Compartilhar

บทที่26

last update Data de publicação: 2026-05-03 13:24:11

"ให้ติณอยู่เป็นเพื่อนมั้ย"​

"แล้วน้องโฟละ" 

"อยู่บ้าน" 

"อื้ม" 

ฉันพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะโผลสวมกอดพี่ชายที่เดินมามาหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ​ และเหมือนตริติณจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของฉันตอนนี้ที่เต็มไปด้วยความกลัวและกังวลไปหมดถึงได้ยกแขนขึ้นมาโอบกอดฉันไว้พร้อมกับลูบผมหนาเบาเบา​ ไม่มีคำพูดใดใดแต่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แฝดมีให้ฉันตลอดมา​ 

"อุ้ย! ​เจ็บรึเปล่า​ มินินขอโทษนะ" 

"ไม่" 

จนฉันลืมไปเลยว่าแขนของตริติณมีพลาสเตอร์​ปิดเอาไว้เพราะเพิ่งผ่านการให้สิ่งสำคัญกับคนที่นอนนิ่งมีสายระโยงระยางเต็มไปหมดอยู่ในห้องไอซียูเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา​ แต่ตริติณก็คือตริติณต่อให้เจ็บมากแค่ไหนก็ไม่ยอมปริปากพูดออกมาหรอก​ ฉันเลยขยับตัวออกห่างเล็กน้อยก้มหน้ามาเป่าตรงรอยจุดเล็กๆ​ สีแดงหวังช่วยให้ความเจ็บลดลงบ้าง​ ถึงจะรู้ว่าอาจจะช่วยไม่ได้เลยก็ตาม​ 

อย่างน้อยฉันก็อยากตอบแทนความใจดีของตริติณที่ช่วยชีวิต​เขาเอาไว้

"ไม่กลัว?" 

"ไม่" 

ถ้าเดาไม่ผิด​ ตริติณ​คงหมายถึงตัวตนที่เขา​เป็น​และความอันตรายที่อยู่รอบทุกทิศทุกทางเหมือนอย่างวันนี้​ แต่แล้วยังไงหล่ะ​ ในเมื่อฉันเลือกเปิดใจให้เขาแล้ว​ เรียนวิชาป้องกันตัวหรือการจับปืนฉันก็เรียนแล้ว​ จะถอยหนีตอนนี้ทุกอย่างคงสูญเปล่า​ น่าเสียดายแย่ 

คงจะมีอยู่เรื่องเดียวที่ฉันกลัว...กลัวว่าเขาจะไม่ตื่นขึ้นมาทำหน้ามึนใส่กันมากกว่า​ เพียงแค่คิดใจมันก็เบาหวิวเหมือนมีบางอย่างขาดหายไป

"ป๊ากับมามี๊จะเป็นห่วง" 

"มินินรู้" 

ความรู้​สึกของคุณป๊าคุณมี๊เป็นอีกเรื่องที่ฉันกังวล​ ไม่รู้ว่าเลยว่าถ้าท่านทั้งสองคนทราบเรื่องที่ฉันปิดบังเอาไว้จะว่าอะไรหรือเปล่า​ และจะรับที่เขาเป็นได้ไหม​ หรืออาจจะห้ามฉันไม่ให้เข้าใกล้เขาอีก​ ฉันเองไม่อาจตอบได้เลย​ เพราะฉันไม่เคยมีแฟนมาก่อน...เขาคือคนแรก

"ตริติณช่วยพูดให้มินินได้มั้ย"

"ค่อยว่ากันอีกที" 

"อื้ม"

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่​ที่ฉันนั่งอยู่ตรงเก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉินมีตริติณนั่งอยู่ข้างๆ​ เป็นที่พิงให้รู้สึกสึกอุ่นใจ​ ไม่ปล่อยให้ฉันรู้สึกกลัวอยู่คนเดียว​ ทำฉันเผลอหลับไปเพราะความเหนื่อยล้า​ รู้สึกตัวอีกทีในตอนที่ได้ยินเสียงทุ้มพูดคุยกันอยู่ไม่ไกล​ ฉันเลยพยายามลืมตาขึ้นมามองตามเสียง​ เป็นชาลีที่กำลังยืนคุยกับคุณหมอถึงอาการของเขา​ ก่อนที่ประตู​ห้องฉุกเฉินจะเปิดออกมาพร้อมกับคนตัวโตนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยใบหน้าขาวซีดรายล้อมไปด้วยพยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่กำลังช่วยกันย้ายเขาไปยังห้องผู้ป่วยวีไอพีชั้นบน​ ลูกน้องเขาอีกนั่นแหละที่คอยจัดการทุกอย่างให้​ จนฉันเริ่มรู้สึกเกรงใจที่ไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้เลย​ ไม่ได้เลยสักนิด

