ログイン
ค่ำคืนที่มืดสนิท เวลาที่ใครๆ ต่างก็หลับใหลไปสู่ห้วงแห่งความฝัน แต่ใครจะรู้ว่าเวลานี้ เพิ่งเป็นเวลาเริ่มต้นทำงานของคนอีกกลุ่มหนึ่งในตลาดมืด และหนึ่งในนั้นคือผม... ภูผา
"เช็คของให้เรียบร้อย" "ครับนาย" ใครจะเรียกธุรกิจส่งออกอาวุธของผมที่กำลังไปได้ดีตอนนี้ว่าเป็นธุรกิจสีเทา ผมไม่สน เพราะสิ่งที่ผมสนใจมีเพียงผลตอบแทนที่ได้กลับมาเท่านั้น แม้บางครั้งอาจต้องแลกกับอะไรบางอย่าง หรืออาจสร้างศัตรูที่มีรอบกายให้เพิ่มมากขึ้น แต่เมื่อเทียบกับจำนวนเงินที่มีมูลค่ามหาศาลแล้ว ผมถือว่าคุ้มที่จะเสี่ยง "เรียบร้อยครับนาย" "พรุ่งนี้มึงไปกับกู" "ครับนาย" ผมหันไปสั่งให้ไอ้ชาลมือขวาคนสนิทรับหน้าที่เป็นคนไปส่งสินค้าล็อตใหญ่กับผมในคืนวันพรุ่งนี้ ไม่ใช่ว่าผมไม่ไว้ใจให้ลูกน้องไปทำงานแทน แต่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ผมจึงเลือกไปด้วยตัวเองทุกครั้ง และด้วยเหตุนี้ ทำให้ผมโดนฝ่ายตรงข้ามลอบทำร้ายอยู่บ่อยครั้ง ปั้ง ปั้ง ปั้ง เอี๊ยด...ด "รถมีปัญหาครับนาย" "บอกไอ้ชาลีเอารถมาเปลี่ยน" "ครับนาย" เหมือนกับครั้งนี้...ที่มือขวาคนสนิทของผมพยายามบังคับพวงมาลัยพารถราคาแพงที่โดนลอบยิงยางรถยนต์จากฝีมือม้าเร็วที่ขับตามมาทางด้านหลังหวังจัดฉากให้ทุกอย่างเหมือนเป็นอุบัติเหตุ ซึ่งผมเรียกการกระทำของไอ้คนพวกนี้ว่า 'หมาลอบกัด' "ชาลีจอดรอที่คาเฟ่ ในอีก 500 เมตรข้างหน้าครับ" "อืม" ไม่ถึงสองนาที ไอ้ชาลก็พาผมมาถึงลานจอดรถของคาเฟ่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นทางผ่านกลับเพนท์เฮ้าส์ของผมในทุกวัน ทันทีที่รถจอดสนิท ขายาวรีบก้าวลงจากรถหรูเพื่อตรงไปยังมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ ที่มือซ้ายขับมาเตรียมไว้ให้อย่างรู้ใจ ปล่อยให้คู่แฝดช่วยกันเปลี่ยนยางและตรวจเช็คความเรียบร้อยของรถ ก่อนขับตามกลับไป ปั้ง "นาย ระวัง" แต่เป็นผมเองที่ชะล่าใจเกินไป ไม่ทันระวังตัวด้วยเพราะไม่คิดว่าไอ้พวกหมาลอบกัดจะกล้าตามเข้ามาในพื้นที่ที่มีกล้องวงจรปิดแบบนี้ โชคดีที่ชาลียิงสะกัดไว้ได้เลยทำให้กระสุนแค่เฉียดต้นแขนพอให้มีเลือดไหลซึมออกมาและรู้สึกเจ็บ ก่อนที่สองพี่น้องจะช่วยกันยิงสะกัดกระสุนในนัดที่สองที่สามเปิดทางให้ผมวิ่งไปที่รถได้สะดวก "นาย นาย มาหลบในนี้เร็ว" "เร็วสิ" จนกระทั่งเสียงหวานตะโกนเรียกเหมือนมนต์สะกดให้ผมหันไปสนใจ มาพร้อมกับเสียงสัญญาณของรถตำรวจดังให้ได้ยิน คงไม่ใช่ฝีมือเธอโทรเรียกมาหรอกใช่ไหม? ถึงอย่างนั้น ผมก็รีบพาตัวเองวิ่งไปทางประตูกระจกที่มีคนตัวเล็กเปิดรอไว้ เพราะขืนขับออกไปตอนนี้คงไม่เป็นผลดีต่อผู้คนบนท้องถนนเท่าไหร่และไอ้พวกหมาลอบกัดอาจจะไม่ปล่อยให้ผมกลับไปนอนโดยสวัสดิภาพแน่ เมื่อประตูปิดลง