INICIAR SESIÓNตอนที่ 6
ไม่ทนอีกต่อไป
ช่วงบ่ายวันนั้น...
อากาศร้อนอบอ้าวผิดปกติ ท้องฟ้าด้านนอกสีหม่นไม่สดใสเหมือนทุกวัน หากกลับดูขมุกขมัวราวกับพายุใหญ่กำลังจะเคลื่อนตัวเข้ามา นาฬิกาบนฝาผนังบอกเวลาสิบสามนาฬิกายี่สิบนาที หลังจากพี่เลี้ยงขอตัวไปพักรับประทานอาหารกลางวัน เจ้าเอยรับหน้าที่ดูแลลูกตามปกติ ช่วงเวลานี้คือเวลานอนกลางวันของเด็ก ๆ น้องพีทนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงใหญ่ ส่วนน้องเพลงหลับอยู่ในเปลข้างกัน เจ้าเอยรูดม่านปิดทึบเพื่อกันแสงแดดที่แม้จะหม่นกว่าทุกวันแยงตาเด็ก ๆ ก่อนเอนตัวลงนอนพักบ้าง มือบางลูบกลุ่มผมนิ่มของลูกชายเบา ๆ ด้วยความอบอุ่นอ่อนโยนอย่างที่เคย ขณะกำลังจะเคลิ้มหลับนั้นเอง เสียงครางต่ำคล้ายเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ดังครืดแว่วมา ความรู้สึกวิงเวียนเหมือนคนเมารถตีตื้นขึ้นมาจุกที่คอ ทันใดนั้นเตียงนอนก็เริ่มโยกไหวซ้ายขวาอย่างน่าประหลาดใจ
"เกิดอะไรขึ้น"
เจ้าเอยผุดลุกขึ้นนั่ง เสียงของเหลวในแก้วน้ำบนโต๊ะสั่นกระเพื่อม โคมไฟระย้าคริสตัลกลางห้องเริ่มแกว่งไกวไปมาจนกระทบกันเสียงดังบาดหู แผ่นดินเบื้องล่างบิดตัว และโยกคลอนราวกับยืนอยู่บนเรือกลางคลื่นน้ำ
เสียงกรอบรูป และแจกันใบเล็กที่ตั้งอยู่บนชั้นวางริมระเบียงร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นจนแตกกระจายดังเพล้ง ตามด้วยเสียงสุนัขในหมู่บ้านที่พร้อมใจกันเห่าหอนอย่างตื่นตระหนก
แผ่นดินไหว … สิ่งเดียวที่แวบผ่านเข้ามาในเวลานั้น แม้แรงสั่นสะเทือนจะไม่ได้รุนแรงถึงขั้นทำให้ตึกถล่มทลาย แต่มันก็มากพอที่จะทำให้สัญชาตญาณความเป็นแม่พุ่งทะยานด้วยความหวาดกลัว
เจ้าเอยถลาไปคว้าตัวน้องพีทที่สะดุ้งตื่นร้องไห้จ้าเข้ามากอดไว้แน่น ก่อนพุ่งไปยังเปลช้อนร่างน้องเพลงขึ้นแนบอกอีกคน
"ไม่เป็นไรลูก แม่อยู่นี่"
เธอตะโกนปลอบลูกแข่งกับเสียงสั่นสะเทือนของบานกระจก แม้จะบอกตัวเองว่ามันไม่แรงขนาดตึกจะถล่มลงมาได้ แต่ถึงอย่างนั้น เจ้าเอยก็ไม่กล้าพอที่จะอยู่บนชั้นสองของบ้านอีก เธออุ้มน้องเพลงด้วยแขนซ้าย และกระเตงน้องพีทเข้าที่เอวขวา วิ่งหลบเศษแจกันที่แตกกระจายลงบันไดมาอย่างระมัดระวังที่สุด
