LOGINมือหนาโอบประคองหัวไหล่มนของเธอแน่นขึ้นระหว่างพาเดินไปจนถึงลิฟต์ส่วนตัว เขารู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรงของเธอที่สะท้อนผ่านเนินอกอวบอิ่ม ดีลธุรกิจที่เธอเตรียมมาในคืนนี้กำลังจะถูกแปรเปลี่ยนเป็นดีลพิศวาสอย่างช้าๆ
ศรัญพัชญ์รู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่กองไฟตัณหาที่แสนเย้ายวน ยิ่งลิฟต์เคลื่อนตัวสูงขึ้นไปยังห้องพักของเขา หัวใจของเธอก็ยิ่งเต้นระรัว หญิงสาวรู้ดีว่าในคืนนี้... เธออาจจะต้องเสียสละบางอย่างเพื่อบริษัท เพื่อให้ได้การยอมรับจากผู้เป็นบิดา เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก บัณฑูรย์โอบกระชับไหล่เธอแน่นขึ้น ก่อนจะเปิดประตูห้องแล้วประคองร่างเธอเดินเข้าไป
ประตูบานใหญ่ถูกปิดลงเบาๆ ภายในห้องสวีทส่วนตัวที่หรูหราของบัณฑูรย์ก็เต็มไปด้วยกลิ่นหอม เฟอร์นิเจอร์ภายในคุณภาพดีราคาแพง ก่อนที่เขาจะเปิดเสียงเพลง เพื่อสร้างบรรยากาศที่ชวนให้ลุ่มหลงและผ่อนคลายในคราวเดียวกัน
ระหว่างที่ศรัญพัชญ์นั่งรออยู่ที่โซฟา เธอก็กวาดสายตามองไปรอบ ๆ บัณฑูรย์เดินตรงไปที่ตู้แช่ไวน์ เขาหยิบไวน์แดงออกมาเปิดอย่างชำนาญ ก่อนจะรินของเหลวสีทับทิมลงในแก้วทรงสูงแล้วเดินมาหาเธอ
“แค่จิบ ๆ ก็พอครับคุณรัญ... ผมแค่อยากมีเพื่อนดื่มระหว่างที่เราคุยกัน” เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นให้หญิงสาวที่นั่งจมอยู่กับความคิดบนโซฟากำมะหยี่หนานุ่ม ก่อนที่ตัวเองจะพลางหย่อนกายลงนั่งข้างๆ ร่างอวมอิ่มในระยะที่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่น ศรัญพัชญ์รับแก้วมาจิบ ความฝาดปนหวานของไวน์ชั้นดีเริ่มทำหน้าที่ออกฤทธิ์ต่อ
“คุณไม่มีแฟนเหรอคะ ถึงกล้าพาฉันมาที่ห้อง” ศรัญพัชญ์ถามออกไปเพื่อหยั่งเชิง แม้จะรู้ดีว่าคนระดับเขานั้นคงมีผู้หญิงล้อมหน้าล้อมหลังอยู่ไม่น้อย
“ผมโสดสนิทครับ” เขาตอบสั้นๆ อย่างมั่นใจ
“อืม!!...ดูยังไงคุณก็ไม่น่าจะโสดเลย มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ” เธอแค่นยิ้มบางๆ เขาพยักหน้าอีกครั้งเพื่อยืนยัน