"ชาลีไปพักเถอะ"​

"ครับ" 

และนี่คือสิ่งเดียวที่ฉันพอจะช่วยทุกคนได้ตอนนี้​ ทันทีที่คนตัวโตถูกย้ายไปนอนบนเตียงในห้องพักวีไอพีเรียบร้อย​ ฉันก็อาสาเป็นคนอยู่ดูแลเขาด้วยตัวเอง​ เอ่ยปากให้ชาลีกลับไปพักผ่อน​​ เพราะน่าจะเป็นคนที่เหนื่อยและต้องการพักผ่อนที่สุด​ แต่ชาลีก็คือชาลีคนที่เฮียภูผาไว้ใจ​ ทำเพียงแค่เดินออกไปนั่งพักหลับตาเอาแรงตรงหน้าห้องเท่านั้น​ สมกับตำแหน่งมือซ้ายของเขานั่นแหละ

"มินินว่าตริติณกลับไปพักก่อนดีกว่านะ"

"..."

"จะได้เอาเสื้อผ้าขอใช้มาให้มินินด้วยไง"

"อืม"

เกือบหนึ่งสัปดาห์​แล้วที่เขายังนอนขี้เกียจอยู่บนเตียงไม่มีทีท่าจะลืมตาตื่นขึ้นมาพูดคุยกัน​ ปล่อยให้ฉันคอยดูแลคอยเช็ดตัวให้อยู่คนเดียวอย่างนี้​ สลับกับชาลีที่คอยมาเปลี่ยนเวรให้ฉันกลับไปทำขนมสำหรับขายหน้าร้านวันละสองสามชั่วโมง​ ส่วนชาลก็คอยช่วยน้องอินอยู่ที่ร้านทุกวัน​ ฉันเลยพอเบาใจได้​ 

ในตอนที่ฉันกำลังบิดผ้าขนหนูชุบน้ำให้พอหมาด​ แล้วหันกลับมาเช็ดตามใบหน้าซีดเซียวและลำคอของเขาหวังว่าเขาจะรู้สึกสดชื่นขึ้น​ สดชื่นมากพอจนอยากตื่นขึ้นมาทำมึนใส่ฉัน สายตาก็เหลือบเห็นปลายนิ้วเรียวยาวที่มีอุปกรณ์​ทางการแพทย์​ติดอยู่ขยับเล็กน้อยราวกับส่งสัญญาณ​บอกให้รู้ว่าเขากำลังพยายามตื่นขึ้นมา​ ทำใจฉันเต้นรัวเผลอยิ้มออกมาด้วยความดีใจ​ ก่อนจะเรียกสติตัวเองรีบกดสัญญาณ​เรียกคุณหมอให้มาช่วยตรวจเช็คอาการของเขาอีกครั้ง

"..."

"ดื่มน้ำก่อนนะ​ จะได้สดชื่น" หลังจากคุณหมอเข้ามาตรวจอาการของเขาเรียบร้อยแล้ว ฉันก็รีบรินน้ำเปล่าให้เขาดื่มเป็นอันดับแรก จะได้มีเสียงมาคอยตอบคำถามกัน​

"ยังเจ็บอยู่มั้ย" 

"อืม" 

"แต่แผลก็สนิทดีนี่นา" ปากเล็กยู่เข้าหากัน​มองตรงผ้าพันแผลที่พยาบาลมาเปลี่ยนให้เขาทุกวันด้วยความเป็นห่วง​ ฉันเองก็คอยดูวิธีการทำแผลทุกขั้นตอนเผื่อจะต้องทำให้เขาหลังจากนี้​ ถึงได้รู้ว่าแผลที่ถูกปิดด้วยผ้าก๊อซเอาไว้สามแห่งปิดสนิทไม่มีสีอักเสบออกมาให้เห็นเพราะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี​ แต่ทำไมเขายังเจ็บอยู่นะ? 

ฟู่​ ฟู่

"..." 