สภาพชั้นล่างของบ้านหลังใหญ่ ปรากฎข้าวของชิ้นเล็กชิ้นน้อยบางส่วนร่วงหล่นลงมา โคมไฟห้องโถงยังคงแกว่งไกว ด้วยความไม่ประมาท หญิงสาวพาลูกมุดหลบใต้โต๊ะรับประทานอาหารไม้โอ๊กแผ่นหนาเพื่อป้องกันสิ่งของร่วงหล่นใส่ น้องพีทกอดคอแม่แน่นด้วยตัวสั่นเทา ส่วนน้องเพลงก็แผดเสียงร้องจ้าด้วยความตกใจ
"ไม่เป็นไรนะลูก แม่เอยอยู่นี่แล้ว ปลอดภัยแล้วลูก"
เธอพึมพำปลอบลูก แขนสองข้างโอบรัดร่างเล็กไว้แน่น หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก แม้บ้านจะไม่พังทลาย แต่ความรู้สึกโยกคลอนเมื่อครู่ก่อนมันช่างน่ากลัวเหลือเกินสำหรับผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องปกป้องชีวิตเล็ก ๆ ถึงสองคนเพียงลำพัง
ในนาทีที่ความหวาดกลัวเข้าเกาะกุม สิ่งเดียวที่เจ้าเอยนึกถึงคือพศิน ผู้ชายที่เป็นหัวหน้าครอบครัว และพ่อของลูก พี่ศิน มือสั่นเทาล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือที่โชคดีหยิบติดมือมาด้วย แสงจากหน้าจอคือความหวังเดียว เธอเลือกเบอร์โทรด่วนเบอร์แรกแล้วกดออกทันที รอสายเพียงไม่กี่วินาที
"หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้งค่ะ"
เสียงตอบรับอัตโนมัติดังขึ้น เจ้าเอยระบายลมหายใจแรง แต่เธอยังไม่ยอมแพ้ เธอเลือกที่จะกดวางแล้วโทร.ใหม่ มือบางสั่นไหวด้วยความหวั่นกลัวจนแทบจับโทรศัพท์ไม่อยู่
"รับสิพี่ศิน รับสายเอยสิ ขอร้อง"
เสียงสะอื้นดังจนร่างบางสะท้านไหวแข่งกับเสียงไซเรนเตือนภัยจากภายนอกหมู่บ้าน สายที่สองถูกตัดเข้าสู่ระบบฝากข้อความ สายที่สามไม่มีคนรับ สายที่ห้าถูกตัดสายทิ้ง
เจ้าเอยกอดน้องเพลงแน่น กดโทรศัพท์ซ้ำราวกับคนเสียสติ สิบสาย สิบห้าสาย ยี่สิบสาย ทุกครั้งมีเพียงเสียงผู้หญิงในระบบอัตโนมัติที่ไร้ความรู้สึกตอบกลับมา มันบาดลึกเข้าไปในใจราวกับเข็มแหลมนับพัน
"พี่อยู่ไหนพี่ศิน เอยกับลูกตกใจจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว พี่มัวทำอะไรอยู่"
เจ้าเอยพึมพำขณะจูบกระหม่อมลูกชายที่ซุกหน้าสะอื้นอยู่กับอก ในท่ามกลางความหวาดกลัวที่เธอแทบลืมความปวดร้าวที่ติดค้างอยู่ในใจเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา สิ่งเดียวที่บอกตัวเองคือพ่อของลูก ควรจะปกป้องเธอและลูกได้บ้างในสถานการณ์แบบนี้ มันคือเหตุผลเดียวที่เธอเลือกที่จะโทร.หาผู้ชายคนนั้น พศิน...
