แชร์

บทที่25

ผู้เขียน: มู​๋​สะเต๊ะ​
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-26 21:07:19

"นายครับ" 

"มึงสองคนคอยดูแลมินิน"

"แล้วนายละครับ" 

"เลือกคนที่มึงไว้ใจมาก็พอ" 

"ครับ" 

หลายวันมานี้ลูกน้องที่ผมสั่งให้คู่แฝดส่งไปคอยดูแลมินิน​เข้ามารายงานถึงความผิดปกติว่าที่ร้านของเธอมีคนไม่น่าไว้ใจคอยเทียวไปเทียวมาอยู่หน้าร้านจนผิดสังเกต​ ผมเลยให้ชาลีสืบจนได้หลักฐานว่าเป็นพวกเดียวกันกับที่ลอบยิงผมเมื่อหลายเดือนก่อน​ พวกหมาลอบกัด​ที่พยายามหาจุดอ่อนมาทำร้ายหวังให้ผมวางมือจากธุรกิจมืด

และจุดอ่อนเดียวที่ผมมีอยู่ตอนนี้คือเธอ...หัวใจของผม​ เพราะฉะนั้นผมจึงเลือกคนที่ผมไว้ใจมากที่สุด​ และมีความสามารถมากที่สุดคอยดูแลเธอที่ร้าน​ หรือเวลาขับรถกลับไปหาคุณพ่อคุณแม่ของเธอ​ที่บ้านไม่ให้คาดสายตา

(เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์)​

"ครับคุณเมีย" 

มือใหญ่หยิบมือถือราคาแพงขึ้นมากดรับสายสำคัญอย่างอารมณ์ดี​ โบกมือข้างที่ว่างส่งสัญญาณให้คนสนิทออกไปทำหน้าที่ของตัวเอง​ เพราะผมต้องการความเป็นส่วนตัวอยากคุยกับเธอสองคนโดยที่ไม่ต้องกังวลว่าใครจะแอบฟัง​จนภาพลักษณ์​ที่สร้างเอาไว้หมดความน่าเชื่อถือ เพิ่งรู้สึกว่าตัวเองอายุสิบแปดอีกครั้งก็ตอนนี้​ ทั้งๆ​ ที่ในความเป็นจริงผ่านมาแล้วเกือบสิบปีก็ตาม

"บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกชื่อ" 

"มินิน​ ไหนพูดซิ​ มินิน" 

"หึ" 

"อยากเรียกแบบนี้"

แค่ได้ยินเสียงหวานๆ​ ที่พยายามพูดดุให้ผมกลัว​ ภาพแก้มป่องๆ​ ปากเชิดๆ​ ก็ลอยเข้ามาในหัวจนผมต้องกดเปิดกล้อง​ อยากรู้ว่าตัวเองจะทายผิดหรือเปล่า​ ซึ่งผมก็ไม่ได้ทายถูกซะทีเดียวเพราะนอกจากแก้มนุ่มๆ​ จะป่องออกแล้ว​ ผิวขาวอมชมพูก็เปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างเห็นได้ชัด​ ทำมุมปากยกยิ้มอย่างนึกเอ็นดู​

"วันนี้จะมารับรึเปล่า" 

"อยากให้ไป?" 

"มินินถามก่อนนะ" 

"ไปครับ" 

"เย็นๆ​ นะ​ รอคุณป๊าคุณมี๊กลับก่อน" 

"แวะไปหา?" 

"อืม​ แวะมาทานมื้อกลางวันเป็นเพื่อนมินิน" 

"ไม่บอก​ เฮียจะได้ไปด้วย" 

"ผ่านโปรก่อนแล้วกัน" 

"..."