"อดทนหน่อยนะ​ เดี๋ยวก็หาย" ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังโน้มตัวลงไปใกล้​ เป่าแผลตรงหน้าอกแกร่งเบาเบาหวังให้ลมหายใจอุ่นๆ​ จากฉันช่วยบรรเทาอาการเจ็บให้กับเขาตามที่เขาบอก

"ขอบคุณ​นะที่ช่วยชีวิตมินินไว้" พร้อมกับขอบคุณ​จากใจจริงทีี่เขาพาตัวเองมารับกระสุนแทน​ ไม่อย่างนั้นคงเป็นฉันที่ต้องนอนเป็นผักอยู่บนเตียงผู้ป่วย​ ไม่ใช่เขา

"..." แต่นอกจากเขาจะไม่ตอบอะไรแล้ว​ ใบหน้าของเขายังเฉยชา​ ตาคู่คมที่เคยมองเจ้าชู้​ใส่แปลเปลี่ยนเป็นดำมืดดูเย็นชาไม่ทำหน้ามึนใส่​ จนฉันอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้​ คิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาเพิ่งฟื้นและคงยังเจ็บแผลอยู่​ 

จนกระทั่งเขาบอกให้ฉันตามชาลีเข้ามาในห้อง ฉันเลยปลีกตัวไปยังโซนห้องครัวหยิบผลไม้อย่างแอปเปิ้ลในตู้เย็นมาปอกใส่จานให้เขา​ อยากเอาใจคนป่วยสักหน่อย​ ก่อนจะถือจานที่เต็มไปด้วยผลไม้เดินออกมาวางข้างเตียงคนไข้​เตรียมป้อนใส่ปากได้รูปนั่น​ แต่แล้วส้อมที่จิ้มแอปเปิ้ลขึ้นมาก็ต้องลอยค้างอยู่ในอากาศ​ มองเขาอย่างงุนงงด้วยความไม่เข้าใจ

"มึงไปส่งมินิน"

"ใครบอกว่ามินินจะกลับ" 

"ฉันบอก" 

นี่เขานอนหลับหรือเจ็บแผลจนสมองเบลอไปแล้วหรือยังไงกัน​ ตื่นขึ้นมาถึงได้ทำเย็นชาใส่ฉันได้ขนาดนี้​ แถมยังออกปากไล่กันทางอ้อมอีก​ แบบนี้ได้เหรอ? 

"..."

"แล้ว...ไม่ต้องมาอีก"

"ทำไม?"

"รำคาญ" 

"..."

บอกฉันที​ ว่าฉันควรรู้สึกอย่างไรกับคำพูดใจร้ายของเขา​ การที่ฉันอยู่คอยดูแลเขามาตลอดหลายวันกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกรำคาญอย่างนั้นเหรอ​ แถมสีหน้าและแววตาที่มองมาทำให้ฉันเชื่อว่าเขารู้สึกตามที่ปากพูดออกมาจริงๆ​ เป็นคำพูดที่ออกมาจากความรู้สึกข้างใน​

ฉันหลงคิดมาตลอด​ ว่าถ้าเขาตื่นขึ้นมาคงจะดีใจมากที่เห็นฉันนั่งอยู่ข้างๆ​ ฉันเลยพยายามอยู่นอนเฝ้าเขาทุกวันอย่างมีความหวัง​ แต่ฉันคิดผิด​ เพราะนอกจากเขาจะไม่ดีใจอย่างที่คิดแล้ว​ เขายังบอกว่ารำคาญ​กันอีกด้วย​ เป็นฉันที่คิดไปเองคนเดียว​เผลอหลงเชื่อคำหลอกที่เขาเคยบอกกันวันนั้น​ ทำน้ำใสใสเอ่อล้นดวงตาคู่กลม​ แต่ฉันก็พยายามเงยหน้าไม่ให้น้ำใสใสร่วงหล่นลงมาให้เขาเห็น​ หมุนตัวเดินไปหยิบกระเป๋าถือ​และเดินไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กในตู้​เดินนำชาลีออกไปไม่กลับไปมองคนใจร้ายอีก

"ฉันฝากเก็บของในห้องน้ำทิ้งด้วยนะ" 

"...ครับ" 

ฉันพูดแค่นั้น​ ก่อนจะรีบพาตัวเองออกไปจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด​ และคงไม่กล้าพาตัวเองมาทำให้เขาต้องรู้สึกรำคาญ​อีกแล้ว​ ตัดสินใจหันไปบอกชาลีว่าฉันจะเรียกรถกลับเอง​ ฉันรู้ว่าชาลีก็รู้สึกอึดอัดใจไม่น้อยเพราะไม่อยากขัดคำสั่งใครบางคน​ แต่ในเมื่อฉันยืนยันเสียงแข็งออกไปอย่างนั้นก็ต้องยอมทำตามฉันแต่โดยดี​ ยืนรอจนฉันขึ้นรถเรียบร้อยมองรถแล่นออกมาจนลับตาไป