"แม่ขอโทษลูก แม่ขอโทษที่ต้องให้หนูต้องเผชิญกับความหวาดกลัวแบบนี้"
เธอบอกลูกพลางมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ค่อยดับแสงลงพร้อมกับความหวังที่มอดดับลงไปพร้อมกับหน้าจอนั่นด้วย
โทรศัพท์เครื่องที่เธอใช้เฝ้ารอข้อความจากเขา เครื่องที่ใช้ทนดูภาพเขากับผู้หญิงคนอื่น และในยามที่เธอกำลังหวาดกลัว และต้องการที่พึ่งพิงมากที่สุด เขาก็ยังเลือกที่จะเพิกเฉย ความกลัวเริ่มถูกแทนที่ด้วยความสมเพชตัวเอง เธอไม่รู้ว่าตัวเองกำลังหวังสิ่งใด หวังให้ผู้ชายที่มองเธอเป็นความรำคาญมารับรู้ความเจ็บปวดอย่างนั้นหรือ
เสียงทบทวน คำถามสารพัดวนเวียนอยู่ในหัวใจดวงร้าวของเจ้าเอย...
นิ้วเรียวเลื่อนเปิดหน้าฟีดข่าวในโทรศัพท์เพื่อเช็กสถานการณ์ แถบข่าวด่วนสีแดงปรากฏขึ้นหน้าจอระบุว่าแผ่นดินไหวขนาด 6.8 ศูนย์กลางอยู่ที่เชียงใหม่ แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ถึงกรุงเทพมหานคร
เชียงใหม่ ... ดวงตาของเจ้าเอยเบิกกว้าง หัวใจหล่นวูบ เขาอยู่ที่นั่น ศูนย์กลางแผ่นดินไหว ถ้าเมืองหลวงยังสั่นจนข้าวของตกแตก ที่นั่นจะรุนแรงขนาดไหน
ความโกรธเมื่อครู่มลายหายไป สัญชาตญาณความเป็นห่วงพุ่งขึ้นมาแทนที่ แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะกดโทร.หาเขาอีกครั้ง ภาพในรายการทีวีที่เขาเดินลงจากรถเคียงคู่กับมินตราด้วยรอยยิ้มหวานชื่นเมื่อเช้าก็ซ้อนทับขึ้นมาในห้วงความคิด ใช่ เขาไม่ได้อยู่คนเดียว เขามีคนให้ปกป้อง มีคนให้ดูแลอยู่ข้างกายแล้ว และคนคนนั้นไม่ใช่เธอและลูก
ใต้โต๊ะไม้โอ๊กที่อับทึบ เจ้าเอยกอดลูกน้อยทั้งสองไว้แน่น เธอค่อยวางโทรศัพท์มือถือลง ปิดหน้าจอมันไปพร้อมกับความหวังสุดท้าย หญิงสาวหลับตาลง ปล่อยให้น้ำตาสายสุดท้ายไหลรินผ่านพวงแก้ม เสียงสะอื้นเบาบางถูกกลืนหายไปในความเงียบงันของคฤหาสน์ที่กลับมานิ่งสงบอีกครั้ง
แผ่นดินไหวครั้งนี้ไม่ได้รุนแรงพอที่จะทำลายโครงสร้างของคฤหาสน์หรู แต่มันได้สั่นสะเทือน และพังทลายความรัก ความอดทน และความเชื่อใจตลอดห้าปีของเธอจนแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดีไปแล้ว
ถ้าวันนี้เขาปลอดภัยกลับมา ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ผู้หญิงที่ชื่อเจ้าเอย เมียในเงาที่โง่เขลา และยอมตกเป็นของตายตลอดเวลาหลายปีของพศิน ได้ตายจากไปพร้อมกับรอยร้าวของความสัมพันธ์ในบ่ายวันนี้แล้ว