“คุณดูมีพร้อมทุกอย่าง ทั้งรูปร่างหน้าตา ฐานะทางสังคม เงินทอง จะให้ฉันเชื่องั้นเหรอค่ะ....ว่าคุณไม่มีจริง ๆ!” บัณฑูรย์หัวเราะในลำคอ ถึงแม้เขาจะมีผู้หญิงที่ผ่านเข้ามาตามประสาคนโสดอย่างที่เธอเข้าใจ แต่เขาก็ไม่เคยมอบหัวใจให้ผู้หญิงคนไหนครอบครองเลย มีเพียงแค่สนุกกันชั่วครั้งชั่วคราว และเขาก็ไม่เคยต้องให้ผู้หญิงคนไหนเสียเวลา หากเธอคนนั้นไม่ใช่คนที่เขาต้องการจริง ๆ บัณฑูรย์ก็จะบอกไปตรง ๆ โดยไม่มีการอ้อมค้อม และพร้อมชดเชยค่าเสียหายรวมไปถึงค่าเสียเวลาจนพวกเธอพอใจ
“ถ้าผมพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าผมไม่มีล่ะครับ คุณจะยอมคบกับผมหรือเปล่า?” ศรัญพัชญ์ชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจของเริ่มเต้นผิดจังหวะกับคำถามตรง ๆ ของเขา
“อย่าเลยค่ะ....คุณจะทำให้ฉันนอกใจแฟนเปล่า ๆ ทุกวันนี้ฉันยังคิดไม่ตกเลยว่าจะเอายังไงดีกับชีวิต” คำพูดของศรัญพัชญ์ทำให้บัณฑูรย์ยกยิ้มมุมปาก เขารู้ดีเรื่องความสัมพันธ์ที่สั่นคลอนของเธอกับแฟนหนุ่มที่ครอบครัวไม่ยอมรับ และเขาก็รู้ว่าคุณศรัญบิดาของเธอพร้อมจะยกเธอให้กับลูกชายของหุ้นส่วนทางธุรกิจ
“ผมก็ไม่ได้หมายความอย่างนั้นสักหน่อย เพียงแค่อยากขอโอกาส... ให้คุณรับผมไว้พิจารณาอีกคนก็เท่านั้น”
“เล่าเรื่องราวชีวิตที่ผ่านมาของคุณหน่อยสิ...ผมอยากรู้ เรื่องของคุณกับแฟนหรือว่าเรื่องครอบครัวคุณก็ได้...ผมอยากรู้จักคุณให้มากกว่านี้ แล้วผมจะเซ็นต์สัญญาฉบับนี้ให้คุณทันทีเลย” ศรัญพัชญ์เงยหน้าสบตากับเขาด้วยความรู้สึกสับสนปนเปกับความประหลาดใจ
“บอกตามตรงนะคะ...ว่าฉันไม่อยากจะเชื่อเลย!” เธอเอ่ยเสียงแผ่ว พลางลูบไล้ขอบกระดาษสีน้ำตาลที่ภายในมีแผ่นสัญญาอยู่
“ผมไม่โกหกคุณหรอกครับ...คุณรัญ”
“หมายความว่า... คุณจะยอมเซ็นสัญญาโครงการมูลค่าเกือบพันล้านนี่ เพียงเพราะฉันเล่าเรื่องราวชีวิตของฉันให้คุณฟังเนี่ยนะ?” เธอยกสัญญาฉบับนั้นขึ้น ราวกับว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ บัณฑูรย์ยกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ดูผ่อนคลายมากกว่าการกดดัน
“ก็ประมาณนั้นแหละครับคุณรัญ สำหรับคนอื่น ผลตอบแทนอาจจะสำคัญที่สุด แต่สำหรับผมมันไม่ใช่”
“คุณยังมีสติอยู่ครบมั้ยคะเนี่ย!”
“ครบสิครับ...และผมก็ไม่ได้เมาด้วย”
“เพื่ออะไรเหรอคะ?” เธอถามย้ำด้วยความสงสัยที่ยังไม่คลาย
“การที่ผมจะร่วมธุรกิจกับใครสักคน ผมก็ต้องการที่จะรู้จักคนคนนั้นให้มากพอเสียก่อน”
“แต่คุณจะต้องเสียเงินไปเกือบพันล้านเพื่อเรื่องเล่าของฉัน ซึ่งมันดูไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย!”
