วงได้จะมาเยือนในอีกไม่นาน ธารน้ำไหลใสเบื้องหน้าตำหนักสงบนิ่ง มันสะท้อนภาพผืนฟ้าสีอ่อนที่เงียบเหงา ไม่มีเสียงนกร้อง หรือเสียงหัวเราะของนางกำนัลคนใด มีเพียงเสียงผ้าสีดำขลิบเงินที่กระทบกันเบา ๆ ทุกครั้งที่เหล่านางกำนัลเหล่านั้นขยับกาย ทุกคนในตำหนัก ฮู่เมิ่ง ล้วนอยู่ใน...อาภรณ์ไว้ทุกข์... รวมถึงทุกคนทั่วทั้งวังหลวง... “ยินดีที่ได้รู้จัก... ท่านจางซินหยาง ได้ยินชื่อท่านมานาน แต่ไม่เคยได้พูดคุยทำความรู้จักเป็นกิจจะ ถือว่าข้ามีบุญแล้วในวันนี้” เจิงหู่คารวะบุรุษใบหน้าสวยในอาภรณ์เนื้อละเอียดอย่างสำรวมท่าที เกราะของเขากระเพื่อมน้อย ๆ แต่กลับดังกว่าทุกทีในบรรยากาศที่เงียบฉี่ “ได้รู้จักบุตรของแม่ทัพใหญ่อย่างท่านก็เป็นเกียรติ” จางซินหยางประสานมือแสดงความเคารพกลับตามมารยาท บุรุษทั้งสองจิบชากันอย

  • ไม่ได้ตั้งใจนะ องค์หญิง!   38 พระทัยสลาย

    “ใยฝ่าบาทจึงมาหาหม่อมฉันได้ในคืนนี้ หม่อมฉันนึกเสียแต่ว่าพระองค์จะทรงวุ่นวายอยู่กับคดีของเสวี่ยเซียนจนไม่มาหาหม่อมฉันแล้ว” ฮ่องเฮาลวี่เวยทรงอุ้มกะละมังทองเหลืองสำหรับชำระพระหัตถ์ วางที่โต๊ะไม้สลักใกล้พระแท่นบรรทม พระนางจุ่มซับพระพักตร์ลงในน้ำอุ่น ก่อนยกขึ้นบิดอย่างเบาพระหัตถ์ “เจ้าไปเยี่ยมเสวี่ยเซียนบ้างหรือยัง....” ฮ่องเต้เจิ้งเหรินที่ประทับอยู่ที่แท่นบรรทมพ่นลมหายใจเบา ๆ ที่พระนาสิก ทรงถอดฉลองพระองค์ตัวนอกสุดออกและรับซับพระพักตร์มาไว้ ฮองเฮาลวี่เวยหลุบสายพระเนตรต่ำ และแย้มสรวลบาง ๆ “หม่อมฉันคิดว่าจะไปในวันพรุ่ง เพราะนางกำนัลบอกว่าองค์หญิงยังไม่ฟื้น เกรงว่าไปเยี่ยมยามนี้จะรบกวนการฟื้นตัวของนางเพคะ” ผู้เป็นพระอัครชายาเขามาประทับข้าง ๆ สวามี นางก้ม

  • ไม่ได้ตั้งใจนะ องค์หญิง!   37 หลักฐานที่มัดตัว

    และแล้วบุคคลที่ไม่ควรจะอยู่ตรงนี้ก็กลับมาอยู่ตรงหน้าของนางจนได้ นางเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สบตากับเขาที่ก้าวเข้ามาเบื้องหน้า “ทะ...ท่านว่าที่ราชบุตรเขย เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่” อิ่นลู่อึกอัก และค่อย ๆ ก้าวถอยหลังขณะที่อีกฝ่ายก้าวเข้ามา จนถอยชิดโต๊ะเบื้องหลัง ใช่แล้ว... เขาควรจะอยู่ในคุกไม่ใช่หรือ “ตกใจทำไม กลัวอะไรอยู่รึ?” จงเจี๋ยเอียงคอน้อย ๆ ใบหน้าของเขาดูกวนนิ่ง ๆ แสนอ่านยาก อิ่นลู่หน้าซีดลงไปเล็กน้อยเมื่อเห็นกล่องในมือของเขา... และอาภรณ์สีม่วงที่อยู่ในอีกมือ “...อึก....” &n

  • ไม่ได้ตั้งใจนะ องค์หญิง!   12 เสียงที่ค่อย ๆ คืบคลาน

    ยามอัสดงของวันที่เหน็ดเหนื่อย หลงจงเจี๋ยได้กลับมาถึงเขตพระราชฐานชั้นในก่อนเวลาค่ำ แต่ก่อนที่จะกลับไปพักผ่อนในพื้นที่ส่วนตัวนั้น ก็แอบหยุดแวะพักที่หน้าตำหนัก ฮู่เมิ่ง

  • ไม่ได้ตั้งใจนะ องค์หญิง!   15.2 ไฟที่ดับวูบ

    เช้าตรู่ของวันใหม่ ขณะที่จงเจี๋ยยังนอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มนั้น ก็เห็นนางกำนัลเข้ามาเตรียมน้ำสำหรับล้างหน้าให้กับเขา เขาเลื่อนมือขึ้นมาถูจมูกโด่งคมน้อย ๆ ด้วยความรู้สึกระคายจมูก “ต

  • ไม่ได้ตั้งใจนะ องค์หญิง!   15.1 ไฟที่ดับวูบ

    "แค่เข้าพิธีอภิเษก...กับเจ้า... กับคนที่ข้าชอบ และอยู่ด้วยกันตลอดไปกระมัง” นางยิ้มออกมาบาง ๆ ก่อนจะสบตาอีกฝ่ายอย่างมีความหมาย จงเจี๋ยเผลอกลั้นหายใ

  • ไม่ได้ตั้งใจนะ องค์หญิง!   14 การโต้เถียงของใจ

    รถม้าสีดำค่อย ๆ เคลื่อนผ่านประตูอู่สูงตระหง่านของราชวังต้องห้าม ใต้แสงยามเย็นนั้น แสงอุ่นเคลือบหลังคาของประตูเมืองจนเปล่งประกายราวเปลวเพ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status