ตอนพิเศษ 2ค่ำคืนนั้น หลังจากที่พศินอาบน้ำ ป้อนนมน้องเพลง และเล่านิทานกล่อมน้องพีทจนหลับสนิททั้งสองคนแล้ว เขาก็กลับเข้ามาในห้องนอนใหญ่ด้วยใบหน้าที่ยังมีเค้าความหงุดหงิดหลงเหลืออยู่เล็กน้อยจากเหตุการณ์เมื่อช่วงกลางวันเจ้าเอยที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ก้าวออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินสีแดงเบอร์กันดีสุดเซ็กซี่ เนื้อผ้าพริ้วไหวทิ้งตัวแนบไปกับสัดส่วนโค้งเว้าที่อวบอิ่มขึ้นจากการเป็นแม่คน คอเสื้อที่เว้าลึกเผยให้เห็นเนินอกสล้างที่ทำให้ลมหายใจของพศินสะดุดกึกความหงุดหงิดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชนขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่"เด็กหลับหมดแล้วเหรอคะพี่ศิน"เจ้าเอยถามเสียงนุ่ม เดินไปนั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หยิบหวีขึ้นมาสางผมที่เปียกชื้นพศินก้าวเข้าไปหาอย่างเงียบเชียบ เขารับหวีมาจากมือบาง ก่อนจะสางผมให้เธออย่างเบามือ และทะนุถนอม ดวงตาคมกริบจับจ้องเงาสะท้อนของภรรยาในกระจก"หลับปุ๋ยไปทั้งคู่เลยครับ วันนี้พี่หงุดหงิดจังเลยครับ มีแต่คนจ้องจะมองเอยของพี่ ไอเด็กดาราหน้าละอ่อนนั่นมองเอยตาเป็นมัน พี่แทบอยากจะควักลูกตามันออกมาเสียจริง"พศินตอบเสียงพร่า โน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้ท
ตอนพิเศษ 1เวลาหกโมงเช้าพศินลืมตาตื่นขึ้นมาตามความเคยชิน สิ่งแรกที่เขาทำไม่ใช่การเอื้อมมือไปหยิบสมาร์ตโฟนเพื่อเช็กดัชนีหุ้นหรืออีเมลงานเหมือนเมื่อห้าปีก่อน แต่คือการตะแคงตัว นอนเท้าคาง และทอดสายตามองใบหน้าหวานละมุนของภรรยาสุดที่รักของเขาด้วยรอยยิ้มที่คนทั้งบริษัทไม่มีวันได้เห็นผิวแก้มเนียนใส ขนตางอนยาวที่หลุบต่ำ และริมฝีปากอวบอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจ ทุกสัดส่วนบนใบหน้าของเธอเปรียบเสมือนงานศิลปะชิ้นเอกที่พศินสามารถนอนมองได้ทั้งวันโดยไม่รู้จักเบื่อหกเดือนแล้วนับตั้งแต่งานแถลงข่าวที่เขายกสมบัติครึ่งหนึ่ง และจดทะเบียนสมรสกับเธออย่างเป็นทางการ หกเดือนที่สถานะหมาบ้าจอมบงการถูกลบเลือนหายไปอย่างถาวร แทนที่ด้วยสถานะหมาตัวโปรดที่คลั่งรักภรรยาจนโงหัวไม่ขึ้น"อื้อ"ร่างบางขยับตัวยุกยิกเมื่อถูกรบกวนด้วยปลายจมูกโด่งสันที่กำลังซุกไซ้คลอเคลียอยู่บริเวณลาดไหล่เนียนเปลือยเปล่าที่โผล่พ้นผ้าห่มเจ้าเอยค่อยปรือตาขึ้น แสงแรกของวันทำให้เธอต้องกะพริบตาถี่ ก่อนจะสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความรัก และความหลงใหลของผู้ชายที่นอนซ้อนอยู่ด้านหลัง"ตื่นเช้าจังเลยนะคะพี่ศิน"เจ้าเอยเอ่ยทักทายด