เสียงรถตำรวจก็เงียบสนิททันทีจนผมอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ หันไปมองใบหน้าสวยที่ยืนยิ้มหวานอย่างภูมิใจไม่มีทีท่าตื่นกลัวคนแปลกหน้าอย่างผมแต่อย่างใด ก่อนที่มือเล็กจะชูโทรศัพท์มือถือให้ดูที่มาของเสียงรถตำรวจจากแอพลิเคชั่นที่เปิดค้างไว้ในหน้าจอสี่เหลี่ยม ตัวก็เท่านี้ ฉลาดจังวะ! "นาย เลือดออกนี่" ตาคู่คมมองตามสายตากลมโตที่กำลังเบิกกว้างจ้องตรงตำแหน่งรอยกระสุนไม่วางตาด้วยท่าทางตกใจ "เจ็บมากมั้ย" "อืม" ก่อนจะตอบพร้อมกับนิ่วหน้าเหมือนว่าเจ็บมากจริงๆ ตามที่เธอคิด แต่แผลเท่านี้จะทำอะไรคนอย่างผมได้ "เหรอ งั้นไป ไปโรงพยาบาลกัน" "ไม่" "ทำไมหล่ะ นายต้องทำแผลนะ" "เธอทำ" ผมพาตัวเองเดินไปนั่งตรงโซฟาของร้าน ราวกับว่าคุ้นเคยกับที่นี่ ทั้งๆ ที่เป็นครั้งแรกกับการเข้าร้านคาเฟ่แบบนี้ โดยไม่ลืมที่จะใช้มือกดบริเวณแผลเพื่อห้ามเลือดให้หยุดไหลเร็วขึ้น เผลอกวาดตามองไปรอบๆ ร้านสำรวจให้แน่ใจว่าไม่มีคนอื่นนอกจากเธออยู่ที่นี่ โดยเฉพาะผู้ชาย! "ทำไม?" ก่อนจะกลับมาหยุดสายตามองคนยืนทำหน้างงอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน จนต้องเอ่ยปากถาม ขนาดทำหน้างง ยังสวยมาก... "หมายความว่ายังไง" "ฉัน ฉันกลัวเข็ม" โคตรจะเสียฟอร์ม! แต่ก็ทำให้เธอพยักหน้าคล้อยตามในข้ออ้างของผมได้ "งั้นรอตรงนี้นะ" "อืม" รอคนตัวเล็กเดินเข้าไปหลังร้านจนรับตา ผมก็หยิบมือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดูข้อความที่ไอ้ชาลส่งมาบอกว่าเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว และพิมพ์ตอบกลับไปสั้นๆ ว่า 'พักผ่อน' หมายความว่าให้พวกมันสองคนกลับไปพัก โดยไม่ต้องเป็นห่วงผม ก่อนจะเก็บลงใส่กระเป๋าที่เดิม รอใครบางคนเดินออกมาพร้อมกับกล่องอุปกรณ์ทำแผลในมือกล่องใหญ่ "ทำไมถึงโดนไล่ยิงแบบนี้ละ?" "เจ้าหนี้เหรอ?" "..." หน้าตาผมเหมือนคนหนีหนี้เหรอวะ? "ไม่ต้องอายหรอก ฉันเข้าใจ" มือเล็กค่อยๆ ทำแผลให้อย่างใส่ใจในทุกขั้นตอนราวกับเธอเป็นพยาบาลอย่างไรอย่างนั้น พาให้ผมมองทุกการกระทำของเธออย่างเพลินตา ยิ่งเวลานี้ปลายจมูกของผมอยู่ใกล้กลุ่มผมหนามากจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมละมุนชวนให้สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ฟังเสียงเจื้อยแจ้วที่เอาแต่เฝ้าถามเองตอบเองในข้อสงสัยที่เธอตั้งขึ้น โดยไม่รู้สึกรำคาญเลยสักนิด "ไม่กลัว?" "กลัวนายหน่ะเหรอ?" "อืม" "นายไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นนะ" "น่าสงสารมากด้วยซ้ำ" มาเฟียที่เพิ่งไปตรวจอาวุธมาเมื่อชั่วโมงก่อน มีลูกน้องมากมายที่ต้องดูแล แต่กลับดูน่าสงสารในสายตาผู้หญิงตัวเล็กๆ เพียงเพราะโดนไล่ยิงในพื้นที่ของเธอ ถ้าไอ้คู่แฝดได้ยินคงได้พากันแอบหัวเราะแน่ "แล้วนี่จะทำยังไงต่อเหรอ" "ยังไม่ได้คิด" ที่ยังไม่ได้คิด คือเรื่องของเธอคนนี้ คนที่ช่วยเปิดประตูให้ผมได้เข้ามาหลบกระสุน ได้นั่งพักตากแอร์เย็นๆ แถมยังทำแผลให้อย่างดี เพราะสงสารที่ผมโดนเจ้าหนี้ตามทวงหนี้ด้วยวิธีไม่สมเหตุสมผลอย่างนี้ "ชื่ออะไร" "ฉันเหรอ" "อืม" "มินิน เจ้าของร้านนี้" #ฝากน้องมินินคนสวยและเฮียภูผาคนโหดไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะเวลาผ่านไปเร็วเหมือนความฝัน เพราะเข้าสู่เดือนที่สิบเอ็ดแล้วที่ฉันมีเขาเข้ามาในชีวิต เป็นสิบเอ็ดเดือนที่เขาทำให้ฉันรู้จักครบทุกรสชาติเหมือนรู้จักกันมาหลายปีเลยก็ว่าได้ ถามว่าฉันให้อภัยเขาหรือยัง ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจตัวเองเท่าไหร่ แต่ลองเอาเหตุผลของเขามาคิดทบทวนดูแล้ว เป็นฉันก็คงทำไม่ต่างกัน ใครจะอยากให้คนที่ตัวเองรักเป็นอันตรายกันละ และถ้าถามถึงเรื่องสถานะระหว่างฉันกับเขายังคงไม่มีคำเรียกที่ชัดเจนเหมือนเดิม เพราะฉันอยากมั่นใจอีกหน่อยว่าเขาจะไม่ล้อเล่นกับใจฉันอีก ที่สำคัญอยากจะดัดนิสัยคนเจ้าเล่ห์อย่างเขาด้วย มีอย่างที่ไหนกันหาช่างมาเปลี่ยนประตูห้องพักให้ฉัน เป็นประตูอย่างดีและแพงมากก็จริง แต่รหัสเปิดประตูเป็นวันเกิดของเขาโดยไม่ถามความสมัครใจจากเจ้าของห้องอย่างฉันเลยสักนิด"พี่มินิน อินขอไปซื้อข้าวกลางวันก่อนนะคะ""จ๊ะ เผื่อพี่กล่องนึงนะเอาเหมือนน้องอิน""ได้เลยค่ะ"ฉันแอบมองตามหลังน้องอินเดินออกไปขึ้นรถของใครบางคนจนลับตา เป็นอย่างนี้มาสักพักหนึ่งแล้วที่น้องอินมีคนมาคอยรับคอยส่งอย่างนี้ ใช่ว่าฉันจะไม่รู้จักเขาคนนั้นนะ แต่เมื่อเป็นเรื่องส่วนตัวของทั้งสองคนและน้องอินโตพอที่จะเรียนรู้ด้วยตั
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกจนรู้สึกเจ็บแปลบที่อก พยายามกลืนอารมณ์ร้อนรุ่มทั้งหมดลงไป ดวงตาคมจ้องมองเธออย่างไม่ละสายตา แสงไฟในห้องสาดกระทบใบหน้าหวานที่ผมคิดถึงทุกคืน แต่ในแววตาคู่นั้นไม่มีความอ่อนโยนเหมือนก่อน มีเพียงความแข็งกร้าวและระยะห่างที่ผมเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง "ตอบเฮีย พามันขึ้นมาทำอะไรบนห้อง" "ทำอะไรก็ได้ ฉันโตแล้ว""มินิน" "...""โอเค เฮียยอม" "นี่ อย่าเข้ามาใกล้นะ" ใบหน้าบึ้งตึงทำใจแกร่งปวดหนึบอย่างที่ไม่เคยเป็น จนผมต้องยกสองมือขึ้นยอมจำนนอย่างยอมแพ้ ค่อยๆ ก้าวขาขยับเข้าไปใกล้อยากรวบตัวเธอมากอด แต่เธอกลับถอยหนีพยายามพองขนเหมือนเม่นน้อยที่พร้อมจะทำร้ายกัน จนผมต้องถอนหายใจระบายความอัดอั้นที่มีให้น้อยลง"เฮียไม่ได้อยากหายไป" "และไม่ได้รู้สึกรำคาญตามที่พูด" เสียงทุ้มต่ำลงโดยไม่รู้ตัว ตัดสินใจอธิบายอย่างใจเย็น แม้รู้ว่าเธอคงไม่เชื่อคำพูดของผมง่ายๆ"ถ้าเฮียไม่พูดแบบนั้น...""มาอธิบายอะไรตอนนี้" ขายาวก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าวจนแทบชิด ครั้งนี้ เธอไม่ขยับถอยหนี ให้เห็นดวงตาคู่กลมแดงก่ำได้ชัดเจนถามกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่แฝงไปด้วยความน้อยใจและโกรธ จนผมร้อนรนแทบทำอะไรไม่ถ