 

 

 

 

 

 

 

 

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่31

    ปึก! "ไม่มีฤกษ์""..."เสียงแก้วกาแฟวางกระทบลงบนโต๊ะกระจกในห้องนั่งเล่นที่บ้านใหญ่ของมินิน กว่าสองชั่วโมงแล้วที่ผมนั่งตัวตรงต่อหน้าป๊าและมามี๊ของเธอ​ ไม่แม้แต่จะขยับตัวหรือลุกไปเข้าห้องห้องน้ำ​ เพราะเป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสมาแนะนำตัวต่อหน้าผู้ใหญ่​ และเป็นผู้ใหญ่ของผู้หญิงคนแรกในชีวิต​ บรรยากาศ​ตอนแนะนำตัวในหนึ่งชั่วโมง​ มีบ้างที่อาจดูอึมครึม​รู้สึกหายใจไม่ค่อยสะดวก แต่สุดท้ายผมก็นำเสนอตัวเองได้ดีจนพอจะได้เห็นรอยยิ้มสวยๆ​ บนใบหน้าของมามี๊มินินบ้าง​ ไม่แปลกใจว่ารอยยิ้มสวยหวานของมินินได้มาจากใคร​ และก็ไม่แปลกใจว่าตริติณหน้านิ่งเหมือนใครแล้วผมก็ทำให้เมฆฝนเคลื่อนตัวมาปกคลุมทั่วห้องนั่งเล่นอีกครั้ง​ เพราะความใจร้อนของผมเอง​ ใจร้อนผลีผลาม​พูดถึงเรื่องขอแต่งงานกับเธอ​ไปตามความคิด​ ไอ้ผมมันก็มาเฟียเก่าคิดอะไรก็พูดไปอย่างนั้น​ อยากได้ลูกสาวเขาก็ขอกับคุณพ่อตาตรงๆ​ เพราะสำหรับผมการแสดงความจริงใจด้วยใจจริงถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด​ และหวังเพียงคุณพ่อตาและคุณแม่ยายจะเห็นในความจริงใจของลูกเขยคนนี้"วันเดียวกับตริติณก็ได้ครับ ผมพร้อม""ไม่สะดวก""ถ้างั้น...""ห้าปีมาว่ากันใหม่ รอได้ก็รอ รอไม่ได้ก

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่30

    "ตริติณอะ ทำมาตรฐานไว้สูงมากเลยนะ""คืออะไร""ก็ตริติณขอน้องโฟแต่งงานซีนใหญ่ขนาดนั้น แล้วมินินจะทำยังไงละ""ไม่ต้องทำยังไง ไม่ต้องแต่ง""..."เป็นอีกวันที่ตริติณมานั่งเล่นที่ร้านรอเวลาไปรับน้องโฟที่ไปทำสปาผิวเข้าคอร์สเจ้าสาวร้านข้างๆ ร้านฉันนี่แหละ และบังเอิญมาเจอคู่ปรับที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันอย่างคนหน้ามึนผู้ที่ทำตัวว่างงานทุกคน ฉันก็เลยต้องพาตัวเองมานั่งคั่นกลางระหว่างเสือกับสิงโตที่ดูท่าทางแล้วไม่มีทางยอมให้กันง่ายๆนึกภาพไม่ออกเลย ตอนที่บอกว่าเคยคุยธุรกิจด้วยกันมาเขาคุยกันยังไง ไม่น่าจะงัดกันไปกันมาแบบนี้หรอกใช่ไหม"อันนี้ปลอบใจกันถูกมั้ย""ตริติณพูดจริง ไม่ต้องแต่ง""..."เป็นฉันเองแหละ ที่ไม่น่าเริ่มบทสนทนาเรื่องแต่งงานตามที่ตัวเองรู้สึก เพราะทำเอาคนที่ถามฉันทุกวันนั่งหน้าหงิกคิ้วขมวดผูกเป็นปมแน่นมองตริติณตาขวางเหมือนใกล้จะทนไม่ไหวเต็มที"กวนตีนเก่ง""เห็นมีแต่ลูกพี่ลูกน้องผู้หญิง ที่โชว์รูมก็มีแต่สาวๆ""โชว์รูมมึงไม่มีผู้หญิงงั้นซิ""โชว์รูมกูไม่เหมือนโชว์รูมมึง""กู...""สวัสดีค่ะพี่มินิน พี่ภูผา""จ๊ะน้องโฟ"นั่งหันซ้ายมองขวาฟังผู้ชายตัวใหญ่สองคนเอาแต่เถียงกันอย่างไม่มีใครยอ