ผมพยักหน้าตอบเล็กน้อยอย่างตามใจ​ ถึงอยากจะพาตัวเองไปแสดงความจริงใจต่อคุณพ่อคุณแม่ของเธอมากขนาดไหน​ แต่ลึกๆ​ ก็อยากเคลียร์​ตัวเองให้สะอาดกว่านี้อีกหน่อย​ เพื่อที่จะได้ผ่านด่านท่านง่ายขึ้น​ เพราะถ้าผมมีลูกสาวสวยน่ารักเหมือนเธอคงต้องหวงมาก​ไม่ต่างกัน​แน่​

ยอมรับ​ ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่ผมจะวางมือจากวงการมืดล้างมือตัวเองให้ขาวสะอาดในช่วงเวลาสั้นๆ​ แต่ก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ผมอยากทำให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ภายในระยะเวลาโปรโมชั่นที่เธอเป็นคนตั้งขึ้น​ เพราะผ่านโปรเมื่อไหร่ผมก็อยากจะมีเจ้าหญิงตัวน้อยของเราสองคนไว้ให้ชื่นใจทันที​ ถามว่าปรึกษาแม่ของลูกหรือยัง​ ตอบด้วยความมั่นใจเลยว่า...ยัง!

ผมอยู่จัดการ​เอกสารตรงหน้าจนเกินเวลาเลิกงานของพนักงานที่ต่างก็พากันกลับไปก่อน​ ฆ่าเวลารอไปรับเธอกลับ​ วันนี้ถึงคิวที่ต้องกลับเพนเฮ้าส์ของผมตามข้อตกลงของเธอ​ที่ว่า​ 'ต้องให้เธอกลับมานอนคอนโด​ตัวเองวันเว้นวัน' ซึ่งผมก็ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด​ ขนเสื้อผ้าตัวเองมาแขวนไว้ในตู้เสื้อผ้าที่คอนโด​เธอเรียบร้อย​ แน่นอนว่าเพนเฮ้าส์​ของผมก็มีของเธอครบด้วยเช่นกัน

​ ก่อนจะตัดสินใจเก็บโน็ตบุ๊คและเอกสารใส่กระเป๋าขับรถไปจอดรอหน้าร้าน​ นั่งอ่านงานคนเดียวเงียบๆ​ ฆ่าเวลา​ จนกระทั่งหางตาเหลือบเห็นเธอเดินออกมาส่งคุณพ่อคุณแม่ที่รถ​ ผมถึงเก็บทุกอย่างลงกระเป๋าตามเดิม​ รอจนรถหรูขับออกไปจนลับตา​ มือใหญ่ถึงเปิดประตู​ก้าวขายาวลงจากรถ​ตรงไปหาเธอที่ยืนอยู่ไม่ไกล

"นาย​ ระวัง!" 

ปั้ง ปั้ง​ ปั้ง

เสียงปืนที่ดังให้ได้ยิน​ ทำให้ขายาววิ่งอย่างไม่คิดชีวิตเพื่อให้ไปถึงตัวเธอโดยเร็วที่สุด​รวบเธอมากอดไว้ในอ้อมแขนแน่นจนใบหน้าสวยหวานฝังเข้าไปกลางอกแกร่ง​ แล้วใช้ตัวเองบังกระสุนที่พุ่งตรงเข้ามามีทั้งผมและเธอเป็นเป้าหมาย​ ทั้งๆ​ ที่รับรู้ถึงแรงกระทบจากกระสุนทางด้านหลังแต่มือใหญ่ยังคอยลูบผมหนานุ่มเบาเบาปลอบโยนร่างบางที่สั่นไหวด้วยความตกใจในอ้อมกอดอยู่อย่างนั้น​ ไม่มีแม้เสี้ยววินาทีที่คิดถึงชีวิตตัวเอง​ คิดแต่เพียงว่า​ ผมไม่มีทางยอมให้หัวใจดวงนี้เป็นอะไรเพราะผมเด็ดขาด​ 

"ฮะ​ เฮียภูผา" 

"เฮีย​ เฮียรักมินินนะ" 

"อื้ม​ มินินก็รักเหมือนกัน" 

"..."