เอี๊ยด...ด!เสียงล้อรถเสียดสีไปกับผิวถนนจนเกิดสะเก็ดไฟ บ่งบอกถึงการมาของใครอีกคนที่ผมเป็นคนส่งข้อความไปนัดให้มาเจอหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลได้ไม่ถึงหนึ่งวัน ตริติณฝาแฝดของผู้หญิงที่ผมพูดร้ายกับเธอไปเมื่อหลายวันก่อน"มีอะไร" "มินินเป็นยังไงบ้าง" ทันทีที่รถสปอร์ตหรูสีดำด้านรุ่นล่าสุดมาจอดข้างๆ พร้อมกับเปิดกระจกลงมาเป็นการยืนยันว่าเขาคือคนที่ผมนัดเอาไว้ ก่อนจะทักทายด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายที่ฟังแล้วรู้สึกขัดหูไม่น้อย"ถามทำไม" "...""มีความสุขดี""กูไม่อยู่นาน ฝากมึง...""น้องกู กูดูแลอยู่แล้ว" "งั้นก็ดี" "ส่วนมึง ถ้ายังเคลียร์ตัวเองไม่ได้ ก็อย่ากลับไปวุ่นวายกับมินินอีก" ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่เมีย ผมคงได้ซัดหน้ากวนๆ นั่นสักทีให้หายหมันไส้ ไหนจะคำพูดคำจาที่ไม่เคยคิดว่าเป็นผมที่อายุมากกว่า แต่ผมทำได้เพียงใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มระงับอารมณ์หงุดหงิดที่มีก็เท่านั้น เพราะรู้ตัวเองดีว่าเป็นรองพี่เมียมากจนคะแนนติดลบยากที่จะทำคะแนนบวกตีตื้นขึ้นมาได้ ยังไม่ทันได้ขอบคุณในน้ำใจที่ให้เลือดกับผมในวันนั้นไม่แม้จะเปิดโอกาสได้โต้กลับใดใด รถคันหรูก็ออกตัวไปไกลไม่ทันให้ผมได้เปิดปากพูด ไอ้
"ให้ติณอยู่เป็นเพื่อนมั้ย""แล้วน้องโฟละ" "อยู่บ้าน" "อื้ม" ฉันพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะโผลสวมกอดพี่ชายที่เดินมามาหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ และเหมือนตริติณจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของฉันตอนนี้ที่เต็มไปด้วยความกลัวและกังวลไปหมดถึงได้ยกแขนขึ้นมาโอบกอดฉันไว้พร้อมกับลูบผมหนาเบาเบา ไม่มีคำพูดใดใดแต่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แฝดมีให้ฉันตลอดมา "อุ้ย! เจ็บรึเปล่า มินินขอโทษนะ" "ไม่" จนฉันลืมไปเลยว่าแขนของตริติณมีพลาสเตอร์ปิดเอาไว้เพราะเพิ่งผ่านการให้สิ่งสำคัญกับคนที่นอนนิ่งมีสายระโยงระยางเต็มไปหมดอยู่ในห้องไอซียูเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา แต่ตริติณก็คือตริติณต่อให้เจ็บมากแค่ไหนก็ไม่ยอมปริปากพูดออกมาหรอก ฉันเลยขยับตัวออกห่างเล็กน้อยก้มหน้ามาเป่าตรงรอยจุดเล็กๆ สีแดงหวังช่วยให้ความเจ็บลดลงบ้าง ถึงจะรู้ว่าอาจจะช่วยไม่ได้เลยก็ตาม อย่างน้อยฉันก็อยากตอบแทนความใจดีของตริติณที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้"ไม่กลัว?" "ไม่" ถ้าเดาไม่ผิด ตริติณคงหมายถึงตัวตนที่เขาเป็นและความอันตรายที่อยู่รอบทุกทิศทุกทางเหมือนอย่างวันนี้ แต่แล้วยังไงหล่ะ ในเมื่อฉันเลือกเปิดใจให้เขาแล้ว เรียนวิชาป้องกันตัวหรือการจับปืนฉ