“เพื่อที่ผม...จะได้รู้จักคุณมากขึ้นยังไงล่ะครับ เป็นไง...เหตุผลแค่นี้พอมั้ยครับ” น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและจริงใจจนเธอสัมผัสได้ แต่นั่นก็ไม่มากพอที่จะทำให้เธอเชื่อเขาได้
“ฉันไม่เชื่อ... ยังไงฉันก็ไม่เชื่อ บอกเหตุผลที่แท้จริงของคุณมาเถอะค่ะ”
“เชื่อเถอะครับ ผมไม่ได้ต้องการรู้จักคุณแค่เพียงผิวเผิน แต่อยากรู้ไปถึงเบื้องหลังครอบครัวของคุณ และคนรอบข้างที่ทำให้คุณเป็นศรัญพัชญ์อย่างทุกวันนี้ ผมต้องการรู้ว่าคุณแบกอะไรไว้บ้าง และผมต้องสู้กับอะไรบ้างหากผมคิดจะร่วมธุรกิจกับคุณจริงๆ”
“ที่คุณพยายามพูดมาทั้งหมดเนี่ย มันรวมไปถึงตัวฉันด้วยใช่มั้ยคะ...” น้ำเสียงของศรัญพัชญ์แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่มันกลับชัดเจนสำหรับเขา หญิงสาวช้อนสายตาขึ้นสบกับดวงตาคมคู่นั้น หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความสับสนรุมเร้าอยู่ภายในใจอย่างบ้าคลั่ง ทั้งความซาบซึ้งในความใจกว้างของเขา และความโหยหาในสัมผัสที่เขามอบให้ก่อนหน้านี้
“คุณจะหมายความอย่างนั้นก็ได้ ผมไม่ปฏิเสธหรอกว่า...ผมต้องการคุณ แต่ผมจะไม่ใช้สัญญาร่วมธุรกิจมาเป็นเครื่องต่อรองเพื่อครอบครองร่างกายของคุณอย่างเด็ดขาด เพราะสำหรับผมแล้ว... สิ่งที่ล้ำค่ากว่านั้นคือการได้ครอบครองหัวใจของคุณต่างหากล่ะ คุณรัญ!”
“กรุณาเชื่อใจผมเถอะครับ” เขาเอ่ยคำสัตย์ที่ฟังดูเป็นสุภาพบุรุษ แต่สายตาของเขาเนี่ยสิ!...ดูยังไงก็ไม่น่าไว้ใจเอาซะเลย เขาจ้องมองเรือนร่างของเธอราวกับจะกลืนกิน ดูยังไงก็เห็นว่า....มันเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ยากจะสะกดกั้น ศรัญพัชญ์พลางนึกในใจ
ในหัวของบัณฑูรย์ต่อให้เขามีโอกาส เขาก็จะไม่ใช้กำลังหรือสัญญามาบีบบังคับเธอ แต่เขาจะใช้เสน่ห์และความเห็นอกเห็นใจ ความซาบซึ้งใจต่างหาก....ที่มาทำให้เธอยอมเป็นของเขาแต่โดยดี
บัณฑูรย์ยังคงแช่ค้างตัวตนที่ใหญ่โตไว้ในกายสาวอย่างใจเย็น เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหล ก่อนจะค่อยๆ สอดมือเข้าไปใต้ข้อพับขาเรียวสวยแล้วรั้งขึ้นมาพาดบ่าแกร่งเพื่อเปิดทางให้การรุกล้ำนั้นลึกซึ้งยิ่งขึ้น“อย่าเกร็งนะ ยิ่งคุณเกร็งคุณจะยิ่งเจ็บ” เขาปลอบประโลมเสียงพร่าพลางก้มลงจูบซับที่หน้าผากมนอย่างทะนุถนอม ศรัญพัชญ์พยายามผ่อนคลายลมหายใจตามที่เขาบอก แม้จะยังรู้สึกถึงความอึดอัดคับแน่นที่ขยายช่องทางรักของเธอจนตึงเปรี๊ยะไปหมด บัณฑูรย์เริ่มขยับกายเข้าออกในจังหวะที่เนิบนาบที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ เพื่อให้ผนังนุ่มหยุ่นได้คุ้นชินกับผิวสัมผัสอันร้อนผ่าวของเขา“ผมจะขยับให้เบาที่สุดเลยที่รัก... สัญญาว่าจะไม่รุนแรง”ชายหนุ่มสวนสะโพกสอบเข้าหาอย่างแช่มช้า บดเบียดเน้นย้ำตรงส่วนปลายที่บานหยักให้ครูดผ่านจุดกระสันด้านในอย่างจงใจ ความนุ่มนวลที่เขาหยิบยื่นให้เริ่มทำหน้าที่ของมันได้ดีกว่าความรุนแรง เพราะมันทำให้ความแสบระบมในคราแรกค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความซ่านสยิวที่แล่นพล่านไปตามแนวกระดูกสันหลัง“แบบนี้เป็นไงที่รัก... คุญยังเจ็บอยู่ไหม” บัณฑูรย์ถามพลางก้มลงมองใบห
บรรยากาศภายในห้องนอนร้อนระอุขึ้นจนถึงขีดสุด เมื่อความใคร่และความปรารถนาถูกจุดติดจนยากจะดับทอด บัณฑูรย์ไม่รอช้า เขาประกบฝ่ามือลงบนเนินเนื้ออวบอูมที่บัดนี้ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหวานแห่งความต้องการ ก่อนจะออกแรงนวดเคล้นเบาๆ จนศรัญพัชญ์บิดกายดิ้นเร่าด้วยความซ่านสยิว“อื้อ!! คุณบัณฑูรย์ขา...” เสียงหวานครางกระเส่าอย่างลืมตัว ความวาบหวิวแล่นพล่านไปทั่วกายสาวเมื่อปลายนิ้วร้ายกาจกรีดกรายลงบนรอยแยกที่อุ่นชื้น“แฉะไปหมดแล้วรัญ... ให้ผมมอบความสุขให้คุณเถอะนะ...ที่รัก” บัณฑูรย์กระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบจ้องมองปฏิกิริยาของเหยื่อสาวอย่างผู้ชนะ“ถ้าจะทำจริงๆ... คุณต้องใส่ถุงยางนะคะ” เธอพยายามดึงสติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดบอกเขา เพราะเกรงถึงผลที่จะตามมา“ได้... แต่คุณต้องโมคให้ผมก่อนนะ เหมือนครั้งที่แล้ว”ไม่พูดเปล่า บัณฑูรย์รั้งแขนเรียวงามให้เธอลุกขึ้นมานั่ง ก่อนที่เขาจะยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าพร้อมกับความยิ่งใหญ่ที่พุ่งทะยานออกมาทักทาย ศรัญพัชญ์หน้าร้อนผ่าวเมื่อสบเข้ากับท่อนเอ็นร้อนผ่าวที่ปูดโปนด้วยเส้นเลือด มันดูน่าเกรงขามและใหญ่โตเสียจนเธอนึกหวั่นใจ“สัญญาก่อนนะคะ ว่าคุณจะไม่เx็ดสด...” หญิงสาวบอกด้วยห
เขาวางเธอลงอย่างเบามือบนผ้าปูที่นอนเนื้อละเอียด ก่อนจะตามลงไปทาบทับ ร่างกายแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเบียดเสียดกับความนุ่มนิ่มของเธออย่างแผ่วเบา บัณฑูรย์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาหวานฉ่ำที่เต็มไปด้วยความเสน่หาภายในห้องนอนที่อบอวลด้วยกลิ่นอายความปรารถนา บัณฑูรย์ไม่ได้เพียงแค่พาศรัญพัชญ์มาส่งที่เตียง แต่เขาตั้งใจจะหลอมละลายความดื้อรั้นของเธอให้หมดสิ้นไปในค่ำคืนนี้ มือหนาเอื้อมไปทางด้านหลัง ลากปลายนิ้วผ่านแนวกระดูกสันหลังจนหญิงสาวขนลุกซู่ ก่อนจะรูดซิบชุดเดรสสีสวยลงอย่างเชี่ยวชาญ“คุณมีถุงหรือเปล่าคะ...” เธอถามเสียงสั่นพร่าขณะที่อาภรณ์ชิ้นงามร่วงหล่นลงไปกองอยู่ที่ปลายเตียง เหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าที่ประดับด้วยบราเซียลูกไม้สีหวาน และจีสตริงตัวจิ๋ว สองมือเรียวโอบรอบลำคอหนาเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว“ไม่ครับ... คืนนี้ผมอยากสัมผัสคุณตรงๆ” เขาตอบเสียงทุ้มต่ำพร้อมกับถอดเสื้อเชิ้ตของตัวเองออก เผยให้เห็นแผงอกกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยขีดข่วนจางๆ จากฝีมือของเธอในครั้งก่อน“อย่าพูดแบบนี้สิคะ... รัญรู้สึกเหมือนโดนเอาเปรียบยังไงก็ไม่รู้” เธอพยายามประท้วงพลางเบนหน้าหนีสายตาคมกริบที่กำลังสำรวจเรือนร่างเธ
ท่ามกลางบรรยากาศสลัวริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพลิงโทสะที่เคยร้อนระอุพลันแปรเปลี่ยนเป็นความหวามไหวจนน่าใจหาย เมื่อพยัคฆ์ร้ายจอมบงการยอมถอดเล็บแล้วกลายร่างเป็นชายหนุ่มขี้อ้อนที่ดูอันตรายต่อหัวใจยิ่งกว่าเดิม มือหนาวางลงบนเอวคอดกิ่วอย่างถือสิทธิ์ ศรัญพัชญ์สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวหนักหน่วงของเขา บ่งบอกว่าอารมณ์หึงหวงเมื่อครู่กำลังเปลี่ยนรูปเป็นเปลวไฟแห่งปรารถนาที่พร้อมจะแผดเผาเธอให้มอดไหม้ไปทั้งตัว“สั่งอาหารเถอะค่ะ... รัญว่าคุณน่าจะหิวแล้ว” เธอพยายามเปลี่ยนเรื่องเพื่อซ่อนอาการประหม่าและเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอก“สั่งอาหารน่ะเรื่องรอง แต่สั่งสอนเด็กดื้อนี่สิเรื่องใหญ่...” เสียงทุ้มต่ำพร่ามัวนั้นจงใจลากผ่านชิดซอกหูขาวสะอาด“อีกอย่างตอนนี้ผมก็ไม่ได้หิวข้าว... แต่ผมหิวคุณมากกว่า”“แล้วไม่ทานอะไรเลย คุณจะมีแรงเหรอคะ?” ศรัญพัชญ์แกล้งเอ่ยถามกลับอย่างท้าทาย แววตาคู่สวยเป็นประกายวิบวับอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า ทว่าความใจกล้านั้นกลับยิ่งโหมไฟรักในอกของชายหนุ่มให้ลุกโชน“ขอบคุณที่เตือน... ก็ดีเหมือนกัน คืนนี้ผมจะได้มีแรงลงโทษเด็กดื้ออย่างคุณให้หนักๆ” บัณฑูรย์ไม่ได้พูดเปล่า แต่กลับโน้มใบหน้าล