มือเล็กกุมมือใหญ่ที่พยายามยกขึ้นมาเช็ดน้ำใสใสที่กำลังเอ่อล้นจากดวงตากลมโตด้วยความตกใจและกลัว​ กลัวไปหมดทุกอย่าง​ กลัวว่าคนที่เคยแข็งแกร่งใช้ตัวเองบังกระสุนให้ก่อนหน้าจะหลับลงจนไม่ได้เจอกันอีก​ ไหนจะคำหวานที่เหมือนเป็นคำบอกลากันอย่างในละครยิ่งทำให้ใจอ่อนไหว​ แต่ยังพยายามฝืนยิ้มบอกความในใจให้เขามีกำลังใจที่จะกลับมาหากันด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ​ ยืนเป็นหลักให้คนตัวใหญ่กอดอยู่อย่างนั้น...

จนกระทั่งเสียงปืนเงียบลง​ ลูกน้องของเขาก็วิ่งเข้ามาหาทั้งที่ยังมีอาวุธ​พกอยู่ในมือเตรียมพร้อมที่จะป้องกันทั้งเขาและฉัน

"นายหญิงเป็นอะไรมั้ยครับ"​

"..." 

ฉันไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาเป็นคำพูดตอบชาลีได้​ ทำได้เพียงส่ายหน้าเบาๆ​ แทนคำตอบว่าฉันสบายดี​ ก็เพราะเจ้านายของชาลีนั่นแหละ​ ที่ทำให้ฉันยังยืนอยู่ตรงนี้​ 

ไม่นานเสียงรถพยาบาลก็ดังเข้ามาใกล้​ มาพร้อมกับเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์​ครบครัน​ มีลูกน้องของเขาค่อยๆ​ ประคองร่างสูงขึ้นเปลนอนแล้วพาขึ้นรถไป​

"ให้ฉันไปด้วยนะ" 

"แต่ว่า..."

"ฉันอยากไป" 

"ครับ" 

เพราะกลัวว่าคนสนิทของเขาจะไม่ให้ฉันนั่งรถพยาบาลไปด้วย​ กลัวว่าฉันจะลำบาก​ ฉันเลยรีบพาตัวเองวิ่งขึ้นรถไปหย่อนตัวนั่งข้างๆ​ คนตัวโตที่เต็มไปด้วยสายระโยงระยาง​ที่เจ้าหน้าที่เอามาติดไว้เต็มตัวไปหมด​ จนชาลีต้องหยิบมือถือโทรไปบอกให้ชาลหยิบกระเป๋าสะพายของฉันและปิดร้านให้เรียบร้อย​ ก่อนจะขึ้นรถมาเป็นเพื่อนฉันจนถึงหน้าห้องฉุกเฉิน

"มินิน เกิดอะไรขึ้น" 

"ตริติณ" 

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ที่คนตัวโตหายเข้าไปอยู่ในห้องน่ากลัวนั่น​ ส่วนฉันทำได้แค่นั่งรอ​ รออย่างมีความหวังอยู่ตรงที่เดิมตรงเก้าอี้หน้าห้อง​ไม่ไปไหน​ มีชาลียืนอยู่เป็นเพื่อนไม่ไกล​ จนกระทั่งเสียงรองเท้ากระทบกับพื้นด้วยความเร็วดังให้ได้ยิน​ เป็นตริติณที่ฉันโทรไปหาเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน​ขอให้มาอยู่เป็นเพื่อนให้ฉันอุ่นใจ​ 

ฉันไม่เคยคิดว่าชีวิตมาเฟียที่ผมพยายามเล่าให้ฟังจะน่ากลัวขนาดนี้​ และไม่เคยคิดว่าฉันจะให้ใจเขาไปแล้วทั้งดวงโดยไม่มีข้อแม้เลยสักข้อเดียว​ คิดแค่เพียงนาทีนี้​ ขอให้เขากลับมากวนประสาทฉันเหมือนเดิมทุกวันก็พอ​ 

แต่ถ้าเป็นไปได้...ฉันขอให้ครั้งนี้เป็นเรื่องที่เขาหลอกฉัน​ และฉันจะไม่โกรธเขาเลย...