"นายครับ" "มึงสองคนคอยดูแลมินิน""แล้วนายละครับ" "เลือกคนที่มึงไว้ใจมาก็พอ" "ครับ" หลายวันมานี้ลูกน้องที่ผมสั่งให้คู่แฝดส่งไปคอยดูแลมินินเข้ามารายงานถึงความผิดปกติว่าที่ร้านของเธอมีคนไม่น่าไว้ใจคอยเทียวไปเทียวมาอยู่หน้าร้านจนผิดสังเกต ผมเลยให้ชาลีสืบจนได้หลักฐานว่าเป็นพวกเดียวกันกับที่ลอบยิงผมเมื่อหลายเดือนก่อน พวกหมาลอบกัดที่พยายามหาจุดอ่อนมาทำร้ายหวังให้ผมวางมือจากธุรกิจมืดและจุดอ่อนเดียวที่ผมมีอยู่ตอนนี้คือเธอ...หัวใจของผม เพราะฉะนั้นผมจึงเลือกคนที่ผมไว้ใจมากที่สุด และมีความสามารถมากที่สุดคอยดูแลเธอที่ร้าน หรือเวลาขับรถกลับไปหาคุณพ่อคุณแม่ของเธอที่บ้านไม่ให้คาดสายตา(เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์)"ครับคุณเมีย" มือใหญ่หยิบมือถือราคาแพงขึ้นมากดรับสายสำคัญอย่างอารมณ์ดี โบกมือข้างที่ว่างส่งสัญญาณให้คนสนิทออกไปทำหน้าที่ของตัวเอง เพราะผมต้องการความเป็นส่วนตัวอยากคุยกับเธอสองคนโดยที่ไม่ต้องกังวลว่าใครจะแอบฟังจนภาพลักษณ์ที่สร้างเอาไว้หมดความน่าเชื่อถือ เพิ่งรู้สึกว่าตัวเองอายุสิบแปดอีกครั้งก็ตอนนี้ ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงผ่านมาแล้วเกือบสิบปีก็ตาม"บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกช
สนามยิงปืนส่วนตัวที่ผมพานักเรียนใหม่มาฝึกสอนอย่างใกล้ชิด มีเพียงผมที่คอยสอนให้เธอเริ่มรู้จักอาวุธป้องกันตัวตั้งแต่ข้อทฤษฎีในชั่วโมงแรก ตามมาด้วยภาคปฏิบัติตั้งแต่วิธีการจับที่ถูกต้องและปลอดภัยกับตัวเอง มีไอ้ชาลีที่ตามมาคอยดูแลอยู่ไม่ไกล"เล็งศูนย์หน้าให้อยู่กึ่งกลางศูนย์หลัง" "มั่นใจแล้ว เหนี่ยวไก" "จำได้มั้ย" "อ่าฮะ" มือใหญ่พามือเล็กจับอาวุธพกที่เหมาะกับเธอให้อยู่ในท่วงท่าที่ทะมัดทะแมงเล็งตรงไปยังเป้าหมายข้างหน้า มีผมยืนซ้อนอยู่ด้านหลังยกขายาวค่อยๆ ดันขาเรียวให้ตั้งหลักยืนให้มั่น จับแขนเล็กทั้งสองข้างและไหล่บางให้อยู่ในองศาที่ถูกต้อง คอยกระซิบบอกข้อทฤษฎีให้เธอฟังอีกครั้ง รอเธอทำสมาธิและเหนี่ยวไกลงไปอย่างแน่วแน่ เพราะเสียงที่ดังก้องทำให้มือใหญ่ยกขึ้นมาช่วยปิดหูเล็กที่มีหูฟังตัดเสียงอยู่แล้วหวังลดเสียงที่เธอได้ยินให้เบาที่สุดซึ่งคนตัวเล็กก็ทำผลงานออกมาได้ดี ไม่แสดงอาการกลัวออกมาให้เห็นแม้จะเป็นครั้งแรก ซึ่งเกินความคาดหมายของผมมาก"นายครับ""..." "ผมว่า นายไม่ควรพลาด" "..."จนไอ้ชาลีเอามาพูดเตือนให้ผมระวังตัว เมื่อเห็นตรงกลางของเป้ากระดาษเต็มไปด้วยร่องรอยของลูกเหล็กเ