ความร้อนรุ่มแล่นพล่านไปทั่วกายหนา เมื่อเห็นท่าทางที่ดูชิดเชื้อสนิทสนมจนน่ารำคาญใจ บัณฑูรย์ขบกรามแน่น มือหนากำหมัดเข้าหากันเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์เขายืนนิ่งอยู่ใต้เงาสลัวของแมกไม้บริเวณทางเข้าร้านอาหาร แววตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้ายจ้องมองภาพหญิงสาวที่เขาเพิ่งจะฝากฝังรอยรักเอาไว้บนผิวกายเมื่อครั้งก่อน กำลังมอบรอยยิ้มแสนหวานนั้นให้ชายคนอื่นอย่างไม่วางตา แสงไฟสลัวที่ตกกระทบใบหน้าหวานยิ่งทำให้เธอดูงดงามและเย้ายวนใจ จนเขาอยากจะเข้าไปกระชากเธอเข้าออกมาซ่อนไว้ในอ้อมกอดที่มีเพียงเขาคนเดียวที่มีสิทธิ์ได้ครอบครอง“รำลึกความหลังกันเสร็จหรือยัง!” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังก้องมาจากทางด้านหลัง ปลุกให้ศรัญพัชญ์ที่กำลังสวมบทบาทแกล้งอ่อยเหยื่อถึงกับสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างตื่นตระหนกจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก เมื่อเธอหันไปสบเข้ากับดวงตาคมของบัณฑูรย์ที่บัดนี้เต็มไปด้วยความหึงหวงอย่างปิดไม่มิดร่างสูงใหญ่ในชุดสูทที่ดูภูมิฐานก้าวประชิดโต๊ะอาหารอย่างรวดเร็ว รังสีอำนาจที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศรอบข้างเย็นเฉียบลงทันตา บัณฑูรย์จ้องมองหญิงสาวราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว“คุณบัณฑูรย์!” ศรัญพัชญ์อุทานลั่น ควา
ช่วงเย็นพระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า บรรยากาศภายในห้องพักบนโรงแรมหรู พีรดนย์ลอบมองสุธิดาแฟนสาวที่กำลังรื้อเช็กเอกสารการออกแบบด้วยท่าทางลนลาน เสียงโทรศัพท์จากลูกค้าที่โทรมาเร่งรัด จึงทำให้ทริปนี้กลายเป็นเรื่องด่วนที่ไม่อาจเลี่ยงได้“พี่ดนย์คะ ลูกค้าโทรมาเร่งงาน สุว่าเราคงต้องกลับกันเย็นนี้แล้วล่ะ” สุธิดาเงยหน้าขึ้นเอ่ยน้ำเสียงร้อนรน พีรดนย์ขมวดคิ้วแน่น พลางมองดูนาฬิกาข้อมือด้วยความลำบากใจ“พี่นัดรัญเอาไว้ตอนหนึ่งทุ่มด้วยสิ เอาไงดี นี่มันยังไม่ถึงห้าโมงเย็นเลย โต๊ะอาหารก็จองเอาไว้แล้วด้วย” พีรดนย์บอกอย่างเป็นกังวล“เราเลื่อนเวลาให้เร็วขึ้นได้ไหมคะ? พี่ลองโทรไปคุยกับคุณรัญดู สักห้าโมงครึ่งพอได้ไหม” สุธิดาเสนอทางออกสุดท้ายพีรดนย์ก็จำใจโทรไปขอเลื่อนเวลากับทางร้านอาหาร ซึ่งก็ได้การตอบรับเป็นอย่างดี“ตอนนี้ทางร้านอาหารโอเคแล้วนะครับ”“งั้นพี่รีบโทรบอกคุณรัญเลยค่ะ สุจะรีบไปจัดกระเป๋า เสร็จแล้วเดี๋ยวเราออกไปหาคุณรัญที่บ้านเลย พี่จะได้เคลียร์ใจกับเธอ เผื่อว่าเธอไม่สะดวกไปที่ร้านอาหารกับเรา” พีรดนย์นิ่งคิดเพียงครู่เดียว ก่อนจะพยักหน้ายอมรับในเหตุผลของแฟนสาวพีรดนย์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาได้ก็รีบโทรไ