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่29

    เวลาผ่านไปเร็วเหมือนความฝัน เพราะเข้าสู่เดือนที่สิบเอ็ดแล้วที่ฉันมีเขาเข้ามาในชีวิต เป็นสิบเอ็ดเดือนที่เขาทำให้ฉันรู้จักครบทุกรสชาติเหมือนรู้จักกันมาหลายปีเลยก็ว่าได้ ถามว่าฉันให้อภัยเขาหรือยัง ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจตัวเองเท่าไหร่ แต่ลองเอาเหตุผลของเขามาคิดทบทวนดูแล้ว เป็นฉันก็คงทำไม่ต่างกัน ใครจะอยากให้คนที่ตัวเองรักเป็นอันตรายกันละ และถ้าถามถึงเรื่องสถานะระหว่างฉันกับเขายังคงไม่มีคำเรียกที่ชัดเจนเหมือนเดิม เพราะฉันอยากมั่นใจอีกหน่อยว่าเขาจะไม่ล้อเล่นกับใจฉันอีก ที่สำคัญอยากจะดัดนิสัยคนเจ้าเล่ห์อย่างเขาด้วย มีอย่างที่ไหนกันหาช่างมาเปลี่ยนประตูห้องพักให้ฉัน เป็นประตูอย่างดีและแพงมากก็จริง แต่รหัสเปิดประตูเป็นวันเกิดของเขาโดยไม่ถามความสมัครใจจากเจ้าของห้องอย่างฉันเลยสักนิด"พี่มินิน อินขอไปซื้อข้าวกลางวันก่อนนะคะ""จ๊ะ เผื่อพี่กล่องนึงนะเอาเหมือนน้องอิน""ได้เลยค่ะ"ฉันแอบมองตามหลังน้องอินเดินออกไปขึ้นรถของใครบางคนจนลับตา เป็นอย่างนี้มาสักพักหนึ่งแล้วที่น้องอินมีคนมาคอยรับคอยส่งอย่างนี้ ใช่ว่าฉันจะไม่รู้จักเขาคนนั้นนะ แต่เมื่อเป็นเรื่องส่วนตัวของทั้งสองคนและน้องอินโตพอที่จะเรียนรู้ด้วยตั

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่28

    ผมสูดลมหายใจเข้าลึกจนรู้สึกเจ็บแปลบที่อก พยายามกลืนอารมณ์ร้อนรุ่มทั้งหมดลงไป ดวงตาคมจ้องมองเธออย่างไม่ละสายตา แสงไฟในห้องสาดกระทบใบหน้าหวานที่ผมคิดถึงทุกคืน แต่ในแววตาคู่นั้นไม่มีความอ่อนโยนเหมือนก่อน มีเพียงความแข็งกร้าวและระยะห่างที่ผมเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง​ "ตอบเฮีย พามันขึ้นมาทำอะไรบนห้อง" "ทำอะไรก็ได้​ ฉันโตแล้ว""มินิน" "...""โอเค​ เฮียยอม" "นี่​ อย่าเข้ามาใกล้นะ" ใบหน้าบึ้งตึงทำใจแกร่งปวดหนึบอย่างที่ไม่เคยเป็น จนผมต้องยกสองมือขึ้นยอมจำนนอย่างยอมแพ้​ ค่อยๆ​ ก้าวขาขยับเข้าไปใกล้อยากรวบตัวเธอมากอด​ แต่เธอกลับถอยหนีพยายามพองขนเหมือนเม่นน้อยที่พร้อมจะทำร้ายกัน​ ​จนผมต้องถอนหายใจระบายความอัดอั้นที่มีให้น้อยลง"เฮียไม่ได้อยากหายไป" "และไม่ได้รู้สึกรำคาญตามที่พูด" เสียงทุ้มต่ำลงโดยไม่รู้ตัว ตัดสินใจอธิบายอย่างใจเย็น​ แม้รู้ว่าเธอคงไม่เชื่อคำพูดของผมง่ายๆ"ถ้าเฮียไม่พูดแบบนั้น...""มาอธิบายอะไรตอนนี้" ขายาวก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าวจนแทบชิด ครั้งนี้​ เธอไม่ขยับถอยหนี​ ให้เห็นดวงตาคู่กลมแดงก่ำได้ชัดเจนถามกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่แฝงไปด้วยความน้อยใจและโกรธ​ จนผมร้อนรนแทบทำอะไรไม่ถ