"ใครญาติคนไข้ครับ" 

"เอ่อ​ ฉันค่ะ" 

"คนไข้เสียเลือดมาก​ และทางเรากำลังขอให้คลังส่งมาให้ครับ​"

"ของผมได้มั้ยครับ"​

"ผมด้วยครับ"​

ทันทีที่ประตูห้องฉุกเฉินเปิดออก​ ตริติณก็ประคองให้ฉันลุกขึ้นยืนคอยจับมือไว้ไม่ห่าง​ มีชาลีวิ่งเข้ามายืนฟังใกล้ๆ​ เตรียมหาทางช่วยเหลืออีกทาง​ และเป็นตริติณกับชาลีอีกนั่นแหละ​ ที่อาสาให้พยาบาลเจาะเลือดไปตรวจว่าพอจะให้เขาได้หรือเปล่า​ด้วยความมั่นใจว่าตัวเองแข็งแรงพอที่จะเสียสละให้ได้​ เพราะตริติณทำเพื่อฉัน​ ส่วนชาลีทำเพื่อเขาคนที่เปรียบเสมือนพี่น้องของตัวเอง

สำหรับฉัน​ ในความมืดมิดมักมีแสงดาวดวงเล็กๆ​ คอยให้แสงสว่างนำทางอยู่เสมอ​ ฉันเชื่อว่าอย่างนั้น​ แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ​ เพราะเวลานี้ตริติณและชาลีต่างก็นอนให้เลือดอยู่ในห้องฉุกเฉิน​ มีเขานอนรออยู่บนเตียงข้างๆ​ ถึงใจฉันจะไม่อยากให้ภาพนี้เกิดขึ้น​ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ทำให้ฉันอุ่นใจไม่น้อยที่มีพี่ชายที่แสนดีขนาดนี้​ และดีใจแทนเขาที่มีลูกน้องที่รักเขามากขนาดนี้เช่นกัน

ส่วนฉัน​ ก็มีหน้าที่เข้มแข็งอย่างที่เขาอยากให้เป็น​ รอเวลาที่เขาจะตื่นขึ้นมาเห็นรอยยิ้มของฉันอีกครั้ง​ รอยยิ้มที่เขาชอบและบอกทุกวันว่า​ เขาตกหลุมรักรอยยิ้มหวานๆ​ นี้

 

 

#ตอนนี้เขียนยากจริงๆ​ จากใจค่ะ​

 

 

 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่31

    ปึก! "ไม่มีฤกษ์""..."เสียงแก้วกาแฟวางกระทบลงบนโต๊ะกระจกในห้องนั่งเล่นที่บ้านใหญ่ของมินิน กว่าสองชั่วโมงแล้วที่ผมนั่งตัวตรงต่อหน้าป๊าและมามี๊ของเธอ​ ไม่แม้แต่จะขยับตัวหรือลุกไปเข้าห้องห้องน้ำ​ เพราะเป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสมาแนะนำตัวต่อหน้าผู้ใหญ่​ และเป็นผู้ใหญ่ของผู้หญิงคนแรกในชีวิต​ บรรยากาศ​ตอนแนะนำตัวในหนึ่งชั่วโมง​ มีบ้างที่อาจดูอึมครึม​รู้สึกหายใจไม่ค่อยสะดวก แต่สุดท้ายผมก็นำเสนอตัวเองได้ดีจนพอจะได้เห็นรอยยิ้มสวยๆ​ บนใบหน้าของมามี๊มินินบ้าง​ ไม่แปลกใจว่ารอยยิ้มสวยหวานของมินินได้มาจากใคร​ และก็ไม่แปลกใจว่าตริติณหน้านิ่งเหมือนใครแล้วผมก็ทำให้เมฆฝนเคลื่อนตัวมาปกคลุมทั่วห้องนั่งเล่นอีกครั้ง​ เพราะความใจร้อนของผมเอง​ ใจร้อนผลีผลาม​พูดถึงเรื่องขอแต่งงานกับเธอ​ไปตามความคิด​ ไอ้ผมมันก็มาเฟียเก่าคิดอะไรก็พูดไปอย่างนั้น​ อยากได้ลูกสาวเขาก็ขอกับคุณพ่อตาตรงๆ​ เพราะสำหรับผมการแสดงความจริงใจด้วยใจจริงถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด​ และหวังเพียงคุณพ่อตาและคุณแม่ยายจะเห็นในความจริงใจของลูกเขยคนนี้"วันเดียวกับตริติณก็ได้ครับ ผมพร้อม""ไม่สะดวก""ถ้างั้น...""ห้าปีมาว่ากันใหม่ รอได้ก็รอ รอไม่ได้ก