ตอนที่ 43ตอนจบสามเดือนต่อมา…ณ อาคารสำนักงานใหญ่ของแกรนด์ เอ็มไพร์ คอร์ปอเรชั่น บรรยากาศในเช้าวันจันทร์ที่เคยตึงเครียด และเต็มไปด้วยความกดดันราวกับสมรภูมิรบ บัดนี้กลับมีบางสิ่งบางอย่างเปลี่ยน แปลงไปอย่างสิ้นเชิงพนักงานทุกคนต่างจับจ้องไปยังร่างสูงโปร่งของพศิน ซีอีโอหมื่นล้านที่เดินก้าวเข้ามาในล็อบบี้ด้วยท่วงท่าสง่างาม ทว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องขยี้ตาดูซ้ำ ไม่ใช่ชุดสูทสั่งตัดราคาเหยียบแสน หรือใบหน้าหล่อเหลาที่ดูสดใสขึ้นผิดตา แต่เป็นรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนมุมปากของท่านประธานผู้เคยได้ฉายาว่าปีศาจน้ำแข็งต่างหาก"สวัสดีครับบอส"ดนัย เลขาคนสนิทรีบก้าวเข้ามารับกระเป๋าเอกสารด้วยความคุ้นเคย"สวัสดีดนัย วันนี้อากาศดีนะ"พศินทักทายกลับด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ทำเอาเลขาหนุ่มถึงกับชะงักไปชั่วครู่"อ้อ ดนัย ช่วยเลื่อนการประชุมบอร์ดบริหารช่วงบ่ายสี่โมงขึ้นมาเป็นบ่ายสองทีนะ แล้วก็ กฎระเบียบใหม่ที่ฉันให้ร่างไว้ ประกาศใช้ทั่วทั้งบริษัทตั้งแต่วันนี้เลย" พศินสั่งงานต่อ"เอ่อ กฎที่ว่าห้ามเรียกประชุมหลังสี่โมงเย็น และสนับสนุนให้พนักงานกลับบ้านตรงเวลาเพื่อไปใช้ชีวิตกับครอบครัวใช่ไหมครับเจ้านาย"ดนัยทวนคำถามเพื่อค
ตอนที่ 42รักที่รอ"เอยสวย สวยไปหมดเลยทูนหัวของพี่"พศินเงยหน้าขึ้นมาสบตา เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหลงใหล เขาเลื่อนริมฝีปากต่ำลงไปเรื่อย ๆ ฝากฝังรอยรักสีจางไว้บนหน้าท้องแบนราบ และไล้ต่ำลงไปยังจุดอ่อนไหวที่สุดของเธอ"อ๊า พี่ศิน อย่า ตรงนั้นมัน"เจ้าเอยเบิกตากว้าง พยายามจะหุบขาเรียวเข้าหากันด้วยความขัดเขินเมื่อเขาใช้ปลายลิ้นสัมผัสกับกลีบกุหลาบงามที่กำลังชุ่มฉ่ำ"ให้พี่รักเอยนะ ให้พี่ชดเชยเวลาทั้งหมดที่หายไป"พศินกระซิบเสียงนุ่ม ก่อนจะกดริมฝีปาก และปลายลิ้นลงไปปรนเปรอความหวานล้ำอย่างไม่รังเกียจสัมผัสที่ช่ำชอง และอ่อนโยนของเขาทำให้เจ้าเอยสติหลุดลอย ร่างกายของเธอเกร็งกระตุก สวนสะโพกเข้าหาปลายลิ้นร้อนอย่างลืมตัว เสียงครางหวานหูที่ดังระงมไปทั่วห้องเป็นเหมือนน้ำมันที่ราดรดลงบนกองไฟแห่งความปรารถนาของพศินให้ลุกโชนจนแทบแผดเผาเมื่อเห็นว่าหญิงสาวพร้อมเต็มที่แล้ว พศินค่อย ๆ ขยับตัวขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง เขาสอดประสานสิบนิ้วเข้ากับมือของเจ้าเอย กดตรึงไว้กับเตียงนุ่มเพื่อถ่ายทอดความรักผ่านสัมผัส สบตาเธอลึกซึ้งขณะที่ค่อย ๆ ดันตัวตนที่แข็งขืน และร้อนระอุแทรกซึมเข้าไปในช่องทางรักที่คับแค