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่27

    เอี๊ยด...ด!เสียงล้อรถเสียดสีไปกับผิวถนนจนเกิดสะเก็ดไฟ บ่งบอกถึงการมาของใครอีกคนที่ผมเป็นคนส่งข้อความไปนัดให้มาเจอหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลได้ไม่ถึงหนึ่งวัน​ ตริติณฝาแฝดของผู้หญิงที่ผมพูดร้ายกับเธอไปเมื่อหลายวันก่อน"มีอะไร" "มินินเป็นยังไงบ้าง" ทันทีที่รถสปอร์ตหรูสีดำด้านรุ่นล่าสุดมาจอดข้างๆ​ พร้อมกับเปิดกระจกลงมาเป็นการยืนยันว่าเขาคือคนที่ผมนัดเอาไว้​ ก่อนจะทักทายด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายที่ฟังแล้วรู้สึกขัดหูไม่น้อย"ถามทำไม" "...""มีความสุขดี""กูไม่อยู่​นาน​ ฝากมึง...""น้องกู​ กูดูแลอยู่แล้ว" "งั้นก็ดี" "ส่วนมึง​ ถ้ายังเคลียร์​ตัวเองไม่ได้​ ก็อย่ากลับไปวุ่นวายกับมินินอีก" ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่เมีย​ ผมคงได้ซัดหน้ากวนๆ​ นั่นสักทีให้หายหมันไส้​ ไหนจะคำพูดคำจาที่ไม่เคยคิดว่าเป็นผมที่อายุมากกว่า​ แต่ผมทำได้เพียงใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มระงับอารมณ์​หงุดหงิดที่มีก็เท่านั้น​ เพราะรู้ตัวเองดีว่าเป็นรองพี่เมียมากจนคะแนนติดลบยากที่จะทำคะแนนบวกตีตื้นขึ้นมาได้​ ยังไม่ทันได้ขอบคุณ​ในน้ำใจที่ให้เลือดกับผมในวันนั้นไม่แม้จะเปิดโอกาสได้โต้กลับใดใด​ รถคันหรูก็ออกตัวไปไกลไม่ทันให้ผมได้เปิดปากพูด ไอ้

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่26

    "ให้ติณอยู่เป็นเพื่อนมั้ย"​"แล้วน้องโฟละ" "อยู่บ้าน" "อื้ม" ฉันพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะโผลสวมกอดพี่ชายที่เดินมามาหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ​ และเหมือนตริติณจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของฉันตอนนี้ที่เต็มไปด้วยความกลัวและกังวลไปหมดถึงได้ยกแขนขึ้นมาโอบกอดฉันไว้พร้อมกับลูบผมหนาเบาเบา​ ไม่มีคำพูดใดใดแต่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แฝดมีให้ฉันตลอดมา​ "อุ้ย! ​เจ็บรึเปล่า​ มินินขอโทษนะ" "ไม่" จนฉันลืมไปเลยว่าแขนของตริติณมีพลาสเตอร์​ปิดเอาไว้เพราะเพิ่งผ่านการให้สิ่งสำคัญกับคนที่นอนนิ่งมีสายระโยงระยางเต็มไปหมดอยู่ในห้องไอซียูเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา​ แต่ตริติณก็คือตริติณต่อให้เจ็บมากแค่ไหนก็ไม่ยอมปริปากพูดออกมาหรอก​ ฉันเลยขยับตัวออกห่างเล็กน้อยก้มหน้ามาเป่าตรงรอยจุดเล็กๆ​ สีแดงหวังช่วยให้ความเจ็บลดลงบ้าง​ ถึงจะรู้ว่าอาจจะช่วยไม่ได้เลยก็ตาม​ อย่างน้อยฉันก็อยากตอบแทนความใจดีของตริติณที่ช่วยชีวิต​เขาเอาไว้"ไม่กลัว?" "ไม่" ถ้าเดาไม่ผิด​ ตริติณ​คงหมายถึงตัวตนที่เขา​เป็น​และความอันตรายที่อยู่รอบทุกทิศทุกทางเหมือนอย่างวันนี้​ แต่แล้วยังไงหล่ะ​ ในเมื่อฉันเลือกเปิดใจให้เขาแล้ว​ เรียนวิชาป้องกันตัวหรือการจับปืนฉ

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status