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่30

    "ตริติณอะ ทำมาตรฐานไว้สูงมากเลยนะ""คืออะไร""ก็ตริติณขอน้องโฟแต่งงานซีนใหญ่ขนาดนั้น แล้วมินินจะทำยังไงละ""ไม่ต้องทำยังไง ไม่ต้องแต่ง""..."เป็นอีกวันที่ตริติณมานั่งเล่นที่ร้านรอเวลาไปรับน้องโฟที่ไปทำสปาผิวเข้าคอร์สเจ้าสาวร้านข้างๆ ร้านฉันนี่แหละ และบังเอิญมาเจอคู่ปรับที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันอย่างคนหน้ามึนผู้ที่ทำตัวว่างงานทุกคน ฉันก็เลยต้องพาตัวเองมานั่งคั่นกลางระหว่างเสือกับสิงโตที่ดูท่าทางแล้วไม่มีทางยอมให้กันง่ายๆนึกภาพไม่ออกเลย ตอนที่บอกว่าเคยคุยธุรกิจด้วยกันมาเขาคุยกันยังไง ไม่น่าจะงัดกันไปกันมาแบบนี้หรอกใช่ไหม"อันนี้ปลอบใจกันถูกมั้ย""ตริติณพูดจริง ไม่ต้องแต่ง""..."เป็นฉันเองแหละ ที่ไม่น่าเริ่มบทสนทนาเรื่องแต่งงานตามที่ตัวเองรู้สึก เพราะทำเอาคนที่ถามฉันทุกวันนั่งหน้าหงิกคิ้วขมวดผูกเป็นปมแน่นมองตริติณตาขวางเหมือนใกล้จะทนไม่ไหวเต็มที"กวนตีนเก่ง""เห็นมีแต่ลูกพี่ลูกน้องผู้หญิง ที่โชว์รูมก็มีแต่สาวๆ""โชว์รูมมึงไม่มีผู้หญิงงั้นซิ""โชว์รูมกูไม่เหมือนโชว์รูมมึง""กู...""สวัสดีค่ะพี่มินิน พี่ภูผา""จ๊ะน้องโฟ"นั่งหันซ้ายมองขวาฟังผู้ชายตัวใหญ่สองคนเอาแต่เถียงกันอย่างไม่มีใครยอ