ตอนที่ 41อ้อมกอดที่คุ้นเคยเจ้าเอยกอดตอบเขาแน่น ซุกหน้าเข้ากับแผงอกที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของเขา ในวินาทีแห่งความเป็นความตาย ผู้ชายคนนี้พิสูจน์ให้เธอเห็นแล้วว่า เขาสามารถเป็นที่พึ่งพิง เป็นกำแพงที่แข็งแกร่งปกป้องเธอและลูกจากพายุร้ายได้จริง ๆ เขาไม่ใช่พศินคนเห็นแก่ตัวที่เอาแต่หนีปัญหาอีกต่อไปแล้วกว่าจะจัดการทุกอย่างจนรับยาเรียบร้อย และกลับมาถึงคอนโดมิเนียม ท้องฟ้าก็เริ่มสางแล้วน้องเพลงกินยา และหลับสนิทไปทั้งด้วยฤทธิ์ยาและอ่อนเพลีย ผิวที่เคยแดงก่ำเริ่มกลับมาเป็นสีปกติ เจ้าเอยจัดการห่มผ้าให้ลูกสาว และเปิดแอร์ในอุณหภูมิที่พอเหมาะ ก่อนจะเดินออกมาที่โซนห้องครัวเพื่อรินน้ำดื่มความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ และร่างกายทำให้ร่างบางโอนเอนเล็กน้อย หญิงสาววางแก้วน้ำลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อน หลับตาลง และพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียดทันใดนั้น อ้อมแขนแกร่งที่คุ้นเคยก็สอดเข้ามากอดรัดรอบเอวบางจากด้านหลังเจ้าเอยสะดุ้งเล็กน้อย แต่ไม่ได้ขัดขืน แผ่นหลังของเธอแนบชิดกับแผงอกกว้างที่กำลังกระเพื่อมไหวอย่างหนักหน่วง พศินซุกใบหน้าหล่อเหลาลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเธอ ลมหายใจร้อนระอุรินรดผิวเนื้ออ่อนบางหยดน้ำตาร้อนหล่นแหมะลงบนลาดไ
ตอนที่ 40ค่ำคืนแห่งการปลดล็อกระยะเวลาเกือบหนึ่งเดือนที่พศินก้มหน้าก้มตารับบททดสอบแห่งความอดทนตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามารับกฎเกณฑ์ทุกอย่างจากเจ้าเอย...ซีอีโอหมื่นล้านผู้เคยจับแต่ปากกาด้ามทอง บัดนี้มีฝ่ามือที่หยาบกร้าน และเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากการทำงานบ้าน ผิวขาวจัดที่เคยได้รับการดูแลอย่างดี เปลี่ยนเป็นสีคร้ามแดดจากการเดินตากแดดไปรับส่งลูกที่โรงเรียนทุกวัน เขายอมทนอยู่ในห้องเช่าพัดลมแคบ กินข้าวแกงข้างทาง และรับค่าจ้างวันละสามร้อยบาทโดยไม่เคยปริปากบ่นเลยแม้แต่ครึ่งคำกำแพงน้ำแข็งในใจของเจ้าเอยเริ่มสั่นคลอน และเกิดรอยร้าวทีละน้อยจากการกระทำที่สม่ำเสมอของเขา เธอเห็นเขาแอบนั่งนวดหลังตัวเองด้วยความปวดเมื่อย แต่พอเห็นลูกวิ่งเข้าไปหา เขาก็พร้อมจะฉีกยิ้มกว้าง และอุ้มลูกขึ้นขี่คอราวกับไม่เคยเหน็ดเหนื่อยมาก่อน สิ่งเหล่านี้กำลังกัดกร่อนความเย็นชาของเธอลงไปทุกวัน จนกระทั่งค่ำคืนแห่งบททดสอบที่แท้จริงมาถึงเวลาตีสองสี่สิบห้านาที ท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืนที่ฝนตกพรำ"แงงงงงงงงง" เสียงร้องไห้แผดจ้าของน้องเพลงดังทะลุความเงียบขึ้นมาเจ้าเอยสะดุ้งสุดตัวตื่นจากภวังค์ เธอรีบดีดตัวลุกจากเตียง และเปิ