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่29

    เวลาผ่านไปเร็วเหมือนความฝัน เพราะเข้าสู่เดือนที่สิบเอ็ดแล้วที่ฉันมีเขาเข้ามาในชีวิต เป็นสิบเอ็ดเดือนที่เขาทำให้ฉันรู้จักครบทุกรสชาติเหมือนรู้จักกันมาหลายปีเลยก็ว่าได้ ถามว่าฉันให้อภัยเขาหรือยัง ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจตัวเองเท่าไหร่ แต่ลองเอาเหตุผลของเขามาคิดทบทวนดูแล้ว เป็นฉันก็คงทำไม่ต่างกัน ใครจะอยากให้คนที่ตัวเองรักเป็นอันตรายกันละ และถ้าถามถึงเรื่องสถานะระหว่างฉันกับเขายังคงไม่มีคำเรียกที่ชัดเจนเหมือนเดิม เพราะฉันอยากมั่นใจอีกหน่อยว่าเขาจะไม่ล้อเล่นกับใจฉันอีก ที่สำคัญอยากจะดัดนิสัยคนเจ้าเล่ห์อย่างเขาด้วย มีอย่างที่ไหนกันหาช่างมาเปลี่ยนประตูห้องพักให้ฉัน เป็นประตูอย่างดีและแพงมากก็จริง แต่รหัสเปิดประตูเป็นวันเกิดของเขาโดยไม่ถามความสมัครใจจากเจ้าของห้องอย่างฉันเลยสักนิด"พี่มินิน อินขอไปซื้อข้าวกลางวันก่อนนะคะ""จ๊ะ เผื่อพี่กล่องนึงนะเอาเหมือนน้องอิน""ได้เลยค่ะ"ฉันแอบมองตามหลังน้องอินเดินออกไปขึ้นรถของใครบางคนจนลับตา เป็นอย่างนี้มาสักพักหนึ่งแล้วที่น้องอินมีคนมาคอยรับคอยส่งอย่างนี้ ใช่ว่าฉันจะไม่รู้จักเขาคนนั้นนะ แต่เมื่อเป็นเรื่องส่วนตัวของทั้งสองคนและน้องอินโตพอที่จะเรียนรู้ด้วยตั

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่28

    ผมสูดลมหายใจเข้าลึกจนรู้สึกเจ็บแปลบที่อก พยายามกลืนอารมณ์ร้อนรุ่มทั้งหมดลงไป ดวงตาคมจ้องมองเธออย่างไม่ละสายตา แสงไฟในห้องสาดกระทบใบหน้าหวานที่ผมคิดถึงทุกคืน แต่ในแววตาคู่นั้นไม่มีความอ่อนโยนเหมือนก่อน มีเพียงความแข็งกร้าวและระยะห่างที่ผมเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง​ "ตอบเฮีย พามันขึ้นมาทำอะไรบนห้อง" "ทำอะไรก็ได้​ ฉันโตแล้ว""มินิน" "...""โอเค​ เฮียยอม" "นี่​ อย่าเข้ามาใกล้นะ" ใบหน้าบึ้งตึงทำใจแกร่งปวดหนึบอย่างที่ไม่เคยเป็น จนผมต้องยกสองมือขึ้นยอมจำนนอย่างยอมแพ้​ ค่อยๆ​ ก้าวขาขยับเข้าไปใกล้อยากรวบตัวเธอมากอด​ แต่เธอกลับถอยหนีพยายามพองขนเหมือนเม่นน้อยที่พร้อมจะทำร้ายกัน​ ​จนผมต้องถอนหายใจระบายความอัดอั้นที่มีให้น้อยลง"เฮียไม่ได้อยากหายไป" "และไม่ได้รู้สึกรำคาญตามที่พูด" เสียงทุ้มต่ำลงโดยไม่รู้ตัว ตัดสินใจอธิบายอย่างใจเย็น​ แม้รู้ว่าเธอคงไม่เชื่อคำพูดของผมง่ายๆ"ถ้าเฮียไม่พูดแบบนั้น...""มาอธิบายอะไรตอนนี้" ขายาวก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าวจนแทบชิด ครั้งนี้​ เธอไม่ขยับถอยหนี​ ให้เห็นดวงตาคู่กลมแดงก่ำได้ชัดเจนถามกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่แฝงไปด้วยความน้อยใจและโกรธ​ จนผมร้อนรนแทบทำอะไรไม่ถ

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่27

    เอี๊ยด...ด!เสียงล้อรถเสียดสีไปกับผิวถนนจนเกิดสะเก็ดไฟ บ่งบอกถึงการมาของใครอีกคนที่ผมเป็นคนส่งข้อความไปนัดให้มาเจอหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลได้ไม่ถึงหนึ่งวัน​ ตริติณฝาแฝดของผู้หญิงที่ผมพูดร้ายกับเธอไปเมื่อหลายวันก่อน"มีอะไร" "มินินเป็นยังไงบ้าง" ทันทีที่รถสปอร์ตหรูสีดำด้านรุ่นล่าสุดมาจอดข้างๆ​ พร้อมกับเปิดกระจกลงมาเป็นการยืนยันว่าเขาคือคนที่ผมนัดเอาไว้​ ก่อนจะทักทายด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายที่ฟังแล้วรู้สึกขัดหูไม่น้อย"ถามทำไม" "...""มีความสุขดี""กูไม่อยู่​นาน​ ฝากมึง...""น้องกู​ กูดูแลอยู่แล้ว" "งั้นก็ดี" "ส่วนมึง​ ถ้ายังเคลียร์​ตัวเองไม่ได้​ ก็อย่ากลับไปวุ่นวายกับมินินอีก" ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่เมีย​ ผมคงได้ซัดหน้ากวนๆ​ นั่นสักทีให้หายหมันไส้​ ไหนจะคำพูดคำจาที่ไม่เคยคิดว่าเป็นผมที่อายุมากกว่า​ แต่ผมทำได้เพียงใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มระงับอารมณ์​หงุดหงิดที่มีก็เท่านั้น​ เพราะรู้ตัวเองดีว่าเป็นรองพี่เมียมากจนคะแนนติดลบยากที่จะทำคะแนนบวกตีตื้นขึ้นมาได้​ ยังไม่ทันได้ขอบคุณ​ในน้ำใจที่ให้เลือดกับผมในวันนั้นไม่แม้จะเปิดโอกาสได้โต้กลับใดใด​ รถคันหรูก็ออกตัวไปไกลไม่ทันให้ผมได้เปิดปากพูด ไอ้

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่26

    "ให้ติณอยู่เป็นเพื่อนมั้ย"​"แล้วน้องโฟละ" "อยู่บ้าน" "อื้ม" ฉันพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะโผลสวมกอดพี่ชายที่เดินมามาหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ​ และเหมือนตริติณจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของฉันตอนนี้ที่เต็มไปด้วยความกลัวและกังวลไปหมดถึงได้ยกแขนขึ้นมาโอบกอดฉันไว้พร้อมกับลูบผมหนาเบาเบา​ ไม่มีคำพูดใดใดแต่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แฝดมีให้ฉันตลอดมา​ "อุ้ย! ​เจ็บรึเปล่า​ มินินขอโทษนะ" "ไม่" จนฉันลืมไปเลยว่าแขนของตริติณมีพลาสเตอร์​ปิดเอาไว้เพราะเพิ่งผ่านการให้สิ่งสำคัญกับคนที่นอนนิ่งมีสายระโยงระยางเต็มไปหมดอยู่ในห้องไอซียูเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา​ แต่ตริติณก็คือตริติณต่อให้เจ็บมากแค่ไหนก็ไม่ยอมปริปากพูดออกมาหรอก​ ฉันเลยขยับตัวออกห่างเล็กน้อยก้มหน้ามาเป่าตรงรอยจุดเล็กๆ​ สีแดงหวังช่วยให้ความเจ็บลดลงบ้าง​ ถึงจะรู้ว่าอาจจะช่วยไม่ได้เลยก็ตาม​ อย่างน้อยฉันก็อยากตอบแทนความใจดีของตริติณที่ช่วยชีวิต​เขาเอาไว้"ไม่กลัว?" "ไม่" ถ้าเดาไม่ผิด​ ตริติณ​คงหมายถึงตัวตนที่เขา​เป็น​และความอันตรายที่อยู่รอบทุกทิศทุกทางเหมือนอย่างวันนี้​ แต่แล้วยังไงหล่ะ​ ในเมื่อฉันเลือกเปิดใจให้เขาแล้ว​ เรียนวิชาป้องกันตัวหรือการจับปืนฉ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status